แชร์

บทที่ 2 คู่หมั้น

ผู้เขียน: นามภัทร
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-09 12:33:56

จันทร์นิลกลับออกจากห้องทำงานมาพร้อมกับถาดชาชุดเดิม ซึ่งไม่พร่องลดน้อยลงเลยสักนิด เพราะคนที่บอกว่าอยากดื่มชาไม่ได้แตะต้องหรือคิดชายตาแลมันเลย  

แถมบนลำคอระหงยังมีสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กๆ ที่ประดับด้วยจี้หยกน้ำงามติดออกมาด้วย ทุกครั้งที่จอมพลต้องไปทำงานต่างประเทศ เขามักจะสรรหาของฝากมาปรนเปรอเธอเสมอ

ถึงแม้ของขวัญบางอย่างจากเขาจะเป็นสิ่งที่จันทร์นิลไม่สามรถหยิบจับออกมาใช้สอยได้เป็นประจำ ก็เพราะของแต่ละอย่างที่ชายหนุ่มให้มา มันมีราคาค่างวดมากเกินไปจนจันทร์นิลรู้สึกเสียดาย อีกอย่างเธอก็ไม่รู้จะว่าควรจะนำมันออกมาใช้ในโอกาสไหน ในเมื่อหน้าที่การงานของเธอต้องอยู่หลังบ้านแทบจะตลอดเวลา

แต่ถึงกระนั้นจันทร์ก็เต็มใจจะรับ ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจนำมาให้เธอ ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขาทำเธอหลงหัวปักหัวปำได้ไม่ยาก

“หนึ่งชั่วโมง กับอีกสิบแปดนาที”

ทันทีที่ร่างเล็กเดินกลับมาถึงห้องครัว ประโยคค่อนแคะอย่างไม่จริงจังก็ดังขึ้น

“นี่ฉันหายไปนานขนาดนี้เลยเหรอ”

จันทร์นิลวางถาดชาลงในซิงค์ล้างทำความสะอาด เหลือบมองดูเวลาอย่างตกใจ

“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าแกไม่บอกให้รอ ฉันกลับห้องไปอาบน้ำตีพุงนอนสะบายใจเฉิบไปแล้ว”

กิรณาบ่นไปตามนิสัย ก่อนจะวางโทรศัพท์ในมือที่กำลังไล่ดูคลิปสั้นจากแอปพลิเคชันยอดฮิตลง แล้วหันมาให้ความสนใจสร้อยเส้นงามบนลำคอระหงของเพื่อนแทน

“ไอ้กันต์ฉันขอโทษนะ ที่ไม่ได้มาช่วยแกเก็บข้าวของเลย”

“ไม่ใช่หน้าที่แกสักหน่อย นี่หน้าที่ของแม่ฉัน ฉันเป็นทำคนแทนแม่ก็ถูกแล้ว”

ความจริงหน้าที่ของพวกเธอทั้งสองเป็นแค่คนดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารของบรรดาเจ้าขุนมูลนาย และตรวจสอบความเรียบร้อยในห้องครัว ส่วนเรื่องดูแลทำความสะอาดภายในบ้านเป็นงานของอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งคนงานในคฤหาสน์หลังนี้ถูกแบ่งหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน

แต่ที่กิรณาต้องทำหลายอย่างก็เพื่อต้องการแบ่งเบาภาระของแม่ ซึ่งแม่เธอเป็นหัวหน้าแม่บ้านของที่นี่

“ถึงยังไงฉันก็ผิดอยู่ดีที่ปล่อยให้แกนั่งรอนาน” คนรู้สึกผิดหน้ามุ่ย ระหว่างเก็บล้างชุดถ้วยชาร้อนกลับคืนที่เดิม

ก็ใครจะไปคิดละ! ว่าจะถูกเสือหื่นจับกินในห้องทำงาน แค่คิดถึงเหตุการณ์การหน้าพวงแก้มเนียนใสก็ร้อนซู่ขึ้นมาทันตา

“ฉันก็บ่นไปงั้นแหละ ว่าแต่... ทำไมหน้าแดง แกคิดอะไรอยู่” กิรณายื่นหน้าเข้ามาหยอกล้อ แววตาขี้เล่นหรี่มองอย่างจับผิด

“เปล๊า! คิดอะไรที่ไหน ฉันรีบเก็บล้างอยู่นี่ไง จะได้กลับห้อง อากาศมันร้อน”

จันทร์นิลไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยเสียงสูงขนาดนั้น แต่มันคงเป็นการกระทำแบบอัตโนมัติของคนที่กำลังโกหก

“อากาศร้อนจริง แต่คงไม่ร้อนเท่าตาฉันตอนนี้ เพราะสร้อยบนคอแกมันกระแทกตาฉันมาก”

ความสนอกสนใจของกิรณาพุ่งตรงไปที่สร้อยคอ แตะนิ้วลงบนจี้หยกเล็กๆ อย่างเบามือ

“วาสนาจันทร์นิลแท้หนออออ”

หลายครั้งที่จันทร์นิลได้ข้าวของราคาแพงๆ จากคนรัก บางชิ้นบางอย่างแพงกว่านี้ก็มี แต่กิรณาก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็น เพราะคงมีโอกาสไม่มากที่มนุษย์เงินเดือนธรรมดาอย่างเธอจะได้สัมผัสสิ่งของสวยงามราคาสูงแบบนี้ อย่างมากก็แค่เห็นผ่านๆ ตา

“ของฝากจากจีน” จันทร์นิลเห็นเพื่อนสนิทสนใจ เลยทำท่าจะถอดสร้อยออกจากคอส่งให้เพื่อนดู

“ไม่ต้องถอดๆ ใส่ไว้ดีแล้ว มันเหมาะกันแก” ทว่ากิรณากลับส่ายหน้าปฏิเสธ แค่ได้ลองจับนิดๆ หน่อยๆ ตามประสาคนชอบ ‘ใส่ใจเรื่องชาวบ้าน’ เธอก็พอใจแล้ว

“ยังไงก็ต้องถอดเก็บอยู่ดี ขืนใส่ของแพงๆ ทำงานอยู่ในบ้าน ฉันได้โดยพวกนั้นกระแหนะกระแหนกลับมาอีก”

พวกนั้น... ที่จันทร์นิลกล่าวถึง คือพวกคนงานซึ่งมีหน้าที่ทำความสะอาด เนื่องจากมีบางคนสงสัยในความสัมพันธ์ของเธอกับจอมพล แล้วแอบเอาไปใส่สีตีไข่แต่งเรื่องราวนินทากันสนุกปาก

เธอไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นรู้มากน้อยแค่ไหน แล้วรู้ได้อย่างไร แต่โชคดีที่เรื่องพวกนี้ยังกระเด็นไปไม่ถึงหูของคุณผู้หญิงกับคุณท่าน

เพราะจอมพลบอกกับเธอว่ายังไม่พร้อม ที่จะให้ใครรับรู้เรื่องราวของเรา...

“แกต้องหัดด่าพวกมันคืนบ้างนะไอ้นิล คนบางคนแค่นิ่งเฉยใส่ มันไม่สำนึกขึ้นมาได้เองหรอก ลองตบลองตีดู เผื่อสันดานจะดีขึ้น”

กิรณาเป็นคนโผลงผางและสู้ไม่ถอยหากโดนรังแกก่อน ส่วนจันทร์นิลเป็นพวกไม่สู้คน บางครั้งก็ทำตัวเหมือนเดินอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ตลอดเวลา หรืออย่างบางสถานการณ์ถ้าอีกคนมองเป็นลบ อีกคนก็จะมองเป็นบวก

หากเปรียบกิรณาเป็นไฟ จันทร์นิลก็คงเป็นน้ำ ทว่าน่าแปลกที่เราทั้งคู่ต่างเป็นความสบายใจของกันและกัน

“ฉันไม่ด่าหรอก พอคนพวกนั้นมารังแกฉัน ก็ให้แกจัดการแทนไง”

เสียงใสเจือหัวเราะทีเล่นทีจริง จันทร์นิลไม่ได้ต้องการให้เพื่อนออกโรงปกป้องตลอดเวลา เธอแค่ไม่อยากให้กิรณาคิดมาก กับคำพูดของคนบางคนที่ไม่ควรค่าให้ใส่ใจ  

“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่แกต้องรู้เอาไว้นะไอ้นิล ว่าฉันปกป้องแกจากทุกอย่างไม่ได้”

แววตาของกิรณามีความกังวล แต่ไม่ใช่ความกังวลจากปัญหาของคนพวกนี้ที่กำลังพูดถึง

“เอาน่า..​. อะไรที่มันยังไม่เกิดก็อย่าเพิ่งไปคิดมากสิ”

จันทร์นิลกำลังจะบอกให้เธอมีความสุขกับปัจจุบันก่อน อะไรทำนองใช่ไหม? บางทีกิรณาก็นึกอิจฉาเพื่อนสนิทที่มีความสุขกับอะไรเล็กน้อยรอบตัวได้เสมอ

“ถามจริงๆ นะไอ้นิล คุณจอมพลเขาได้พูดกับแกบ้างไหม ว่าจะเปิดตัวกับพ่อแม่เขาเมื่อไหร่”

กิรณาถามขึ้นขณะเดินกลับห้องพัก สำหรับที่พักของคนงานในบ้านจะถูกบางแยกไว้เป็นสัดส่วน ซึ่งห่างออกจากตัวคฤหาสน์ไปไม่ไกลมาก

ส่วนพวกเธอสองคนที่เข้ามาทำงานทีหลัง จึงได้ห้องพักที่อยู่ติดกับตัวตึกของคฤหาสน์ ตอนแรกกิรณาก็คิดว่ามันเป็นข้อดี พักหลังๆ เธอชักเริ่มไม่แน่ใจ

เพราะวันดีคืนดี ดึกๆ ดื่นๆ เธอก็ได้ยินเสียงคนบุกรุกเข้ามาในห้องของเพื่อนสนิท หายไปสี่ห้าชั่วโมงถึงกลับออกมา

ลูกชายเจ้าของบ้านจะรู้ตัวบ้างไหม ว่าต่อให้ย่องเบาแค่ไหนก็ไม่อาจพ้นหูพ้นตา ‘คนชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้าน’ อย่างกิรณาได้หรอก

“พูดสิ” คนฟังตาลุกวาวเก็บความยินดีไว้ไม่มิด อย่างน้อยกิรณาก็เบาใจที่เพื่อนของเธอไม่ถูกผู้ชายลอยแพ

“คุณจอมพลเขาบอกว่ายังไม่พร้อม งานยุ่งมาก”

ความดีอกดีใจก่อนหน้านี้เป็นอันต้องพังครืดลงมาในชั่วพริบตา

“งานยุ่ง? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเปิดตัวแฟน” เปิดตัวว่าที่ภรรยาต่อหน้าพ่อแม่มันจะใช้เวลาเท่าไหร่กันเชียว ทีย่องเบาเข้ามานอนกกเพื่อนเธอถึงในห้องตั้งหลายชั่วโมงยังมีเวลาทำได้

แบบนี้มันเข้าข่ายหลอกฟันเฉยๆ หรือเปล่า

โอ๊ยยย... นี่ก็เพื่อน นั่นก็เจ้านาย ประสาทจะกินกิรณาก็วันนี้

“เกี่ยวสิ แกก็เห็นนี่ว่าช่วงนี้เขาบินไปดูโรงงานที่ต่างประเทศบ่อยจะตาย”

โอเค! ในเมื่อเพื่อนว่าเกี่ยวกิรณาก็จนใจจะค้านต่อ มันเป็นเรื่องของคนสองคน คนนอนคุยกันย่อมเข้าอกเข้าใจกันมากกว่าคนยืนคุยกันอยู่แล้ว

ได้แต่หวังว่าทั้งคู่จะเข้าอกเข้าใจกันแบบนี้ตลอดไปนะ

เมื่อคืนจันทร์นิลโดนเสือเจ้าเล่ห์บุกเข้าห้องในช่วงกลางดึก กว่าเสือร้ายตัวนั้นจะกลับออกไปก็เกือบฟ้าสว่าง เขาอ้างว่ายังไม่หายคิดถึงเธอเลยตามมาสูบพลังต่อ

ดังนั้นเช้านี้หญิงสาวจึงตื่นขึ้นมาเข้าครัวด้วยสภาพที่ไม่เต็มร้อยนัก ถึงกับต้องหากาแฟดำดื่มเพื่อเรียกสติ

“เห้อออ งานต้อนรับแขกมาอีกแล้ว”

‘ป้าแขไข’ หรือแม่ของกิรณาเดินทำหน้าเบื่อหน่ายเข้ามาในครัว พร้อมโบกกระดาษในมือไปมาก่อนจะว่างแหมะลงตรงหน้าของจันทร์นิล นั่นหมายความว่าที่คฤหาสน์หลังนี้กำลังจะมีแขกมาเยือน

แล้วไอ้กระดาษที่ป้าแขไขวางลงตรงหน้าเธอก็คงจะเป็นรายการอาหารที่ต้องทำขึ้นโต๊ะ ตามที่คุณผู้หญิงสั่งมาแน่ๆ

พณิชพัทร์เป็นตระกูลเก่าแก่มั่งคั่งทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และกิจการค้าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างครบวงจร ซึ่งกระจายสาขาอยู่ทั่วประเทศ ทั้งยังมีโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ตัวเองที่อยู่ต่างแดนอีกหลายที่

ส่วนคุณผู้หญิงสโรชาหรือมารดาของจอมพลก็มาจากตระกูลผู้ดีเก่า ตบแต่งเข้าตระกูลพณิชพัทร์อย่างสมเกียรติ จึงไม่แปลกที่คฤหาสน์หลังนี้จะมีแขกใหญ่แขกโตแวะเวียนกันเข้ามาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย ใครบ้างที่ไม่อยากสานสัมพันธ์ผูกไมตรีกับคนบ้านนี้

“คราวนี้ใครมาเหรอแม่”

กิรณาชอบทำตัวเป็นชาวบ้านสามบ้านสี่ อยากรู้ว่าแขกที่มาครั้งนี้เป็นใคร เพราะบางทีเธออาจจะเคยเห็นคนพวกนี้ผ่านข่าวซุบซิบดารามาบ้างก็ได้ อย่างเช่นไฮโซคนนั้นควงดาราคนนี้ขึ้นคอนโด หรือหนุ่มนักธุรกิจใหญ่ประกาศหมั้นกับสาวบ้านโน้น

ข่าว ‘คาว’ อะไรเทือกนี้กิรณาช๊อบชอบ...

“เห็นว่าเป็นคนสนิทของคุณผู้หญิง มึงก็อย่าทำตัวสอดรู้ให้มันมากนักไอ้กันต์ ดูอย่างหนูนิลเป็นตัวอย่างนี่ วันๆ ไม่เห็นอยากจะรู้เรื่องชาวเหมือนกับเองเลย”

“งั้นแม่ก็เอาไอ้นิลไปเลี้ยงเป็นลูกแทน หนูขอลาออก! ไปเป็นเด็กกำพร้าดีกว่า ถ้ามีแม่ใจร้ายแบบนี้”

ขอลาออกแบบ ‘ไม่จริงจัง’ เสร็จ กิรณาก็คว้าเอากระดาษบนโต๊ะแล้วสะบัดตูดหนีหายเข้าไปในห้องเก็บวัตถุดิบ เพื่อตรวจเช็คว่าของที่ต้องทำวันนี้ขาดเหลืออะไรบ้าง

“แหม... ไอ้ลูกคนนี้มันน่านัก”

แขไขเน้นเขี้ยวเน้นฟันตามหลังลูกสาว

“ไหนๆ ไอ้กันต์ก็ลาออกแล้ว งั้นนิลขอยื่นใบสมัครเป็นลูกสาวป้าแขแทนนะจ๊ะ”

เสียงใสปนรอยยิ้มหวานๆ ของเด็กสาวตรงหน้าช่วยลดทอนความคุกรุนในใจของแขไขได้

“สะมงสมัครอะไรกันละ ป้ารับหนูเป็นลูกสาวของป้ามาตั้งนานแล้ว”

แขไขยิ้มรับเด็กสาวที่นางเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานแท้ๆ นางรู้จักจันทร์นิลก็ตอนที่กิรณารู้พามาให้จัก สมัยลูกสาวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกแขไขก็แอบเป็นห่วง แต่พอเห็นว่าลูกรู้จักเลือกคบเพื่อนนางก็เบาใจไปเปราะนึง

ยิ่งมารับรู้ว่าเด็กสาวที่ชื่อจันทร์นิลคนนี้มีส่วนช่วยพักดันลูกสาวที่ไม่ค่อยเอาเรื่องเอาอ่าวของนาง ให้เรียนจบตลอดรอดฝั่งมาได้แขไขก็ยิ่งปลาบปลื้ม

“นิลต้องจัดดอกไม้ใหม่ไหมคะป้าแข เพราะเมื่อวานนิลเพิ่งเปลี่ยนไปเอง”

อีกหน้าที่ของจันทร์นิลและกิรณาคือจัดเปลี่ยนแจกันดอกไม้ตกแต่งภายในบ้านอาทิตย์ละสองครั้ง งานของเธอมีเท่านี้ อย่างบางครั้งที่นายจ้างไม่อยู่หรือไปเที่ยวต่างประเทศ วันๆ พวกเธอก็แทบไม่ต้องทำอะไรเลย

งานง่าย งานถนัด แถมกินฟรี อยู่ฟรีอีกต่างหาก จันทร์นิลคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกหลบมาพักใจที่นี่ก่อน เพราะมันทำให้เธอพบเจอกับเขา ‘ความรักครั้งแรก’

“ไม่ต้องหรอก แค่นี้ก็วุ่นวายจะแย่ หนูช่วยไอ้กันต์ดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารก็พอ”

แจงงานส่วนนี้จบแขไขก็รีบออกไปสั่งงานกับฝ่ายอื่นต่อ ตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้านไม่ใช่งานเบาอย่างที่หลายคนคิด ทุกๆ วันนางต้องตื่นเช้าก่อนใคร เพื่อเข้าไปรับเรื่องจากผู้เป็นนาย ต้องทำงานให้สมกับที่เจ้าของบ้านไว้ใจ และนับว่าแขไขเป็นคนสนิทของท่าน

วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง แขกที่มาเยือนคฤหาสน์พณิชพัทร์คงจะกลับไปกันหมดแล้ว เพราะถ้วยชามที่เคยใส่ข้าวปลาอาหารรวมถึงของหวานค่อยๆ ถูกทยอยนำกลับเข้ามาเก็บในครัว เพื่อรอชำละล้างต่อไป

“คนที่ว่าจะมาเป็นคู่หมั้นคู่หมายของคุณจอมพลนี่สวยเนอะ”

สาวรับใช้หนึ่งในสองที่ยกถ้วยจานกลับมาเก็บเอ่ยขึ้น พวกหล่อนจงใจจะให้ประโยคดังกล่าวกระทบเข้าหูจันทร์นิล ซึ่งก็เป็นดั่งหวัง

“คิดเหมือนฉันเลย คนที่จะเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านนี้ ก็ต้องสวยแบบนี้ รวยระดับนี้แหละถึงจะถูกต้อง”

“แกพูดถูกนังเตย อย่างคุณจอมพลไม่มีทางคว้าผู้หญิงปลายแถวมาทำเมียหรอก เปื้อนนามสกุลเขาเปล่าๆ”

“แต่ถ้าเป็นเมียน้อยก็ไม่แน่นะ”

ปึ้ง!!!

ยังไม่สิ้นเสียงหัวเราะคิกคักของสองสาวใช้ มีดปังตอที่กิรณาถืออยู่ก็ถูกสับลงกลางเขียงไม้จนเกิดเสียงดังสะท้อนหนักแน่น ทำเอาใบเตยกับเหมียวสองสาวรับใช้สะดุ้งเฮือกสุดตัว

รวมถึงจันทร์นิลที่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ก็ตกใจไปด้วย

“มึงสองตัวสาระแนเรื่องของเจ้านายจบหรือยัง ถ้าจบแล้วก็ออกไป แต่ถ้ายัง... มาฝอยใกล้ๆ กูนี่”

 ไม่พูดเปล่ากิรณายกมีปังตอขึ้นชี้หน้าคนทั้งคู่ สองสาวใช้ถึงกับยืนตัวซีดปากสั่นต้องรีบเผ่นแนบออกจากห้องครัว ทิ้งไว้เพียงคำพูดแสลงใจที่ยังดังก้องอยู่ในหูของจันทร์นิล

“ไอ้นิล! แกไม่ต้องคิดมากกับคำพูดของพวกมันนะ แกก็รู้ว่าปากอีพวกนี้มันไม่ค่อยดี”

เห็นใบหน้าซีดเผือดของเพื่อนสนิทกิรณาก็สงสาร แอบกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้มาตลอด นับตั้งแต่ไปบังเอิญล่วงรู้ความสัมพันธ์ แล้วสุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

“อือ... ไม่ต้องห่วง ฉันไม่คิดมากหรอก”

ปากบอกไม่คิดมาก แต่มือไม้ของเธอกลับสั่นเทาไม่หยุด หัวใจดวงน้อยออกอาการเจ็บจี๊ดๆ จนจันทร์นิลนิ่วหน้า หญิงสาวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขณะนี้ดวงตากลมรื้นจนเป็นสีแดงก่ำขนาดไหน

“ไหวไหมเนี่ย พักเปล่า? งานที่เหลือเดี๋ยวฉันทำต่อเอง”

“ไม่เป็นไร” จันทร์นิลส่ายหัวปฏิเสธ เธอจะทิ้งงานมากมายไว้ให้เพื่อนทำได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่กำลังหวาดกลัวจะใช่ความจริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

เธอต้องเชื่อใจจอมพลสิ เชื่อใจในคนรัก ต้องเชื่อว่าเขาจะไม่มีวันทำร้ายเธอ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   ตอนพิเศษ สีสันของชีวิต

    หลังจากแวะทำบุญที่วัดเนื่องในโอกาสครบรอบวันตายให้ตากับยายเสร็จ จันทร์นิลก็พาสามีและลูกๆ กลับมาพักผ่อนที่บ้านเกิดในอำเภอปากช่องหลายปีที่ผ่านมาบ้านหลังนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก จอมพลให้ช่างเข้ามาปรับปรุงและตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อความสะดวกสบายของคนในครอบครัวยามต้องแวะเวียนมาทำบุญและค้างคืนที่นี่เป็นประจำทุกปี“ยืนมองอะไรอยู่ครับ”ร่างเล็กที่กำลังยืนเหม่อมองบ้านรั้วติดกัน แล้วหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีตสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกคนเป็นสามีสวมกอดจากทางด้านหลัง“มองบ้านแอ้มน่ะค่ะ” จันทร์นิลแบนสายตากลับไปมองบ้านหลังข้างๆ อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมันถูกปล่อยทิ้งร้างจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมหลังจากป้าลดาวัลย์จากไป อริสาก็พาลูกชายย้ายไปอยู่กับพ่อของลูกที่อำเภอแก่งคอย และที่สำคัญใครจะไปคาดคิดว่าเจ้าเสือโคร่งจะเป็นถึงลูกชายเจ้าของบริษัทปูนซีเมนต์ยักใหญ่แห่งหนึ่งในไทย“ป่านนี้ยายหน้าหยิ่งกับลูกชายคงใช้ชีวิตสุขสบายไปแล้วละมั้ง”“คงงั้นมั้งคะ” จันทร์นิลหลุดขำกับประโยคเหน็บแนมของคนเป็นสามี ในขณะที่สายตายังจับจ้องที่บ้านหลังนั้นอยู่ “เห็นแล้วก็นึกถึงอดีตนะคะ”เธอกับอริสายังคงติดต่อกันเรื่อยมา มีนัดเจอกันบ้างตอนท

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   ตอนพิเศษ แขนงแรงกว่าหน่อ

    5 ปีผ่านไป...หลังเลิกงานจอมพลก็ตรงไปรับลูกที่โรงเรียนตามปกติ ทว่าวันนี้ท่าทีของสองแฝดกลับผิดแปลกไป ทั้งคู่นั่งเงียบปากมาตลอดทางไร้เสียงเจื้อยแจ้วเหมือนอย่างเคยคนเป็นพ่อจึงได้แต่สงสัยเก็บงำความอยากรู้อยากเห็นไว้ในใจ เพราะถามอะไรไปลูกชายก็ไม่ยอมตอบกระทั่งมินิเวนคนหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูคฤหาสน์ สองแฝดจอมป่วนก็กุลีกุจอรีบลงจากรถ แล้ววิ่งตรงเข้าไปด้านในทันที ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป้าหมายของทั้งคู่อยู่ที่ไหน คงไม่พ้นปู่กับย่าผู้ตามใจหลานอยู่เป็นนิจแน่ๆ“ปู่คร้าบบบ เจ้าขุนกลับมาแล้วววว”“ย่าคร้าบบ เจ้านายก็กลับมาแล้วคร้าบ”เสียงอ่อนเสียงหวานดังขึ้นทั้งที่ยังไม่เห็นตัวเจ้าของ ทำเอาคนเป็นปู่กับย่าแย้มยิ้มด้วยใบหน้าชื่นบาน หลังนั่งเหงาอยู่ในบ้านแสนเงียบมาทั้งวัน นี่ถ้าเป็นไปได้อติรุจกับสโรชาแทบไม่อยากให้หลานๆ ไปโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ“เหนื่อยไหมครับคนเก่งของย่า”คุณหญิงสโรชารับร่างหลานชายทั้งสองคนที่พุ่งตรงเข้าสู้อ้อมกอดอย่างแสนรัก สลับกับจูบกระหม่อมบางด้วยความคิดถึง“ไม่เหนื่อยครับ/ไม่เหนื่อยครับ” สองศรีพี่น้องประสานเสียงตอบพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะหันขวับกลับมาจ้องหน้ากันและกันด้วยท่าที

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   ตอนพิเศษ บทลงโทษ

    “คุณเจ้านาย คุณเจ้าขุน บอกผมมาเดียวนี้นะ ต้องทำยังไงแม่ของพวกคุณถึงจะยอมใจอ่อน”ร่างสูงในชุดสูทพอดีตัวเพราะเพิ่งกลับจากที่ทำงาน จ้องเขม็งมาที่ลูกชายวัยหนึ่งขวบทั้งสองคนอย่างคาดคั้น “ถ้าไม่ยอมบอกผมจะปล่อยให้พวกคุณอด!” ไม่ทำพูดเปล่า จอมพลชักช้อนในมือออกห่างจากปากเล็กๆ ของลูกชาย พร้อมยกถ้วยข้าวเบี่ยงหนี “แอ้... แง้...” นั่นจึงเป็นเหตุให้จอมเขมือบทั้งสองตีมือตีไม้ลงบนโต๊ะทานอาหาร พร้อมส่งเสียงร้องอย่างขัดใจ “ผมไม่ใจอ่อนง่ายๆ หรอกนะ” คนถูกเมียใช้ให้ป้อนข้าวลูกทันทีที่กลับมาถึงบ้าน โดยไม่ถงไม่ถามถึงความเหน็ดเหนื่อยเลยสักคำ เชิดหน้าขึ้นอย่างเหนือกว่า ช่วงเวลาแบบนี้ต้องเก็บเกี่ยว มีโอกาสไม่มากที่จะเอาชนะเจ้าสองตัวนี้ได้สักที ก็ใช่สิ! เขามันไม่สำคัญแล้วนี่ ตั้งแต่เจ้าสองหน่อนี้เกิดมาใครๆ ก็เรียกหา แต่น้องเจ้านาย น้องเจ้าขุน ส่วนไอ้จอมพลคนนี้ถูกเบียดตกกระป๋องดัง ปุ๊ก! ขนาดพ่อกับแม่บังเกิดเกล้ายังไม่แยแสแม้แต่เงา เกิดเป็นไอ้จอมพลชีวิตช่างรันทด เคยเป็นที่หนึ่งมาตลอดจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับ ‘ผลงานชินโบว์แดง’ ของตัวเอง จะโกรธก็โกร

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   บทที่ 24 ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

    เช้ามืดในวันถัดมาเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างเป็นกังวลก็มาถึง เป็นเรื่องน่ายินดีที่ทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลพณิชพัทร์กำลังจะถือกำเนิด แต่นั่นไม่มากพอที่จะลดทอนความหวาดหวั่นถึงความปลอดภัยของคนเป็นแม่ได้ กลางดึกของเมื่อคืนจันทร์นิลมีอาการปวดช่วงล่างบริเวณเอว ซึ่งนั่นเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจนับตั้งแต่ครรภ์เข้าสู่เดือนที่หกเพราะต้องแบกรับน้ำหนักของทารกไว้ถึงสองคนในคราวเดียว แต่เมื่อคืนอาการปวดกลับแทรกขึ้นมาเป็นระยะ แม้เปลี่ยนท่าทางก็ยังไม่หาย ทั้งยังสังเกตุเห็นว่าคืนนี้พ่อยอดดวงใจทั้งสองของเธอดิ้นน้อยผิดปกติ จันทร์นิลจึงบอกให้จอมพลเร่งพาเธอมาโรงพยาบาล เธอถูกพาเข้าห้องคลอดทันทีที่มาถึง ทั้งสูติแพทย์ ทั้งแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ รวมถึงพยาบาลต่างเข้ามารุมทึ้งเธอในห้องคลอดเต็มไปหมด เสี้ยววินาทีของความเป็นและความตายรออยู่ตรงหน้า ว่าที่คุณแม่กลับไม่ได้นึกถึงชีวิตของตนเอง ความกลัวทั้งหมดถูกถ่ายเทไปที่ลูก ในใจของจันทร์นิลภาวนาอยู่อย่างเดียว คือขอให้ลูกๆ ปลอดภัยเท่านั้นพอ “ลูกของเราจะปลอดภัยใช่ไหมคะ” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามพ่อของลูกที่ยืนอยู่ข้างกาย “ครับ

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   บทที่ 23 เสียดายเวลา

    “นมอุ่นๆ มาแล้วคร้าบบบ... คุณแม่”เป็นภาพที่เห็นจนชินตา ทุกคืนก่อนนอนจอมพลจะยกแก้วนมอุ่นๆ มาประเคนให้เธอดื่มถึงเตียงนอน ไม่เพียงเท่านั้นบางคืนชายหนุ่มถึงขั้นลงมือนวดแขนนวดขาให้เธอผ่อนคลายโดยไม่ต้องร้องขอ เขาบริการดีชนิดที่เรียกได้ว่าเธออยู่ห่างไกลความลำบากไปมากโข ช่วงแรกๆ จันทร์นิลก็รู้สึกประดักประเดิดวางตัวไม่ถูกไปพักใหญ่ แต่พอวันเวลาเคลื่อนผ่านทุกสิ่งก็กลายเป็นความเคยชิน “ขอบคุณค่ะ” ว่าที่คุณแม่รับแก้วนมอุ่นๆ มาถือไว้ พลางลูบไล้ฝ่ามือไปบนหน้าท้องนูนที่มีพ่อยอดดวงใจทั้งสองนอนนิ่งอยู่ในนั้น นึกแล้วก็อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ หัวค่ำนี่พากันนอนนิ่งดีจัง พอตกดึกทีไรชวนกันเล่นซนจนเธอแทบไม่ได้นอนทุกคืน “พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า คืนนี้อย่าชวนกันดื้ออีกละ แม่เขาเพลียรู้ไหม” จอมพลปรายตามองหน้าท้องนูนเด่นแล้วออกปากบ่นอย่างไม่จริงจัง ตอนนี้อายุครรภ์ของจันทร์นิลเข้าสู่เดือนที่แปด ฉะนั้นทั้งเธอและเขารวมในท้องอีกสองเป็นสี่ จะต้องเดินทางกลับไปพักที่กรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ เพราะเขาต้องการให้เมียกับลูกอยู่ใกล้มือหมอมากที่สุด ไม่กี่เดือนผ่านมาน

  • ไม่เคยอยู่ในหัวใจ   บทที่ 22 ไม่มีอะไรสำคัญเท่าเธอ

    รถเอชยูวีสัญชาติยุโรปแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพักตากอากาศในเวลาถัดมา สภาพแววล้อมรอบบ้านดูผิดตาจากที่เธอเคยเห็นคราวก่อนไปมาก ดอกนกยูงสีสวยบนต้นร่วงโรยไปตามฤดูกาล ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอยู่ลดลงไปเลยแม้แต่นิด เพราะมันถูกทดทนด้วยต้นไฮเดรนเยียที่ออกดอกบานสะพรั่งรับหน้าหนาวไล่ยาวไปจนสุดขอบรั้วบ้าน “อย่าเพิ่งลงครับ” เสียงเรียกรั้งทำเอาคนท้องที่กำลังจะรีบร้อนก้าวลงจากรถเพื่อไปชมดอกไม้แสนสวยใกล้ๆ หยุดชะงัก “ห่มไว้ลมด้านนอกค่อนข้างเย็น” แล้ววินาทีต่อมาลาดไหล่บอบบางก็ถูกคลุมด้วยผ้าห่มผืนเล็กที่จอมพลเอี่ยวตัวไปหยิบมาจากเบาะหลัง “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกระชับผ้าเข้าหาตัว ก่อนจะเอ่ยขอบคุณความหวังดีที่พ่อของลูกหยิบยื่นให้ “อย่าไปซนที่ไหนไกลละ นิลต้องอยู่ในสายตาพี่ตลอดนะรู้ไหม” “นิลไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ” ว่าที่คุณแม่ทำหน้ามุ่ยใส่คนชอบออกคำสั่ง “พี่รู้ว่านิลไม่เด็กแล้ว เพราะถ้าใช่พี่คงโดนข้อหาพรากความบริสุทธิ์ผู้เยาว์” “คุณจอมพล!” หลังฟังประโยคกำกวมของเขาจบ เนื้อแก้มนวลเนียนลามเลียไปถึงใบหูขาวสะอาดก็ซับสีเลือดแดงซ่าน มีที่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status