LOGINมิณทร์ทิชาตัดสินใจเปิดโอกาสให้ดิวากรอีกครั้ง ทั้งสองเลือกเริ่มต้นใหม่ร่วมกัน ทิ้งอดีตที่เคยผิดพลาดไว้เบื้องหลัง และเก็บมันไว้เป็นบทเรียนของชีวิตในวันนี้ชายหนุ่มพาลูกสาวและหญิงสาวออกงานสังคมเป็นครั้งแรก หลังจากที่เขาหายหน้าไปจากสื่อมานานกว่าสองปี“พี่ดฤณใช่จริงๆ ด้วย รดาคิดว่าจำคนผิดซะอีก”ธีรดารีบเดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มสดใส ไม่ได้เจอเขามาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายยกเลิกสัญญาและไม่ร่วมงานกันอีก“สวัสดีครับ” เขาทักกลับสุภาพ เกือบจะลืมชื่ออีกฝ่ายไปแล้ว“พี่ดฤณมากับใครคะ เสียดายจังที่เราไม่ได้ร่วมงานกันอีก” ธีรดาส่งยิ้มหวานให้เขา เพราะในใจยังคงมีความรู้สึกดีๆ อยู่“ปะป๊าขา แม่จ๋ามีหนุ่มๆ มองเยอะเลยค่ะ” เสียงใสของเดียร์น่าดังขึ้น ทำเอาคนแถวนั้นหันมามองทันทีเด็กน้อยสวมชุดกระโปรงสีกรมท่า แต่งตัวเข้ากับพ่อและแม่อย่างน่ารัก ธีรดาชะงักก่อนจะหันไปมองเด็กหญิงตัวเล็กอย่างตกใจ“เด็กที่ไหนคะ พี่ดฤณมีลูกตั้งแต่ตอนไหน” สายตาของหญิงสาวจับจ้องใบหน้าของเด็กน้อย ก่อนจะเหลือบไปเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังและก็จำได้ทันทีเด็กคนนี้คือเด็กที่เคยเจอเมื่อสองปีก่อน ดิวากรยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบอกลูกสาว“น
“ปะป๊าขา แม่จ๋าหลับไปนานจังเลย” เดียร์น่านั่งมองแม่ที่นอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ตั้งแต่เมื่อวานเธอก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาเล่นกับลูกสาวเลย“แม่จ๋าเหนื่อย ให้แม่พักผ่อนก่อนนะคะ” เขาลูบศีรษะลูกเบาๆสายตาของเขาหันกลับไปมองใบหน้าซีดเซียวของมิณทร์ทิชาอย่างเงียบงันสำหรับเขาแล้ว แค่เธอยังมีลมหายใจอยู่ก็ถือเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดแล้ว“ปะป๊าพาแม่จ๋ากับน้องกลับบ้านได้ไหมคะ” เดียร์น่าหันมองพ่ออีกครั้งก่อนจะถามเสียงเบา“บ้านไหนคะ”“บ้านที่เราเคยอยู่”“น้องไม่ชอบที่นี่เหรอ” เขามองลูกสาวอย่างสงสัย เด็กน้อยส่ายหน้าเบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า“น้องอยากอยู่ใกล้ปะป๊าอยู่กับคุณลุงด้วย น้องไม่อยากไปโรงเรียนเพื่อนชอบล้อว่าน้องไม่มีพ่อ”คำพูดนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างบีบรัดหัวใจของชายหนุ่มทันที แต่ในจังหวะเดียวกันเปลือกตาของมิณทร์ทิชาค่อยๆ ขยับ ก่อนที่หญิงสาวจะเริ่มได้สติเธอได้ยินบทสนทนาของสองพ่อลูกอย่างชัดเจน คำพูดของลูกสาวทำให้หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บหน่วง หญิงสาวกะพริบตาช้าๆ น้ำตาคลอขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว“เดียร์น่ากลับบ้านกับลุงดีกว่านะ” เมธัสเดินเข้ามาอุ้มหลานสาวขึ้นจากเก้าอี้ เด็กน้อยรีบกอดคอเขาไว้ทันที“น้องอ
ดิวากรนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดอย่างทรมาน เวลาผ่านไปช้าเสียจนเหมือนหยุดเดิน ทุกวินาทีหนักอึ้งราวกับมีอะไรทับอยู่บนอกเขาพยาบาลหลายคนวิ่งวุ่นเข้าออกห้องผ่าตัด สีหน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากด้านใน ทำให้ชาวาบไปทั้งตัว“หมอคะคนไข้หยุดหายใจแล้วค่ะ ปั๊มหัวใจไม่ขึ้นแล้ว”คำพูดนั้นเบา แต่กลับชัดเจนราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัวใจเขา ดิวากรตัวแข็งทื่อน้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว“เรายื้อสุดความสามารถแล้ว”เสียงนั้นยิ่งเหมือนตอกย้ำให้โลกทั้งใบของเขาพังทลาย ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปหาลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ ก่อนจะหยิบปืนพกที่เหน็บอยู่ตรงเอวของอีกฝ่ายขึ้นมา“เจ้านาย!” ลูกน้องร้องตกใจชายหนุ่มกลับยกปืนขึ้นจ่อขมับตัวเอง มือของเขาสั่นเล็กน้อย น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมิณทร์ทิชาอยู่ด้วย“เมียกูไม่อยู่แล้ว กูจะอยู่ไปทำไม” เสียงของเขาแตกพร่าไปหมด ลูกน้องรีบก้าวเข้ามาใกล้สีหน้าตกใจสุดขีด“เจ้านายยังมีลูกสาวอยู่นะครับ!”คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่ แต่เขากลับส่ายหน้าอย่างหมดแรง“ไม่มีทิชาก็ไม่มีความหมายอะไร ฮึก”เปรี๊ยะ!เสียงตบดังลั่นไปทั่วทางเดิน ศีรษะของดิวากรห
“แม่จ๋าน้องกลัวจัง” เดียร์กอดแม่แน่นตัวสั่นเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองไปยังร่างชายสูงใหญ่หลายคนที่ยืนเฝ้าอยู่รอบๆ ห้อง“ไม่ต้องกลัวนะคะ แม่อยู่นี่ ไม่มีใครทำอะไรหนูได้” เธอกอดลูกสาวแน่น แม้หน้าอกจะเจ็บแปลบทุกครั้งที่หายใจ จากแรงกระแทกตอนรถตกข้างทาง แต่เธอก็ฝืนทำเป็นเข้มแข็ง ไม่ยอมให้ลูกเห็นความอ่อนแอ“เขาจะทำอะไรเราเหรอแม่จ๋า” เด็กน้อยถามเสียงสั่น“เดียร์อย่าหันไปมองนะคะ มองแค่หน้าแม่ก็พอ” เธอพูดพลางลูบศีรษะลูกเบาๆ แม้ในใจจะหวาดกลัวไม่ต่างกัน แต่ก็พยายามปลอบตัวเองให้ตั้งสติไว้ตลอดเวลาทันใดนั้นเสียงลูกบิดประตูถูกเปิดออก ทำให้ชายฉกรรจ์ที่ยืนเฝ้าต่างขยับตัวเล็กน้อยตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ“คุณพิมาริน”หญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาหยุดฝีเท้า ก่อนจะหัวเราะเยาะเบาๆ จ้องมองสองแม่ลูกด้วยสายตาที่แสนเกลียดชัง เด็กผู้หญิงหน้าตาถอดแบบดิวากรออกมาเกือบ 100%“ยังจำชื่อฉันได้ด้วยเหรอ อีหน้าด้าน” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “แกแย่งแฟนฉันไป แล้วยังปล่อยท้องเพื่อจับผู้ชายอีก”สายตาของพิมารินเหลือบมองเด็กน้อยในอ้อมแขนของมิณทร์ทิชาด้วยความเกลียดชัง“คุณพูดอะไรข
“ปะป๊าเจ็บตรงไหนคะ เดี๋ยวน้องเป่าให้”เดียร์น่าขยับตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะทำปากจู๋เป่าที่ข้อศอกของดิวากรเบาๆ อย่างตั้งใจ ท่าทางน่ารักของเด็กน้อยทำให้คนเป็นพ่อนั่งนิ่งไปชั่วขณะดวงตาคมมองลูกสาวด้วยความรู้สึกปวดหนึบในอก ลูกสาวของเขาน่ารักขนาดนี้ แล้วเมื่อก่อนเขาปล่อยปละละเลยได้ยังไง“น้องเดียร์น่า อย่าไปกวนปะป๊าเลยค่ะ” คนเป็นแม่รีบเดินเข้ามาดึงลูกเบาๆ เด็กหญิงเงยหน้ามองแม่ตาใส“ทำไมเหรอคะ โตขึ้นน้องจะเป็นหมอมารักษาปะป๊าเองค่ะ”“อยากเป็นหมอเหรอครับ” คำพูดใสซื่อทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มทันที เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ“ใช่ค่ะ หนูจะได้ดูแลปะป๊ากับแม่จ๋าได้”“ปะป๊าจะส่งหนูเรียนเอง”“อะ แฮ่ม!” เสียงกระแอมดังขึ้นจากมิณทร์ทิชา เธอมองเขานิ่งๆ เหมือนเตือนให้หยุดเพ้อฝัน“คุณกลับไปพักผ่อนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวสักพักฉันจะพาน้องเดียร์น่าไปตลาด”“พี่ไปด้วยไม่ได้เหรอ” เขารีบหันมามองเธอทันที“คุณเจ็บแขนจะไปยังไงอยู่ที่นี่แหละ หรือไม่ก็กลับบ้านไป” น้ำเสียงของเธอฟังดูเฉยเมย แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับแอบมองข้อศอกที่ช้ำของเขาอย่างเป็นห่วง“อย่าไล่พี่อีกเลยนะ” เขาพูดเสียงเบาเหมือนเด็กโดนดุทำหน้าหงอยทันที“เมื่อก่อนคุณไล่
กรุงเทพมหานครเพล้ง!ภายในคอนโดหรูใจกลางเมืองเสียงกรีดร้องโวยวายดังลั่นห้อง ตามมาด้วยเสียงข้าวของกระแทกพื้นแตกกระจายไม่หยุด แจกันแก้วราคาแพงถูกปาใส่กำแพงจนแตกละเอียด“ทำไมดฤณถึงกลับไปง้อเมียเก่า!”พิมารินตะโกนลั่นดวงตาแดงก่ำเพราะความโกรธและความคับแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก มองภาพที่อยู่ในมือถืออยู่อย่างนั้น“โง่ที่สุด!” เธอกวาดแขนปัดของบนโต๊ะลงพื้นอีกครั้ง เสียงแก้วและจานกระทบกันดังระงมหลายปีที่ผ่านมาเธอเป็นฝ่ายตามง้อเขา หวังแค่ว่าอีกฝ่ายจะใจอ่อน เพราะเมื่อก่อนดิวากรนั้นรักเธอมากตามใจทุกอย่างแต่สุดท้ายเขากลับไปหาผู้หญิงคนนั้น เมียเก่าที่เขาเคยบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา มือเรียวกำแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ“พวกมึงต้องไม่มีความสุขสิ…” เสียงของเธอสั่นด้วยความโกรธในความคิดของพิมารินคนที่ควรยืนอยู่ข้างดิวากรตอนนี้ต้องเป็นเธอ ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น เธอพลาดเพียงครั้งเดียว แต่เขากลับไม่เคยยอมให้อภัยเธอเลย“ทำไม! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย” น้ำตาไหลลงมาตามแก้มอย่างไม่รู้ตัว สายตาของเธอค่อยๆ เปลี่ยนจากความเสียใจเป็นความแข็งกร้าว“เขาต้องกลับมารักฉัน” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยกยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความค







