LOGINหลายวันต่อมาที่ Superior race
ฟีนิกซ์ที่พึ่งเดินทางมาถึงร้านของตัวเองเปิดประตูเข้าไปด้านในร้านก็เจอกับเว็นดี้ที่กำลังวุ่นอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ เธอคงจะทำการตรวจนับสต๊อกของจำพวกอะไหล่เหมือนเช่นทุกวัน แต่ทว่าเขากลับสะดุดตากับผมของเธอที่วันนี้มันกลับมายาวแล้ว
“พี่ฟีนิกซ์สวัสดีค่ะ” เธอละสายตาจากงานก่อนจะทักทายเจ้าของร้าน
“เมื่อวานผมยังสั้นอยู่วันนี้ยาวแล้ว ใช้แชมพูอะไรเนี่ย” เอ่ยทักขึ้นทันที
“ใช้แชมพูมันจะยาวเร็วขนาดนี้เหรอคะ”
“อ้าวเหรอ” ว่างพลางยิ้มปนขำที่ได้แกล้งหยอกคนอื่นตามนิสัย
“หนูไปต่อผมมาหรอก”
“เขาไม่ฮิตผมสั้นกันแล้วหรือไง”
“หนูว่าหนูไม่เหมาะกับผมสั้นเลยอะ มันดูขัดตาเวลามองกระจก อีกอย่างหนูมูฟออนได้แล้วด้วยเลยคิดว่ากลับมาผมยาวแบบเดิมสวยกว่า”
“อืมคิดได้ก็ดีแล้ว ผู้ชายเหี้ย ๆ แบบนั้นน่ะอย่าไปสนใจหาใหม่ดีกว่าผู้ชายมีเยอะแยะ” เขาเดินมาหยุดที่โซฟาก่อนจะหย่อนกายนั่งลงหยิบมือถือออกมาเล่นอย่างสบายใจ วันนี้ไม่มีคิวซ่อมด่วนเขาจึงไม่ได้ไปช่วยช่างของร้านซ่อมจึงมานั่งเล่นในห้องแอร์เย็นๆ
“หนูก็คิดงั้น” เธอเดินออกมาจากเคาท์เตอร์ เดินไปเอาน้ำกับขนมมาเสิร์ฟให้ฟีนิกซ์ที่ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา
“พี่ฟีนิกซ์”
“หืม”
“หนูปรึกษาพี่ได้ไหม”
“เรื่อง”
“พี่ว่าหนูย้อมผมดีไหม”
“ก็แล้วแต่ ที่ร้านไม่ได้ห้าม”
“พี่ว่าย้อมหนูควรย้อมสีอะไรดี”
“สีอะไรก็ได้ สีรุ้งยังได้ เอาที่ชอบ”
“พี่ชอบสีอะไรเหรอ แล้วชอบผู้หญิงที่มีผมสีอะไรเหรอ” มือของฟีนิกซ์เขี่ยมือถือช้าลง ก่อนที่จะละสายตาขึ้นมองหน้าของคนที่ถาม ดวงตาของเธอนั้นเป็นประกายเหมือนกำลังคาดหวังกับคำตอบแถมยังแฝงนัยบางอย่าง
“ไม่ได้มีตายตัว แต่ชอบคนที่มีผมสวย ทำสีแล้วเข้ากับตัวเอง”
“แล้วอย่างอื่นล่ะคะ มีชอบอะไรเป็นพิเศษไหม หนูแค่อยากรู้น่ะว่าผู้ชายชอบผู้หญิงแบบไหนกัน”
“ทำไมไม่ลองถามพี่ชายเธอทั้งสองคนดู”
“ถามแล้วได้อะไร ก็ได้แต่คำด่าสิคะ พี่สองคนนั้นเขาไม่ชอบให้หนูถามเรื่องอะไรแบบนี้หรอก แต่หนูแอบไปถามพวกพี่ปื๊ดพี่จั๊ด พี่บอลมาหมดแล้ว อยากรู้ของพี่บ้างอะ”
“จะเก็บสถิติไปทำวิจัยหรือไง?”
“ก็กลัวเลือกแล้วมันไม่เข้ากับตัวเองไง เลยลองถามพี่ๆ ดู”
“พี่ชอบแบบน้ำใสอะ” ตอบออกไปทำให้เว็นดี้หยุดคิดไปชั่วครู่
“พี่น้ำนี่โชคดีเนอะ”
“ยังไง”
“ที่มีพี่เป็นแฟนไง พี่คงรักพี่น้ำมากเลยนะ อะไรก็พี่น้ำมาก่อนตลอด ผู้หญิงเขาก็อยากมีแฟนที่ใส่ใจแบบพี่ทั้งนั้น ถ้าหนูเป็นพี่น้ำนะคงรู้สึกโชคดีแบบสุดๆ ไปเลย”
“...” ฟีนิกซ์เงียบไปก่อนจะมองหน้าของเว็นดี้ด้วยสายตายากจะคาดเดาความรู้สึกนึกคิด ทำให้เธอต้องรีบปลีกตัวออก
“หนูไปทำงานต่อแล้วนะ ไม่กวนพี่แล้ว” เว็นดี้เดินไปทำงานต่อ ฟีนิกซ์ก็ออกไปซ่อมรถในอู่เลยทันทีเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็นก็เป็นเวลาเลิกงาน
ฟีนิกซ์ขยับออกมาจากใต้ท้องรถที่กำลังซ่อมเสร็จพอดี พรุ่งนี้ก็เหลือเช็กอีกเล็กน้อยถ้าขับได้ปกติแล้วก็ถือว่าใช้ได้ รถคันนี้เป็นของน้ำใสเขาซ่อมให้เองกับมือ ถึงจะต้องซ่อมต้องเปลี่ยนอะไหล่ให้บ่อยแต่เขาก็เต็มใจที่จะทำให้คนรัก ตอนแรกก็ไม่ได้เรียนช่างมาแต่ด้วยความชอบเขาก็เรียนรู้เอง และก็เรียนรู้จากพวกลูกน้อง ก่อนหน้านี้เลยลงเรียนเพิ่มไปตอนนี้ก็ถือว่าเขาเป็นช่างเต็มตัวแล้ว
“เฮียพวกผมกลับก่อนนะ”
“เออ กลับดีๆ ล่ะพวกมึง” เขาพยักหน้าให้ลูกน้องก่อนจะลืมตัวใช้มือเปื้อนปาดเหงื่อให้ตัวเองจนหน้าเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องสีดำ
“พี่ฟีนิกซ์คะ หนูกลับก่อนนะ” เว็นดี้ถือกระเป๋าใบเล็กๆ ของเธอตรงมาหาเจ้านายของเธอเพื่อที่จะบอกลาเขา
“อืม”
“หน้าพี่เปื้อนอะ” ชายหนุ่มก้มลงมองมือตัวเองเพราะเมื่อกี้ยกมือขึ้นเช็กเหงื่อ
“เมื่อกี้ลืมตัวอะดิ เอามือไปปาดเหงื่อ”
“อยู่นิ่งนิ่งๆ นะ” เธอหยิบกระดาษทิชชูออกมาเช็ดให้
“ออกแล้วค่ะ” ฟีนิกซ์มองเธอแต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำให้เว็นดี้รู้สึกตัว
“หนูขอโทษค่ะ หนูเสียมารยาท”
“ไม่เป็นไร” เว็นดี้หน้าเสียเล็กน้อย
“ไม่ต้องคิดมาก กลับบ้านได้แล้ว” เขาเป็นผู้ชายผ่านผู้หญิงมาเยอะและเห็นวิธีที่ผู้หญิงใช้เพื่อจะเข้าหาเขาในหลายรูปแบบก็พอจะอ่านท่าทางของเธอออก
“ค่ะ”
เขามองตามหลังเธอจนกระทั่งเธอขึ้นรถส่วนตัวขับออกไป กลิ่นน้ำหอมของเธอมันช่างคล้ายกับของน้ำใสก่อนหน้านี้เธอใช้กลิ่นแบบนี้ไหม หรือเพราะวันนี้เราอยู่ใกล้กัน แต่ถ้าใช้กลิ่นเดียวกันก็ไม่แปลกนักเพราะน้ำหอมกลิ่นที่นิยมก็มีไม่กี่กลิ่น เขาไม่อยากคิดมากจึงสลัดเรื่องนี้ออกจากหัวไปก่อนจะกดโทรหาคนรัก เพราะวันนี้เหนื่อยอยากกินอาหารฝีมือของเธอ
(ว่าไงคะ)
“อยากกินสตูเนื้อที่เธอทำ”
(อืม…แต่วันนี้เค้าทำงานล่วงเวลานะ พี่หิวมากไหม รอไหวไหม ถ้าไม่ไหวหาอะไรรองท้องไปก่อนนะคะ)
“รอได้ อยากกินที่เธอทำให้”
(โอเคค่ะ งั้นพี่ไปซื้อของให้ได้ไหม ถ้าเค้าเลิกงานแล้วไปซื้อมันจะช้า)
“เอาอะไรบ้าง”
(เดี๋ยวเค้าพิมพ์ไปในแชทให้นะ พี่ก็ซื้อมาตามนั้นเลย)
“อืม รอที่ห้องนะ”
(ค่ะ เสร็จงานแล้วเค้าจะรีบกลับ)
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก
สองวันต่อมาจากวันครบรอบน้ำใสก็ต้องเดินทางออกต่างจังหวัดไปทำงานเซลล์ของเธอ หลังจากไปเจอลูกค้าและส่งของเสร็จน้ำใสก็ฝากงานไปกับเจี๊ยบเพราะเธอขอลาต่ออีกสี่วันเพื่อที่จะไปเยี่ยมแม่ ไหน ๆ ก็ผ่านบ้านเกิดเธอพอดี รถยนต์ของบริษัทฟีรารีสขับเข้าไปในซอยที่มีบ้านเช่าหลังสีขาว เป็นบ้านสองชั้น ในรั้วไม้ทาสีขาว ภา
หลังจากที่ฟีนิกซ์เดินออกจากห้องไปน้ำใสก็รีบตามไปทันทีเพราะเธอมัวแต่โกรธจนลืมไปว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคือลูกที่อยู่ในท้องตอนนี้ ทว่าฟีนิกซ์กลับขับรถออกไปด้วยความรวดเร็ว เธอไม่รู้เลยว่าเขาไปที่ไหนในเวลานี้ น้ำใสลองตามไปดูที่อู่ของเขาก็พบว่าปิดไฟมืดสนิท เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับกันไปหมดแ
Superior raceเวลา 19.25 น.คืนนี้ที่อู่คึกคักเป็นพิเศษเพราะฟีนิกซ์จัดงานเลี้ยงฉลองวันสิ้นปีล่วงหน้าให้กับพนักงาน น้ำใสขอตามมาด้วยซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม ทว่าทันทีที่เธอเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศกลับเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด พนักงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะต่างก็รู้ดีว่าช่วงนี้ฟีนิกซ
วันนี้น้ำใสยังคงตื่นมาด้วยอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อย่างรุนแรง เธอทานอะไรแทบไม่ได้นอกจากน้ำเปล่า ช่วงพักเที่ยงน้ำใสไม่ได้สั่งอาหารเหมือนปกติ แต่เลือกซื้อเพียงผลไม้รสเปรี้ยวมาทานประทังหิวเท่านั้น เธอมานั่งร่วมโต๊ะกับปอยและทีมเซลล์ชุดเดิม เพราะความสนิทใจที่มีมากกว่าทีมอื่น“เนี่ยพี่ดูข่าวนี้ดิ” ปอยย







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)