تسجيل الدخولหญิงสาววัยยี่สิบสี่ เธอจบเพียงแค่มัธยมปลาย เพราะพ่อและแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต สารินต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องชายวัยสิบสี่โดยลำพังในบ้านหลังน้อย อีกทั้งเธอยังทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในผับหรู แต่ชีวิตเธอต้องมาพลิกผัน เพราะมาเจอกับเขาคนนี้
عرض المزيدวันศุกร์ที่แจ่มใสของเดือนมกราคม ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลานอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกว้างยาวถึงแปดฟุต ด้านขวามือของเขามีหญิงสาวเรือนร่างเปลือยเปล่าที่นอนกอดเขาอยู่ ส่วนหญิงสาวอีกคนที่ใส่จีสตริงสีดำตัวจิ๋วและถุงน่องตาข่าย มือของเธอมีกุญแจมือข้างหนึ่ง ทั้งสามคนหมดแรงกับเซ็กส์อันหนักหน่วงตลอดคืนที่ผ่านมา
ทันใดนั้นชายหนุ่มผู้หนึ่งเคาะประตูสามครั้ง และก้าวเดินเข้ามาและก้มโค้งเล็กน้อยให้กับชายหนุ่มที่นอนอยู่อย่างนอบน้อม “นายท่าน” ชายผู้นั้นเอ่ยเรียกเจ้านายของเขาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทำให้เจ้านายตื่นขึ้นมามองผู้มาเยือนด้วยสีหน้าไม่พอใจ “มีอะไร เอก” ชายหนุ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน ทำให้หญิงสาวทั้งสองคนลืมตาขึ้นช้าๆ ราวกับคนงัวเงีย เขามีชื่อว่าลัคนัย ภานุมาศ “เอ่อ...” ชายหนุ่มที่เป็นบอดี้การ์ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เจ้านายของเขาจึงหันไปหาหญิงสาวเปลือยเปล่าทั้งสองทันที “ออกไปได้แล้ว ไปรับเช็กที่วาโย” ลัคนัยเอ่ยบอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พวกเธอจึงหยิบเสื้อผ้า และก้าวเดินออกไปจากห้อง พอประตูปิดลง “นายท่านตำรวจเข้ามาค้นโกดังที่ปทุม มีคนแจ้งว่าโกดังอาหารของเรามียาไอซ์” “แล้วยาไอซ์มาอยู่ในโกดังของฉันได้อย่างไง” ลัคนัยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “มีผู้หวังดีบอกว่าโกดังของเรามียาไอซ์ แต่ก็มียาไอซ์จริง แต่คนของเราเห็นก่อน จึงเอาไปทิ้งที่ป่าหญ้าแถวนครนายก ตำรวจจึงไม่เจอยาไอซ์” “ต้องสืบมาให้ได้หนอนบ่อนไส้มันเป็นใคร ฉันจะพิพากษามันด้วยตัวเอง” ลัคนัยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่ก้าวเดินลงจากเตียงไปถอดถุงยางออกลงในถังขยะ “คนของเรากำลังสืบอยู่ ไม่ช้าคงได้ตัว” “เตรียมรถให้ฉันไปลักซ์ด้วย ฉันไม่ได้ไปดูกิจการตัวเองมาหลายปี” “ครับท่าน” หญิงสาวมองตัวเองในกระจกที่สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มสูท เสื้อเชิ้ตสีดำ สูทแขนยาวสีเทา และกระโปรงสูทสีเทายาวเหนือหัวเข่าสองคืบ เธอหยิบลิปสติกสีนู๊ดมาทาที่ริมฝีปาก และจัดทรงผมให้เข้าที แล้วก้าวเดินมาที่หน้าบ้านเพื่อสวมรองเท้าคัทชูส้นเตี้ย ก้าวเดินมาที่ประตู ทันใดนั้นเธอกลับเห็นน้องชายที่สวมชุดนักเรียนก้าวเดินเข้ามาที่หน้าประตู อีกทั้งเขายังสวมชุดนักเรียน เด็กชายผู้นี้กลับยิ้มให้เธออย่างเบิกบาน “พี่จะไปทำงานแล้วหรือ” เด็กชายเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “รุจ พี่ทำข้าวผัดไว้บนเตา อย่าลืมปิดไฟให้เรียบร้อยก่อนขึ้นนอนด้วยนะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ได้ครับ” วิศรุจเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และกอดพี่สาวของเขาอย่างสนิทใจ “พี่จะไปแล้ว” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ผมรักพี่นะ” วิศรุจเอ่ยบอกเช่นนี้ “พี่ก็รักเธอเช่นกัน” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และก้าวเดินออกจากประตูบ้าน วิศรุจโบกมือให้เธอด้วยรอยยิ้ม เธอก็โบกมือให้เด็กชายเช่นกัน ตอนแรกมาแล้วน๊า... อย่าลืมเข้ามากดติดตาม คอมเม้นท์ และกดหัวใจให้ไรท์ด้วยนะคะเวลาล่วงเลยมาถึงสามเดือน ก่อนถึงวันแต่งงานก่อนหนึ่งอาทิตย์ลัคนัยมองเด่นจันทร์ที่นั่งหลับอยู่ข้างตนเองหลังจากกระบี่ เพื่อไปดูงานที่โรงแรม ออกจากสนามบินได้ไม่นานเธอก็หลับพิงไหลของเขา มืออีกข้างโอบไหล่ของเธอเอาไว้“นายครับ จับตัวคนร้ายได้แล้วครับ” ปลาวาฬบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มันอยู่ที่ไหน” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อืม...แด๊ดดี้...” เด่นจันทร์ร้องด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับคนละเมอทำให้เขาหันไปสนใจเธอ และลูบหัวเธอแผ่วเบา“นอนเถอะที่รัก” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย เด่นได้ยินว่านายจับใครได้” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย มันหนีไปได้ครับ” ปลาวาฬเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“จับมาให้ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เด่นจันทร์ฉันจะพาเธอไปส่งที่บ้าน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่เธอกลับจับมือของเขาไว้แน่น“เด่นจะอยู่กับนาย” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง“แต่...” ไม่ทันที่เขาพูดจบ เธอกลับพูดขึ้นมา“เป็นตาย เราจะอยู่ด้วยกัน เด่นจะไม่นั่งเฉยๆ อยู่ที่บ้านแน่” เธอบอกด้วยสายตาตั้งมั่น“ก็ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกังวลและจนปัญญาที่จะเถียงต่อไปรถหรูสามคันขับมายังโกดังร้างอยู่ที่ท่
“นายปล่อยเด่นไว้แถวนี้เถอะ เด่นจะได้ไม่เป็นภาระนาย” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่เขายิงปืนเป็นระยะ เธอหลบกระสุนเช่นกัน“ไม่ได้ถ้าเธอตาย ฉันก็ตายเช่นกัน ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาวิ่งไปตามทาง ขณะที่ยิงสกัดเป็นระยะ จนคนขับมอเตอร์ไซค์ตกลงมาจากรถ ทำให้รถเสียหลักล้มลง เขาวิ่งมาเธอมายังท่าเรือมองหันกลับไปไม่มีใครตามมาแล้ว เธอจึงทรุดลงที่พื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่ง“ไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยมีเขาประคอง แล้วหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมากดโทรออก“พิกัดท่าเรือหลังโรงแรม” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ และกดวางสายลงทันที“เด่นจันทร์เด่นไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอ“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกและจับมือเรียวของเธอเดินไปตรงไฟที่สว่าง แต่เธอกลับได้กลิ่นคาวเลือดโชยมา เธอมองไปที่ต้นแขนของเขาที่มีเลือดซึมออกมาจากเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท เธอจึงปล่อยมือของเขา แล้วมองไปที่ต้นแขนแกร่งมีผ้าฉีกขาดจากหัวกระสุน“นายโดนยิง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก“ฉันไหว” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นรถเก๋งสี่คันรวมถึงรถเก๋งหรูมา
“เธอไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกัน” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ ทำให้เธอสงสัยว่าเขาจะพาเธอไปไหน“ไปไหนกันคะ”“ไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะไปรอที่ด้านล่าง รีบลงมาหล่ะ ฉันหิวมาก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และปิดตาลงข้างหนึ่ง ทำให้เธอรู้ว่าคำพูดของเขานั้นสวนทางกับความเป็นจริง เพราะเธอนั้นไม่ได้สวมใส่สิ่งใดเลย มีเพียงผ้าห่มเท่านั้นที่ปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนก้าวเดินมาหาเธอที่เตียงนอน และจูบลงแผ่วเบาที่หน้าผาก“อย่าให้ขึ้นมาตามเอง รู้ใช่ไหมถ้าฉันขึ้นมาตามเอง วันนี้เธอจำไม่ได้ออกจากห้องแน่” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงโทนต่ำครางในลำคอ ขณะที่มือหน้าของเขาเลื่อนผ้าห่มหนาลงมา เธอจึงเลื่อนขึ้นมาปิดหน้าอกในทันที เขากลับเผยรอยยิ้ม และก้าวเดินจากไป เธอมองเขาที่เดินออกไปแล้ว ทำให้เธอถอนหายใจยาวๆ กับเจ้านายจอมหื่น หรือว่าที่สามีของเธอจอมเงี่ยนหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น เขาพาเธอขึ้นรถเก๋งหรูคันสีดำ รถขันนี้ขับไปยังย่านสุขุมวิท จนกระทั่งมาจอดหน้าร้านตัดชุดแต่งงาน อีกทั้งหน้าร้านยังมีติดป้ายชนะเลิศชุดแต่งงานที่สหรัฐอเมริกา เมื่อบอดี้การ์ดเปิดประตูให้เขาและเธอ เธอจึงก้าวลงมาพร้อมก
“อา...”เธอครางกระเส่า ขณะที่สอดความเป็นชายไปจนมิดลำ“เด่นจันทร์” เขาเอ่ยเรียกเธอแผ่วเบา“ว่าไงคะ” เธอเอ่ยถาม ขณะที่กระแทกช้าๆ บนความเป็นชายของเขา“ฉันรักเธอนะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“นายบอกเด่นไปแล้ว”“ฉันอยากบอกเธอทุกวัน” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มือเรียวของเธอจับบ่าของเขากระแทกลงอย่างหนักหน่วง“ซี๊ด...อา...”ลมหายใจที่หอบกระเส่าของเธอทำให้เขาเด้งก้นในเธอใต้น้ำด้วยเช่นกัน ขณะที่ริมฝีปากหนากำลังขบบนปลายยอดและใช้ลิ้นบรรเลง เธอจึงแอ่นอกให้เขาเล่นลิ้นได้หนำใจ“แด๊ดดี้...เด่น...เสียว...อา...โอ้...”“ฉันรักเธอนะ”เขาเอ่ยบอกเธอด้วยคลั่งไคล้ในตัวเธอ รวมไปถึงความรักทั้งหมดที่เขามีให้จนเปี่ยมล้น ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้จากเขาไป เธอเป็นผู้หญิงที่เขารักและอยากรวมชีวิตไปจนตาย“ซี๊ด...อา...แด๊ดดี้...แด๊ดดี้...”เธอกรีดร้องด้วยความสุขหฤหรรษ์ที่เขาได้มอบให้เธอจนล้นทะลัก มือเรียวจิกลงบนไหล่กว้าง ขณะที่เขาจูบงับซอกคอเป็นรอยคิดมาร์กเพิ่มจากรอยเดิม มาที่เนินอกอวบอิ่มด้วยเช่นกัน“โอ...โอ...เด่นจันทร์...”“อร๊าย...อา...”เด่นจันทร์ปลดปล่อยสายธารของเธอทันที และก้มลงจูบริมฝีปากของเขา เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงป
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่า เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย“ทำไม”“เดี๋ยวเด่นมีอะไรให้นายดู” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปในห้องโถง มองวิวกรุงเทพที่เปิดม่านทั้งหมดได้ร้อยแปดสิบองศา เธอไม่รอช้าที่จะก้าวเดินไปยังกล่องพัสดุขนาดใหญ่พอสมควร ที่อยู่บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาตัวยาว เธอจึงหย
“นายต้องทำให้เธอบ้าง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“จะให้ฉันทำอะไร” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอเลื่อนตัวเองมาที่ริมฝีปากของเขา ทำให้ความเป็นหญิงที่มีสายธารเจิ่งนองอยู่ที่ริมฝีปากของเขา เขาไม่รอใช้ลิ้นหนาโลมเลียบนความเป็นหญิงของเธอทันที“อา...อืม...อืม...เสียว...อืม...”เธอร้องด้วยน้ำเสียงกระเส่า เ
“แค่นี้แหละค่ะที่อยากได้ยิน” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แต่มือหนาของเขาเลื่อนมาดึงเชือก ทำให้จีสตริงปลิวไปตามน้ำ เธอมองเขาที่งับอกอวบอิ่มบนร่มผ้าทำให้เธอเสียวอย่างยิ่ง“อา...”เธอจับความเป็นชายที่อยู่กางเกงว่ายน้ำออกมาทันที และสอดใส่ในความเป็นหญิง ไม่รอให้เขาเป็นคนลงมือก่อน“โอ...โอ...โอ...”เธอครางด้วย
“ฉันเห็นภาพซ้อนเธอหลายต่อ หลายครั้งจนทำให้ฉันหลอนราวกับเสพยา หัวของฉันมันมีแต่ภาพของเธอ”“ท่าน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ขณะที่เขาเขยิบเข้ามาหาเธอ เธอเองก็เขยิบชิดพนักพิงอีกฝั่งหนึ่ง“ฉันบอกตรงๆ ว่า ฉันเอาผู้หญิงคนนั้น แต่ฉันกลับคิดถึงแต่เธอ จนต้องไล่พวกเธอออกจากห้องโดยไม่มีอะไร”“นายท่าน”“เธ











