Se connecter“พี่จี...พี่มัฆ”
กัลย์สุดาเอ่ยทักพลางเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างๆ มัฆวานและจิรัฐภายในห้องวีไอพีของผับชื่อดังแห่งหนึ่ง
“โตขึ้นเยอะเลยนะเรา แล้วกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” จิรัฐมีอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด แล้วมองเด็กสาวที่เก่งด้านการวาดรูป แต่เวลานี้หันเหมาชอบการทำอาหารแทน
“เกือบๆ สองสัปดาห์แล้วค่ะพี่จี” กัลย์สุดาว่าแล้วส่งยิ้มหวาน “พี่จีกับพี่มัฆสบายดีนะคะ”
“พี่สบายดีครับ” มัฆวานยิ้มนิดๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากนัก เพราะแต่เดิมก็ไม่ได้สนิทกับกัลย์สุดา ต่างจากจิรัฐที่สนิทกับทั้งพี่และน้อง
ฉัตรฐาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วจัดการสั่งเครื่องดื่มให้กับหญิงสาว
“งานนี้คุณทีเจอยากได้ของหลายอย่างเลย” มัฆวานยื่นเอกสารให้เพื่อนได้ดูสิ่งของที่ทีเจต้องการ มีทั้งแจกัน ทั้งรูปวาด
“ชิ้นนี้กูมี” ฉัตรฐาเอ่ยบอก
“แล้วชิ้นนี้ล่ะ...”
“คงต้องให้คนตามหา” เขาจะให้ลูกน้องตามหาเป็นการเร่งด่วน ส่วนของที่เหลือเขาเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้ว ไม่น่าใช่เรื่องยาก
“ฝากทีว่ะ ช่วงนี้กูโคตรยุ่งเลย”
ฉัตรฐาพยักหน้ารับแล้วหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม แต่เหล้ายังไม่ทันได้เข้าปาก กัลย์สุดาก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนจุดสนใจ
“พี่ไฉคะ”
“ครับ”
“นั่นใช่ลูกน้องของพี่หรือเปล่าคะ”
กัลย์สุดาชี้นิ้วผ่านกระจกไปด้านบนเวทีที่เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเท้าขึ้นไป จำได้แม่นว่าเป็นผู้หญิงที่เข้าห้องมาโดยไม่ขออนุญาต
ด้านมัฆวานเลิกคิ้วมองเพื่อน เพราะแพรไหมได้ถูกลดสถานะเหลือแค่ลูกน้องแล้ว
“ครับ” ฉัตรฐาไม่สะท้านใดๆ แล้วเอียงคอบิดปากใส่มัฆวาน
“เธอเก่งจังค่ะ” กัลย์สุดามองแพรไหมที่กำลังเป็นดีเจอยู่บนเวทีด้วยสายตาเป็นประกาย นึกอยากเก่งเหมือนอีกฝ่ายบ้าง ตอนเด็กๆ เธอเคยมีความฝันหลายอย่างแต่ไม่มีโอกาสให้ได้ลองทำ
ฉัตรฐาไม่ได้สนใจมากนัก เจ้าตัวหันกลับมาพูดเรื่องงานกับมัฆวานต่อ แต่ในหนึ่งชั่วโมงต่อมากัลย์สุดาก็ทำให้เขาต้องหันไปมองอีกรอบ
“นั่นคนของพี่หรือเปล่าคะ หรือว่าแฟนเธอ ยิ้มหวานเชียว” เมื่อแพรไหมเดินลงจากเวทีก็มีผู้ชายคนหนึ่งไปยืนรอรับด้วยท่าทีสนิทสนม เห็นฝ่ายนั้นส่งยิ้มหวานหยด และยังมองมาทางห้องที่เธอนั่งอยู่ด้วย จึงคาดว่าอาจจะเป็นคนของฉัตรฐา
“ไอ้ธาดา” ฉัตรฐามองตาเขม็ง และเห็นชัดว่าแพรไหมนั่งลงที่โต๊ะของธาดา “มันไม่ใช่คนของพี่ครับ มันเป็นศัตรู”
“แล้วทำไมลูกน้องของพี่ถึงไปนั่งคุยกับเขาล่ะคะ” กัลย์สุดาทำท่าไม่เข้าใจ แต่ก็รู้ว่างานของฉัตรฐาไม่ได้ขาวสะอาดนัก เรื่องที่มีศัตรูไม่ใช่เรื่องแปลก
ฝ่ายแพรไหมมองคนที่ส่งยิ้มหวานมาให้ คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
“มาทำไมคะเนี่ย” แพรไหมถามด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ ก่อนถูกฝ่ามือใหญ่ดึงพาไปนั่งลงยังโต๊ะที่อยู่เยื้องเวที
“มาให้กำลังใจครับ” ธาดาตอบเสียงหวานไม่แพ้รอยยิ้ม
“คุณธาดา แค่แพรช่วยคุณครั้งเดียว ไม่ต้องทำให้เรื่องมันวุ่นวายได้ไหมคะ” เธอบอกเสียงขุ่น หากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ช่วย เพราะท่าทางธาดาไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรง่ายๆ
“ผมเจอไอ้ไฉ” ธาดาไม่ตอบรับ แต่กลับบอกถึงสิ่งที่แพรไหมควรรู้ “และมันพาสาวมาด้วย”
แพรไหมขบเม้มปาก แต่ก็ไม่ได้แสดงถึงความอยากรู้ใดๆ
“มันมีคนใหม่แล้ว?” ธาดาถามด้วยความใคร่รู้ ก่อนหน้านี้เขาเดินตามหลังมันเข้ามา จึงเห็นว่ามันดูทะนุถนอมผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างดี
“ช่างเขาค่ะ”
เธอไม่อยากไปใส่ใจ ตอนนี้ขอโฟกัสกับการหาเงินมาจ่ายค่าฉีกสัญญา แม้จะรับงานถ่ายนิตยสาร แต่ก็ต้องหาเพิ่มอีก ตอนนี้จึงรับทำสารพัด ทั้งการขายสินค้า รีวิวครีม โชคดีที่มีลูกค้าเก่าๆ ให้ความเมตตา“ไม่หึง?” ธาดานึกแปลกใจ ปกติก็น่าจะต้องแสดงความหึงหวงกันบ้าง อย่างน้อยก็หวงตำแหน่งที่กำลังจะกระเด็นหลุดมือ
“ไม่มีสิทธิ์ค่ะ เป็นแค่ลูกน้อง” แพรไหมตอบอย่างชัดเจนแล้วขยับตัวลุกขึ้น เพราะไม่อยากหาเหาใส่หัวของตัวเอง
“จะไปไหนครับ”
“จะไปเข้าห้องน้ำ จะไปด้วยไหมคะ”
“ได้เหรอ”
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
ฉัตรฐายังจำได้ดี ถึงความฝันของเพื่อนที่เป็นพี่ชายของกัลย์สุดา “เกลว่าจะเอาที่ตรงนี้ละค่ะ ถูกใจเกลมาก เกลขอนะคะพี่ไฉ” กัลย์สุดาระบายยิ้ม แล้วเกาะแขนทำตาปริบๆ หลังเห็นอีกฝ่ายเงียบไป “หรือพี่ไฉไม่อยากสนับสนุนเกลแล้วคะ” กัลย์สุดามองอย่างตั้งคำถาม แอบใจเสียนิดๆ
บทที่ 8 “มาทำไมแต่เช้าคะ” แพรไหมตกใจนิดๆ ที่ตื่นขึ้นมาเห็นฉัตรฐานั่งอยู่บนโซฟา ไม่รู้เขามาตั้งแต่ตอนไหน “เอาเอกสารมาให้” ฉัตรฐายื่นเอกสารปึกหนาให้แก่คนป่วย เป็นข้อมูลเกี่ยวกับของหายากที่คุณทีเจต้องการ หญิงสาวย่นคิ้วใส่ แค่จะเอาเอกสารมาให้ต้องมาเช้าขนาดนี้เลยหรือ แล้วหย
ฉัตรฐาขบกรามใส่คนที่กำลังผยองใส่เขา แววตาวาวขึ้นเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่าควรทำอย่างไรให้ตัวเองเป็นผู้ชนะ มือหนายกขึ้นไปไล้แก้มนวล “หรือแอบคิดฝันเฟื่องในใจ ไม่เจียมตัวอีกแล้วนะ” แพรไหมออกแรงทุบอกกว้างอีกรอบด้วยความไม่ชอบใจ แต่กลับเป็นเธอที่เจ็บ ฉัตรฐานั้นไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
“ว้าย ตายแล้วพี่แพร” สาวสวยอีกสองคนยกมือขึ้นแนบอก เมื่อแพรไหมที่กำลังผสมเครื่องดื่มให้ลูกค้าถูกเพื่อนอีกคนเดินมากระแทกตัวทำให้น้ำร้อนในกาน้ำราดใส่มือ “พี่ไม่เป็นไร น้ำไม่ร้อนมาก” แพรไหมสะบัดมือด้วยความแสบร้อน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นมือพอง โชคดีที่น้ำไม่ได้ร้อนจัด ถึง







