LOGINแพรไหมได้ยินอย่างนั้นจึงพูดข้ามหัวเขาไปบอกกับนนทกร
“ไปเถอะค่ะคุณนน เดี๋ยวแพรเรียกแท็กซี่กลับเองได้ แพรไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครอีก”
ฉัตรฐาแสบร้อนในอกหนักกว่าเดิมที่แพรไหมจงใจว่ากระทบกระเทียบ แล้วพยายามระงับความคุกรุ่นนั้น เขาจะคอยดูว่าแพรไหมจะอวดดีได้นานแค่ไหน ก่อนโอบเอวพากัลย์สุดากลับขึ้นรถ
นนทกรนึกเห็นใจแพรไหม แต่ก็จำใจต้องกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเอง แม้เคลื่อนรถห่างออกมาแล้วสายตาก็ยังมองกระจกมองหลัง
“คุณแพรขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วครับ” นนทกรเอ่ยบอกให้คนในรถได้คลายใจ
“กูไม่ได้อยากรู้” แพรไหมจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ช่าง เขาไม่สน
“ผมบอกคุณเกลครับ”
นนทกรเห็นกัลย์สุดามีความห่วงใยและอาทรจึงตั้งใจบอกกับอีกฝ่าย ส่งผลให้ฉัตรฐาใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มองคาดโทษลูกน้องคนสนิท เพราะรู้ว่ามันจงใจตีรวนนนทกรค้อมศีรษะลงเป็นการขอโทษ แล้วตั้งใจขับรถไปเงียบๆ ท่ามกลางเสียงชวนคุยของกัลย์สุดา
บทที่ 7
เวลาประมาณบ่ายโมงตรงแพรไหมก็กระวีกระวาดลุกจากเตียง เธอตื่นขึ้นมาแล้วในตอนเช้าแต่รู้สึกปวดหัวจึงกินยาแล้วหลับไปอีกรอบ ดวงหน้ามีความตระหนก เพราะดันลืมตั้งนาฬิกาปลุกเสียได้ แต่โชคดีที่ยังมีเวลาเหลืออีกเกือบสองชั่วโมง
แพรไหมวิ่งไปอาบน้ำอย่างลวกๆ แล้วออกมาด้วยชุดเสื้อหนังสีดำ กางเกงยีนส์สีเข้ม วันนี้เธอรับงานเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ไว้ แล้วจัดการแต่งหน้าอย่างเร็วไว กลัวจะไปไม่ทันเวลา
สามสิบนาทีต่อมาแพรไหมเดินจ้ำอ้าวไปเรียกรถแท็กซี่มิเตอร์ ส่วนรถของเธอเมื่อเช้าได้โทร.ให้อู่ซ่อมรถเจ้าประจำลากไปแล้ว
รถแท็กซี่สีเขียวเหลืองเคลื่อนออกมาไม่ถึงสิบนาที แพรไหมก็ทำหน้าเหยเกเมื่อเห็นสายโทร.เข้าจากแม่งานอย่างเจ้ซี
“นังแพร”
“แพรกำลังไปเจ้” แพรไหมรีบบอก รู้สึกผิดที่เธอไม่ได้ไปเตรียมตัวก่อนเริ่มงาน
“ฉันจะโทร.มาบอกว่าแกโดนปลด” เจ้ซี พริตตี้สาวสวยบอกด้วยสีหน้าที่งงเป็นไก่ตาแตก เธอเองก็เพิ่งได้รับสายเมื่อครู่นี้เอง
“อะไรนะเจ้” แพรไหมตกใจถามลั่นรถ
“มีคนมาเสียบแทนแก แกไปทำอะไรให้ใครไม่ถูกใจหรือเปล่า” เจ้ซีคิดว่างานนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลัง เมื่อจู่ๆ รุ่นน้องที่ทำงานดีของเธอถูกปลดฟ้าผ่า
“แพรไม่รู้ค่ะ” แพรไหมนิ่งงันไปอยู่ร่วมนาที สมองยังประมวลผลไม่ทัน ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกปลด แถมยังกะทันหัน ทั้งที่อีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะเริ่มงานแล้ว
แพรไหมพิงแผ่นหลังกับเบาะแล้วคิดทบทวนอย่างหนัก ไม่นานก็ได้คำตอบ
“ไอ้คนใจร้าย”
คนที่ทำกับเธอแบบนี้ได้มีแต่ฉัตรฐาเท่านั้น แพรไหมเดือดปุดจนอยากไปโวยวายใส่เขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทำไปก็ไร้ประโยชน์ จึงพยายามระงับอารมณ์แล้วบอกให้โชเฟอร์แท็กซี่วนพาเธอกลับไปส่งที่เดิม คิดว่าได้มีเวลานอนพักสักวันก็แล้วกัน
ด้านคนสั่งการกระตุกยิ้มหลังได้รับรายงาน คนอวดดีอย่างแพรไหมจะต้องได้รู้สึกตัวเสียบ้าง ก่อนเขาจะเบนสายตาไปมองคนสนิทที่เดินเข้ามาในห้อง“ไม่ดีเลยนะครับคุณไฉ”
“หมายถึง?”
“ก็ที่ทำแบบนั้นกับคุณแพร” นนทกรอยากจะเตือนสติคนที่กำลังทำตัวเป็นคนแพ้ไม่เป็น ทำแบบนี้เขาว่าจะกินแหนงแคลงใจกันมากกว่าเดิม
“ทำไมต้องแคร์” ฉัตรฐานึกตลกกับคำเตือนของลูกน้องคนสนิท พลันบิดปากฟังประโยคที่ตลกยิ่งกว่าเดิม
“ควรครับ เพราะถ้าขาดคุณแพรไป ชีวิตคุณไฉฉิบหายแน่” เขาเตือนเป็นรอบที่สอง แม้จะรู้ว่าไม่สามารถไปกำหนดคนในใจของเจ้านายได้
“ไม่มีวันนั้น” ฉัตรฐาบอกอย่างมั่นใจ แล้วโยนเอกสารเกี่ยวกับงานของแพรไหมไปเบื้องหน้านนทกร “งานนี้ด้วย”
นนทกรยืนนิ่ง และรู้สึกหนักใจไม่น้อย
“ทำตามที่สั่ง” ฉัตรฐาเค้นเสียงบอก ดวงตาดุดัน เป็นการเตือนว่าคนที่นนทกรควรรับคำสั่งและภักดีด้วยคือเขา ไม่ใช่แพรไหม
“ครับ” นนทกรจำใจรับคำสั่ง แต่หากวันใดเจ้านายนึกเสียใจกับสิ่งที่ทำ เขาจะไม่ปลอบแน่ คิดแล้วก็ถอยออกไปทำตามความต้องการของคนเป็นเจ้านาย
ไม่ถึงห้าชั่วโมงด้วยซ้ำ แพรไหมก็ได้รับสายติดต่อมาขอยกเลิกงาน ตามด้วยสายที่สาม
“ค่ะ แพรเข้าใจค่ะ”
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
“คุณไฉครับ” นนทกรมาพร้อมกับเอกสารหลายแผ่นในมือ และยื่นมันให้แก่เจ้านาย “เอาไว้ก่อน” เวลานี้เขาอยากไปพาแพรไหมออกมา มากกว่าต้องมานั่งอ่านเอกสารอะไรไม่รู้ “ไม่ได้ครับ ถ้าคุณไฉจะไปเอาตัวคุณแพรกลับมา ต้องดู” นนทกรบอกคนเป็นนาย อีกฝ่ายควรอ่านมันเสียก่อน เพราะมีความสำคัญไม
ราวครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ได้เห็นหน้าคนที่มาหาแทบทุกวัน “ผมมาแล้วครับคนสวย” ธาดาส่งยิ้มให้เมื่อหยุดเท้าอยู่หน้าโซฟาที่ฝ่ายหญิงกำลังนั่งดูโทรทัศน์ฆ่าเวลา แล้วยิงคำถาม “ลูกน้องผมทำให้ไม่พอใจหรือครับ” “พวกเขาไม่ได้ทำอะไรค่ะ แต่แพรอยากออกไปข้างนอกบ้าง” หญิงสาวส่ายหน้า คนพวกนั้นไม่ได้ผิด
ฉัตรฐานิ่งเงียบไป เขากำลังค้นหาคำตอบในใจและทบทวนตามคำบอกของเพื่อน “เอาไง” มัฆวานปล่อยเวลาให้เพื่อนได้คิดหลายนาทีกว่าจะถามครั้งสุดท้าย “ตามหาแพรให้กู” ฉัตรฐาบอกด้วยแววตาไม่ลังเล เขาต้องการเจอแพรไหม ภายในห้านาทีสิบนาทีนี้ได้ยิ่งดี และอยากเจอหญิงสาวในสภาพที่ปลอดภัย “เออ”
“เป็นอะไรไปวะไอ้ไฉ ทุรนทุรายอะไรขนาดนี้ ไม่อินเลยว่ะ” ฉัตรฐาเค้นเสียงถามตัวเอง เขาเหนื่อยมาหลายวันแล้ว หลายวันมานี้ใช้ชีวิตอยู่แต่บนรถ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลเลย สมองสั่งให้เลิกทำ แต่ใจดันมีอำนาจเหนือกว่าเสียอย่างนั้น แล้วมองสภาพตัวเองที่แทบดูไม่ได้ผ่านกระจกมองหลัง ชายหนุ่มนิ่งไปหลายน