Share

บทที่ 1 ของโปรด

last update Last Updated: 2026-01-09 12:30:27

เจ้าของร่างเพรียวระหงเดินโอบประคองถาดชาร้อนไว้ในมือด้วยใบหน้าเกลื่อนยิ้ม เพียงไม่กี่วินาทีเธอก็มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องทำงานของจอมพล ก่อนจะเคาะประตูเรียกเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงการมาของเธอ

            ส่วนคนข้างในก็แทบจะถลาเข้ามาเปิดประตู ทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะ

“ใจเย็นๆ สิคะคุณจอมพล เดี๋ยวนิลก็ทำชาหกเลอะเทอะกันพอดี”

พริบตาที่ประตูห้องปิดลงพร้อมกับร่างเล็กของหญิงสาวเดินเข้ามา จอมพลก็คว้าเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่เขาสุดแสนจะคิดถึงเข้ามากอดไว้แนบแน่น ซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่นแล้วสูดดมอย่างเรียกร้อง

            “พี่คิดถึงนิล คิดถึงมาก”

            จอมพลโฉบเข้าหาริมฝีปากจิ้มลิ้มช่วงชิมทั้งความหวานและลมหายใจของหญิงสาวมาเกือบหมด ราวกับจะบอกย้ำว่าเขาคิดถึงเธอมากแค่ไหน แทนการบอกกล่าวเป็นคำพูด

            “อื้อออ... พะ พอ ก่อนค่ะนิลหายใจไม่ทัน” มือเล็กดันอกแกร่งออกห่าง เพื่อเว้นช่วงให้เธอได้หอบหายใจ แต่กว่าเขาจะปล่อยเธอเป็นอิสระจันทร์นิลก็เกือบจะหมดลมหายใจไปแล้วจริงๆ

“หวานจัง ยิ่งกินยิ่งหวาน หวานจนพี่อยากกินนิลทุกวันเลย”

            “ไหนว่าไม่ชอบกินของหวานไงคะ” จำได้ว่าเพิ่งได้ยินเขาพูดไปหยกๆ ที่โต๊ะกินข้าว

            “นิลไม่ใช่ของหวาน แต่นิลเป็น ‘ของโปรด’ สำหรับพี่”

            สิ้นคำหวานวงแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างก็รวบรัดเอวบางเข้าหา แล้วยกตัวเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน พร้อมกับเบียดแทรกร่างกำยำเข้าไปยืนอยู่กึ่งกลางหว่างขาของเธออย่างน่าหวาดเสียว

            “คุณจอมพล! จะ จะทำอะไรคะ”

            “ทำแบบที่เคยทำ” ริมฝีปากนุ่มกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหู ก่อนจอมพลจะเคลื่อนใบหน้าลงต่ำเพื่อขบเม้มข้างซอกคอขาว เรียวลิ้นร้อนไล้เลียทีละนิดอย่างใจเย็น

            อาศัยช่วงจังหวะที่จันทร์นิลกำลังลุ่มหลงเอื้อมมือไปปลดตะขอชุดชั้นในด้านหลัง ส่วนมืออีกข้างก็กดสะโพกพายของหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ขยับหนี

            “แต่นี่มันในห้องทำงานนะคะ”

แถมยังเป็นบนโต๊ะทำงานอีกด้วย! เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะทำงานของจอมพลในขณะนี้ว่างเปล่า... ขนาดแจกันดอกไม้ที่เธอเป็นคนเอามาวางประดับไว้เองกับมือ ยังถูกย้ายตำแหน่งเอาไปวางไว้ที่อื่น

ซึ่งเป็นฝีมือใครไปไม่ได้ นอกจากคนเจ้าเล่ห์อย่างจอมพล! เขาวางแผนล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ว่าจะจับเธอกินในห้องนี้

“ใครบอกว่าห้องทำงานต้องเอาไว้ทำงานอย่างเดียว”

เดี๋ยวเขาจะทำอย่างอื่นให้ดู! จอมพลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาพราวระยับ

“อ๊ะ!” จันทร์นิลแทบกลืนเสียงครางลงไปไม่ทัน เมื่อคนมือไวฉกฉวยเข้าไปภายใต้กระโปรงตัวงามแล้วลูบไล้ดอกกุหลาบอิ่มอูมกึ่งกลางกายสาว ทำราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

“พี่ชอบที่นิลรู้สึกไวแบบนี้ ยังไม่ทันทำอะไรเลย ตรงนี้ของนิลก็แฉะไปหมดแล้ว”

ถ้อยคำของเขาทำเอาเจ้าของแก้มนวลร้อนซู่ ภายนอกจอมพลดูเป็นผู้ชายที่ไม่น่าพูดจาอะไรแบบนี้ได้ มีแต่เธอเท่านั้นที่รู้ว่าเขาสามารถทำได้มากกว่าที่คิดไว้

โดยเฉพาะตอนอยู่บนเตียง!

“คุณจอมพลคะ นิลกลัวคนอื่นมาได้ยิน”

เธอบอกเขาตามตรงแม้จะกระดากอายเต็มทน แต่จันทร์นิลรู้ตัวเองดีว่าเธอไม่อาจอดทนเก็บกลั้นเสียงน่าอายแบบนั้นเอาไว้ได้แน่ๆ

“ครางได้เต็มที่เลยเด็กดี ห้องนี้เก็บเสียง”

มุมปากของจอมพลกดลึกยามเห็นท่าทีเขินอายของลูกแกะตัวน้อยในอ้อมกอด เขาชอบที่จันทร์นิลไร้จริตเธอไม่เหมือนกับผู้หญิงหลายคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเขา

หญิงสาวทั้งสวย ทั้งน่ารัก น่าถนุถนอม น่าหลงใหลไปทั้งตัว ไม่ว่าเขาจะนำพาเธอไปในทิศทางไหน จันทร์นิลก็โอนอ่อนตามได้อย่างง่ายดาย

จอมพลกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขา ‘คลั่งไคล้’ เธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี้จะดำเนินมามากกว่าหนึ่งปีแล้วก็ตาม

“เดี๋ยว! ตรงนั้นมัน... มัน...”

เมื่อได้รับอนุญาตจันทร์นิลก็คิดไม่ฝืนต่อ เธอปลดปล่อยเสียงกระเส่าไปตามแรงเร้า

“ตรงนั้นมันทำไมนิล บอกพี่สิ”

ใบหน้าหล่อเหลาผละออกจากทรวงอกนุ่มหยุ่นที่ใหญ่เกินตัวของหญิงสาว ซึ่งกำลังคลอเคลียและฟ้อนเฟ้นอย่างเมามันผ่านเนื้อเสื้อตัวบางที่จันทร์นิลยังสวมใส่อยู่เต็มยศ ทว่าภายในกลับถูกเขาปลดเปลืองไปหมดเรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกันนั้นมืออีกข้างก็ล่วงล้ำดอกไม้อิ่มอูมภายใต้แพนตี้ตัวจิ๋วซึ่งหยาดเยิ้มไปด้วยหยดน้ำหวาน

“อือออ...” ใบหน้าหวานที่แดงซ่านไปด้วยพิษใคร่ส่ายหัวปฏิเสธพร้อมส่งเสียงต้านในลำคอ เธอไม่อยากพูดคำน่าอายแบบนั้นออกมา

“จะไม่พูดเหรอ ถ้านิลไม่บอก พี่ก็ทำให้ไม่ถูกนะ”

เหมือนคนร้ายกาจจะไม่ยอมลามือง่ายๆ เขาแหวกแพนตี้ตัวจิ๋วที่ยังปกปิดดอกไม้งามออก แล้วใช้นิ้วมือหยาบกร้านค่อยๆ คลี่กลีบดอกไม้ที่ยังปิดสนิทมิดเม้นเพื่อควานหาเกสรกึ่งกลางกายสาวอย่างเบามือ

“คุณจอมพล อย่างแกล้งนิลสิคะ”

ร่างเล็กผวาเฮือก สองแขนโผลโอบกอดบ่ากว้างไว้ทันที ที่กึ่งกลางกายสาวถูกนิ้วมือเรียวยาวของจอมพลสอดแทรกเข้าไปในความคับแน่น แถมติ่งเนื้อนูนเด่นยังถูกบดขยี้ด้วยนิ้วหัวแม่มือ ราวกับว่าจงใจจะกลั่นแกล้งเธอ

“พี่ไม่ได้แกล้ง ก็นิลไม่ยอมบอกพี่เองนี่ ว่านิลต้องการอะไร”

 นี่แหละคือตัวต้นที่แท้จริงของ ‘จอมพล พณิชพัทร์’ หนุ่มนักธุรกิจผู้สุขุมและภูมิฐานในสายตาของใครหลายคน

แต่ไม่ใช่ตอนที่อยู่กับจันทร์นิล ตอนอยู่กับเธอจอมพลจะกลายร่างเป็นเสือเจ้าเล่ห์ ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อบีบคั้นให้ลูกแกะตัวน้อยๆ อย่างเธอยอมตกเป็นเหยื่อให้เขาจับกิน

“อื้อออ นิล... นิล!”

“นิลทำไมคะ ต้องการอะไรบอกพี่ได้ไหม” อีกตัวตนนึงของเขาคือปีศาจร้าย ถ้อยคำและน้ำเสียงของเขายามเอื้อนเอ่ยหวานบาดใจก็จริง ทว่าการกระทำกลับสวนทาง

ยิ่งเห็นเธอทรมานเพราะความอยากใคร่มากเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนจอมพลจะยิ่งชอบใจ เขากลั้นแกลงเธอหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เพื่อกดดันให้เธอพูดความปารณาที่อัดแน่นอยู่ภายในกายจนใกล้จะล้นปรี่ออกมา

นิล สะ เสียว... คุณจอมพลช่วยนิลได้ไหมคะ

สุดท้ายจันทร์นิลก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้เขาอีกตามเคย แผ่นหลังบอบบางแอ่นโค้งเข้าหาชายหนุ่มอย่างเชิญชวน เรียกร้องหาจอมพลเสียงกระเส่า ลืมสิ้นทุกความกระดากอายที่เคยมี

“ด้วยความเต็มใจครับคนดี”

เมื่อพอใจในสิ่งที่ได้ยิน จอมพลก็รีบสลัดเสื้อผ้าที่หลงเหลืออยู่ทั้งบนตัวเขาและตัวเธอออกอย่างช่ำชอง พริบตาที่เรือนร่างอรชรเปลือยเปล่า ริมฝีปากร้อนผ่าวก็โน้มลงหาอกอิ่ม เรียวลิ้นร้อนชื้นไล้เลียไปทั่วเต้างาม ไม่ลืมทิ้งล่องรอยความเป็นเจ้าของเอาไว้หลายจุด

“เห็นไหมว่ามันต้องการนิล”

จอมพลคว้ามือเรียวเล็กที่เตรียมจะชักหนีอย่างรู้ทัน เพื่อนำไปกอบกุมตัวตนแข็งแกร่งของเขาเอาไว้ ซึ่งสัมผัสร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วอุ้งมือนั้น ทำจันทร์นิลอยากจะร้องไห้

“นิลไม่จับได้ไหม” แม้ไม่มองก็รู้ได้ว่าขนาดตัวตนของเขาในอุ้งมือเธอตอนนี้ มันใหญ่โตแค่ไหน แถมยังรับรู้ได้ชัดเจนถึงเส้นเอ็นขรุขระที่ปูดโปนอยู่เต็มลำท่อน

“ยังไม่ชินอีกเหรอเด็กดี มันเคยเข้าไปในตัวนิลหลายครั้งแล้วนะ”

คำตอบของเธอคือ... ไม่ชิน! จะกี่ครั้งจันทร์นิลก็ไม่เคยชิน

ไม่เพียงเท่านั้นมือที่โดนกอบกุมอยู่ยังถูกจอมพลจับบังคับให้ชักรูดไปบนท่อนเอ็นอย่างเอาแต่ใจ

“หยุด! อืออออ” พอจะอ้าปากต่อว่า จันทร์นิลก็ถูกเขารู้ทันโดนปิดกั้นเสียงปรามด้วยริมฝีปากของเขาเป็นที่เรียบร้อย

ในขณะที่คนอ่อนประสบการณ์กำลังถูกไฟปรารถนาคลอบงำ จอมพลพลอาศัยจังหวะนั้นค่อยๆ โอบประคองร่างอรชรนอนลงบนโต๊ะทำงาน

กระทั่งแผ่นหลังเปลือยเปล่าสัมผัสกับผิวโต๊ะเย็นเฉียบ จันทร์นิลถึงได้รู้ตัวว่าถูกเขาหลอกล่อนำพามาถึงจุดที่เราทั้งสองคนจะต้องประสานเป็นหนึ่งเดียวแล้ว

คิดถึงตรงนี้ร่างเล็กก็พลันเกร็งเครียด

“อย่าเกร็งจันทร์นิล เราสองคนผ่านมันมาหลายครั้งแล้วจำได้ไหม”

“เบาๆ ได้ไหมคะ” เสียงหวานร้องขอ ทั้งที่ผ่านมาไม่มีครั้งไหนที่จอมพลจะไม่อ่อนโยนกับเธอ แต่ทว่าความใหญ่โตของเขาก็ยังทำเธอจุกเสียดอยู่ดี

“พี่ไม่เคยรุนแรงกับนิล นิลก็รู้”

เสียงทุ่มปลอบประโลมคนใต้ร่าง พร้อมกวาดสายตามองความสวยและความสาวของจันทร์นิลอย่างภาคภูมิใจ เธอเป็นของเขา... เป็นของเขาแค่คนเดียว

“นิลสวยไปหมดทั้งตัวเลยรู้ไหม”

จอมพลป้อนคำหวานหว่านล้อมไม่ขาดปาก ขณะที่มือจับส่วนหัวหยักบานของท่อนลำเอ็นถูไถไปกับปากทางรักฉ่ำชื้น เพื่อกระตุ้นน้ำหวานให้เอ่อล้นออกมาอีกละลอก ส่วนมืออีกข้างกดตรึงเอวบางเอาไว้  ก่อนดันสะโพกสอบเข้าหา

“อ๊ะ!” หญิงสาวหลุดเสียงหวามไหวเมื่อกึ่งกลางกายของเธอถูกลุกล้ำ แม้ตัวตนของจอมพลจะบดเบียดเข้ามาได้แค่ส่วนหัว แต่จันทร์นิลก็รู้สึกว่ามันคับแน่นมากเกินไปอยู่ดี

“เจ็บเหรอ?”

ถามอย่างเป็นห่วงทั้งที่ตนเองก็ใกล้จะแตกระเบิดเต็มที ถึงกระนั้นความรู้สึกของคนใต้ร่างต้องมาก่อนเสมอ

“ไม่ค่ะ นิลแค่อึดอัด”

คำตอบของเธอสร้างรอยยิ้มและแววตาเอื้อเอ็นดูขึ้นบนใบหน้าคมคาย จันทร์นิลจะรู้ตัวบ้างไหมว่าเวลาเธอขัดเขินหรือเหนียมอายมันน่ารัก น่าถนุถนอมแค่ไหน

“ต้องโทษนิล ที่นิลตัวเล็กเกินไป รู้ไหม? ...บางทีพี่ก็กลัวว่านิลจะตัวหัก ตอนพี่กระแทกเข้าไปแรงๆ”

“อะ ไอ้คนหน้าด้าน”

ประโยคต่อว่ากระท่อนกระแท่น น่าเจ็บใจที่จอมพลทำเธอทั้งเสียวซ่านและกระดากอายไปพร้อมๆ กัน แต่เธอกลับไร้ทางสู้คืน

“เดี๋ยวนี้หัดด่าผัวแล้วเหรอ”

จอมพลหรี่ตามองคนตัวเล็กอย่างคาดโทษ ทว่าร่างหนายังคงนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น เพราะเขาไม่อยากดึงดันทำให้หญิงสาวต้องเสียความรู้สึก

เขาอาศัยจังหวะต่อมาโน้มตัวลงซุกไซ้ลำคอระหง จากนั้นค่อยๆ เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้าหาทรวงอกนุ่มหยุ่น แล้วใช้ริมฝีปากไล้เลียทีละนิด ดูดกลืนปลายถันสีหวานเข้าปากทั้งสองข้างสลับกันไปมา โดยไม่ปล่อยให้ข้างไหนได้น้อยหน้า

ส่วนปลายนิ้วหัวแม่มือก็บดขยี้ติ่งเนื้อนูนเด่นที่กึ่งกลางกายสาว เพื่อปลุกเร้าความอยากใคร่ให้คนใต้ร่างเพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กัน ทั้งยังดุนดันท่อนเอ็นเข้าหาเธอทีละน้อย ค่อยๆ สอดลึกจนกระทั่งลุกล้ำเข้ามาจนสุดทาง

“อื้ออออ” และทันทีที่จอมพลกระเสือกกระสนตัวตนเข้ามาในกายเธอ จันทร์นิลรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองกำลังถูกตอกตรึกไว้กับผิวโต๊ะก็ไม่ปาน

ความคับแน่นตรงส่วนนั้นทำเอาเธอเสียดเสียวจนต้องหาหลักยึด มือเล็กจึงต้องเกี่ยวกระหวัดจับขอบโต๊ะเอาไว้แน่น แล้วจิกเพื่อระบายความอัดอั้น

“ข้างในตัวนิล แน่นมากเลยคนดี” เสียงแหบพร่ากระซิบบอก ตอนนี้เขาเหมือนใกล้จะแตกระเบิดเต็มที ทั้งที่ยังไม่ได้ขยับเขยื้อนลำเอ็นแข็งขึงแม้แต่น้อย

“คะ คุณจอมพลขยับสักทีสิคะ” เธอสะบัดเสียงใส่เขา ส่ายหัวไปมาด้วยความซ่านเสียวที่พุ่งโจมตี จนผมเพร่าตรงสวยก่อนหน้านี้กระจัดกระจายเต็มผืนโต๊ะ

ซึ่งเป็นภาพที่ทำเอาหัวใจคนมองสั่นไหว มันปลุกตื่นความอยากใคร่ที่มีมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วปะทุขึ้นสูงไปอีกเท่าตัว

“อ้อนขนาดนี้ อย่ามาร้องขอให้พี่หยุดทีหลังก็แล้วกัน”

สิ้นคำสะโพกหนักแน่นก็ค่อยๆ ขยับเข้าออก แต่ละครั้งที่ลำเอ็นแข็งแกร่งสอดลึกเสียดสีเข้ากับจุดอ่อนไหว แผ่นหลังบอบบางก็ยิ่งแอ่นโค้งเข้าหาเขามากกว่าเดิม

จนหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตเกินตัวของหญิงสาว ลอยเด่นหราอยู่ตรงน้าจอมพลแค่คืบ ราวกับกำลังเรียกร้องให้เขาชกชิมมันเดี๋ยวนั้น

“อ๊ะ!”

คราวนี้จันทร์นิลละมือจากขอบโต๊ะแล้วโผลเข้าโอบบ่ากว้างเอาไว้ เมื่อเขาโน้มตัวลงมาดูดกลืนยอดทรวงสีหวาน

“เสียวใช่ไหม” เพราะเขาเองก็เสียดเสียวไปไม่น้อยกว่าเธอ

เผลอๆ ความต้องการของเขาอาจจะท่วมท้นมากกว่าคนใต้ร่างด้วยซ้ำ

“ยะ อย่าล้อนิลสิคะ” เสียงของเธอขาดห้วงไปตามแรงกระทุ้ง จากจังหวะเนิบนามค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นถี่เร็ว

“พี่ไม่เคยล้อเล่น พี่ ‘เอาจริง’ ตลอด” เขาย้ำโดยการขยับเอวสอบเข้าหาเธอหนักหน่วงยิ่งขึ้น

จันทร์นิลเสียววูบไปทั่วท้องน้อยในทุกจังหวะที่เขาสอดเสย พร้อมกับเสียงครางที่ดังระงมไปทั่วทุกทิศ

รู้อยู่แก่ใจว่ามันน่าละอาย แต่เธอควบคุมเอาไว้ไม่ได้จริงๆ แล้วที่จอมพลบอกว่าห้องนี้เก็บเสียง เธอเชื่อเขาได้ใช่ไหม?

ร่างหนายังคงเคลื่อนไหว ทุกวินาทีแก่นกายแข็งขึงโหมกระพือเข้าหาโพรงถ้ำฉ่ำชื้นไม่หยุดหย่น ทุกสัมผัสที่เขาตอกลึกเข้ามา จันทร์นิลเหมือนถูกจับโยนขึ้นไปบนฟากฟ้าไกลขึ้นเลื่อยๆ

แล้วสัญชาตญาณยังบอกกับเธออีกว่า... จอมพลสามารถพาเธอไปได้ไกลกว่านี้

“คุณจอมพลคะ นิล นิล”

“บอกพี่ นิลต้องการอะไรคนดี” เขาบดสันกรามแน่น ในขณะที่สะโพกยังทำงานหนักหน่วง เนื่องจากร่องรักของจันทร์นิลตอดรัดแก่นกายเขาถี่กระชั้นจนใกล้จะหมดความอดทน

“นิล นิลจะเสร็จ!” ความอายคืออะไร? วินาทีนี้จันทร์นิลไม่อยากรู้จัก

อย่างเดียวที่เธอต้องการคือความสุขจากคนเหนือร่าง ยิ่งจอมพลกระแทกตัวตนตอกเข้าหาเธอซ้ำๆ มากเท่าไหร่ จันทร์นิลก็ยิ่งรู้สึกว่าดินแดนแสนสุขที่เธอกำลังตามหาอยู่ใกล้แค่เอื้อม

“เราจะเสร็จพร้อมกันเด็กดี”

จอมพลจับเรียวขางามข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่า เปิดช่องทางรักระหว่างเขาและเธอให้สอดประสานกันแนบชิดยิ่งขึ้น แล้วสอดเสยตัวตนเข้ามาในกายเธอ กระแทกกระทั้นอย่างคนบ้าคลั่งจนตัวจันทร์นิลสั่นคลอนไปตามแรง

“ไม่ไหว! นิลไม่ไหวแล้วค่ะ” ร่างเล็กถึงกับวอนขอ ทุกครั้งที่เขาสอดสวมเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ แล่นปราดไปรวมกันอยู่ที่ท้องน้อย กระทั่งจอมพลส่งเธอถึงฝั่งฝัน ทางรักคับแคบก็หดรัดและกระตุกเกร็งดูดกลืนลำท่อนร้อนไปหลายที ทำเอาเธอรวดร้าวทั่วทั้งสะโพก

“นิล!”

ช่วงจังหวะสุดท้ายที่จอมพลกระแทกกระทั้นใส่ เขาตะโกนก้องชื่อเธอดังสนั่นทั่วห้อง แล้วรีบดึงแก่นกายออกจากร่องรักคับแคบ ใช้มือชักรูดแรงๆ ไม่กี่ทีหยาดน้ำแห่งชีวิตที่อัดแน่นอยู่ภายใน ก็พวยพุ่งออกมา เปราะเปื้อนหน้าท้องแบนราบ หยดย้อยถึงพื้นโต๊ะที่คนตัวเล็กนอนหอบหายใจอยู่

“เก่งมากเด็กดี” ร่างสูงโน้มตัวเข้าหาหญิงสาว แล้วจุมพิตขมับบางชื้นเหงื่อแผ่วเบาเพื่อเป็นรางวัลตอบแทนที่ทำให้เขาสุขสมจนแทบจะสำลัก

ก่อนจะผละออกห่างมาคว้ากล่องกระดาษทิชชูใกล้มือ เพื่อทำความสะอาดร่างกายให้คนตัวเล็ก

จันทร์นิลที่เหนื่อยหอบและยังควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองไม่ได้ จึงได้แต่นอนแน่นิ่งปล่อยให้ชายหนุมจับพลิกซ้ายพลิกขวาทำตามอำเภอใจ แม้จะอายแสนอายแต่เธอก็เหนื่อยเกินจะลุกขึ้นมาปรามเขา

“หายเหนื่อยหรือยัง” เขาถามขึ้นหลังจากช่วยเธอสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย

แล้วอุ้มเธอขึ้นมานั่งเกยไว้บนตักแกร่ง ที่โซฟารับรองอีกมุมหนึ่งของห้อง

“...” จันทร์นิลก้มหน้าส่ายหัว แก้มเนียนใสยังคงแดงปลั่ง

ไม่ว่าจะผ่านประสบการณ์เร่าร้อนกับจอมผลมาสักกี่ครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอจะไม่รู้สึกเขินอาย

“ไหนมองหน้าพี่สิเด็กดี”

มือกร้านช้อนปลายคางขึ้นเล็กน้อย เพื่อหวังสบสายตาหวานเชื่อม จอมพลชอบมองแววตาคู่นี้ของเธอ เพราะข้างในนั้นมันมีแค่เขา ...แค่เขาเพียงคนเสมอมา

เขารู้ว่าจันทร์นิลชอบเขา พอๆ กับที่เขาคลั่งไคล้เธอ

มองพินิจอยู่นานริมฝีปากหยักก็ประทบลงบนเรียวปากนุ่มอีกครา ทว่าครั้งนี้อ่อนโยนและผ่าวเบาราวกับผีเสื้อที่โบยบินลงเกาะกลีบดอกไม้

“พะ พอแล้วค่ะ”

จันทร์นิลดันออกแกร่งออกห่าง ก้มหน้าหลบคนปากไวมือไวที่จ้องจะหาโอกาสแทะโลมเธออยู่เรื่อย

เท่านี้หัวใจก็เต้นแรงจนฉุดไม่อยู่แล้ว หากจอมพลคิดจะทำเรื่องอย่างว่าอีก เธอคงได้ขาดใจตายคาอ้อมอกเขาพอดี

“กลัวเหรอ?”

“นิลไม่ไหวแล้ว! นิลเหนื่อย!”

จอมพลหลุดหัวเราะกับท่าทีจริงจังของเธอ จะไม่ให้เอ็นดูเธอได้อย่างไรไหว ในเมื่อคนบันตักเขาน่ามองไปหมดขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นทรวดทรงที่น่าทะนุถนอม หรือการกระทำของเธอ

เจอกันครั้งแรกจันทร์นิลก็ทำเอาเขาละสายตาไปไหนไม่ได้ กระทั่งในท้ายที่สุดเธอก็ทำให้เขากลายเป็นพวกเดียวกับ ‘สมภารกินไก่วัด’ อย่างเต็มรูปแบบ

แล้วก็เต็มใจเป็นมาเกือบสองปีแล้วด้วย

“ไม่ต้องกลัว พี่จะไม่รังแกนิลในนี้อีกแล้ว”

เขาโอบกระชับเอวเล็กเข้ามาแนบชิดมากขึ้นมาก จับมือบอบบางที่ยังซับสีเลือดชัดเจนขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบา ตอนที่เขากำลังสาดคลื่นความใคร่ใส่เธอนั้น จอมพลเห็นว่าเธอใช้มือเล็กๆ คู่นี้ยืดเหนี่ยวกับขอบโต๊ะไว้เต็มกำลัง

“เจ็บไหม”

“ไม่ค่ะ” เธอตอบตามจริง ที่มือยังไม่หายแดงอาจเพราะเธอเป็นคนผิวขาว แต่มันไม่ได้เจ็บอะไรมากอย่างที่คนมองเข้าใจ จอมพลอ่อนโยนกับเธอขนาดนี้ จะมีโอกาสไปบาดเจ็บตอนไหน

หากไม่นับตอนที่เขาใกล้จะสุขสมแล้วถาโถมใส่เธอไม่บันยะบันยังน่ะนะ

“พี่ขอโทษ ถ้าพี่รุนแรงกับนิลไปบ้าง”

แต่ใครเล่าจะอดใจไหว... ในเมื่อลูกแกะน้อยทั้งน่ากัด น่าฟัดขนาดนี้ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มสักที

สงสัยลูกแกะที่ชื่อจันทร์นิลคงให้โปรตีนกับร่างกายเขาไม่พอ จอมพลถึงได้โหยหาแต่เนื้อหวานๆ ของเธอ

“ไม่เห็นต้องขอโทษเลยค่ะ นิลไม่เจ็บ” ฝ่ามือเรียวเล็กยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาดวงตากลมโตมองเขาอย่างรักใคร่ จันทร์นิลรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งเวลามีจอมพลอยู่ข้างๆ

เธอจึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า...

นิลรักคุณนะคะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   ตอนพิเศษ สีสันของชีวิต

    หลังจากแวะทำบุญที่วัดเนื่องในโอกาสครบรอบวันตายให้ตากับยายเสร็จ จันทร์นิลก็พาสามีและลูกๆ กลับมาพักผ่อนที่บ้านเกิดในอำเภอปากช่องหลายปีที่ผ่านมาบ้านหลังนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก จอมพลให้ช่างเข้ามาปรับปรุงและตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อความสะดวกสบายของคนในครอบครัวยามต้องแวะเวียนมาทำบุญและค้างคืนที่นี่เป็นประจำทุกปี“ยืนมองอะไรอยู่ครับ”ร่างเล็กที่กำลังยืนเหม่อมองบ้านรั้วติดกัน แล้วหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีตสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกคนเป็นสามีสวมกอดจากทางด้านหลัง“มองบ้านแอ้มน่ะค่ะ” จันทร์นิลแบนสายตากลับไปมองบ้านหลังข้างๆ อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมันถูกปล่อยทิ้งร้างจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมหลังจากป้าลดาวัลย์จากไป อริสาก็พาลูกชายย้ายไปอยู่กับพ่อของลูกที่อำเภอแก่งคอย และที่สำคัญใครจะไปคาดคิดว่าเจ้าเสือโคร่งจะเป็นถึงลูกชายเจ้าของบริษัทปูนซีเมนต์ยักใหญ่แห่งหนึ่งในไทย“ป่านนี้ยายหน้าหยิ่งกับลูกชายคงใช้ชีวิตสุขสบายไปแล้วละมั้ง”“คงงั้นมั้งคะ” จันทร์นิลหลุดขำกับประโยคเหน็บแนมของคนเป็นสามี ในขณะที่สายตายังจับจ้องที่บ้านหลังนั้นอยู่ “เห็นแล้วก็นึกถึงอดีตนะคะ”เธอกับอริสายังคงติดต่อกันเรื่อยมา มีนัดเจอกันบ้างตอนท

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   ตอนพิเศษ แขนงแรงกว่าหน่อ

    5 ปีผ่านไป...หลังเลิกงานจอมพลก็ตรงไปรับลูกที่โรงเรียนตามปกติ ทว่าวันนี้ท่าทีของสองแฝดกลับผิดแปลกไป ทั้งคู่นั่งเงียบปากมาตลอดทางไร้เสียงเจื้อยแจ้วเหมือนอย่างเคยคนเป็นพ่อจึงได้แต่สงสัยเก็บงำความอยากรู้อยากเห็นไว้ในใจ เพราะถามอะไรไปลูกชายก็ไม่ยอมตอบกระทั่งมินิเวนคนหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูคฤหาสน์ สองแฝดจอมป่วนก็กุลีกุจอรีบลงจากรถ แล้ววิ่งตรงเข้าไปด้านในทันที ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป้าหมายของทั้งคู่อยู่ที่ไหน คงไม่พ้นปู่กับย่าผู้ตามใจหลานอยู่เป็นนิจแน่ๆ“ปู่คร้าบบบ เจ้าขุนกลับมาแล้วววว”“ย่าคร้าบบ เจ้านายก็กลับมาแล้วคร้าบ”เสียงอ่อนเสียงหวานดังขึ้นทั้งที่ยังไม่เห็นตัวเจ้าของ ทำเอาคนเป็นปู่กับย่าแย้มยิ้มด้วยใบหน้าชื่นบาน หลังนั่งเหงาอยู่ในบ้านแสนเงียบมาทั้งวัน นี่ถ้าเป็นไปได้อติรุจกับสโรชาแทบไม่อยากให้หลานๆ ไปโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ“เหนื่อยไหมครับคนเก่งของย่า”คุณหญิงสโรชารับร่างหลานชายทั้งสองคนที่พุ่งตรงเข้าสู้อ้อมกอดอย่างแสนรัก สลับกับจูบกระหม่อมบางด้วยความคิดถึง“ไม่เหนื่อยครับ/ไม่เหนื่อยครับ” สองศรีพี่น้องประสานเสียงตอบพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะหันขวับกลับมาจ้องหน้ากันและกันด้วยท่าที

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   ตอนพิเศษ บทลงโทษ

    “คุณเจ้านาย คุณเจ้าขุน บอกผมมาเดียวนี้นะ ต้องทำยังไงแม่ของพวกคุณถึงจะยอมใจอ่อน”ร่างสูงในชุดสูทพอดีตัวเพราะเพิ่งกลับจากที่ทำงาน จ้องเขม็งมาที่ลูกชายวัยหนึ่งขวบทั้งสองคนอย่างคาดคั้น “ถ้าไม่ยอมบอกผมจะปล่อยให้พวกคุณอด!” ไม่ทำพูดเปล่า จอมพลชักช้อนในมือออกห่างจากปากเล็กๆ ของลูกชาย พร้อมยกถ้วยข้าวเบี่ยงหนี “แอ้... แง้...” นั่นจึงเป็นเหตุให้จอมเขมือบทั้งสองตีมือตีไม้ลงบนโต๊ะทานอาหาร พร้อมส่งเสียงร้องอย่างขัดใจ “ผมไม่ใจอ่อนง่ายๆ หรอกนะ” คนถูกเมียใช้ให้ป้อนข้าวลูกทันทีที่กลับมาถึงบ้าน โดยไม่ถงไม่ถามถึงความเหน็ดเหนื่อยเลยสักคำ เชิดหน้าขึ้นอย่างเหนือกว่า ช่วงเวลาแบบนี้ต้องเก็บเกี่ยว มีโอกาสไม่มากที่จะเอาชนะเจ้าสองตัวนี้ได้สักที ก็ใช่สิ! เขามันไม่สำคัญแล้วนี่ ตั้งแต่เจ้าสองหน่อนี้เกิดมาใครๆ ก็เรียกหา แต่น้องเจ้านาย น้องเจ้าขุน ส่วนไอ้จอมพลคนนี้ถูกเบียดตกกระป๋องดัง ปุ๊ก! ขนาดพ่อกับแม่บังเกิดเกล้ายังไม่แยแสแม้แต่เงา เกิดเป็นไอ้จอมพลชีวิตช่างรันทด เคยเป็นที่หนึ่งมาตลอดจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับ ‘ผลงานชินโบว์แดง’ ของตัวเอง จะโกรธก็โกร

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   บทที่ 24 ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

    เช้ามืดในวันถัดมาเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างเป็นกังวลก็มาถึง เป็นเรื่องน่ายินดีที่ทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลพณิชพัทร์กำลังจะถือกำเนิด แต่นั่นไม่มากพอที่จะลดทอนความหวาดหวั่นถึงความปลอดภัยของคนเป็นแม่ได้ กลางดึกของเมื่อคืนจันทร์นิลมีอาการปวดช่วงล่างบริเวณเอว ซึ่งนั่นเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจนับตั้งแต่ครรภ์เข้าสู่เดือนที่หกเพราะต้องแบกรับน้ำหนักของทารกไว้ถึงสองคนในคราวเดียว แต่เมื่อคืนอาการปวดกลับแทรกขึ้นมาเป็นระยะ แม้เปลี่ยนท่าทางก็ยังไม่หาย ทั้งยังสังเกตุเห็นว่าคืนนี้พ่อยอดดวงใจทั้งสองของเธอดิ้นน้อยผิดปกติ จันทร์นิลจึงบอกให้จอมพลเร่งพาเธอมาโรงพยาบาล เธอถูกพาเข้าห้องคลอดทันทีที่มาถึง ทั้งสูติแพทย์ ทั้งแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ รวมถึงพยาบาลต่างเข้ามารุมทึ้งเธอในห้องคลอดเต็มไปหมด เสี้ยววินาทีของความเป็นและความตายรออยู่ตรงหน้า ว่าที่คุณแม่กลับไม่ได้นึกถึงชีวิตของตนเอง ความกลัวทั้งหมดถูกถ่ายเทไปที่ลูก ในใจของจันทร์นิลภาวนาอยู่อย่างเดียว คือขอให้ลูกๆ ปลอดภัยเท่านั้นพอ “ลูกของเราจะปลอดภัยใช่ไหมคะ” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามพ่อของลูกที่ยืนอยู่ข้างกาย “ครับ

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   บทที่ 23 เสียดายเวลา

    “นมอุ่นๆ มาแล้วคร้าบบบ... คุณแม่”เป็นภาพที่เห็นจนชินตา ทุกคืนก่อนนอนจอมพลจะยกแก้วนมอุ่นๆ มาประเคนให้เธอดื่มถึงเตียงนอน ไม่เพียงเท่านั้นบางคืนชายหนุ่มถึงขั้นลงมือนวดแขนนวดขาให้เธอผ่อนคลายโดยไม่ต้องร้องขอ เขาบริการดีชนิดที่เรียกได้ว่าเธออยู่ห่างไกลความลำบากไปมากโข ช่วงแรกๆ จันทร์นิลก็รู้สึกประดักประเดิดวางตัวไม่ถูกไปพักใหญ่ แต่พอวันเวลาเคลื่อนผ่านทุกสิ่งก็กลายเป็นความเคยชิน “ขอบคุณค่ะ” ว่าที่คุณแม่รับแก้วนมอุ่นๆ มาถือไว้ พลางลูบไล้ฝ่ามือไปบนหน้าท้องนูนที่มีพ่อยอดดวงใจทั้งสองนอนนิ่งอยู่ในนั้น นึกแล้วก็อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ หัวค่ำนี่พากันนอนนิ่งดีจัง พอตกดึกทีไรชวนกันเล่นซนจนเธอแทบไม่ได้นอนทุกคืน “พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า คืนนี้อย่าชวนกันดื้ออีกละ แม่เขาเพลียรู้ไหม” จอมพลปรายตามองหน้าท้องนูนเด่นแล้วออกปากบ่นอย่างไม่จริงจัง ตอนนี้อายุครรภ์ของจันทร์นิลเข้าสู่เดือนที่แปด ฉะนั้นทั้งเธอและเขารวมในท้องอีกสองเป็นสี่ จะต้องเดินทางกลับไปพักที่กรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ เพราะเขาต้องการให้เมียกับลูกอยู่ใกล้มือหมอมากที่สุด ไม่กี่เดือนผ่านมาน

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   บทที่ 22 ไม่มีอะไรสำคัญเท่าเธอ

    รถเอชยูวีสัญชาติยุโรปแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพักตากอากาศในเวลาถัดมา สภาพแววล้อมรอบบ้านดูผิดตาจากที่เธอเคยเห็นคราวก่อนไปมาก ดอกนกยูงสีสวยบนต้นร่วงโรยไปตามฤดูกาล ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอยู่ลดลงไปเลยแม้แต่นิด เพราะมันถูกทดทนด้วยต้นไฮเดรนเยียที่ออกดอกบานสะพรั่งรับหน้าหนาวไล่ยาวไปจนสุดขอบรั้วบ้าน “อย่าเพิ่งลงครับ” เสียงเรียกรั้งทำเอาคนท้องที่กำลังจะรีบร้อนก้าวลงจากรถเพื่อไปชมดอกไม้แสนสวยใกล้ๆ หยุดชะงัก “ห่มไว้ลมด้านนอกค่อนข้างเย็น” แล้ววินาทีต่อมาลาดไหล่บอบบางก็ถูกคลุมด้วยผ้าห่มผืนเล็กที่จอมพลเอี่ยวตัวไปหยิบมาจากเบาะหลัง “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกระชับผ้าเข้าหาตัว ก่อนจะเอ่ยขอบคุณความหวังดีที่พ่อของลูกหยิบยื่นให้ “อย่าไปซนที่ไหนไกลละ นิลต้องอยู่ในสายตาพี่ตลอดนะรู้ไหม” “นิลไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ” ว่าที่คุณแม่ทำหน้ามุ่ยใส่คนชอบออกคำสั่ง “พี่รู้ว่านิลไม่เด็กแล้ว เพราะถ้าใช่พี่คงโดนข้อหาพรากความบริสุทธิ์ผู้เยาว์” “คุณจอมพล!” หลังฟังประโยคกำกวมของเขาจบ เนื้อแก้มนวลเนียนลามเลียไปถึงใบหูขาวสะอาดก็ซับสีเลือดแดงซ่าน มีที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status