分享

บทที่ 6 (03)

last update publish date: 2026-04-08 18:40:26

“พี่จี...พี่มัฆ”

          กัลย์สุดาเอ่ยทักพลางเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างๆ มัฆวานและจิรัฐภายในห้องวีไอพีของผับชื่อดังแห่งหนึ่ง

          “โตขึ้นเยอะเลยนะเรา แล้วกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” จิรัฐมีอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด แล้วมองเด็กสาวที่เก่งด้านการวาดรูป แต่เวลานี้หันเหมาชอบการทำอาหารแทน

          “เกือบๆ สองสัปดาห์แล้วค่ะพี่จี” กัลย์สุดาว่าแล้วส่งยิ้มหวาน “พี่จีกับพี่มัฆสบายดีนะคะ”

          “พี่สบายดีครับ” มัฆวานยิ้มนิดๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากนัก เพราะแต่เดิมก็ไม่ได้สนิทกับกัลย์สุดา ต่างจากจิรัฐที่สนิทกับทั้งพี่และน้อง  

          ฉัตรฐาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วจัดการสั่งเครื่องดื่มให้กับหญิงสาว

          “งานนี้คุณทีเจอยากได้ของหลายอย่างเลย” มัฆวานยื่นเอกสารให้เพื่อนได้ดูสิ่งของที่ทีเจต้องการ มีทั้งแจกัน ทั้งรูปวาด   

          “ชิ้นนี้กูมี” ฉัตรฐาเอ่ยบอก

          “แล้วชิ้นนี้ล่ะ...”

          “คงต้องให้คนตามหา” เขาจะให้ลูกน้องตามหาเป็นการเร่งด่วน ส่วนของที่เหลือเขาเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้ว ไม่น่าใช่เรื่องยาก

          “ฝากทีว่ะ ช่วงนี้กูโคตรยุ่งเลย”

          ฉัตรฐาพยักหน้ารับแล้วหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม แต่เหล้ายังไม่ทันได้เข้าปาก กัลย์สุดาก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนจุดสนใจ

          “พี่ไฉคะ”

          “ครับ”

          “นั่นใช่ลูกน้องของพี่หรือเปล่าคะ”

          กัลย์สุดาชี้นิ้วผ่านกระจกไปด้านบนเวทีที่เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเท้าขึ้นไป จำได้แม่นว่าเป็นผู้หญิงที่เข้าห้องมาโดยไม่ขออนุญาต

          ด้านมัฆวานเลิกคิ้วมองเพื่อน เพราะแพรไหมได้ถูกลดสถานะเหลือแค่ลูกน้องแล้ว

          “ครับ” ฉัตรฐาไม่สะท้านใดๆ แล้วเอียงคอบิดปากใส่มัฆวาน

          “เธอเก่งจังค่ะ” กัลย์สุดามองแพรไหมที่กำลังเป็นดีเจอยู่บนเวทีด้วยสายตาเป็นประกาย นึกอยากเก่งเหมือนอีกฝ่ายบ้าง ตอนเด็กๆ เธอเคยมีความฝันหลายอย่างแต่ไม่มีโอกาสให้ได้ลองทำ

          ฉัตรฐาไม่ได้สนใจมากนัก เจ้าตัวหันกลับมาพูดเรื่องงานกับมัฆวานต่อ แต่ในหนึ่งชั่วโมงต่อมากัลย์สุดาก็ทำให้เขาต้องหันไปมองอีกรอบ  

          “นั่นคนของพี่หรือเปล่าคะ หรือว่าแฟนเธอ ยิ้มหวานเชียว” เมื่อแพรไหมเดินลงจากเวทีก็มีผู้ชายคนหนึ่งไปยืนรอรับด้วยท่าทีสนิทสนม เห็นฝ่ายนั้นส่งยิ้มหวานหยด และยังมองมาทางห้องที่เธอนั่งอยู่ด้วย จึงคาดว่าอาจจะเป็นคนของฉัตรฐา

          “ไอ้ธาดา” ฉัตรฐามองตาเขม็ง และเห็นชัดว่าแพรไหมนั่งลงที่โต๊ะของธาดา “มันไม่ใช่คนของพี่ครับ มันเป็นศัตรู”

          “แล้วทำไมลูกน้องของพี่ถึงไปนั่งคุยกับเขาล่ะคะ” กัลย์สุดาทำท่าไม่เข้าใจ แต่ก็รู้ว่างานของฉัตรฐาไม่ได้ขาวสะอาดนัก เรื่องที่มีศัตรูไม่ใช่เรื่องแปลก

          ฝ่ายแพรไหมมองคนที่ส่งยิ้มหวานมาให้ คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

          “มาทำไมคะเนี่ย” แพรไหมถามด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ ก่อนถูกฝ่ามือใหญ่ดึงพาไปนั่งลงยังโต๊ะที่อยู่เยื้องเวที

          “มาให้กำลังใจครับ” ธาดาตอบเสียงหวานไม่แพ้รอยยิ้ม

          “คุณธาดา แค่แพรช่วยคุณครั้งเดียว ไม่ต้องทำให้เรื่องมันวุ่นวายได้ไหมคะ” เธอบอกเสียงขุ่น หากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ช่วย เพราะท่าทางธาดาไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรง่ายๆ

          “ผมเจอไอ้ไฉ” ธาดาไม่ตอบรับ แต่กลับบอกถึงสิ่งที่แพรไหมควรรู้ “และมันพาสาวมาด้วย”

          แพรไหมขบเม้มปาก แต่ก็ไม่ได้แสดงถึงความอยากรู้ใดๆ

          “มันมีคนใหม่แล้ว?” ธาดาถามด้วยความใคร่รู้ ก่อนหน้านี้เขาเดินตามหลังมันเข้ามา จึงเห็นว่ามันดูทะนุถนอมผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างดี

          “ช่างเขาค่ะ”     

          เธอไม่อยากไปใส่ใจ ตอนนี้ขอโฟกัสกับการหาเงินมาจ่ายค่าฉีกสัญญา แม้จะรับงานถ่ายนิตยสาร แต่ก็ต้องหาเพิ่มอีก ตอนนี้จึงรับทำสารพัด ทั้งการขายสินค้า รีวิวครีม โชคดีที่มีลูกค้าเก่าๆ ให้ความเมตตา

          “ไม่หึง?” ธาดานึกแปลกใจ ปกติก็น่าจะต้องแสดงความหึงหวงกันบ้าง อย่างน้อยก็หวงตำแหน่งที่กำลังจะกระเด็นหลุดมือ

          “ไม่มีสิทธิ์ค่ะ เป็นแค่ลูกน้อง” แพรไหมตอบอย่างชัดเจนแล้วขยับตัวลุกขึ้น เพราะไม่อยากหาเหาใส่หัวของตัวเอง

          “จะไปไหนครับ”

          “จะไปเข้าห้องน้ำ จะไปด้วยไหมคะ”

          “ได้เหรอ”

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status