Se connecterSuperior race
“ไอ้ปื๊ด เอาประแจหกเหลี่ยมมาให้กูดิ๊ ใครแม่งเอาออกไปก็ไม่เอามาใส่กล่องไว้ที่เดิม ให้กูได้หาตลอดเดี๋ยวเสร็จงานกูจะเรียกมาด่าเรียงตัวให้ดู” เจ้าของร้านที่กำลังวุ่นอยู่กับการถอดและประกอบชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ของรถด้วยความรีบเร่ง เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว แต่มีนัดส่งรถให้กับลูกค้าในวันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง แต่ด้วยความที่ว่าช่วงนี้งานที่ร้านนั้นค่อนข้างยุ่ง เพราะลูกค้ามาใช้บริการเยอะเป็นพิเศษทำให้งานล่าช้า
“เห้ย!! กูบอกว่าเอามาให้เร็วๆ ไงวะ!” ความใจร้อนที่ลูกน้องไม่รีบนำของที่ต้องการมาให้ เขาจึงกำลังจะหันไปด่า เพื่อให้พวกนั้นให้กระเตื้อง แต่ทว่าคนที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเขากลับเป็นแฟนสาวคนสวย จากที่โมโหเลยต้องเปลี่ยนอารมณ์
“ใช่อันที่หาไหมคะ” เธอเอ่ยถามพร้อมกับยื่นอุปกรณ์ซ่อมที่เขากำลังหาอยู่ให้ ชายหนุ่มรับมาพร้อมกับส่งยิ้มตอบกับคนรัก
“ใช่ครับ”
“วันนี้เหนื่อยกันมากเลยใช่ไหมคะ น้ำเลยซื้อน้ำเย็นๆ มาให้” เธอยกถุงที่ใส่เครื่องดื่มรสหวานหลากสี ส่วนอีกถุงนั้นอยู่ที่เว็นดี้ที่กำลังเดินแจกน้ำให้กับทุกคน น้ำใสเลิกงานก่อนจึงแวะมาหาฟีนิกซ์ที่ร้านเพราะเขาบอกว่าที่ร้านงานค่อนข้างเยอะอาจจะกลับช้า
“เหนื่อยมากเลย” น้ำใสเห็นว่าใบหน้าหล่อของแฟนหนุ่มเปื้อนทั้งเหงื่อและคราบน้ำมันเธอจึงหยิบทิชชูที่พกในกระเป๋าออกมาเช็ดใบหน้าให้เขาพร้อมกับการซับเหงื่อเป็นเม็ดที่ผุดตามกรอบหน้าให้
“อยากมีคนซับเหงื่อให้บ้างจังเลย” ปื๊ดพูดแซวเจ้านายทันที
“วาสนาเฮียฟีนิกซ์จริง ๆ ที่มีแฟนน่ารักขนาดนี้” จั๊ดว่าต่อ
“เนี่ยเขาถึงบอกว่า แข่งเรือแข่งพายแข่งกันได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งกันไม่ได้เว้ย” บอลว่าบ้าง ฟีนิกซ์ถอนหายใจด้วยความรำคาญ ก่อนจะหันไปสาดสายตาที่เปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตใส่ลูกน้อง
“พูดมากรีบซ่อมรถเถอะพวกมึง เดี๋ยวจะไม่ได้กลับบ้านกัน กูจะให้ทำโอทีทั้งคืนเลยนี่”
“คร๊าบบบ” ลูกน้องทั้งสามคนตอบรับพร้อมกันแล้วจึงรีบทำงานของคนต่อไป น้ำใสยิ้มด้วยความขบขันและรู้สึกเขินเล็กน้อยที่ถูกแซว
“หิวน้ำไหมคะ”
“หมายถึงน้ำไหนล่ะ” หรี่ตามองคนสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาอันเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกกำลังจ้องกระต่ายตัวน้อย ก่อนโน้มใบหน้าลงเอ่ยถามอย่างกระซิบข้างหู
“ถ้าเป็นน้ำใสทำพี่หิวตลอดแหละ กินได้ไหม”
“พี่ฟีนิกซ์!! พูดอะไรตรงนี้ อายคนอื่นเขา” เธอตีแขนเขาอย่างเขินอายก่อนใบหน้าจะขึ้นสีแดง
“เสียงในอู่ดังจะตายกระซิบแบบนี้ไม่มีใครได้ยินหรอก” เธอหลุบใบหน้าแดงลง แต่มือก็เปิดขวดน้ำอัดลมสีดำที่เขาชอบให้ เธอใส่หลอดเข้าไปแล้วป้อนให้เขา เขาดูดน้ำหวานขณะที่จอดจ้องใบหน้าที่แดงระเรื่อของคนรักไม่วางตา
“ขอบคุณครับ” หลังพูดขอบคุณเสร็จก็หอมแก้มเธอไปหนึ่งที ทำเอาลูกน้องที่แอบมองพากันเขินตัวบิดส่งเสียงผิวปาก กับเสียงโห่แซวเสียงดังทำให้ฟีนิกซ์ต้องหันไปว่า
“มองอะไร ไม่เคยเห็นคนรักกันหรือไง? รีบ ๆ ทำงานได้แล้วพวกมึงอะ” ลูกน้องพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานที่รับผิดชอบอยู่ต่อไป
“เธอไปนั่งรอเค้าในห้องแอร์เย็นๆ เถอะ นั่งแถวนี้ยุงจะกัดเอา” เขาเอ่ยบอกน้ำใสด้วยความเป็นห่วง เพราะในอู่อากาศร้อน แถมตกเย็นยุงก็เยอะ
“เดี๋ยวเค้าช่วยเป็นลูกมือให้พี่ดีกว่า พี่อยากได้อะไรเค้าจะช่วยหยิบให้” เธออยากช่วยให้งานเขาเสร็จเร็วขึ้น จึงขันอาสาเป็นลูกมือคอยหยิบจับหาอุปกรณ์ให้กับเขา เพราะอยู่ด้วยกันมาสามปีเธอก็รู้จักอุปกรณ์ซ่อมและอะไหล่ของรถแทบจะทุกชิ้น เธอคอยสังเกตจดจำและเรียนรู้เวลาที่ได้อยู่เป็นเพื่อนเขาตอนซ่อมรถยนต์
“น่ารักจริงๆ เลย” เขาอยากจะเอามือบีบแก้มนุ่มนั่นสักทีแต่ติดที่ตอนนี้มือเปื้อนเลยต้องโน้มในหน้าลงไปใกล้กับเธอใช้จมูกคมหยอกเย้าจมูกรั้นแทน ก่อนหยัดกายขึ้นเต็มความสูง
“พี่น้ำคะ” น้ำใสหันไปตามเสียงเรียก
“ยังมีน้ำเหลืออยู่ไหมคะ พวกพี่ที่ล้างรถอยู่ตรงนั้นยังไม่ได้ค่ะ” เว็นดี้ที่แจกน้ำให้พนักงานแต่ยังไม่ครบจึงมาถามที่น้ำใส
“นี่จ้ะ” ยื่นถุงใส่ขวดน้ำหวานให้กับเว็นดี้รับไป แต่เธอก็ยังไม่ได้ไปทันทีก่อนจะพูดบางอย่างกับน้ำใสและฟีนิกซ์
“คู่ของพวกพี่ดูน่ารักจัง น่า อิจฉา สุดๆ ไปเลยอะ หนูอยากเจอความรักแบบนี้บ้าง” สายตาของเว็นดี้มองน้ำใสสลับกับฟีนิกซ์ ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อเกิดภายในจิตใจหากว่าเธอนั้นเจอผู้ชายแบบนี้บ้างคงจะรู้สึกดีไม่น้อย คนอื่นจะมองมาที่คู่ของเธอแล้วอิจฉาบ้างหรือไม่?
“ต้องได้เจอสิ” น้ำใสตอบพร้อมกับยิ้มให้เว็นดีอย่างเอ็นดู ตอนนี้หญิงสาวคงจะรู้สึกอ้างว้างในจิตใจ แต่น้ำใสก็ผ่านจุดนั้นมาได้และเข้าใจดี กว่าจะเจอความรักดีๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว และหวังว่าความรักครั้งนี้ของเธอจะเป็นความรักที่ดีอย่างที่เธอหวังไว้เช่นกัน
“ทำไมถึงไปตัดผมสั้นล่ะ” น้ำใสที่พึ่งสังเกตเห็นจึงเอ่ยทักเพราะปกติเว็นดี้มีผมยาวสลวย แต่วันนี้เธอกลับไปตัดมันสั้นประบ่า
“เพราะอกหักมั้งคะ เลยอยากตัดผมสั้น”
“ทำไมอกหักต้องไปตัดผมสั้น มันตัดใจยากเหรอเลยตัดผมก่อน” ฟีนิกซ์ว่าแซว
“โห พี่แรงนะ” เว็นดี้ทำหน้ายู่
“ถ้าอกหักบ่อยๆ ติดกัน ไม่ต้องโกนผมหมดทั้งหัวเลยเหรอ”
“ก็ไม่ขนาดนั้นไหมพี่ฟีนิกซ์ หนูแค่อยากเปลี่ยนตัวเองอะ”
“เปลี่ยนทำไม ตอนผมยาวก็ดีอยู่แล้ว ใช่ไหมน้ำ” หันไปขอความคิดเห็นจากคนรัก
“น้ำว่าเว็นดี้ผมสั้นก็สวยไปอีกแบบนะ ทำอะไรแล้วทำให้เราสบายใจก็ทำไปเถอะ”
“แต่พี่ชอบผมยาวของน้ำที่สุดเลย สวยมากยิ่งย้อมสีนี้แล้วเข้ากับเธอมาก” ไม่รู้สเปคผู้หญิงของคนอื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับฟีนิกซ์แล้วเขาชอบผู้หญิงที่ผมยาวและมีผมที่สวยนุ่มแถมยังชอบกลิ่นหอม
เว็นดี้รับฟังที่พี่ทั้งสองคนพูดและพยักหน้าราวกับกำลังเข้าใจและภายในหัวก็ครุ่นคิดบางอย่างไปด้วย
“หนูเอาน้ำไปให้พี่ ๆ ทางนู้นก่อนนะคะ เดี๋ยวมาคุยเล่นด้วย”
“เลยเวลาเลิกงานแล้วเว็นดี้ยังไม่กลับเหรอ”
“พวกพี่เขาไม่กลับ หนูก็ไม่กล้ากลับก่อนหรอกค่ะ เกรงใจ” อาจจะเพราะเกรงใจคนอื่นที่ยังคงทำงานกันอย่างขันแข็ง หากเธอจะกลับก่อนก็จะดูไม่ดีเอาได้ แม้งานของเธอไม่ได้มีอะไรแล้วก็ตาม แต่ด้วยความเกรงใจจึงต้องอยู่ต่อ
“งั้นเอาน้ำไปให้พี่เขาเถอะ” หลังจากที่เว็นดี้เดินจากไปฟีนิกซ์ก็หันมาทางคนรัก
“พี่ขอกินน้ำอีกทีก่อนไปลุยงานต่อหน่อยสิ”
“นี่ค่ะ” เธอยกขวดเครื่องดื่มมือจับที่หลอดเกือบถึงปลายของมัน โน้มไปที่ปากของฟีนิกซ์ เขาดูน้ำหวานขาดในไปอึกใหญ่ ก่อนจะหอมแก้มเธออีกรอบ
“ซ่อมรถต่อก่อนนะ นั่งรอพี่ก่อนนะเดี๋ยวพาไปหาของอร่อยกิน”
“อืม” เธอยิ้มหวานตอบ
โดยที่ทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาอย่างรู้สึกอิจฉา หากเธอได้ครอบครองความรักที่ดีแบบนี้บ้างมันจะเป็นอย่างไรกันนะ และหากได้ครอบครองผู้ชายคนนี้ ความรักของเธอจะดีเช่นนี้หรือเปล่า?
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก
สองวันต่อมาจากวันครบรอบน้ำใสก็ต้องเดินทางออกต่างจังหวัดไปทำงานเซลล์ของเธอ หลังจากไปเจอลูกค้าและส่งของเสร็จน้ำใสก็ฝากงานไปกับเจี๊ยบเพราะเธอขอลาต่ออีกสี่วันเพื่อที่จะไปเยี่ยมแม่ ไหน ๆ ก็ผ่านบ้านเกิดเธอพอดี รถยนต์ของบริษัทฟีรารีสขับเข้าไปในซอยที่มีบ้านเช่าหลังสีขาว เป็นบ้านสองชั้น ในรั้วไม้ทาสีขาว ภา
ในที่สุดก็ถึงวันครบรอบสี่ปีแล้วหลังเลิกงานน้ำใสเดินทางมารับของขวัญที่สั่งทำให้ฟีนิกซ์ก่อนจะเดินทางไปต่อที่ร้านอาหารสุดหรูที่เราจะไปด้วยกันในวันครบรอบทุกปีเธอจองโต๊ะเอาไว้และไปนั่งรอเขาที่ภัตตาคารหรูที่ตั้งอยู่บนโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง โต๊ะถูกคลุมด้วยผ้าปูสีขาวตรงกลางวางเชิงเทียนเอาไว้พร้อมกับ
หลังจากที่ฟีนิกซ์เดินออกจากห้องไปน้ำใสก็รีบตามไปทันทีเพราะเธอมัวแต่โกรธจนลืมไปว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคือลูกที่อยู่ในท้องตอนนี้ ทว่าฟีนิกซ์กลับขับรถออกไปด้วยความรวดเร็ว เธอไม่รู้เลยว่าเขาไปที่ไหนในเวลานี้ น้ำใสลองตามไปดูที่อู่ของเขาก็พบว่าปิดไฟมืดสนิท เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับกันไปหมดแ
Superior raceเวลา 19.25 น.คืนนี้ที่อู่คึกคักเป็นพิเศษเพราะฟีนิกซ์จัดงานเลี้ยงฉลองวันสิ้นปีล่วงหน้าให้กับพนักงาน น้ำใสขอตามมาด้วยซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม ทว่าทันทีที่เธอเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศกลับเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด พนักงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะต่างก็รู้ดีว่าช่วงนี้ฟีนิกซ







