Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-04-08 18:41:18

แพรไหมได้ยินอย่างนั้นจึงพูดข้ามหัวเขาไปบอกกับนนทกร

          “ไปเถอะค่ะคุณนน เดี๋ยวแพรเรียกแท็กซี่กลับเองได้ แพรไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครอีก”          

          ฉัตรฐาแสบร้อนในอกหนักกว่าเดิมที่แพรไหมจงใจว่ากระทบกระเทียบ แล้วพยายามระงับความคุกรุ่นนั้น เขาจะคอยดูว่าแพรไหมจะอวดดีได้นานแค่ไหน ก่อนโอบเอวพากัลย์สุดากลับขึ้นรถ

          นนทกรนึกเห็นใจแพรไหม แต่ก็จำใจต้องกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเอง แม้เคลื่อนรถห่างออกมาแล้วสายตาก็ยังมองกระจกมองหลัง 

          “คุณแพรขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วครับ” นนทกรเอ่ยบอกให้คนในรถได้คลายใจ

          “กูไม่ได้อยากรู้” แพรไหมจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ช่าง เขาไม่สน

          “ผมบอกคุณเกลครับ”   

          นนทกรเห็นกัลย์สุดามีความห่วงใยและอาทรจึงตั้งใจบอกกับอีกฝ่าย ส่งผลให้ฉัตรฐาใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มองคาดโทษลูกน้องคนสนิท เพราะรู้ว่ามันจงใจตีรวน

          นนทกรค้อมศีรษะลงเป็นการขอโทษ แล้วตั้งใจขับรถไปเงียบๆ ท่ามกลางเสียงชวนคุยของกัลย์สุดา

บทที่ 7

          เวลาประมาณบ่ายโมงตรงแพรไหมก็กระวีกระวาดลุกจากเตียง เธอตื่นขึ้นมาแล้วในตอนเช้าแต่รู้สึกปวดหัวจึงกินยาแล้วหลับไปอีกรอบ ดวงหน้ามีความตระหนก เพราะดันลืมตั้งนาฬิกาปลุกเสียได้ แต่โชคดีที่ยังมีเวลาเหลืออีกเกือบสองชั่วโมง

          แพรไหมวิ่งไปอาบน้ำอย่างลวกๆ แล้วออกมาด้วยชุดเสื้อหนังสีดำ กางเกงยีนส์สีเข้ม วันนี้เธอรับงานเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ไว้ แล้วจัดการแต่งหน้าอย่างเร็วไว กลัวจะไปไม่ทันเวลา

          สามสิบนาทีต่อมาแพรไหมเดินจ้ำอ้าวไปเรียกรถแท็กซี่มิเตอร์ ส่วนรถของเธอเมื่อเช้าได้โทร.ให้อู่ซ่อมรถเจ้าประจำลากไปแล้ว

          รถแท็กซี่สีเขียวเหลืองเคลื่อนออกมาไม่ถึงสิบนาที แพรไหมก็ทำหน้าเหยเกเมื่อเห็นสายโทร.เข้าจากแม่งานอย่างเจ้ซี

          “นังแพร”

          “แพรกำลังไปเจ้” แพรไหมรีบบอก รู้สึกผิดที่เธอไม่ได้ไปเตรียมตัวก่อนเริ่มงาน

          “ฉันจะโทร.มาบอกว่าแกโดนปลด” เจ้ซี พริตตี้สาวสวยบอกด้วยสีหน้าที่งงเป็นไก่ตาแตก เธอเองก็เพิ่งได้รับสายเมื่อครู่นี้เอง

          “อะไรนะเจ้” แพรไหมตกใจถามลั่นรถ

          “มีคนมาเสียบแทนแก แกไปทำอะไรให้ใครไม่ถูกใจหรือเปล่า” เจ้ซีคิดว่างานนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลัง เมื่อจู่ๆ รุ่นน้องที่ทำงานดีของเธอถูกปลดฟ้าผ่า

          “แพรไม่รู้ค่ะ” แพรไหมนิ่งงันไปอยู่ร่วมนาที สมองยังประมวลผลไม่ทัน ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกปลด แถมยังกะทันหัน ทั้งที่อีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะเริ่มงานแล้ว

          แพรไหมพิงแผ่นหลังกับเบาะแล้วคิดทบทวนอย่างหนัก ไม่นานก็ได้คำตอบ

          “ไอ้คนใจร้าย”

          คนที่ทำกับเธอแบบนี้ได้มีแต่ฉัตรฐาเท่านั้น แพรไหมเดือดปุดจนอยากไปโวยวายใส่เขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทำไปก็ไร้ประโยชน์ จึงพยายามระงับอารมณ์แล้วบอกให้โชเฟอร์แท็กซี่วนพาเธอกลับไปส่งที่เดิม คิดว่าได้มีเวลานอนพักสักวันก็แล้วกัน         

          ด้านคนสั่งการกระตุกยิ้มหลังได้รับรายงาน คนอวดดีอย่างแพรไหมจะต้องได้รู้สึกตัวเสียบ้าง ก่อนเขาจะเบนสายตาไปมองคนสนิทที่เดินเข้ามาในห้อง

          “ไม่ดีเลยนะครับคุณไฉ”

          “หมายถึง?”

          “ก็ที่ทำแบบนั้นกับคุณแพร” นนทกรอยากจะเตือนสติคนที่กำลังทำตัวเป็นคนแพ้ไม่เป็น ทำแบบนี้เขาว่าจะกินแหนงแคลงใจกันมากกว่าเดิม

          “ทำไมต้องแคร์” ฉัตรฐานึกตลกกับคำเตือนของลูกน้องคนสนิท พลันบิดปากฟังประโยคที่ตลกยิ่งกว่าเดิม

          “ควรครับ เพราะถ้าขาดคุณแพรไป ชีวิตคุณไฉฉิบหายแน่” เขาเตือนเป็นรอบที่สอง แม้จะรู้ว่าไม่สามารถไปกำหนดคนในใจของเจ้านายได้

          “ไม่มีวันนั้น” ฉัตรฐาบอกอย่างมั่นใจ แล้วโยนเอกสารเกี่ยวกับงานของแพรไหมไปเบื้องหน้านนทกร “งานนี้ด้วย”

          นนทกรยืนนิ่ง และรู้สึกหนักใจไม่น้อย

          “ทำตามที่สั่ง” ฉัตรฐาเค้นเสียงบอก ดวงตาดุดัน เป็นการเตือนว่าคนที่นนทกรควรรับคำสั่งและภักดีด้วยคือเขา ไม่ใช่แพรไหม

          “ครับ” นนทกรจำใจรับคำสั่ง แต่หากวันใดเจ้านายนึกเสียใจกับสิ่งที่ทำ เขาจะไม่ปลอบแน่ คิดแล้วก็ถอยออกไปทำตามความต้องการของคนเป็นเจ้านาย

          ไม่ถึงห้าชั่วโมงด้วยซ้ำ แพรไหมก็ได้รับสายติดต่อมาขอยกเลิกงาน ตามด้วยสายที่สาม

          “ค่ะ แพรเข้าใจค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status