Masukแพรไหมจะตอบอะไรไปได้ รู้ดีว่าไม่พ้นฝีมือของฉัตรฐา การเป็นคนมีอำนาจช่างดีเสียเหลือเกิน คิดจะรังแกใครก็ได้
แต่เธอจะไม่ไปออดอ้อนขอความเมตตาจากเขาแน่ เชื่อว่าต้องมีคนที่พร้อมให้เธอทำงานให้ คนที่ฉัตรฐาไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง ในโลกนี้ไม่ได้มีเขายิ่งใหญ่แค่คนเดียว แต่ไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ สายที่สี่ก็โทร.เข้ามาหา
“ค่ะคุณแก้ว”
เป็นสายจากแก้วสิริที่ทำให้แพรไหมตาโต
“จะให้แพรไปแทนยัยเหมี่ยวหรือคะ ได้เลยค่ะ แพรไม่เกี่ยงงานอยู่แล้ว แต่แพรมีเรื่องต้องบอกก่อนนะคะ”
แพรไหมบอกรายละเอียด และหวังว่างานนี้เธอจะไม่ถูกปลดหรือยกเลิกอีก ครึ่งชั่วโมงต่อมาร่างบางก็ทิ้งแผ่นหลังลงบนเตียงเพราะรู้สึกปวดหัวหนักกว่าเดิมหญิงสาวยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผาก รู้สึกทั้งเหนื่อยและอ้างว้าง ตอนนี้เธอหันไปทางไหนก็ไม่เจอใครเลย แล้วปิดตาลงเพื่อพัก ตัดจบอารมณ์ที่กำลังจะเว้าวอน
สองวันถัดมาแพรไหมก็อยู่ในชุดเดรสสีชมพูอ่อนตามสีของแบรนด์น้ำชงที่วันนี้มาทำหน้าที่เป็นพนักงานแนะนำสินค้าอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่เป็นลานกิจกรรม
เธอกังวลมาเกือบทั้งคืน เพราะกลัวจะถูกยกเลิกงานอีก แต่โชคดีที่แก้วสิริไม่ทำเช่นนั้น แถมยังบอกว่าเพื่อนหญิงพลังหญิง หลังเธอบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่มีปัญหากับฉัตรฐาให้เจ้าตัวรับฟัง แต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดทั้งหมด หนำซ้ำอีกฝ่ายยังจะจ้างงานเธอต่อไปเรื่อยๆ ด้วย
และเธอก็โล่งใจไปได้อีกหนึ่งเปลาะเมื่องานนิตยสารไม่ได้ถูกยกเลิกไปด้วย เนื่องจากมีการเซ็นสัญญาไปแล้ว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอยกเลิกต้องจ่ายค่าปรับหลายเท่า พลันหันไปยิ้มให้กับลูกค้าที่สนใจเดินเข้ามาดู ขณะที่แสงแดดกำลังเล่นงานอย่างหนัก
“แพรแนะนำตัวนี้เลยค่ะ สำหรับคนไม่ทานหวาน เพราะน้ำตาลศูนย์เปอร์เซ็นต์” มือเรียวเล็กหยิบซองเครื่องดื่มขึ้นมาแนะนำ
“ลองดื่มก่อนได้นะคะ”
หญิงสาวหยิบกาน้ำร้อนขึ้นมาแล้วเตรียมเทผสมให้ลูกค้าได้ลองดื่ม ทว่าห่างออกไปนั้นกำลังมีผู้ชายคนหนึ่งเดินไวๆ ไปยังร้านกาแฟที่อยู่ด้านในห้างสรรพสินค้า“นั่นคุณแพรนี่ครับ” คนที่เดินตีคู่มาด้วยเป็นคนสังเกตเห็นจึงหยุดเท้า แล้วยังมีสีหน้าห่วงใย “เธอคงร้อนแย่ ยืนตากแดดแบบนั้น”
“ถ้ามึงอยากช่วยก็เหมาสิ” ฉัตรฐาหยุดมองเล็กน้อย ไม่ได้นึกสงสารแม้แต่น้อย นี่เป็นผลของการอวดดีใส่เขา
“คงไม่ต้องถึงผมหรอกครับ หนุ่มๆ รุมกันตรึม” นนทกรพยักพเยิดหน้าให้เจ้านายเห็นเต็มสองตา “แต่ว่าดูเหมือนคุณแพรจะไม่สบายนะครับ”
เขาสังเกตเห็นว่าแพรไหมดูไม่กระฉับกระเฉงเหมือนอย่างเคย ดวงตาดูลอยๆ แถมยังเห็นเจ้าตัวยกมือขึ้นคลึงขมับด้วย
“แล้ว... ” ฉัตรฐาไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด ในขณะแพรไหมเองก็เหลือบไปเห็นฉัตรฐาที่ยืนอยู่ไกลๆ และมองมาด้วยสายตาเย็นชา
หญิงสาวขบเม้มปากใส่คนที่กลั่นแกล้งกันแล้วพยายามไม่ไปใส่ใจ ด้านฉัตรฐาบิดปากใส่ท่าทางมองเมิน
ก่อนจะต้องหยิบสมาร์ตโฟนมารับสายของคนสำคัญ
“ครับเกล”
“เกลอยากไปดูที่ค่ะ” กัลย์สุดาได้ดูโฉนดและรูปภาพที่ดินที่ฉัตรฐานำมาให้ดูแล้ว เธอสนใจอยู่หลายผืนทีเดียว
“วันสองวันนี้พี่ไม่ว่างเลยครับ” ฉัตรฐาบอกด้วยน้ำเสียงขอโทษ เพราะเขามีงานสำคัญที่ปลีกตัวไปดูแลไม่ได้
“ให้ลูกน้องพี่พาเกลไปก็ได้ เป็นพี่อ้นก็ได้ค่ะ” กัลย์สุดาหาทางออก
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ” ฉัตรฐาว่าตามความต้องการของกัลย์สุดา เมื่อวางสายแล้วก็ขยับเท้าเดินไปยังร้านกาแฟที่นัดคุยงานเอาไว้ แต่ก็ต้องหันไปเรียกลูกน้องที่ยังไม่ยอมเดินตามมา
“นน...ไอ้นน”
“ผมกำลังไปครับ”
นนทกรเดินตามเจ้านายไป
พอลับหลังคนทั้งสอง ในจังหวะนั้นก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับแพรไหม มาพร้อมกับเสียงร้องวี้ดว้ายตกใจ
“ว้าย ตายแล้วพี่แพร”
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
แพรไหมเกิดอาการเดดแอร์ สายตาจ้องมองผู้หญิงที่เห็นจากรูปของผู้หวังดี ไม่คิดว่าจะได้เจอตัวจริง แถมยังมาเจอกันในห้องของฉัตรฐา เหตุผลนี้สินะที่เขาเงียบหายไป รอยยิ้มหยันติดเศร้าปรากฏบนใบหน้าของแพรไหม “เกลถามว่าคุณเป็นใคร แล้วเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงกัน” กัลย์สุดาถามอีกรอบอย่
“ขอให้ปลอดภัยนะคะ” แพรไหมอวยพร เธอยังไม่ได้จากไป เพราะถูกขอให้ช่วยเฝ้าหน้าคลินิก หากมีอะไรน่าสงสัยให้รีบเข้าไปรายงาน เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าผู้ชายที่ร่างสูงกว่าฉัตรฐาจะก้าวเท้าออกมาบอกข่าวดี “ธาดาปลอดภัยแล้วครับ แต่ผมฝากช่วยอยู่กับมันที ผมจะเฝ้าด้านหน้าเอง” ถึงแม
บทที่ 5 PAIRJAA : วันนี้อย่าลืมไปดูตัวนะคะ ฉัตรฐาคว่ำหน้าจอสมาร์ตโฟนลงหลังได้รับข้อความย้ำเตือนจากแพรไหม เขาไม่ลืมนัดสำคัญหรอก ไม่เช่นนั้นคงโดนบิดาแหกอก รู้ดีว่าคนนี้ท่านปลื้ม เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรงเขาก็ไปถึงโรงแรมหรูที่นัดดินเนอร์กับลูกสาวคนมียศเอาไว้ บนชั้นยี่สิบห้าม
“โธ่ คุณไฉ...” เพียงแค่เธอโผล่หน้าไปหาเขาที่เพนต์เฮาส์ก็ถูกไล่ตะเพิดออกมาทันที แต่เธอถอยไม่ได้เมื่อมีหน้าที่ต้องทำ “แพรซื้อขนมมาให้ด้วยค่ะ” หญิงสาววางขนมของโปรดของฉัตรฐาไว้บนโต๊ะทำงาน “ไม่กิน” คนที่วันนั้นต้องระงับอารมณ์อยู่ตามลำพังเกือบชั่วโมงมองตาเขียว ก่อนจะปัดขนมถ







