Mag-log inถ้าแพรไหมอนุญาตตนนั้นก็จะตามไปดูแลเป็นอย่างดี ให้สมกับที่เธอช่วยให้รอดชีวิตมาได้ ที่จริงเขาก็ตามหาหญิงสาวมาหลายวันแล้ว แต่เหมือนว่าแพรไหมจะไปทำงานให้กับฉัตรฐาทางใต้ จึงได้แต่เฝ้ารอเธอกลับมา และในจังหวะที่เขาทำท่าจะลุกขึ้นนั้นก็นิ่วหน้า เพราะยังเจ็บแผลอยู่ไม่น้อย
“พอเลยค่ะ” แพรไหมอยากจะยกมือขึ้นมากุมศีรษะ สองเท้ารีบเดินไปด้านหลังเพื่อเข้าห้องน้ำ แล้วจะได้ชิ่งหนีกลับห้องพัก
“เดี๋ยวพี่มานะครับ” ฉัตรฐาขยับตัวลุกขึ้น สายตาวาวโรจน์ไม่น้อย เพราะมีคนริขัดคำสั่ง
“ค่ะ”
กัลย์สุดาตอบรับ แล้วหันไปพูดกับจิรัฐที่ชวนคุย ส่วนมัฆวานนิ่งมองไปยังทิศทางที่เพื่อนเดินไป จังหวะหนึ่งก็บิดยิ้มมุมปากฉัตรฐาสืบเท้าตามหลังแพรไหมไป ก่อนคว้าข้อมือนุ่มพร้อมดึงให้หันมาเผชิญหน้ากัน
“ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับมัน…คิดจะทรยศฉันหรือไง”
“เจ็บนะคะ ปล่อยค่ะ” แพรไหมดึงข้อมือกลับ แต่ฉัตรฐายังกำไว้แน่น
“จับไม่ได้? จับแค่นี้ไม่ถึงตายหรอกมั้ง” ฉัตรฐามองท่าทางสะบัดสะบิ้งนั้นแล้วอยากจะหัวเราะ
“ปล่อยค่ะ แพรไม่อยากทะเลาะด้วย” แพรไหมพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ และเธอก็พยายามหลีกเลี่ยงการเจอหน้า แต่ก็ดันมาเจอกันอีก“อย่ามาทำเป็นรังเกียจใส่ฉัน นึกถึงตอนที่ให้ฉันช่วยไว้ให้มากๆ ด้วย” เขาเค้นเสียงบอกทีละคำ หวังว่าจะทะลุหูเข้าไปถึงสมองของแพรไหม แล้วไม่ชอบใจกับท่าทางของหญิงสาว เมื่อก่อนนั้นทั้งซบและซุกอก ยามนี้แค่จับมือทำมาเป็นรังเกียจกัน
“แพรก็ตอบแทนและกราบแนบอกขอบคุณตั้งหลายครั้งแล้วนี่คะ ไม่พอเหรอ”
ฉัตรฐาจะมาทวงบุญคุณได้อย่างไร เขาไม่ได้ช่วยเธอฟรีๆ เสียหน่อย เธอก็ตอบแทนเขาในสิ่งที่เขาต้องการ และในตอนนั้นชายหนุ่มเองก็อยากได้เธออยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือไง“จะพออะไร เงินเดือนเธอก็ได้จากฉัน” ฉัตรฐาเค้นเสียงถาม
“เงินเดือนนั่นคุณยัดเยียดให้แพรเอง อย่าทำเป็นลืมค่ะ แต่หลังจากนี้ไม่ต้องมาช่วยอะไรแพรอีกแล้วค่ะ”
ที่จริงเรื่องเงินเดือนแรกเริ่มเธอปฏิเสธไป เพราะถือว่าทำงานชดใช้หนี้ แต่ฉัตรฐายัดเยียดและเสนอให้ เพราะการทำงานของเขาง่ายขึ้นเมื่อมีเธอ แถมเธอก็ยังทำได้สารพัด ไม่เคยเกี่ยงงอน“คิดว่าตัวเองเอาตัวรอดได้?” เขาอยากจะหัวเราะใส่คนเก่งเสียจริง หากไม่มีเขาแพรไหมคงไม่อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้
“แน่นอนค่ะ แล้วจะปล่อยได้ยังคะ” แพรไหมดึงข้อมือกลับ แต่ฉัตรฐาก็ยังไม่ยอมจึงต้องใช้ไม้แข็งออกแรงผลักอกกำยำ จากนั้นใช้ส้นรองเท้าเหยียบเท้าฉัตรฐาไปอีกหนึ่งหน
“โอ๊ย”
ชายหนุ่มที่ไม่ทันระวังตัวและไม่คิดว่าแพรไหมจะกล้าทำร้องลั่น ไม่ทันตามไปจัดการคนที่วิ่งหนีไปก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง
“พี่ไฉ”
“เกล”
“มาทำอะไรตรงนี้คะ แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น” กัลย์สุดาตั้งคำถามและเห็นดีว่าลูกน้องของเขาเพิ่งเดินห่างออกไป
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ฉัตรฐาขบกรามแน่นระงับอารมณ์ แล้วเก็บสีหน้าและอาการให้เป็นปกติ
“เกลอยากกลับแล้วค่ะ” เธอรู้สึกอยากกลับไปทิ้งตัวลงนอนที่เพนต์เฮาส์แล้ว
“ได้สิ แต่พี่ขอไปบอกไอ้มัฆกับไอ้จีก่อนนะ”
ว่าแล้วฉัตรฐาก็พากัลย์สุดากลับไปยังโต๊ะเพื่อร่ำลาเพื่อนๆ แล้วจึงไปขึ้นรถที่มีนนทกรสแตนด์บายรออยู่ เพียงแค่รถเลื่อนออกเม็ดฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา ท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดครึ้มไร้ซึ่งแสงจากดวงจันทร์
ฉัตรฐาพิงแผ่นหลังกับเบาะ ภายในอกยังกรุ่นโกรธที่แพรไหมพยศใส่ รถคันหรูเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมาได้ราวสิบนาทีกลับค่อยๆ ชะลอช้าลง พร้อมเสียงของสารถีที่ดังขึ้น
“นั่นรถคุณแพรนี่ครับ”
นนทกรเห็นมาแต่ไกลว่ารถคันเล็กสีขาวที่จอดอยู่ริมถนนนั้นเป็นรถของแพรไหม ก่อนจะหักพวงมาลัยไปจอดเทียบข้างฟุตพาทแล้วรีบลงไปช่วยเร็วไว
“เดี๋ยวเกลเอาร่มไปให้เธอนะคะ” กัลย์สุดาเห็นลูกน้องของฉัตรฐายืนตัวสั่นอยู่หน้าฝากระโปรงรถ จึงขยับตัวลงไปพร้อมร่ม
ฉัตรฐาวางหน้านิ่ง แต่ก็ก้าวเท้าตามลงไป
แพรไหมส่งยิ้มให้กับนนทกรที่อาสาช่วยดูรถที่ชอบเกเรให้ แต่มองเมินคนสุดท้ายที่เดินตามลงมา
“กลับขึ้นรถเถอะเกล” ฉัตรฐาหยุดยืนอยู่ข้างเจ้าของร่างเล็ก ไม่อยากให้กัลย์สุดาต้องโดนฝน
“แต่ว่า...” กัลย์สุดามีท่าทางอยากอยู่ช่วย แต่ก็ต้องอึกอัก เพราะสัมผัสได้ว่ามีพายุอารมณ์กรุ่นๆ ลอยอยู่ระหว่างคู่เจ้านายลูกน้อง อาจจะเป็นเรื่องที่แพรไหมไปยุ่งกับศัตรู ถึงอย่างนั้นเธอก็นึกห่วงใยจึงยื่นร่มให้ ทว่ามือหนากลับดึงมันคืนแล้วกางให้เธอแทน
“พี่ไฉ” กัลย์สุดาร้องเสียงหลง
“พี่ไม่อยากให้เกลไม่สบาย” แววตาของฉัตรฐามีแต่ความห่วงใยกัลย์สุดา ก่อนเบนไปมองแพรไหมแค่เล็กน้อย “ลูกน้องของพี่คนนี้เธอแข็งแรงมากครับ โดนฝนแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอกครับ”
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
ฉัตรฐายังจำได้ดี ถึงความฝันของเพื่อนที่เป็นพี่ชายของกัลย์สุดา “เกลว่าจะเอาที่ตรงนี้ละค่ะ ถูกใจเกลมาก เกลขอนะคะพี่ไฉ” กัลย์สุดาระบายยิ้ม แล้วเกาะแขนทำตาปริบๆ หลังเห็นอีกฝ่ายเงียบไป “หรือพี่ไฉไม่อยากสนับสนุนเกลแล้วคะ” กัลย์สุดามองอย่างตั้งคำถาม แอบใจเสียนิดๆ
บทที่ 8 “มาทำไมแต่เช้าคะ” แพรไหมตกใจนิดๆ ที่ตื่นขึ้นมาเห็นฉัตรฐานั่งอยู่บนโซฟา ไม่รู้เขามาตั้งแต่ตอนไหน “เอาเอกสารมาให้” ฉัตรฐายื่นเอกสารปึกหนาให้แก่คนป่วย เป็นข้อมูลเกี่ยวกับของหายากที่คุณทีเจต้องการ หญิงสาวย่นคิ้วใส่ แค่จะเอาเอกสารมาให้ต้องมาเช้าขนาดนี้เลยหรือ แล้วหย
ฉัตรฐาขบกรามใส่คนที่กำลังผยองใส่เขา แววตาวาวขึ้นเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่าควรทำอย่างไรให้ตัวเองเป็นผู้ชนะ มือหนายกขึ้นไปไล้แก้มนวล “หรือแอบคิดฝันเฟื่องในใจ ไม่เจียมตัวอีกแล้วนะ” แพรไหมออกแรงทุบอกกว้างอีกรอบด้วยความไม่ชอบใจ แต่กลับเป็นเธอที่เจ็บ ฉัตรฐานั้นไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
“ว้าย ตายแล้วพี่แพร” สาวสวยอีกสองคนยกมือขึ้นแนบอก เมื่อแพรไหมที่กำลังผสมเครื่องดื่มให้ลูกค้าถูกเพื่อนอีกคนเดินมากระแทกตัวทำให้น้ำร้อนในกาน้ำราดใส่มือ “พี่ไม่เป็นไร น้ำไม่ร้อนมาก” แพรไหมสะบัดมือด้วยความแสบร้อน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นมือพอง โชคดีที่น้ำไม่ได้ร้อนจัด ถึง







