ログインหลายวันต่อมาที่งานจัดแสดงสินค้าชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ น้ำใสอยู่ที่บูธของทางบริษัท เธอกำลังบรีฟให้กับพริตตี้ที่ได้จ้างมาเพื่อนำเสนอสินค้าของทางบริษัท และคอยช่วยหัวหน้าทีมอย่างเจี๊ยบดูแลความเรียบร้อยภายในบูธพร้อมยืน แจกนามบัตรและโบชัวร์ให้กับผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมา
น้ำใสตั้งใจทำงาน ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ แม้ในใจเธอจะเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของคนรักก็ตามจนบางทีก็ทำเอาไม่มีสมาธิไปบ้างแต่เธอก็ยังเชื่อมั่นว่าฟีนิกซ์จะไม่นอกใจเธอ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำ
ลูกค้าต่างแวะเวียนมาชมสินค้าที่บูธของเธอ ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าที่มาหาดูอะไหล่ที่ลดราคา ใชช่วงที่คนเดินเที่ยวงานเบาบางลง น้ำใสจึงไปช่วยทีมจัดของอยู่ด้านหลังให้เจี๊ยบเป็นคนคอยรับลูกค้าแทน
ขณะที่น้ำใสกำลังทำงานอยู่นั้นเจี๊ยบก็เดินเข้ามาสะกิดเธอจากทางด้านหลัง
“น้ำลูกค้าเข้าบูธมาไปต้อนรับหน่อยสิ พี่ไม่กล้าคุยกับเขา”
“ทำไมเหรอพี่”
“เค้าหล่อเกินไป พี่เขิน”
“พี่เจี๊ยบมันใช่เวลาเขินไหมเนี่ย” เธอเงยหน้ามองเขาคนนั้น ก็ยอมรับเลยว่าเขาดูดี เด่นออกมาจากคนทั่วไปเลย เขาเป็นดาราหรือเปล่า แต่ก็ไม่เคยเห็นตามสื่อ บางทีอาจจะเป็นดาราหน้าใหม่ที่เธอไม่รู้จักก็ได้ น้ำใสจึงเดินเข้าไปทักทายตามหน้าที่ของเธอ
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการให้ช่วยอะไรเป็นพิเศษไหมคะ หรือสนใจชุดเบรกหรืออะไหล่รถยนต์รุ่นไหนสอบถามได้เลยนะคะ” เขามองหน้าเธอก่อนเผลอยิ้มออกมาแวบหนึ่งแล้วจึงรีบหามือถือเพื่อเปิดรูปให้เธอดู
“บริษัทของคุณรับผลิตและขึ้นรูปโลหะที่เป็นชิ้นส่วนของรถยนต์ใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ แต่ว่าบริษัทของเราไม่ได้ผลิตแค่โลหะอย่างเดียวนะคะ เรายังมีการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกทั้งภายนอกและภายใน แล้วก็ยังนำเข้าอะไหล่ของรถยนต์ของแท้หลายยี่ห้อเลยค่ะ อย่างวันนี้ที่เรานำมาจัดแสดงเราก็นำเข้าชิ้นส่วนของระบบเบรกค่ะที่นำเข้าจากยุโรป ญี่ปุ่น ละจีนค่ะ มีอะไหล่ตัวไหนที่สนใจสามารถสอบถามได้เลยค่ะ” เธอได้แนะนำให้รู้จักบริษัทอย่างคร่าว ๆ ชายหนุ่มจึงได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วน น้ำใสก็ได้ให้ข้อมูลของเขาได้อย่างละเอียดและตอบในสิ่งที่เขาอยากรู้
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ คุณพูดอธิบายได้จนผมแทบไม่ต้องถามอะไรมากเลย”
“ยินดีมาก ๆ เลยค่ะ ยังไงก็ขอฝากบริษัท ฟีรารีส อินดัสทรี ไว้เป็นทางเลือกด้วยนะคะ” ยื่นนามบัตรให้กับเขา เขาก็รับมาดูก่อนจะยิ้มและพยักหน้าเป็นการขอบคุณ พอเดินไปสองสามก้าวเข้าก็ชะงักก่อนจะถอยหลังกลับมาหาเธออีกครั้ง
“จริง ๆ แล้วผมมีอีกอย่างให้ช่วยครับ”
“อะไรเหรอคะ”
“ผมถามมาหลายบูธแล้ว แต่ไม่มีที่ไหนนำเข้าตัวเลยครับ ทางบริษัทคุณมีนำเข้ามาบ้างไหมครับ ผมอยากได้ที่เป็นของแท้เลยที่เป็นของรุ่นนี้เลย” ยื่นรูปชิ้นส่วนของรถให้เธอดู
“ตัวนี้ถ้าเป็นของจริง ดูเหมือนว่าจะเลิกผลิตไปแล้วนะคะ”
“ครับ?” เขาเบิกตากว้างขึ้นอย่างประหลาดใจที่พอเธอเห็นเพียงครู่เดียวกลับตอบได้ในทันทีเขายังไม่ทันได้บอกรุ่นรถเลยด้วยซ้ำ ความจริงเขาก็รู้อยู่แล้วว่าอะไหล่ชิ้นนี้เลิกผลิตไปจากการค้นหาในเน็ตหลายวัน แต่พอเธอเห็นก็ตอบได้เลย แถมมันเป็นของรถรุ่นเก่า อะไหล่อาจจะพอมีขายในเว็บแต่ที่เคยสั่งมาก็เป็นของทำเลียนแบบซะส่วนใหญ่
“เพราะรถก็ออกมาตั้งตั้งแต่ปี 20-40 เลย ตอนนี้ที่มีอาจจะเป็นอะไหล่เทียบค่ะ หรือต้องสั่งทำพิเศษที่จะใช้แทนได้ ก็ไม่ใช่ของแท้อยู่ดี ถ้าจะหาของแท้ในตอนนี้ก็อาจจะต้องเป็นของมือสองเลย ซึ่งนั่นก็เสี่ยงดวงเลยค่ะ ว่าจะเจอสภาพดีไหม ถ้าจะเอาสีตามนี้เลยก็หายากนะคะ”
“ดูแค่นี้ก็รู้เลยเหรอครับว่าของรถเป็นรุ่นไหน” ตาของเขาเป็นประกายที่ดูเหมือนว่าเธอนั้นจะรู้เกี่ยวกับอะไหล่ตัวนี้เป็นอย่างดี
“ฉันพอจะเคยเห็นค่ะ แล้วก็รู้จักคนที่เคยสั่ง แต่ทางบริษัทเราจะไม่ได้นำเข้านะคะ” เพราะฟีนิกซ์เองชอบสะสมรถเขาจึงมีรถแทบจะทุกรุ่นเลยก็ว่าได้น้ำใสอยู่กับเขาเธอถึงได้รู้แถมยังเคยนั่งเฝ้าเขาซ่อมรถรุ่นนี้ด้วยตัวเองอีก
“แล้วพอจะช่วยถามอะไหล่ของตัวนี้ให้ผมได้ไหมครับ ผมไม่ได้ให้ช่วยเปล่าแน่นอน”
“เรื่องนั้นไม่เป็นไรค่ะ ฉันพอถามให้ได้”
“งั้นนี่นามบัตรผมครับ” น้ำใสรับมา ชื่อในนามบัตรเป็นภาษาอังกฤษว่า Li Zhangwei เธอจึงพยายามอ่านชื่อของเขาว่าอ่านออกเสียงยังไง
“ชื่อผมอ่านว่า หลี่ จางเหว่ย ครับ”
“อ๋อ”
“เรียกผมว่าจางเหว่ย”
“ได้ค่ะคุณจางเหว่ย หากได้หรือไม่อย่างไรฉันจะติดต่อไปนะคะ”
พอเธอรับนามบัตรของเขามาดูก็ทำให้รู้ว่าเขานั้นมาจากบริษัท แอลเจดับเบิ้ลยู ออโต้ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่มีชื่อเสียงดังในต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเป็นบริษัทเปิดใหม่มาแรง ซึ่งมียอดขายทั่วโลกหลายล้านคัน และมีข่าวว่ากำลังจะเข้ามาเปิดตัวในไทยเร็ว ๆ นี้
“ผมจะรอฟังข่าวนะครับคุณน้ำใส”
“ค่ะ” และตอบกลับพร้อมรอยยิ้มก่อนที่เขาจะเดินจากไปจริง ๆ พี่เจี๊ยบที่นั่งดูอยู่ รีบเข้ามาถามทันที
“เขาถามอะไรเหรอ เห็นคุยกันตั้งนาน”
“ก็ถามเกี่ยวกับบริษัทเรานี่แหละค่ะ ว่าผลิตอะไรบ้าง”
“เขาสนใจสินค้าเราบ้างไหม”
“ไม่ค่ะ เขาแค่อยากได้ ไอ้นี่เลยจะให้ช่วยหาให้หน่อย” เปิดเน็ตเสิร์ชรูปพวงมาลัยรถให้ดู
“โถ่คุยตั้งนานของก็ไม่ซื้อแถมยังให้ช่วยหาที่เราไม่มีอีก”
“ไม่เป็นไรพี่เจี๊ยบ อนาคตเขาอาจจะกลายมาเป็นลูกค้าเราก็ได้” จนกระทั่งตอนเย็นที่ใกล้ถึงเวลาศูนย์แสดงสินค้าปิดผู้คนก็ทยอยกลับ น้ำใสและทีมงานก็ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อย เพราะอะไหล่พวกนี้ราคาแพงจะต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี
หลังจากนั้นทุกคนก็เดินทางกลับไปยังโรงแรม บางคนก็แต่งตัวออกไปท่องราตรีในสถานที่ร้านดังตามรีวิวในอินเทอร์เน็ต ส่วนน้ำใสเธอรู้สึกเหนื่อยจึงทานข้าวและไปนอนพัก ก่อนจะโทรหาแฟนหนุ่ม อยากรู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่ รอสายไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย พอเห็นหน้าเขาเธอก็ถามไถ่
“ทำอะไรอยู่เหรอ”
(พึ่งอาบน้ำเสร็จกำลังจะเข้านอนเมื่อไหร่จะกลับ)
“เค้าพึ่งมาสองวันเองนะ อีกเกือบสิบวันนู่น”
(ขาดใจตายแน่) เขาทำมือวางที่หน้าอกพร้อมกับทำท่าเหมือนกำลังขาดอากาศ
“เว่อร์แล้ว”
(หึๆ)
หลังจากนั้นทั้งสองก็คุยเล่นทั่วไป น้ำใสก็เล่าเรื่องงานให้เขาฟังเขาก็เช่นกัน ทั้งสองมักจะคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวในแต่ละวันด้วยกันเช่นนี้เสมอจนผ่านไปนับชั่วโมง
“พี่คะ”
“คืนนี้พี่จะเล่นเกมไหม” ถามเพราะนึกถึงเรื่องที่เขาชอบชวนเด็กในร้านเล่นเกม รวมถึงเว็นดี้ด้วย
(อืม…เมื่อกี้ก็เล่นอยู่)
“เล่นกับใครบ้าง”
(ปื๊ด บอล จั๊ด แล้วก็เว็นดี้ เหมือนเดิม)
“แล้วเล่นเสร็จยัง จะเล่นต่อไหม”
(คิดอยู่ ทำไมอยากค้างสายนอนเหรอ)
“แล้ว…ได้ไหม กลัวเครื่องร้อนเหมือนกัน”
(ได้สิ ไม่เป็นไร)
เขาตอบโดยไม่ลังเลพอได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย ทั้งสองคุยกันไปอีกสักพักใหญ่จนเธอเริ่มง่วงฝังเข้าก็เหมือนกัน
(หืม)
“รักเค้าไหม”
(รักสิ)
“เค้าก็รักพี่ค่ะ รักมากๆ”
(เหมือนกันครับ)
“ฝันดีนะคะ”
“ฝันดีครับ” ต่างฝ่ายต่างบอกฝันดีก่อนจะหลับไปน้ำใสมองหน้าฟีนิกซ์ผ่านหน้าจอมือถือที่กำลังหลับพริ้มทำให้เธอรู้สึกสบายใจก่อนจะหลับตามไป
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก







