เข้าสู่ระบบหลายวันต่อมาที่ Superior race
ฟีนิกซ์ที่พึ่งเดินทางมาถึงร้านของตัวเองเปิดประตูเข้าไปด้านในร้านก็เจอกับเว็นดี้ที่กำลังวุ่นอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ เธอคงจะทำการตรวจนับสต๊อกของจำพวกอะไหล่เหมือนเช่นทุกวัน แต่ทว่าเขากลับสะดุดตากับผมของเธอที่วันนี้มันกลับมายาวแล้ว
“พี่ฟีนิกซ์สวัสดีค่ะ” เธอละสายตาจากงานก่อนจะทักทายเจ้าของร้าน
“เมื่อวานผมยังสั้นอยู่วันนี้ยาวแล้ว ใช้แชมพูอะไรเนี่ย” เอ่ยทักขึ้นทันที
“ใช้แชมพูมันจะยาวเร็วขนาดนี้เหรอคะ”
“อ้าวเหรอ” ว่างพลางยิ้มปนขำที่ได้แกล้งหยอกคนอื่นตามนิสัย
“หนูไปต่อผมมาหรอก”
“เขาไม่ฮิตผมสั้นกันแล้วหรือไง”
“หนูว่าหนูไม่เหมาะกับผมสั้นเลยอะ มันดูขัดตาเวลามองกระจก อีกอย่างหนูมูฟออนได้แล้วด้วยเลยคิดว่ากลับมาผมยาวแบบเดิมสวยกว่า”
“อืมคิดได้ก็ดีแล้ว ผู้ชายเหี้ย ๆ แบบนั้นน่ะอย่าไปสนใจหาใหม่ดีกว่าผู้ชายมีเยอะแยะ” เขาเดินมาหยุดที่โซฟาก่อนจะหย่อนกายนั่งลงหยิบมือถือออกมาเล่นอย่างสบายใจ วันนี้ไม่มีคิวซ่อมด่วนเขาจึงไม่ได้ไปช่วยช่างของร้านซ่อมจึงมานั่งเล่นในห้องแอร์เย็นๆ
“หนูก็คิดงั้น” เธอเดินออกมาจากเคาท์เตอร์ เดินไปเอาน้ำกับขนมมาเสิร์ฟให้ฟีนิกซ์ที่ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา
“พี่ฟีนิกซ์”
“หืม”
“หนูปรึกษาพี่ได้ไหม”
“เรื่อง”
“พี่ว่าหนูย้อมผมดีไหม”
“ก็แล้วแต่ ที่ร้านไม่ได้ห้าม”
“พี่ว่าย้อมหนูควรย้อมสีอะไรดี”
“สีอะไรก็ได้ สีรุ้งยังได้ เอาที่ชอบ”
“พี่ชอบสีอะไรเหรอ แล้วชอบผู้หญิงที่มีผมสีอะไรเหรอ” มือของฟีนิกซ์เขี่ยมือถือช้าลง ก่อนที่จะละสายตาขึ้นมองหน้าของคนที่ถาม ดวงตาของเธอนั้นเป็นประกายเหมือนกำลังคาดหวังกับคำตอบแถมยังแฝงนัยบางอย่าง
“ไม่ได้มีตายตัว แต่ชอบคนที่มีผมสวย ทำสีแล้วเข้ากับตัวเอง”
“แล้วอย่างอื่นล่ะคะ มีชอบอะไรเป็นพิเศษไหม หนูแค่อยากรู้น่ะว่าผู้ชายชอบผู้หญิงแบบไหนกัน”
“ทำไมไม่ลองถามพี่ชายเธอทั้งสองคนดู”
“ถามแล้วได้อะไร ก็ได้แต่คำด่าสิคะ พี่สองคนนั้นเขาไม่ชอบให้หนูถามเรื่องอะไรแบบนี้หรอก แต่หนูแอบไปถามพวกพี่ปื๊ดพี่จั๊ด พี่บอลมาหมดแล้ว อยากรู้ของพี่บ้างอะ”
“จะเก็บสถิติไปทำวิจัยหรือไง?”
“ก็กลัวเลือกแล้วมันไม่เข้ากับตัวเองไง เลยลองถามพี่ๆ ดู”
“พี่ชอบแบบน้ำใสอะ” ตอบออกไปทำให้เว็นดี้หยุดคิดไปชั่วครู่
“พี่น้ำนี่โชคดีเนอะ”
“ยังไง”
“ที่มีพี่เป็นแฟนไง พี่คงรักพี่น้ำมากเลยนะ อะไรก็พี่น้ำมาก่อนตลอด ผู้หญิงเขาก็อยากมีแฟนที่ใส่ใจแบบพี่ทั้งนั้น ถ้าหนูเป็นพี่น้ำนะคงรู้สึกโชคดีแบบสุดๆ ไปเลย”
“...” ฟีนิกซ์เงียบไปก่อนจะมองหน้าของเว็นดี้ด้วยสายตายากจะคาดเดาความรู้สึกนึกคิด ทำให้เธอต้องรีบปลีกตัวออก
“หนูไปทำงานต่อแล้วนะ ไม่กวนพี่แล้ว” เว็นดี้เดินไปทำงานต่อ ฟีนิกซ์ก็ออกไปซ่อมรถในอู่เลยทันทีเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็นก็เป็นเวลาเลิกงาน
ฟีนิกซ์ขยับออกมาจากใต้ท้องรถที่กำลังซ่อมเสร็จพอดี พรุ่งนี้ก็เหลือเช็กอีกเล็กน้อยถ้าขับได้ปกติแล้วก็ถือว่าใช้ได้ รถคันนี้เป็นของน้ำใสเขาซ่อมให้เองกับมือ ถึงจะต้องซ่อมต้องเปลี่ยนอะไหล่ให้บ่อยแต่เขาก็เต็มใจที่จะทำให้คนรัก ตอนแรกก็ไม่ได้เรียนช่างมาแต่ด้วยความชอบเขาก็เรียนรู้เอง และก็เรียนรู้จากพวกลูกน้อง ก่อนหน้านี้เลยลงเรียนเพิ่มไปตอนนี้ก็ถือว่าเขาเป็นช่างเต็มตัวแล้ว
“เฮียพวกผมกลับก่อนนะ”
“เออ กลับดีๆ ล่ะพวกมึง” เขาพยักหน้าให้ลูกน้องก่อนจะลืมตัวใช้มือเปื้อนปาดเหงื่อให้ตัวเองจนหน้าเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องสีดำ
“พี่ฟีนิกซ์คะ หนูกลับก่อนนะ” เว็นดี้ถือกระเป๋าใบเล็กๆ ของเธอตรงมาหาเจ้านายของเธอเพื่อที่จะบอกลาเขา
“อืม”
“หน้าพี่เปื้อนอะ” ชายหนุ่มก้มลงมองมือตัวเองเพราะเมื่อกี้ยกมือขึ้นเช็กเหงื่อ
“เมื่อกี้ลืมตัวอะดิ เอามือไปปาดเหงื่อ”
“อยู่นิ่งนิ่งๆ นะ” เธอหยิบกระดาษทิชชูออกมาเช็ดให้
“ออกแล้วค่ะ” ฟีนิกซ์มองเธอแต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำให้เว็นดี้รู้สึกตัว
“หนูขอโทษค่ะ หนูเสียมารยาท”
“ไม่เป็นไร” เว็นดี้หน้าเสียเล็กน้อย
“ไม่ต้องคิดมาก กลับบ้านได้แล้ว” เขาเป็นผู้ชายผ่านผู้หญิงมาเยอะและเห็นวิธีที่ผู้หญิงใช้เพื่อจะเข้าหาเขาในหลายรูปแบบก็พอจะอ่านท่าทางของเธอออก
“ค่ะ”
เขามองตามหลังเธอจนกระทั่งเธอขึ้นรถส่วนตัวขับออกไป กลิ่นน้ำหอมของเธอมันช่างคล้ายกับของน้ำใสก่อนหน้านี้เธอใช้กลิ่นแบบนี้ไหม หรือเพราะวันนี้เราอยู่ใกล้กัน แต่ถ้าใช้กลิ่นเดียวกันก็ไม่แปลกนักเพราะน้ำหอมกลิ่นที่นิยมก็มีไม่กี่กลิ่น เขาไม่อยากคิดมากจึงสลัดเรื่องนี้ออกจากหัวไปก่อนจะกดโทรหาคนรัก เพราะวันนี้เหนื่อยอยากกินอาหารฝีมือของเธอ
(ว่าไงคะ)
“อยากกินสตูเนื้อที่เธอทำ”
(อืม…แต่วันนี้เค้าทำงานล่วงเวลานะ พี่หิวมากไหม รอไหวไหม ถ้าไม่ไหวหาอะไรรองท้องไปก่อนนะคะ)
“รอได้ อยากกินที่เธอทำให้”
(โอเคค่ะ งั้นพี่ไปซื้อของให้ได้ไหม ถ้าเค้าเลิกงานแล้วไปซื้อมันจะช้า)
“เอาอะไรบ้าง”
(เดี๋ยวเค้าพิมพ์ไปในแชทให้นะ พี่ก็ซื้อมาตามนั้นเลย)
“อืม รอที่ห้องนะ”
(ค่ะ เสร็จงานแล้วเค้าจะรีบกลับ)
หลายวันต่อมาถึงเวลาที่น้ำใสต้องออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดอีกแล้ว ฟีนิกซ์จึงขับรถมาส่งเธอที่หน้าบริษัท“พี่คะเค้าไปก่อนนะ”“เจอกันอาทิตย์หน้า ถึงที่พักแล้วโทรหาด้วย”“อืม” กอดเธอก่อนที่จะแยกกัน ส่วนเขาเองก็ขับรถไปที่ร้าน แม้จะผ่านมาหบายวันแล้วแต่เรื่องที่ทะเลาะกับพ่อยังคงวนเวียนมากวนใจเขาไม่หายพอไปถึงก็เห็นว่าลูกน้องอย่างบอลกำลังเดินออกมาสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้ด้านอกอู่ตามปกติ ฟีนิกซ์เห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับขอบุหรี่ลูกน้อง“ขอตัวหนึ่งดิ” บอลยื่นซองบุหรี่พร้อมกับไฟแช็ก สำหรับจุดไฟให้กับเจ้านายของตน“ซ้อไม่ชอบให้สูบไม่ใช่เหรอเฮีย”“มึงก็อย่าให้เมียกูรู้ดิ มึงไม่บอกกูไม่บอก เมียกูก็ไม่รู้” ปากคาบบุหรี่พร้อมกับจุดไฟที่ส่วนปลายมวน พอมันติดไฟก็รีบสูดควันเข้าไปเต็มปอดก่อนพ่นออกไปบนอากาศ“แค่ได้กลิ่นติดเสื้อผ้าก็รู้แล้วหรือเปล่า”“เมียกูไปต่างจังหวัดอาทิตย์หนึ่ง สูบวันนี้คงไม่ติดไปทั้งเจ็ดวันหรอกมั้ง”“ก็จริงเฮีย” ลูกน้องก็เห็นด้วยพอสูบบุหรี่ก็ทำให้ดีขึ้นมาบ้าง แต่ว่ามันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นเขานั้นอยากดื่มแก้เครียดด้วย“เดี๋ยวมึงไปบอกทุกคนนะว่าเย็นนี้กูเลี้ยงเหล้าที
“ไอ้ฟีนิกซ์!” ชายหนุ่มยิ้มอย่างสะใจเมื่อเห็นสีหน้าของพ่อกำลังโมโหก่อนหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ก้าวถอยออกมาจากโต๊ะอาหาร“ผมไม่อยากพูดมากหรอกนะเรื่องของป๊า แต่ผมขอล่ะ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับผมอีก ผมจะทำอะไรที่ไหนก็เรื่องของผม”“แต่แกเป็นลูกป๊า ป๊าไม่อยากให้แกเป็นแค่ไอ้เศษสวะที่ไร้อนาคต ฉันสร้างทุกอย่างเพื่อให้แกกับน้องแกจะได้ไม่ต้องลำบาก พอฉันตายไปบริษัทก็เป็นของพวกแก แค่ขอให้มาช่วยงานทำให้ไม่ได้หรือไง”“งั้นรอป๊าตายก่อนดิ ผมจะมาช่วย”“ไอ้ฟีนิกซ์”ปึ้ง!! เสียงฝ่ามือหยาบตบลงบนโต๊ะด้วยความไม่พอใจอย่างสุดขีดก่อนจะลุกพรวดขึ้นตบหน้าลูกชายอย่างแรงจนหน้าหันตอนนี้ทุกคนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ฟีน่ารีบเข้าไปดึงแขนพ่อของตัวเองส่วน ภิรดา ก็เข้าไปดูใบหน้าของลูกชายมุมปากของเขามีเลือดซึมออกมามือและดวงตาของเธอสั่นเครือ“มันต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยหรือไง ลูกอุตส่าห์กลับบ้านมากินข้าวพร้อมหน้ากัน ทำไมต้องทำร้ายกันด้วย” ภริดาหันไปตวาดใส่สามีที่ใช้ความรุนแรงกับลูก“ก็ดูมันพูดกับผมสิดา ดูมันพูดกับพ่อตัวเองสิ ตบแค่นี้ยังถือว่าปรานีมากแล้ว ทำตัวห่าเหว ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ฉันอุตส่าห์จะทำให้มันมีอนาคตที่ดี แล้วดูมั
คฤหาสน์ตระกูล อัครภูมิไพศาลในเย็นวันนั้นน้ำใสและฟีนิกซ์เดินทางไปที่บ้านของชายหนุ่ม เพื่อทานข้าวกับครอบครัว และเป็นการแนะนำตัวของน้ำใสอย่างเป็นทางการกับพ่อแม่ของฝ่ายชายด้วย เธอจึงเลือกชุดที่ดูเป็นกึ่งทางการ สีครีมเรียบร้อย รวบเป็นผมหางม้า แต่งหน้าเบาๆ ด้วยเครื่องสำอางโทนสีนูดหน่อยๆส่วนฟีนิกซ์ก็ยังคงเป็นตัวเอง ที่ชอบใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนเช่นเคย“สวัสดีค่ะคุณฟีนิกซ์ คุณท่านรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วค่ะ” แม่บ้านมารอต้อนรับพร้อมกับเดินนำทางไปยังโต๊ะทานอาหาร ที่ตอนนี้พ่อแม่ และน้องสาวของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว น้ำใสนั้นยกมือไหว้พ่อและแม่ของเขาพร้อมกับรอยยิ้ม“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีจ้ะ นั่งสิลูก เดี๋ยวให้แม่บ้านตักข้าวให้ กินเยอะไหม เอากี่ทัพพีดี” แม่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม และถามอย่างเอ็นดู“กับข้าวน่ากินมากเลยค่ะ ขอข้าวเยอะ ๆ ได้ไหมคะคุณแม่” “ได้สิจ๊ะ เต็มที่เลยนะหนูน้ำวันนี้อยากกินอะไรเพิ่มอีกก็บอกแม่ได้”“คุณแม่น่ารักที่สุดเลยค่ะ” เพราะรู้จักและคุ้นเคยกับคุณแม่ของเขาอยู่แล้ว เธอจึงพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเองก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ข้างแฟนหนุ่ม แต่ก่อนหน้านั้นเขาไม่ลืมที่จะลากเก้าอี้ให้แฟนสาวนั่งก่อน
แกร๊ก! เสียงเปิดประตูทำให้ทั้งสองคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน“เฮียอยู่นี่ไหม” ฟีน่าเจอกับภาพที่หญิงสาวที่เธอไม่รู้จักกำลังโน้มใบหน้าเข้าหาพี่ชายของเธอที่มีแฟนอยู่แล้ว“กำลังทำอะไรกัน” สีหน้าของฟีน่าแสดงความไม่พอใจพร้อมกับน้ำเสียงที่เข้มขึ้น เว็นดี้รีบผละออกจากฟีนิกซ์เดินออกมาห่างจากเขา หลุบใบหน้าลงไม่กล้าสบตาฟีน่า“ไม่มีอะไร” ฟีนิกซ์ตอบ“เฮีย” ว่ากดเสียงต่ำพร้อมกับสายตาคาดคั้น“ก็มันไม่มีอะไร เมื่อกี้น้องเขาแค่เอาขนมมาให้” ก่อนที่น้ำใสจะเดินตามเข้ามาทีหลัง เลยไม่ทันได้เห็นภาพดังกล่าว“แกจะรีบเดินอะไรขนาดนั้น”“ถ้าแกรีบเดินตามฉันเร็วกว่านี้หน่อยก็คง…” หันไปมองพี่ชายที่กำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาจริงจัง ฟีน่าเองก็รู้อยู่ว่าพี่ชายนั้นเคยผ่านผู้หญิงมามากมาย เธอกลัวว่าพี่ชายจะเป็นคนเจ้าชู้ตอนแรกเลยค้านหัวชนฝาไม่อยากให้พี่เธอคบกับน้ำใสด้วยซ้ำเธอไม่อยากให้น้ำใสต้องมาเสียใจอีกฟีน่าจำได้ดีในตอนที่น้ำใสผิดหวังและเสียใจจากรักครั้งแรกเธอเป็นคนที่อยู่ด้วยในทุกเหตุการณ์เห็นว่าน้ำใสเจ็บปวดและทรมาณมากแค่ไหนกับการถูกหักหลัง พอเห็นน้ำใสเจ็บในใจของฟีน่าเองก็เจ็บไม่ต่างกัน เธอชอบเห็นรอยยิ้มของเพื่อนมากก
วันต่อมาที่ Firaris Industry Co., Ltd. (บริษัท ฟีราริส อินดัสทรี จำกัด) ปึ้ง!!!มือคู่สวยตบลงบนโต๊ะทำทำงานของน้ำใสทำเอาเธอสะดุ้งโหยง จนต้องรีบเงยหน้ามองเจ้าของมือนั้นทันที“เป็นอะไรของแกเนี่ย จู่ๆ ก็มาตบโต๊ะ ใจหายใจคว่ำหมด”“ไปกับฉันหน่อย ตอนนี้!” ฟีน่าดึงแขนเพื่อนสนิทให้ลุกขึ้นตามเธอไป“ไปไหน ตอนนี้ฉันทำงานอยู่”“วางงานอื่นก่อน นี่เป็นคำสั่งซีอีโอเลยนะ” ก่อนจะหันไปบอกหัวหน้างานของน้ำใส“คุณเจี๊ยบคะ ฉันขอยืมตัวของน้ำใสไปหนึ่งวันได้ไหมคะ” “ได้ค่ะคุณ อภิชยา เชิญตามสบายเลยค่ะ” เจี๊ยบไม่ขัดอยู่แล้วเพราะฟีน่าเป็นถึงลูกของเจ้าของบริษัทแถมยังนั่งแท่นกรรมการบริหารด้วยพอลากน้ำใสขึ้นรถมาด้วยแล้วฟีน่าก็ขับรถตรงไปยังร้านของพี่ชาย “มีเรื่องอะไร ถึงลากฉันมาด้วยแบบนี้”“ไปช่วยกันเกลี้ยกล่อมเฮียหน่อย ป๊าโมโหที่เฮียไม่ยอมไปกินข้าวด้วย แถมเฮียน่าจะพูดอะไรที่ทำให้ป๊าไม่พอใจอีกน่ะ ถ้าไม่ไปวันนี้ป๊าคงสั่งคนไปพังร้านเฮียแน่”“มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ”“อืม ป๊ากับเฮียไม่ค่อยลงรอยกันน่ะ ตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลายแล้ว เฮียมักจะหลีกเลี่ยงป๊าตลอด เจอหน้ากันก็ทะเลาะกันทุกที”“มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า” “คงงั้นแหละ
หลังจากวางสายฟีนิกซ์ก็ขับรถกลับคอนโดเขาแวะไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนเพื่อซื้อของตามรายการที่แฟนสาวส่งให้และไม่ลืมที่จะซื้อเนื้อส่วนที่น้ำใสชอบทานมาด้วยพอเสร็จก็กลับไปรอที่คอนโด ฟีนิกซ์เอาของที่ซื้อมาไปวางไว้ในครัวก่อนที่ตัวเขาเองจะเข้าไปอาบน้ำเพื่อล้างตัวจากการทำงานหนักวันนี้ ทั้งกลิ่นเหงื่อและกลิ่นน้ำมันเครื่องติดตัวมาก็ต้องล้างออกให้หมดพออาบน้ำเสร็จก็จับมือถือมานั่งเล่นรอคนรักที่โซฟาหน้าทีวีมีสายเรียกเข้าบนมือถือของเขาสีหน้าอารมณ์ดีกลับแปลเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งทันทีเมื่อรู้ว่าใครโทรมาก่อนกดรับสายพร้อมกับน้ำเสียงไม่สบอารมณ์“ป๊ามีอะไร” (พรุ่งนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านหน่อย ป๊ามีเรื่องจะคุยด้วย) “เรื่องอะไรสำคัญมากไหม คุยตอนนี้ก็ได้ ฟังอยู่” (มากินข้าวที่บ้านอยากคุยต่อหน้า) “กินไม่ลง มันอยากจะอ้วก” (ป๊าพยายามพูดดี ๆ กับแกแล้วนะ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้อย่าทำให้มันยาก พรุ่งนี้มาทานข้าวที่บ้านด้วย) “ไม่ไป ถ้าอยากให้ผมไปมากป๊าก็ขับรถมาขอร้องอ้อนวอนผมสิ บางทีผมอาจจะคิดทบทวนอีกที” (อย่าให้ความอดทนป๊าหมดนะฟีนิกซ์) “หมดแล้วไง? ก็หมดไปสิ ใครสน” (แกน่าจะรู้ว่าป๊าทำอะไรได้บ้าง ถ้ายังอยาก







