ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง

ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-06
โดย:  moonlight -miniจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
33บท
3.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ถูกคนรักหักหลัง ครอบครัวถูกสังหารทั้งตระกูล ในมือนางจึงเหลือเพียงความแค้นจะให้นางปล่อยวางได้อย่างไร นางมิอาจปล่อยวางความแค้นลงได้ ส่วนเขาก็มิอาจปล่อยนางให้จากไปได้เช่นกัน คนหนึ่งคิดว่าอีกฝ่ายลุ่มหลงสตรีตามประสาบุรุษทั่วไปอีกไม่ช้าคงแปรเปลี่ยน แม้ลึก ๆในใจก็หวังให้เขาดีกับนางเช่นนี้ หลงใหลนางเช่นนี้ตลอดไป ทุกครั้งที่รู้สึกว่าเขามั่นคงและจริงใจต่อนาง ความหวาดระแวงที่จะถูกหักหลังก็ฉุดรั้งกลับมาอยู่ที่เดิม คิดว่าเขาเหมือนบุรุษทั่วไป นางมิเพียงแต่หลอกหลวงความรู้สึกหยางซวี่เหวิน ในขณะเดียวกันหลอกความรู้สึกตนเองไปด้วย ส่วนอีกคนคิดว่าอีกฝ่ายยืมมือตนเองเพื่อความแค้น แต่ก็เต็มใจที่จะช่วย แม้สักวันเมื่อความแค้นหมดลงนางอาจจะทิ้งเขาไป ปกครองเมือง ยืนเหนือบุรุษมากมายจะฉุดรั้งสตรีนางหนึ่งเอามิได้เชียวหรือ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่1

海原市から新浜市へ戻った日、それは天野紬(あまの つむぎ)と天野成哉(あまの せいや)の結婚三周年の記念日だった。

紬は新浜へ着く前にインフルエンザにかかり、咳も決して軽くはなかった。

それでも、成哉と息子、娘の三人とはすでに三か月も会っていない。会いたい気持ちが勝ち、無理を押して帰ってきたのだった。

天野家は新浜の名家である。

のちに事業を海原へと広げ、家族も海原へ移り住んだものの、本宅だけは変わらず新浜に残っていた。

その本宅に足を踏み入れた瞬間、紬のスマホにニュースがポップアップで浮かび上がった。

【天野の御曹司、気前よく大金を投じ、人気女優・橋本望美(はしもと のぞみ)のためにキャンプファイヤーを開催】

紬の表情からすっと血の気が引いていく。

天野家で働く家政婦、田中恵子(たなか けいこ)は海原出身で、ニュースを見るなり、慌てて紬に声をかけた。

「メディアなんてデタラメを書くのが大好きなんですよ、奥様。どうかお気になさらないでください。旦那様は今夜、お仕事でお忙しいのですから」

しかし紬は何も言わなかった。

帰る前、紬はわざわざ成哉にメッセージを送っていた。

ただ、そのメッセージはいまもスマホの中で静かに眠っている。

返信は、ひとつもない。

紬はくよくよする性格ではない。それでも考えてしまう。ピラミッドの頂点に立ち、新浜全体の経済の生命線を握るあの男は、一体どれほど忙しいのだろうか。

妻からのたった一通のメッセージに返信する暇もないほどに。

これ以上考えてはだめだ、と紬は自分に言い聞かせた。

コートを脱ぎ、キッズスペースにいる息子と娘のもとへ向かう。

三か月会わないうちに、二人はずいぶんと成長していた。

紬はそっと笑みを浮かべ、おままごとに興じる双子の前でしゃがみ込んだ。

二人は砂で小さな家をつくり、その中に二つの人形を置いていた。一目で、それがパパとママを表しているのだとわかる。

紬は娘の天野芽依(あまの めい)に、からかうように尋ねた。

「ねぇ、この二人は誰なの?」

芽依は砂を盛りながら、顔も上げずに答えた。

「パパと望美さん」

「違うよ」息子の天野悠真(あまの ゆうま)が首を振る。

「僕のおうちに住んでるのが望美さんで、芽依のおうちに住んでるのはママだよ」

「でも私、望美さんにママになってほしいもん」芽依は唇を尖らせた。

紬は思わず動きを止め、そっと芽依のおさげを撫でた。

「ママじゃ、だめなの?」

「ダメなわけじゃないけど、やっぱり望美さんのほうがパパとお似合いだもん」

悠真も自然に頷き、娘は真剣な顔のままだった。

芽依はおしゃれが大好きだ。紬の手を不機嫌そうに払いのけた。

「それにママ、風邪ひいてるでしょ。私から離れててよ。頭も触らないで、髪、ぐちゃぐちゃになるじゃん。これは望美さんが結んでくれた三つ編みなんだよ。崩れたら、望美さんが悲しむでしょ」

紬はそっと自分のマスクに触れた。子どもたちが望美の人形の服をどう作るか、興奮気味に話し合っている。その一方で、ママを表す小さな人形は隅に追いやられ、誰からも見向きされていない。

胸がきゅっと締めつけられ、口の中に苦味が広がる。

娘の言う望美は、夫・成哉の「心を許した相手」だった。

新浜メディアがもてはやす、運命のカップル。

紬と成哉が内密に結婚していたこの数年間、望美こそが誰もが認める天野家の夫人かのようだった。

だがまさか、たった数か月会わない間に、血のつながった我が子までもが望美のほうに懐いているとは。

紬は目を伏せ、長く黙って子どもたちを見ていた。やがて恵子に促され、シャワーを浴びるために二階へと向かう。

ちょうどその時、成哉の秘書である木村健一(きむら けんいち)が駆けつけ、紬の姿を見て一瞬、目を見開いた。

「奥様。社長は今夜、ご用事でお戻りになれません。望美さんへのプレゼントを、こちらへ持ってくるよう仰せつかりまして」

「ええ、わかったわ」紬は静かに答えた。

健一が去ると、胸の奥が鋭く痛んだ。

自分の夫は、他の女性への贈り物のことは覚えていても、妻との三周年の記念日は覚えていない。

紬は成哉にビデオ通話をかけた。

電話はすぐにつながる。

「どうした?」

画面に映ったのは、成哉専用のラウンジ。

煌びやかな照明に照らされた室内は、隙間なく行き届いた贅沢で埋め尽くされ、新浜市の富が凝縮された空間だった。

成哉は千万円もするオーダーメイドのスーツを身にまとい、ワイングラスを片手にソファに身を沈めていた。

その姿には、新浜の実業家にありがちな小利口な雰囲気は一切ない。洗練された気配と、どこか冷ややかな整った眉目。高嶺の花のように遠い存在感を漂わせている。

多くの人が決して手の届かない、憧れの象徴。

そんな男を、紬は丸六年間、変わらず愛してきた。

紬は口調を和らげた。「私たち、ずいぶん会ってないわ。今夜……」

「天野さん……」

紬の言葉が終わらないうちに、電話の向こうから甘くか細い女性の声が響いた。

望美だった。

すぐにビデオ通話は切られた。

切れる直前、成哉は淡々と一言だけ言い残した。「帰ってから話す」

紬はスマホを強く握りしめた。

そして、静かに窓の外へ目を向ける。

高層ビルの群れが夜の闇を押し上げるようにそびえ立ち、車の流れは光の帯を織り成し、息をのむほどの華やぎで街を染めていく。

その喧騒の中心で、夫の成哉は数兆もの資産を操り、新浜の世を動かしている。

ただ、妻である彼女にだけには、微塵の優しさも示さない。

六年間、成哉の態度は変わらず冷淡で、よそよそしかった。

穏やかな眼差しの奥には、隠しきれない無関心が潜んでいる。

紬は長い間、その心を取り戻そうと努めてきた。

だが今日、ふと、自分でも驚くほどに疲れ切った、と感じた。

かけ直すこともせず、紬はそのまま眠りに落ちた。

翌日、ようやく成哉からメッセージが届く。

【すまない。3周年おめでとう】

続いて、短い一文。

【これは埋め合わせだ】

直後、銀行口座に九桁の入金通知が届いた。

紬は無言でメッセージをスワイプした。

そのとき、望美のSNS投稿がポップアップで浮かび上がる。

【F国で8ヶ月かけてオーダーメイド、生涯に一度しか作れないダイヤモンドリング。天野さん、ありがとう】

望美は微笑み、白い指先には大粒のダイヤがきらめいている。

高くそびえるタワーのふもと、ローズレッドのスカートが風に揺れ、その贅沢な気配は見る者を酔わせるほど艶やかだった。

「心を込めた」という事実は、痛いほど伝わってくる。

紬の脳裏に、嫁ぐ前の記憶がよみがえった。

静かで古風な本宅。成哉は廊下をすっと通り過ぎ、その瞳は波立つことなく、紬の幼い期待を簡単に見抜いた。

成哉は言った。「お前と結婚はする。だが、それだけだ」

以前は、「お金なんていらない、たくさんの愛がほしい」なんて言葉は気取りだと思っていた。

だが今になって、ようやく悟る。

六年間抱き続けてきた望み――欲しかったのは、成哉の愛だけだったのだ。そしてそれを一度も手にしたことはなかった。

胸に渦巻く思いを押し込み、紬は階下へ降りた。

小さな庭園から、芽依の無邪気な声が響く。だがその声には、不満の色がはっきりと滲んでいた。

「ママ、なんで帰ってきたの?本当は今日、望美さんがコンサートに連れて行ってくれるって言ってたのに……クマさんが踊るショーを見るはずだったのに……あーあ、ママが永遠に帰ってこなければよかったのに……」

「そうだよ。パパだって望美さんのほうが好きだよ。成実おじさんが言ってたもん。パパは望美さんと結婚できなかったから、ママと結婚したんだって。ママもきれいだけど、僕は望美さんのほうが好きだな……」

悠真はしょんぼりとうつむいていた。

その無邪気な残酷さが、紬の胸に容赦なく突き刺さった。

結婚できなかったから?

驚愕に心が止まり、痺れたように感覚が遠のく。

紬は二人の子供に目を落とした。

悠真と芽依を出産したとき、紬は難産で大出血し、生死の境をさまよった。

二人の子供は生まれつき体が弱かった。睡眠時間を削ってまで尽くした献身的な育児が、やがて紬自身の身体を壊す原因となってしまった。

その後、新浜で問題が起きた。

天野家当主・天野崇(あまの たかし)が重病になったのだ。

成哉は新浜へ戻って采配を振るうことになり、子供たちも連れて帰ることになった。

紬は近年ずっと二つの都市を往復していたが、悠真と芽依は、紬からどんどん離れていった。

紬は気づけば部屋に戻っていた。

子供たちには家庭教師の授業があり、恵子が二人を送り出している。

紬は多忙の合間を縫い、成哉に会う約束を取った。

自分は成哉の妻だ。

子供のことも、望美のことも、夫に確かめるべき理由がある。

だが返ってきたのは、「重要な用事があるから、明日の夜にしよう」

ただそれだけ。

紬は言葉にならない苦さを噛みしめた。

気づけば足は家を離れ、無意識のまま、かつて成哉と出会った寺へ向かっていた。

新浜の寺院は規模こそ小さいが、敷地に足を踏み入れた瞬間、静謐な空気が身を包む。

荘厳な仏塔の前、そこで娘の明るい声が響いた。

「望美さん、これ、本当にどんな願いでも叶えてくれるの?」

「もちろんよ」

紬は息を呑んで顔を上げた。

少し離れた場所で、望美と成哉が二人の子供の手を引いていた。

まるで家族そのもののように寄り添い、仏塔の前で仲睦まじく手を合わせていた。
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
33
บทที่1
บทที่ 1ดวงตากลมโตนองไปด้วยหยาดน้ำตา นางเพ่งมองใบหน้าบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผ่านม่านน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม“เจ้าจะยอมรับหรือไม่ว่าเจ้าวางยาพระชายา”“อึก” ดวงหน้าเปรอะเปื้อนเงยขึ้นตามแรงรั้งของฝ่ามือหนา หมิ่งหุ้ยเม้มปากแน่นราวกับจะบอกว่าไม่ว่าคนตรงหน้าจะใช้วิธีใดก็ไม่สามารถง้างปากให้นางรับสารภาพความผิดร้ายแรงที่นางไม่ได้ก่อ ถ้าหากเป็นก่อนหน้านี้สักชั่วยาม ให้นางรับสารภาพสิ่งใดนางยอมหมด แต่หลังจากเดินเข้ามาในจวนแล้วพบกองร่างไร้ซึ่งลมหายใจของคนทั้งหมดในตระกูล ในยามนี้คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่นางต้องการมือหนาบีบใบหน้าเล็กแรงขึ้นตามแรงโทสะ เขาไม่เข้าใจ นางก็เห็นแล้วว่าจะเกิดอะไรต่อไปกับตนเอง ทำไมจึงไม่ยอมรับความผิดแต่โดยดี“ข้ามิได้ทำอย่างที่ท่านกล่าวหา” หยาดน้ำตายังคงไหลรินอาบแก้มนวล“หากเจ้ายอมรับ ข้าจะหาทางให้เจ้ารอด” หยงอิ่งจงก้มลงกระซิบแผ่วเบาให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น “หลังจากที่ท่านสังหารบิดาข้า มารดาข้า พี่ชายข้า น้องชายข้า แม้แต่เสี่ยวหลงที่อายุเพียงห้าปีท่านยังทำได้ลงคอ ท่านยังคิดว่าข้าจะยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างนั้นหรืออิ่งจง ” “ถ้าเจ้ายอมรับผิดกับสิ่งที่ก่อ ไท่จื่อเฟยรับป
อ่านเพิ่มเติม
บทที่2
บทที่ 2เสียงแส้กระทบผิวหนังดังสนั่น เสียงกรีดร้องของสตรีดังออกมาจากจวนสกุลหมิ่ง ชาวบ้านแถวนั้นพากันมาชะเง้อมอง แต่ก็ต้องพากันเร่งเดินผ่าน เมื่อเห็นว่าหน้าประตูทางเข้าจวนมีทหารจากวังหลวงมายืนรักษาการอยู่ แม้จะอยากรู้แต่ก็ทำได้แค่คาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆตาหงส์ปรายตาลงต่ำ มือขาวนวลยกชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ มินึกเลยว่าคุณหนูในห้องหอเยี่ยงหมิ่งหุ้ยจะทนทายาดได้ถึงเพียงนี้ นางทนการเฆี่ยนจากชายคนรักของตนได้มานับชั่วยาม มีแต่เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่กลับมิยอมรับผิด“เปิ่นไท่จื่อเฟยว่านางคงไม่ยอมรับผิดแล้วล่ะ” ไท่จื่อเฟยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “นางต้องรับ นางรับแน่ ๆ กระหม่อมทำให้นางรับสารภาพได้” หยงอิ่งจงตอบด้วยความร้อนใจ รีบยกตวัดปลายแส้ด้วยความแรงมากกว่าครั้งก่อน หวังให้หมิ่งหุ้ยรีบรับสารภาพ ก่อนที่ไท่จื่อเฟยจะหมดความอดทน“หยุด!” หลังจากปลายแส้กระทบแผ่นหลังนักโทษ พระนางก็สั่งให้หยงอิ่งจงหยุดมือ พระนางเบื่อที่จะรอแล้ว“แต่”พระนางไม่สนใจสิ่งที่องครักษ์จะเอ่ย ร่างระหงลุกจากเก้าอี้เดินไปนั่งเบื้องหน้าร่างบางสะบักสะบอมโซกไปด้วยเลือด “เปิ่นไท่จื่อเฟยถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เจ้ายอมร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่3
บทที่ 3“เหตุใดทำสีหน้าเยี่ยงนั้น” ฝ่ามือขาวนวลราวหยกขาวลูบไล้ไปตามหน้าท้องเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเพราะออกกำลังกายและฝึกวรยุทธ์ทุกวัน“ไท่จื่อเฟย หยุดมือก่อนพ่ะย่ะค่ะ” หยงอิ่งจงพยายามจับมือเล็กนั้นไม่ให้ลูบไล้ลงไปต่ำกว่านี้“ข้าบอกเจ้าเยี่ยงไร ยามเมื่ออยู่กันตามลำพังให้เรียกเสี่ยวหลิน เจ้ากับข้าหาใช่คนอื่นไกล เป็นคนที่ใกล้กันแนบชิดยิ่งกว่าผู้ใด” ไท่จื่อเฟยเอ่ยเสียงหวานหยด“ข้าอยากพัก เสี่ยวหลินเจ้าอยู่นิ่ง ๆ ก่อนได้หรือไม่” หากไม่เรียกขานตามที่พระนางสั่ง ดูท่าแล้วมือนั่นคงไม่หยุดเป็นแน่หลังจากกลับมาจากจวนสกุลหมิ่ง ภาพร่างหมิ่งหุ้ยที่เต็มไปด้วยเลือดยังคงติดตา เสียงกรีดร้องของนางยังคงติดหู แต่เมื่อกลับมาถึงตำหนักบูรพา ไท่จื่อเฟยกลับลากเขาขึ้นเตียง แรงราคะ แรงเสน่หา วัวเคยค้าม้าเคยขี่กันอยู่ทุกคืนวัน เขาจึงมิอาจยับยั้งชั่งใจเอาไว้ได้ สุดท้ายก็จบลงที่เตียงเฉกเช่นทุกครั้งที่อยู่กันตามลำพังเหตุใดหมิ่งหุ้ยจึงมิยอมรับสารภาพ อย่างน้อย ๆ นางก็จะยังรอดชีวิต ไม่ว่าร่างกายสภาพใดเขาก็จะยังคงเลี้ยงดูนางเอาไว้ แต่พอเมื่อนึกย้อนกลับไปให้ถี่ถ้วนแล้ว“ตัวเจ้าอยู่กับข้าแล้วใจเจ้าอยู่ที่ใดเล่าอิ่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่4
บทที่ 4“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ” เมาเมาเขย่าร่างเจ้านายของตนอยู่นาน นางปีนลงมาในหลุมมรณะอย่างไร้ความเกรงกลัว ก่อนมาถึงประตูจวนคุณหนูของนางนึกขึ้นได้ว่าลืมห่อผ้าที่จะตัดชุดใหม่ให้คุณชายหยงใส่หน้าหนาวที่จะถึงนี้ จึงวานให้นางกลับไปเอา เพราะคาดว่าคงหลงลืมวางเอาไว้ที่ร้านตัดชุด เมื่อเมาเมากลับมาพบว่าหน้าจวนสกุลหมิ่งมีทหารหลายคนไม่คุ้นหน้ายืนอยู่ นางเห็นท่าไม่ดีจึงหลบฉากไปดูลาดเลา นางได้ยินเสียงกรีดร้องของคุณหนูของตนชัดเจน แต่สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้นางนั่งแอบซ่อนตัวอยู่ข้างกำแพงจวน เมาเมาเฝ้ารอจนเสียงทั้งหมดเงียบลง และคนกลุ่มใหญ่กลุ่มนั้นทั้งหมดกลับไปแล้ว นางรอจนแน่ใจจึงค่อย ๆ คลานเคลื่อนตัวผ่านทางประตูสุนัขลอดเพราะเกรงว่าหากเข้าทางด้านหน้าจะเกิดเรื่องราวที่คาดไม่ถึง แม้นางจะรอจนมั่นใจแล้วว่าไม่เหลือผู้ใดอยู่ในจวนแล้วก็ตาม กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแทบจะสำรอกออกมา ร่างบางถึงกับน้ำตาร่วงเมื่อเดินมาถึงหลุมแปลกตาที่ไม่เคยมีในจวนสกุลหมิ่งมาก่อน นางตะเกียกตะกายปีนลงหลุมมา ควานหาผู้รอดชีวิต ขอแค่มีใครสักคนรอด แม้ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากสาเหตุใด “สวรรค์โปรดเมตตาคนสกุลหมิ่งด้วย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่5
บทที่ 5 เมาเมาประะคองคุณหนูของตนปะปนฝูงชนที่กำลังเดินทางออกนอกประตูเมืองหลวง เนื่องจากใกล้เวลาปิดประตูแล้ว อีกทั้งผู้คนก็พลุกพล่านทำให้ทหารเวรยามหน้าประตูไม่สนใจขอทานสองคนที่เดินผ่านประตูออกนอกเมือง ดีแล้ว เมืองหลวงจะได้ลดคนชั้นต่ำเช่นนี้ลงได้อีกสองคน ทหารยามคนหนึ่งปรายตามองสตรีสองนางที่เดินผ่านหน้าของตนโดยไม่ขอตรวจเอกสารด้วยซ้ำ นางทั้งสองแต่งตัวมอซอ เนื้อตัวสกปรก เขาไม่อยากแม้แต่จะเฉียดใกล้พวกนางด้วยซ้ำแม้จะปวดบาดแผลที่ยังไม่หายดี หมิ่งหุ้ยก็กัดฟันก้าวเดินไปข้างหน้า ใบหน้าซีกซ้ายของนางเขียวช้ำจนใบหน้าบวมปูด คงจะถูกปลายแส้จากฝีมือหยงอิ่งจง แต่เมื่อใดนั้นนางจำไม่ได้แล้ว แต่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่แย่ หมิ่งหุ้ยมองว่ามันคือข้อดีเพราะนั่นทำให้คนที่รู้จักคุ้นเคยคุณหนูตระกูลหมิ่งจำนางในตอนนี้ไม่ได้&ldqu
อ่านเพิ่มเติม
บทที่6
บทที่ 6 “ท่านพ่อ ข้าเข้าป่าไปเก็บสมุนไพรก่อนนะ”“อย่าเพลินจนกลับค่ำนักล่ะ พอเริ่มโพล้เพล้ก็เก็บของกลับบ้านได้แล้ว หุบเขาแห่งนี้จะมีแค่พวกเรา แต่พอตะวันตกดินสัตว์ป่าก็ออกหากิน แม้เจ้าจะคุ้นชินป่าบริเวณนี้ แต่อย่างไรก็ยังอันตรายอยู่ดี” “เจ้าค่ะ”เหยาเหยาส่งเสียงตอบรับหนักแน่น สองมือคว้ามีดอันเล็กพร้อมด้วยตะกร้าเพื่อใส่สมุนไพรกลับ หวังว่าวันนี้คงเจอสมุนไพรดี ๆ เอาไว้ให้ท่านพ่อเอาไปขายที่หมู่บ้านด้านนอกหุบเขา แม้จะได้ราคาไม่สูงเท่าไปขายในเมืองหลวง แต่เหยาเหยาคิดว่าทำเช่นนี้ปลอดภัยสำหรับตัวนางและครอบครัวสกุลจางในยามนี้มากที่สุด“เย็นนี้มีไก่ตุ๋น กลับช้าข้าจะเหลือแต่กระดูกไก่ไว้ให้เจ้า”เสียงใส ๆ ตะโกนออกมากจาก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่7
บทที่ 7 “คุณชาย คุณชาย ท่านได้ยินข้าหรือไม่”เหยาเหยาใช้ฝ่ามือตบใบหน้าหยกที่มองนางตาลอยราวกับคนสติหลุด นางกลัวว่าเขาจะเสียเลือดจนสลบไปอีกครั้ง นางเดินลัดเลาะหาสมุนไพรเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้นางเดินกลับมาตรงบริเวณที่พบดงเห็ด หวังจะเอาไปใส่ไก่ตุ๋นของเมาเมา อาหารเย็นมื้อนี้คงจะอร่อยขึ้นอีกมากโข คาดไม่ถึงว่าจะพบชายหนุ่มนอนจมกองเลือดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เหยาเหยาถลาลงจากเนินมาแบบไม่คิดตรึกตรองด้วยซ้ำว่าบุรุษที่บาดเจ็บผู้นี้นั้นบาดเจ็บด้วยจากสาเหตุใด นางเคยเฉียดความตายมาก่อน พอเห็นแบบนี้ร่างกายจึงไปก่อนความคิด“แม่นาง เจ้าเป็นเทพธิดาหรือ” หยางซวี่เหวินเอ่ยถามสิ่งที่คิดเสียงแหบพร่าฝ่ามือบางถึงกับชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง หรือบุรุษผู้นี้จะเสียเล
อ่านเพิ่มเติม
บทที่8
บทที่ 8 เหยาเหยาตื่นมาแต่เช้า นางเปิดตลับยาสมุนไพรที่ปรุงเอาไว้ทายาไปตามร่างกายที่มีรอยแผลของตนเอง ตัวยาหลักคือหัวหอมและใบบัวบก ตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา นางยังคงต้องทายาและดื่มยาสมุนไพรบ้างในบางวัน แม้ทุกอย่างจะดูดีขึ้นหมดแล้ว รอยแผลก็จางจนแทบมองไม่เห็น แต่หากมองดี ๆ ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง บางรอยหากสัมผัสที่แผลโดยตรงก็ยังรู้สึกถึงรอยที่นู้นจากผิวขึ้นมาชัดเจน เมื่อจัดการตนเองเรียบร้อยเหยาเหยาก็เดินไปหาคนเจ็บที่หมดสติอยู่เมื่อคืน แต่กลับต้องตกใจ เพราะยามนี้บุรุษผู้นั้นลุกขึ้นนั่งมองตรงมายังนางด้วยดวงตากลมและแทบไม่กะพริบเลยแม้แต่นิด“ได้สติแล้วหรือ เมื่อวานระหว่างที่ข้าเดินหาสมุนไพรอยู่ในป่าไปพบเจอกับท่านที่นอนจมกองเลือดอยู่จึงพากลับมาที่นี่เพื่อรักษาตัว” เหยาเหยารีบเอ่ยก่อนที่คนที่จ้องนางอยู่จะเอ่ยถามด้วยซ้ำ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่9
บทที่ 9 เหยาเหยาดูแลอ๋องหยางซวี่เหวินอย่างดีที่สุด บาดแผลของอ๋องหนุ่มหนักแค่บางจุดเท่านั้น“เจ้าเป็นหมอหรือ” เสียงของชายหนุ่มที่เอาแต่มองนางเอ่ยถามอย่างสงสัย “มารดาของข้าสอนมา” เหยาเหยาไม่ได้โกหกมันคือเรื่องจริง และเพียงแค่นึกถึงเรื่องนี้ดวงตาของนางก็คลายจะมีประกายแห่งความแค้นปะทุออกมา แม้แต่คนที่ลอบมองอยู่ตลอดอย่างหยางซวี่เหวินก็ยังนึกสงสัยไม่ได้“แล้วนางไม่ไหนหรือข้าไม่เห็นอยู่ที่นี่” อ๋องหนุ่มแอบถามแม้จะพอเดาคำตอบได้อยู่แล้วเนื่องจากตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมาก็พบแค่ท่านลุงจางและสตรีอีกนางที่เป็นพี่สาวของนาง นามว่า เมาเมา“ไม่อยู่แล้วเจ้าคะ”“เจ้าคงรักนางมาก”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่10
บทที่ 10 หลังจากผ่านไปอีกเพียงไม่กี่วันร่างกายของหยางซวี่เหวินก็เป็นปกติทุกอย่าง ชายหนุ่มอยากจะกรนด่าตนเองที่มีร่างการที่สมบูรณ์แข็งแรงเช่นนี้ อ่อนแอสักหน่อยก็มิได้ ร่างสูงใหญ่เดินวนไปเวียนมาราวกับหนูติดจั่นภายในกระโจมใหญ่ คณะเดินทางของเขาพอรวมตัวแล้วก็มีอยู่มิไม่ใช่น้อย หากจะพักในบ้านหลังเล็กในหุบเขาแล้วคงจะไม่เพียงพอ เขาจึงสั่งให้คนตั้งกระโจม หลังจากรักษาบาดแผลจนหายสนิท แต่เขาก็ยังรั้งจะอยู่ที่แห่งนี้ แสร้งทำเป็นยังไม่หายดี เพื่อยือเวลาออกไปเรื่อย ๆ แม่นางเหยาเหยานางก็แสนดี ดูแลบาดแผลเขาอย่างไม่รังเกียจ แม้นางจะรู้ว่าเขาหายแล้ว “จะป่วยให้นานกว่านี้ก็ไม่ได้” หยางซวี่เหวินก่นด่าตนเอง เขาไม่มีข้ออ้างว่าปวดส่วนใดอีกแล้วเหยาเหยาที่นำมาเช็ดหน้าในตอนเช้ามาให้ถึงกลับแอบหัวเราะอยู่ที่หลังเ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status