Share

บทที่ 1 (02)

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-07 16:15:55

           “จริงเหรอพี่” แม่สาวใจเด็ดคนนั้นหน้าเหวอนิดๆ แล้วปล่อยมือจากการเกาะแขนกำยำนั้น

          “ถ้าอยากได้คนขี้งกแบบนี้ก็ตามใจ” แพรไหมไม่คิดห้าม แล้วแต่พวกเธอจะตัดสินใจ          

          “ไม่เอาค่ะ ไปกันเถอะ”

          ไม่กี่วินาทีถัดมาภายในห้องก็หลงเหลือแค่เธอกับเขา แล้วเสียงตวาดลั่นก็ดังขึ้น

          “แพรไหม” ฉัตรฐาปวดหัวกับคนที่เอาคืนเขาอย่างเจ็บแสบ เจ้าตัวโกหกหน้าตาย เดือนละสามหมื่นที่ไหนกัน เดือนหนึ่งๆ เขาหมดกับแพรไหมเป็นแสน ทั้งซื้อกระเป๋า ซื้อเสื้อสวยๆ ให้อีกไม่รู้เท่าไร

          “อย่าให้แพรต้องอาละวาดนะคะ ถ้างานวันนี้ล่ม แพรจะชวดค่าตัวไปด้วย” แพรไหมเก็บสีหน้าและอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ ที่เธอวีนไม่ใช่เพราะหึงหวง แต่กลัวงานล่มแล้วอดได้เงินต่างหาก

          “มันไม่ล่มหรอก” ฉัตรฐากลอกตาเป็นเลขแปด ปกติแล้วแพรไหมไม่ค่อยจะแสดงอาการหึงหวงเกินสิทธิ์สักเท่าไร นานทีปีละครั้งได้กระมัง แต่หากเป็นเรื่องเงินทองได้มีบ้านแตกแน่

          “ถ้าแพรไม่ได้ค่าตัว คุณไฉต้องจ่ายคืนห้าเท่า”    

          หญิงสาวมองคนเป็นพ่องานอย่างคาดโทษ ก่อนจะหมุนตัวเดินหายออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก แล้วแต่ฉัตรฐาจะตัดสินใจ เพราะคนที่จะเสียหายมากที่สุดคือเขา ไม่ใช่เธอ

          ฉัตรฐากระแทกลมหายใจแรงๆ แล้วขยับตัวลุกขึ้น เขาแค่เข้ามานั่งรอคุยกับลูกค้าที่เป็นเพื่อนของเจ้าของที่นี่ กลับมีเรื่องให้ปวดหัวเสียได้

          “ไปงาน” เมื่อก้าวเท้าขึ้นมาบนรถแล้วก็เอ่ยบอกกับนนทกรที่ไม่ยอมโทร.ไปบอกเขาเรื่องแพรไหม ไม่มีทางที่ลูกน้องเขาจะไม่เห็นเธอ ในเมื่อจอดรถข้างๆ กันแบบนี้

          “ครับ”    

          นนทกรขานรับ พลางเหลือบมองรถคันเก่าๆ ของแพรไหมที่ต้องพยายามสตาร์ตอยู่หลายครั้งกว่าจะติด

          เมื่อไปถึงงานฉัตรฐาก็เห็นว่าหุ้นส่วนคนสำคัญมาถึงแล้ว ไม่พ้นมัฆวาน เพื่อนสนิท ทั้งสองหยุดยืนพูดคุยกันอยู่สักพักใหญ่กว่าแพรไหมจะเดินเข้ามารายงานถึงความเรียบร้อย จากนั้นก็แยกตัวไปทำหน้าที่ของตนต่อ จวบจนจบงานเจ้าตัวก็ไม่เข้ามาวุ่นวาย หายจ้อยกลับห้องไปอย่างเร็วไว

          ด้านฉัตรฐานั้นยังกลับไปนอนไม่ได้ เพราะนนทกรมารายงานเรื่องสำคัญ

          “คุณไฉครับ คุณท่านให้ไปพบครับ”

          “กูจะโดนด่าอะไรอีก เด็กนั่นฟ้องไวเกิน” ฉัตรฐามั่นใจว่าไม่พ้นแพรไหมโทร.ไปรายงานเรื่องวันนี้กับบิดาเขา

          “ก็คุณท่านสั่งคุณแพรไว้”

          นนทกรไม่แปลกใจเลยสักนิดและยินดีกับสิ่งที่แพรไหมทำด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่มีฝ่ายหญิงเข้ามาคอยดูแลในชีวิตเจ้านายเขาก็ลดความผีเข้าผีออกลงไปมาก

          คนต้องโดนบ่นหูชาทำไหล่ตก แต่ก็รู้ว่าไม่ควรขัดคำสั่งของบิดา จึงยอมเดินไปขึ้นรถเพื่อตรงกลับบ้าน และเมื่อเดินเข้ามาในห้องรับแขกก็พบบิดาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“นั่งสิ” ฉันทวัศบอกเสียงทรงอำนาจ “ปีนี้แกอายุเท่าไรแล้ว”

          คนเป็นลูกเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย บิดาเขาคงไม่คิดมานั่งทบทวนอายุของลูกแน่

          “ปีนี้แกต้องแต่งงาน” ชายสูงวัยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถึงเวลาที่ฉัตรฐาจะต้องเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว “เลือกมาสักคน ฉันอยากอุ้มหลาน”

          “ไม่มีเวลาครับ”

          เขาเตรียมใจมาว่าจะถูกบ่น แต่เรื่องที่ได้ยินกลับน่าปวดหัวมากกว่า รู้ดีว่าบิดาตนไม่ได้อยากมีหลานจริงๆ เพียงแค่อยากต่อยอดทางธุรกิจมากกว่า

          “งั้นฉันจะหาคนมาช่วยเลือกให้ แกเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวได้เลย ไม่เกินสี่ห้าเดือนนี้ และถ้าฉันกลับมาจากอังกฤษแล้วแกต้องได้ว่าที่เจ้าสาว” เขามีแพลนเดินทางไปอังกฤษเพื่อเริ่มธุรกิจใหม่ประมาณสองถึงสามเดือน จึงอยากได้ลูกสะใภ้มาช่วยเสริมบารมี

          “ก็ตามนั้นครับ”

          ฉัตรฐาเอียงศีรษะรับคำสั่งของคนเผด็จการที่ชอบบงการไปเสียทุกเรื่อง อะไรที่ขัดใจจะลงเอยด้วยความย่อยยับเสมอ

          ฉันทวัศเบาใจที่ลูกชายไม่หัวดื้อต่อต้าน ส่วนแม่สื่อแม่ชักเขามองหาไว้แล้ว ก่อนจะสะบัดมือไล่เมื่อหมดธุระ 

          ฉัตรฐาไม่พูดอะไรต่อ เขารีบลุกขึ้นและเดินกลับไปขึ้นรถมุ่งตรงสู่เพนต์เฮาส์ทันที วันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 14 (05)

    “ยัยตัวแสบเอ๊ย ถึงว่ายอมง่ายๆ” ชายหนุ่มเจ็บใจที่พลาดท่าจนได้ แต่ไม่ถึงนาทีก็มีเสียงหนึ่งแว่วมา “บ่นอะไรของมึง” เจ้าของเสียงไม่พ้นมัฆวานที่เข้านอกออกในบ้านได้ไม่ต่างจากเจ้าของบ้านคนหนึ่ง เมื่อทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าเพื่อน ดวงตาคู่เฉียบก็มองไปยังข้าวผัดกะเพราในจานใบสวย แล้วรู้สึกหิวขึ้นมาเหมือนกัน “น่ากินว่ะ” มัฆวานว่าแล้วยื่นมือไปดึงจานมาไว้ตรงหน้าตนเอง “ชิมคำนะเพื่อน” ฉัตรฐาไม่ได้ห้ามใดๆ รอจนมัฆวานตักข้าวใส่ปากแล้วยิ้มกว้าง เพราะมันต้องคว้ากระดาษทิชชูมาคายทิ้งแทบไม่ทัน “ไอ้เหี้ย นี่มึงซื้อร้านไหน แม่ค้าทำน้ำปลาหกใส่หรือไง” มัฆวานทำตาหยีเมื่อสัมผัสได้ถึงความเค็มไปถึงก้นทะเล ราวกับเขาได้ดำน้ำลงไปด้วยตัวเอง “แพรไหม” ฉัตรฐายื่นมือไปดึงจานข้าวคืน “ทำไมเขาทำให้มึง” มัฆวานทำสีหน้าประหลาดใจ และเขาจำได้ว่าฝีมือของหญิงสาวนั้นดีเยี่ยมกว่านี้ “ซื้อ...” ฉัตรฐาบอกสั้นๆ แล้วไหวไหล่ใส่คนมองค้อน ที่คงรู้แล้วว่าเขาตั้งใจแกล้ง “คุณแพรเปิดร้านข้าวเหรอวะ ไว้กูไปอุดหนุนบ้างดีกว่า” “ถ้าอยากเสียเงินเป็น

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 14 (04)

    คิดได้ดังนั้นฉัตรฐาก็เดินลงจากรถไปยังหน้าบ้านที่เฝ้ามอง แต่จังหวะนั้นก็มีคนเดินออกมาพอดี “ออกไป” หญิงสาวออกปากไล่ทันที ก่อนหน้านี้เธอกำลังนั่งทำโฆษณาโพรโมตร้านค้าอยู่จนได้ยินเสียงฝีเท้าที่หน้าบ้านจึงเดินออกมาดู “ที่นี่ที่ไหน” ฉัตรฐาตีหน้าซื่อ ไม่สนใจท่าทีไม่ต้อนรับของแพรไหม พลางมองสำรวจคนที่หน้าตายังดูสดใส ไม่ได้ซีดเผือดจนน่ากังวล แพรไหมเงียบ เพราะไม่รู้อีกฝ่ายจะใช้ไม้ไหน “ร้านข้าว” ฉัตรฐาเป็นฝ่ายถามเองตอบเอง และกำลังทำตัวเป็นคนใจดีมาอุดหนุนแม่ค้าหน้าใหม่ “ไม่ขาย” แพรไหมตอบกลับทันที เธอแบล็กลิสต์ชื่อเขาไว้ในบัญชีหนังหมาแล้ว “ปฏิเสธลูกค้าแบบนี้เปิดไม่กี่วันคงได้ปิด” ฉัตรฐาเบ้ปากใส่เจ้าของร้าน หญิงสาวมองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างไม่พอใจ เธอรู้อยู่หรอกว่าลูกค้าไม่ต่างจากพระเจ้า แต่ฉัตรฐานั้นเป็นปีศาจ “อยากกินแกงมัสมั่น” คนหน้าด้านบอกถึงสิ่งที่ต้องการ หลังเห็นแม่ค้าหน้าใหม่ไม่โวยวายอะไร “ไม่ขาย” แพรไหมตอบเสียงดัง แกงมัสมั่นเป็นเมนูแรกที่เธอขีดฆ่าว่าจะไม่ทำขาย โดยเฉพาะทำให้คนที่เธอไม่อยากนึกขายมัน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 14 (03)

    “พ่อคุณไง” บางทีฉันทวัศอาจจะทำให้ฉัตรฐาเลิกมาวุ่นวายกับเธอได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้อีกฝ่ายจะกลับมาจากอังกฤษหรือยัง “ถ้าตาแก่นั่นรู้ ไม่ใช่แค่ฉันหรอกที่จะมีปัญหา เธอเองก็ด้วย” ฉัตรฐาบอกด้วยสีหน้าจริงจัง อยากให้หญิงสาวลองทบทวนดู แพรไหมขบเม้มปาก จริงสิ ฉันทวัศไม่ใช่คนที่ควรไปยุ่งด้วยเลย เธอมองดวงหน้าคมเข้มอย่างนึกสงสัยพร้อมถามออกไป “ทำไมคุณถึงไม่บอกพ่อของคุณ” จากประโยคที่เขาบอกมันสื่อได้ว่าฉันทวัศยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น “ขี้เกียจ” ฉัตรฐาตอบพร้อมไหวไหล่ หญิงสาวขมวดคิ้วใส่คำตอบที่ได้ กลัวว่าชายตรงหน้าจะมีแผนอื่นในใจ พลันจ้องมองลึกไปในตาคมคล้ายหาคำตอบ ทว่าฉัตรฐากลับไม่อยู่ให้มองและพลิกตัวเดินหนีจากไปดื้อๆ “อะไรของเขา” ใช่ว่าไม่ดีที่คนใจร้ายยอมกลับไป แต่เธอมองการกระทำนั้นไม่ออกกลัวจะตั้งรับไม่ทัน แล้วจำใจต้องสลัดเรื่องน่าปวดหัวออกจากสมอง เพราะวันนี้มีอีกหลายสิ่งต้องเตรียมให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ แล้วไม่ลืมอวยพรตัวเอง ‘ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดี’ ในเช้าวันใหม่ แพรไหมรีบตื่นขึ้นมาเตรียมของขาย แล

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 14 (02)

    อธิวัฒน์ลอบมองหน้าเจ้านายที่กำลังมีอาการอึ้ง แล้วอธิบายถึงสิ่งได้แอบฟังมา “ผมได้ยินเธอบอกกับนางพยาบาลว่าประจำเดือนไม่มาสองเดือนกว่าแล้วครับ แต่หลังจากนั้นผมตามเข้าไปไม่ได้ครับ แต่ผมเห็นเธอหน้ามืดและทำท่าจะอ้วก อาการเหมือนคนท้องเลยครับ” เขาตามติดแพรไหมไปถึงโรงพยาบาล และแอบยืนฟังอยู่ข้างเสาที่อยู่ไม่ห่างกัน จึงได้รู้เรื่องนี้มา แต่หลังจากนั้นไม่มีข้อมูลยืนยัน ฉัตรฐายังนิ่งค้าง สมองตื้บทึบ แล้วนึกถึงอาการหน้ามืดของแพรไหมตอนเจอกันที่วัด “ท้อง? สองเดือนกว่า?” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างแรง เพราะมีสิทธิ์ที่เด็กในท้องจะเป็นลูกของเขาค่อนข้างมาก อาจเป็นในรถคืนนั้น แม้เขาจะป้องกัน แต่ใช่ว่าจะไม่มีสิทธิ์พลาด ก่อนดึงตัวเองกลับมาออกคำสั่ง “ไปสืบมา... ฉันต้องการข้อมูลด่วนที่สุด” เขาอยากได้คำตอบที่แน่ใจ ขณะหัวใจรู้สึกร้อนระอุขึ้น “ครับ” อธิวัฒน์ก้มหน้ารับคำสั่ง แล้วเดินถอยล่าออกไป ฉัตรฐาหันกลับไปโฟกัสกับงาน แม้ว่าใจจะกำลังเต้นไวไม่น้อย ส่วนเรื่องของแพรไหม เดี๋ยวลูกน้องก็หาคำตอบมาให้เอง ทางด้านหญิงสา

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 14

    “ขอบคุณเจ้มากเลยนะคะสำหรับส่วนลด” แพรไหมพนมมือขึ้นไหว้เจ้าของร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำอาหาร หลังขับรถมาซื้อกล่องกระดาษไปเตรียมตัวทำอาหารขาย “พวกเรามันคนกันเอง” ปรานีโบกมือว่าไม่ต้องเกรงใจ เมื่อก่อนแพรไหมเป็นลูกค้าประจำ แถมยังแนะนำร้านเธอให้กับโรงงานกับร้านอาหารอีกด้วย จึงสนิทกันอยู่ไม่น้อย แล้วหันไปกวักมือเรียกน้องชาย “ไอ้มา ไปยกกล่องให้หนูแพรหน่อย” แพรไหมหันไปส่งยิ้มขอบคุณมาโนทย์ที่ช่วยออกแรงแทนเธอ “เดี๋ยวเอาขนมไปกินด้วยนะ ลูกสะใภ้เจ้ทำไว้” ปรานีเดินหายเข้าไปในห้องครัว แล้วออกมาพร้อมขนมที่ลูกสะใภ้อบไว้ “ขอบคุณค่ะ” แพรไหมรับกล่องขนมมาไว้ในมือ ทว่าจังหวะที่เอื้อมมือไปกลับมีอาการหน้ามืด สองวันนี้เป็นมาหลายครั้งแล้ว “เป็นอะไรหนูแพร” “แพรเวียนหัวค่ะ” “ไม่สบายหรือไง แล้วไปหาหมอมาหรือยัง...” “ยังเลยค่ะ” แพรไหมส่ายหน้า เธอยังไม่มีเวลาจัดการเรื่องนี้เลย “อย่าปล่อยไว้นานนะ มันไม่ดี เกิดเป็นอะไรร้ายแรงขึ้นมาจะทำยังไง แล้วก็จะเปิดร้านแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าเปิดๆ หยุดๆ เสียลูกค้าหมด” ปรานีบอกด้วยความห่วง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (04)

    “งั้นฉันช่วยขนของดีกว่าค่ะ” “ขอบคุณค่ะ” ทั้งสองช่วยกันขนกล่องสีน้ำตาลเข้าบ้าน แพรไหมมีของติดมาไม่มากนัก และประมาณหนึ่งชั่วโมงถัดมาเธอก็ได้ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หินอ่อนหน้าบ้าน มองไปรอบๆ อย่างพยายามทำใจสู้ และทำเลที่นี่ก็ค่อนข้างดีเหมาะกับอาชีพที่เธอได้คิดไว้ หญิงสาวตั้งใจจะเปิดขายอาหารดิลิเวอรี เพราะมีฝีมือด้านทำอาหารอยู่ไม่น้อย หากจะเอาแต่รองานที่ร่อนใบสมัครไปคงได้อดตาย พลันขยับลุกไปหยิบไอแพดออกมาจดโน้ตถึงรายการอาหารที่เธอทำได้ดี ผัดกะเพราไก่ หมู กุ้ง ข้าวผัด แกงจืด แกงมัสมั่น พอเขียนถึงแกงมัสมั่นแล้วก็จัดการขีดฆ่าทิ้ง เพราะมันทำให้นึกถึงฉัตรฐาที่ชอบกิน แล้วนึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อยว่าจะถูกตามรังควานอีก แต่เธอก็ไม่ได้คิดหนี ทำไมเธอต้องหนีไปด้วย ในเมื่อคนที่ควรละอายคือฉัตรฐาที่ผิดข้อตกลง และสมควรต้องเป็นคนถอยกลับไป จากนั้นก็ขยับตัวเดินไปยังห้องครัวเพื่อสำรวจความเรียบร้อยอีกรอบ อีกฟากหนึ่ง เวลานี้ภายในห้องทำงานของฉัตรฐากำลังต้อนรับแขกที่มาเยือนเป็นประจำ ไม่พ้นมัฆวานที่ทิ้งก้นลงนั่งบนโซฟา “

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status