Share

บทที่5

Penulis: moonlight -mini
last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-05 18:03:49

บทที่ 5

เมาเมาประะคองคุณหนูของตนปะปนฝูงชนที่กำลังเดินทางออกนอกประตูเมืองหลวง เนื่องจากใกล้เวลาปิดประตูแล้ว อีกทั้งผู้คนก็พลุกพล่านทำให้ทหารเวรยามหน้าประตูไม่สนใจขอทานสองคนที่เดินผ่านประตูออกนอกเมือง

ดีแล้ว เมืองหลวงจะได้ลดคนชั้นต่ำเช่นนี้ลงได้อีกสองคน ทหารยามคนหนึ่งปรายตามองสตรีสองนางที่เดินผ่านหน้าของตนโดยไม่ขอตรวจเอกสารด้วยซ้ำ

นางทั้งสองแต่งตัวมอซอ เนื้อตัวสกปรก เขาไม่อยากแม้แต่จะเฉียดใกล้พวกนางด้วยซ้ำ

แม้จะปวดบาดแผลที่ยังไม่หายดี หมิ่งหุ้ยก็กัดฟันก้าวเดินไปข้างหน้า ใบหน้าซีกซ้ายของนางเขียวช้ำจนใบหน้าบวมปูด คงจะถูกปลายแส้จากฝีมือหยงอิ่งจง แต่เมื่อใดนั้นนางจำไม่ได้แล้ว แต่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่แย่ หมิ่งหุ้ยมองว่ามันคือข้อดีเพราะนั่นทำให้คนที่รู้จักคุ้นเคยคุณหนูตระกูลหมิ่งจำนางในตอนนี้ไม่ได้

“ไหวไหมเจ้าคะ จ้างรถม้าดีหรือไม่” เมาเมากระซิบถามด้วยความเป็นห่วง พอลุกขึ้นนั่งได้ คุณหนูของนางก็ชวนนางเดินทางออกจากเมืองหลวงทันที แผลบนแผ่นหลังยังไม่หายดีด้วยซ้ำ

“ไม่ เดินไปนี่ล่ะ จ้างรถม้ามีแต่จะเสียเงิน พวกเราจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อวันข้างหน้าลืมแล้วเหรอ”

สมบัติที่หมิ่งหุ้ยมีติดตัวถูกเปลี่ยนเป็นเงินหมดแล้ว ได้เป็นตั๋วเงินมาแค่พันตำลึง ไม่รู้ว่าจะสามารถใช้ดำรงชีวิตไปได้นานเท่าใด แต่นางไม่ท้อ นางช่วยบิดาและพี่ชายค้าขายมาตั้งแต่เด็ก มีเงินหนึ่งพันตำลึง นางจะเอาไปต่อยอดลงทุนให้งอกเงยให้จงได้

“แต่บ้านข้าไกลมากนะเจ้าคะ”

“ตอนกลับไปเยี่ยมบิดาเจ้า เจ้ากลับเยี่ยงไร”

“เดินเท้าไปเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็เดินเท้า”

“แต่ร่างกาย..” พอเห็นสายตาดุที่ส่งมาจากคุณหนูแล้วเมาเมาไม่กล้าเอ่ยขัด

“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงข้า แต่เราต้องประหยัดนะเมาเมา อีกอย่างการนั่งรถม้านั่นสะดุดตาสังเกตได้ง่าย หากเดินไปแล้วเหนื่อยก็พัก สภาพเจ้ากับข้าตอนนี้แม้แต่ทหารยามหน้าประตูเมืองยังมองด้วยสายตาเหยียดหยาม ต่อให้ไท่จื่อเฟยนึกขึ้นได้ว่าไม่พบศพของข้า พระนางก็คงคาดเดาไม่ได้ว่าข้าจะกลายสภาพเป็นเช่นนี้ เจ้าใช้ชีวิตอยู่ที่หุบเขามาตั้งแต่เกิด ย่อมรู้ทางลัดเลาะที่ต้องเดินด้วยเท้า หากจ้างรถม้าก็เดินทางผ่านไม่ได้ เสียเงินโดยใช่เหตุ”

เมาเมาพยักหน้ารับ นางรั้งแขนของคุณหนูให้ทิ้งน้ำหนักตัวมาที่นางมากหน่อย จะได้ช่วยทุ่นแรง

“หากไม่ไหวต้องพักนะเจ้าคะ”

หมิ่งหุ้ยพยักหน้ารับ

“คุณหนูไม่เห็นต้องเรียกสตรีสารเลวผู้นั้นอย่างให้เกียรติสักนิด” เมาเมาบ่นอุบอิบ ที่คุณหนูของตนยังคงเอ่ยถึงสตรีใจทรามผู้นั้นอย่างยกย่อง

แม้ตัวนางจะเป็นเพียงสาวชาวบ้านแต่จิตใจไม่ต่ำช้าถึงเพียงนั้น คบชู้สู่ชายก็ย่ำแย่มากพออยู่แล้ว แต่กลับใส่ความคนตระกูลหมิ่งจนต้องตาย เพียงเพราะต้องการครอบครองบุรุษเพียงผู้เดียว ทั้ง ๆ ที่ตนเองนั้นได้ชื่อว่าเป็นสตรีที่มีสามีแล้ว

“ข้าไม่ได้ให้เกียรติคนเยี่ยงนั้น ข้าเพียงเรียกขานให้ติดปากปิดบังความเกลียดชังที่ข้ามีต่อพระนาง หากวันหนึ่งต้องเผชิญหน้ากัน ข้าจะไม่มีวันให้พระนางมีช่องมาเล่นงานข้าได้อีก ข้าไม่ลืมความแค้นที่สุมอยู่ในอกหรอกนะเมาเมา ไม่ว่ากี่วัน กี่เดือน กี่ปี ข้าก็จะกลับมาแก้แค้น” หมิ่งหุ้ยไขความกระจ่างให้สาวใช้คนสนิทน้ำเสียงที่เอ่ยเต็มไปด้วยความคับแค้น

หมิ่งหุ้ยหมุนตัวกลับมามองประตูเมืองหลวงที่ค่อย ๆ ปิดลง นางมองทะลุผ่านประตูเหล็กกล้า ทะลุผ่านไปจนถึงวังบูรพา ความแค้นที่ถูกสังหารทั้งตระกูล แม้กระทั่งเด็กที่ไม่รู้เรื่อง หยงอิ่งจงก็ยังลงมือ

นางมองเขาผิดไปได้ถึงเพียงนี้ ต่อจากนี้นางจะไม่มองผู้ใดที่ภายนอกอีกแล้ว ต่อให้โตมาด้วยกันคิดว่ารู้นิสัยใจคอแล้วก็ตาม นางจะเผื่อใจหากวันหนึ่งคนผู้นั้นจะกลายเป็นคนไม่ดี

ดูอย่างเหล่าขอทานในตรอกข้างตลาด ชีวิตที่ต้องถูกผู้คนหยามเหยียด เดินผ่านผู้ใดก็มีแต่คนเบือนหน้าหนี

บ้างก็ขับไล่ให้ไปพ้น ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จัก พวกเขาไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร เพียงขอเศษเงินเศษอาหารประทังชีวิต แต่พวกเขากลับมีน้ำใจช่วยเหลือคนใกล้ตายที่ไม่มีผลประโยชน์อะไรกับพวกเขา เพราะนางในตอนนี้แค่เอาตัวเองยังไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่ แต่นางก็จะสู้ สู้จนกว่าจะได้แก้แค้น

หมิ่งหุ้ยแม้จะไม่เหลือสิ่งใดอีกแล้ว ในมือมีเพียงความแค้น หากเป็นผู้อื่นคงจะหลบหนีเพื่อเอาตัวรอดเพราะอีกฝ่ายเป็นคนที่มิอาจต่อกรด้วยได้ นางกับไท่จื่อเฟยต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่นางจะวางความแค้นนี้ลงได้อย่างไร มิอาจทำได้เลยจริง ๆ

“ข้าในตอนนี้เหมือนตายทั้งเป็น ที่ยังเห็นยืนอยู่ก็แค่กายเนื้อที่ต้องดิ้นรนต่อไปเพื่อแก้แค้นให้ทุกคนในสกุลหมิ่ง ใช้ความแค้นเป็นแรงผลักให้กายหยาบนี้ยังหายใจเพียงหวังแม้เพียงเศษเสี้ยวว่าจะต้องล้างแค้น ข้าก็มีแรงที่จะเดินต่อ”

เมาเมามองคุณหนูของตน ดวงตาของนางแดงรื้น นางพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอย่างสุดกำลัง ขนาดคุณหนูของนางยังไม่ร้องแล้วนางจะร้องได้อย่างไร นางเองที่เคยเห็นมารดาล้มป่วยจนสิ้นใจไปต่อหน้ายังร้องไห้ฟูมฟายแทบขาดใจ

แต่คุณหนูของนางที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปอย่างโหดร้ายเพียงชั่วข้ามคืนกลับไม่มีน้ำตาสักหยด ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มสดใสตลอดเวลาในตอนนี้กลับปูดบวมจนน่าเกลียด

ไม่เหลือเค้าเดิมของสตรีที่งดงามจนบุรุษที่เดินสวนกันต้องเหลียวหลัง แววตาที่เคยสดใส เต็มไปด้วยความอาฆาต ภายในใจของคุณหนูคงแตกสลายไม่มีชิ้นดี เมาเมาแม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้

“อยากร้องก็ได้เถิด หรือจะร้องแทนข้าก็ได้”

สิ้นคำนั้นเมาเมาก็ปล่อยโฮออกมา โถมทั้งร่างโอบกอดคุณหนูของตนเอาไว้ คุณหนูของนางตัวก็แค่นี้กลับต้องมาพบเจอเรื่องโหดร้าย นางเองที่แค่ได้ยินเสียงกรีดร้องในวันนั้นยังหวาดกลัวจนเก็บเอาไปฝัน เห็นร่างนายท่านและฮูหยินยังอดเวทนาไม่ได้ สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้นี้ต้องเผชิญสิ่งเหล่านั้นด้วยตนเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่33

    บทที่ 33ตำหนักบูรพาในวันนี้ไม่เหมือนวันเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของตำหนักก็ยิ่งไม่เหมือนเดิม“ไท่จื่อ ฮองเฮาส่งเทียบของคุณหนูตระกูลต่าง ๆ มาให้อีกแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” ไท่จื่อที่เคยถูกหลอกเมื่อก่อน ตอนนี้โตเป็นชายหนุ่มร่างกำยำ เขาฝึกยุทธ์เหมือนเสด็จอาของเขา และยังคิดทำอะไรหลาย ๆ อย่างเหมือนเสด็จอาของตนด้วยที่เห็นกันชัด ๆ ก็คงเป็นเรื่องพระชายา เพราะครั้งหนึ่งเคยได้แต่งไปกับคนที่มีนิสัยเช่นซ่งอี้หลิน จึงทำให้มีปัญหาเรื่องความไว้ใจสตรีหากพูดคุยแล้วพึงใจแต่ดันไปทำอะไรให้พระองค์ตะขิดตะขวงใจแม้เพียงนิด ความพึงพอใจที่ผ่านมาอาจจะกลายเป็นศูนย์ไปเลยก็เป็นได้“แต่ว่า...”“เจ้าไม่ต้องมาพูดม

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่32

    บทที่ 32ในทุก ๆ ปี ท่านอ๋องหยางซวี่เหวินและพระชายาร่วมถึงบรรดาพระโอรสและพระธิดาจะเสด็จมาเมืองหลวงเป็นประจำทุกปีนั่นก็เพราะพระชายาจะพาหลาน ๆ มาเคารพสุสานบรรพชนและก็ไม่ลืมที่จะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนฮ่องเต้และฮองเฮา รวมถึงองค์รัชทายาทที่ยามนี้โตเป็นชายหนุ่มแล้ว“ทำไมที่นี่ถึงไม่มีคนอยู่หรือเสด็จแม่” พระโอรสคนที่สี่ซึ่งเป็นเด็กอยากรู้อยากเห็นเอ่ยถามขึ้นเมื่อเขาได้มาที่นี่เป็นปีที่สองแล้ว ตอนนี้เจ้าตัวอายุได้ สี่ชันษาจึงกำลังพูดมากพอสมควร“เสด็จแม่ลูกอธิบายน้องเองพ่ะย่ะค่ะ” ทั้ง ๆ ที่หมิ่งหุ้ยอยากจะเลี้ยงพระโอรสและพระธิดาทุกคนอย่างคนธรรมดาสามัญแต่เพราะศักดินาที่มี อย่างไรหนึ่งในทั้งหมดนี่ก็ต้องดูแลที่ดินและชาวบ้านแถว ๆ นั้น จึงทำให้สุดท้ายทุกคนจึงเป็นท่านหญิงและท่านชายที่น่าเคาร

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่31

    บทที่ 31“เป็นข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ พระชายาของท่านอ๋องทรงพระครรภ์แล้ว” หลังจากเงียบเชียบนานนับปี ในที่สุดก็มีข่าวดีจากทั้งสอง“ท่านอ๋องเป็นอะไรเพคะ” หยางซวี่เหวินได้ฟังก็ตื้นตันจนร้องไห้ เรื่องนี้ทำให้มู่เฉิงที่เป็นราชองครักษ์ข้างกายตกใจมากจนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเย้า “กระหม่อมคงต้องนำเรื่องนี้ไปบอกกับทุกคนแล้ว”หยางซวี่เหวินคิดว่ามู่เฉิงหมายถึงเรื่องข่าวการตั้งครรภ์ แต่เปล่า เจ้าตัวกลับส่งข่าวให้ทุกคนว่าเขาร้องไห้เพราะรู้ว่าพระชายาของตนตั้งครรภ์ “มู่เฉิงหากไม่ใช่เจ้าข้าจะสั่งโบยให้ดู” แม้จะโดนขู่เช่นนั้นแต่มู่เฉิงก็มิได้สะทกสะท้าน นั่นก็เพราะยามนี้ท่านอ๋องทรงประชวร“ทรงรักษาพระวรกายเถอะพ่ะย่ะค่ะ หายแล้วค่อยม

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่30

    บทที่ 30หลังจากงานมงคลหมิ่งหุ้ยก็ได้เข้าไปยกน้ำชาให้กับฮ่องเต้ ในวังเพราะเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของทั้งสองจากไปแล้ว พี่ชายอย่างฮ่องเต้จึงถือเป็นผู้อาวุโสของตระกูลหมิ่งหุ้ยแต่งเข้าตระกูลหยางก็ต้องเคารพบรรพบุรุษ“อภัยให้กับอี้หลินด้วยนะหุ้ยเอ๋อร์” เสียงของฮองเฮาเอ่ยกับน้องสะใภ้ของตน“ข้าเองก็อโหสิกรรมให้นางแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวถึงได้” ฮ่องเต้หันไปประคองฮองเฮาเอาไว้“เรื่องมันแล้วไปแล้ว จะรื้อฟื้นก็คงจะทำไม่ได้ เจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย แม้จะมีความสูญเสียแต่ก็มีเรื่องดี ๆ อย่างการที่เจ้าทั้งสองได้มาเจอกัน คนเป็นพี่อย่างข้าเห็นแล้วก็รู้สึกสบายใจที่ซวี่เหวินจะมีคนรักสักที เจ้ารู้ไหมหุ้ยเอ๋อร์ เขาไม่เคยมีคนรักมาก่อน&rd

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่29

    บทที่ 29“ในเมื่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้แล้ว เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” หยางซวี่เหวินเอ่ยเช่นนั้นออกไปเพราะเขารู้ว่านางไม่ได้มีใจให้เขาจึงอยากให้นางเป็นอิสระ แม้ภายในใจต้องเจ็บปวดที่วันข้างหน้าจะไร้หมิ่งหุ้ยเคียงข้าง แต่ก็อยากให้นางเป็นผู้เลือก“อย่างที่หม่อมฉันบอกคงกลับไปหาท่านพ่อและเมาเมา อยู่กับพวกเขาทำให้หม่อมฉันสงบใจไม่คิดเรื่องครอบครัวที่จากไปได้บ้าง” หยางซวี่เหวินอยากเอ่ยถามว่าเช่นนั้นไปอยู่กับข้าดีหรือไม่แต่ก็ไม่กล้า แม้จะอยากปล่อยนางไปแต่อีกใจก็อยากเก็บนางเอาไว้ข้างกายทางด้านหมิ่งหุ้ยที่เห็นบุรุษตรงหน้าไม่ได้พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ใด ๆ ก็คิดว่าเขาคงมองเรื่องระหว่างเขากับนางว่าเป็นไปไม่ได้ “บางทีนี่อาจจะเป็นบาปกรรมของหม่อมฉันด้วยที่ทำให้ต้องเดียวดายตลอดไป” นา

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่28

    บทที่ 28กริ๊ก!เสียงตลับยาสีเงินใบเล็กเปิดออก นางพกมันซ่อนเอาไว้ในถุงหอม ตลับยาหล่นลงบนพื้นเมื่อนางเทของที่อยู่ในถุงหอมออกมา หมิ่งหุ้ยยกยิ้มเย็น นางบรรจงเปิดตลับยานั่น ภายในมีผงสีขาว นอกจากจะเก็บสมุนไพรมารักษาบาดแผลและหากเหลือจะให้ท่านพ่อจางหลงนำไปขายแล้ว สิ่งที่นางตามหาอีกอย่างคือ หญ้าเถา เดิมชาวบ้านจะนำมาบดหยาบแล้วจุ่มลงแม่น้ำเพื่อเบื่อปลา ทำให้ปลาในแม่น้ำหายใจไม่ออกและว่ายขึ้นเหนือน้ำ และแน่นอนว่าหากนำไปบดเป็นผงก็ยังสามารถใช้เบื่อหนูและสัตว์อื่น ๆ ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษย์ นางผสมตลับหนึ่งไว้ช่วยชีวิตคน อีกตลับเอาไว้… วันนี้นางค่อย ๆ บรรจงเทผงสีขาวลงในปากของซ่งอี้หลินอย่างใจเย็น ทำราวกับกำลังดื่มด่ำชาเลิศรส ชานั่นมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ มันมีชื่อเรียกว่า การแก้แค้นอันหอมหวาน“นี่ใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status