Share

ตอนที่ 6 ก้มหน้า

last update publish date: 2026-07-14 23:22:54

“อะไรนะคะ”  ฟางข้าวเงยหน้าจากหนังสือเล่มหนา ขยับแว่นสายตามมองชมพูที่ยืนเท้าแขนบนโต๊ะเธอ

“อย่ามาทำหน้าตาใสซื่อหน่อย”    ชมพูหัวเราะ  

“ฟางไปทำงานพิเศษค่ะ”

“แค่นั้นเหรอ”    ชมพูยิ้มมีเลศนัย   “แต่ทำไมฉันเห็นเธอในร้านอาหารล่ะ  อย่าบอกนะว่าเธอไปกินข้าวร้านหรู ๆ แบบนั้น แค่ค่าเทอมยงไม่มีปัญญาจ่ายเลยนี่ ” 

“ธะ...เธอจำผิดคนแล้วละ”   ฟางข้าวหน้าซีดขึ้นมา

“ร้านแบบนั้น ปกติมีแต่พวกเสี่ยๆ ไปกินกันทั้งนั้นแหละ   ฉันยังไปกินโต๊ะแชร์กับแม่บ่อยๆ ฉันรู้ดี”

“หน้าฉันโหลเธอคงจำผิดคนแล้ว” 

ระหว่างให้คนเข้าใจผิดว่าเธอมีเสี่ยเลี้ยงกับความจริงที่เธอรับจ้างทำรายงานเปิดเผย  อันไหนมันจะเลวร้ายกว่ากันเนี่ย!

“ฉันก็ว่างั้นแหละ  หน้าตาเหมือนปลาทูแมวอย่างเธอเสี่ยที่ไหนจะสนใจ  แล้วถ้าเธอมีปัญญาไปกินอาหารจีนแพงๆ แบบนั้น   น้าเธอคงไม่เป็นลูกหนี้แม่ฉันหรอก”  

 ชมพูพูดแทงใจดำก่อนที่จะหยิบบัตรอะไรสักอย่างโบกไปมาตรงหน้าฟาง

“ฉันมีบัตรดินเนอร์กับมิสเตอร์เวย์”

เสียงเพื่อนสาวในห้องพากันกรี๊ดลั่นที่ได้ยินชื่อมิสเตอร์เวย์ มีแต่ฟางข้าวที่ทำหน้าแหยอยู่ 

“รู้มั้ย!กว่าจะได้บัตรนี้มาต้องเสียเงินเท่าไหร่ แต่บังเอิญว่ารายงานที่ต้องส่งเย็นนี้ยังไม่เสร็จ ยังไงเธอช่วยรับผิดชอบต่อแล้วกันนะจ๊ะ”

“เอ่อ...”     

ฟางข้าวอ้าปากค้างจะเถียงแต่พอเห็นแววตาดุๆ ของชมพู เธอก็ต้องก้มหน้านิ่ง ยอมรับอย่างไม่เต็มใจ 

“แหม! ฟางนี่สมกับเป็นนักศึกษาดีเด่นจริงๆ ชอบช่วยเหลือเพื่อน อ้อ!แถมเป็นลูกหนี้ที่นิสัยดีมากด้วยนะ  งั้นฉันไปก่อนนะ ต้องรีบไปไดร์ผมก่อนนะจ๊ะ” 

ชมพูและเพื่อนๆ ผู้หญิงเดินออกไปแล้ว  ฟางข้าวได้แต่นั่งถอนหายใจ  ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว  ทำไมไม่เถียงบ้างนะ ทำไมถึงยอมให้มาว่าเธอยังงั้นยังงี้อยู่ได้   แค่คิดเธอก็อยากเอามือเขกหัวตัวเองแรงๆ สักที  แต่นึกอีกทีอยากหาเงินไปใช้หนี้  แต่เงินเป็นแสนจะไปหาจากไหน 

‘คนมีเงินนี่เขาคิดอะไรกันนะ ต่อให้มีเงินแค่ไหนก็ไม่ยอมเสียเงินไปกับเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก’

            เสียงมือถือของเธอดังขึ้น เมื่อหยิบออกมาดูก็เห็นเบอร์ของอาจารย์เอื้อมดาว

            “หนูฟางยุ่งไหม มีธุระอยากคุยด้วยนิดหนึ่ง”

            ฟางข้าวใช้เวลาประมาณสิบนาทีก็มาถึงห้องสมุดของมหาวิทยาลัย

“เรียกหนูเหรอคะ”  ฟางข้าวเอ่ยถาม

            “ได้ยินว่ากำลังหางานพิเศษทำอยู่ใช่ไหม”

“ค่ะ” ฟางข้าวแอบหวังว่าคงไม่รู้เรื่องที่เธอไปรับจ้างทำรายงานนะ

“พอดีมีคนกำลังหาติวเตอร์เก่งๆ ให้นักศึกษาคนหนึ่ง  ช่วงซัมเมอร์นี้ คุณสมบัติของฟางเหมาะสมที่สุด  คือคนนี้เขาทำงานด้วยเรียนไปด้วยเลยไม่ค่อยมีเวลามาเรียน  กลัวว่าจะเรียนไม่ทันก็เลยอยากหาติวเตอร์ช่วยติวข้อสอบให้ ค่าสอนพิเศษคิดเป็นรายเดือน เดือนละสองหมื่น”

“อะไรนะคะ” ฟางข้าวทำตาโต  เงินขนาดนี้จ้างคนมีความรู้กว่าเธอได้เยอะเลย   

“ก็เพราะว่าเขาอายุมากกว่าฟางแค่ปีเดียว เราคิดว่าน่าจะคนที่อายุใกล้ๆ กันจะดีกว่า  เชื่อว่าสมองระดับฟางต้องติวให้เขาได้สบายๆ อยู่แล้ว”

ฟางข้าวนิ่งคิดไป   ถ้าเธอสามารถทำงานด้วยและเรียนด้วยได้เงินขนาดนี้ก็สามารถช่วยน้าแหวนนิลใช้หนี้ได้   เธอจะได้ไม่เป็นลูกหนี้ยัยชมพูเสียที

“เอากลับไปคิดก่อนก็ได้นะ  แต่คิดเร็วหน่อยก็ดี”

เอื้อมดาวพูดออกไปอย่างมีความหวัง   ถ้าได้ฟางข้าวมาเป็นติวเตอร์ให้นายเวย์ อนันดา  คงทำให้ผลการเรียนตานั่นดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็อย่าให้เกาะขอบเหวแบบที่ผ่านมาก็พอ.

ร่างสูงเพรียวเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเสียงเพลงที่เปิดอยู่ในห้อง  กระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ยาวตลอดแนวผนังห้องสะท้อนภาพของชายหนุ่มสวมเสื้อกล้ามสีขาว  กางเกงวอร์มสีน้ำเงินเข้มและ รองเท้าผ้าใบยี่ห้อดัง  ในมือข้างหนึ่งขวดน้ำแทนไมโครโฟน เสียงตบมือดังขึ้นสองสามแปะ 

เวย์ อนันดา มองจากกระจกที่ส่องตัวเองอยู่เห็นหน้าผู้จัดการส่วนตัวยืนยิ้มอยู่ใกล้ ๆ  เขาไม่แปลกใจนักที่เห็นพีระเข้าในห้องชุดของเขาได้แบบนี้  ความจริงเขาเป็นคนหวงความเป็นส่วนตัวมาก   แต่ก็เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องตื่นสายแถมปลุกยากอีกต่างหาก  จึงจำเป็นและจำใจให้คีย์การ์ดสำรองกับผู้จัดการส่วนตัว  

“ไม่น่าเชื่อว่าจะขยันซ้อมขนาดนี้”    พีระอดแซวไม่ได้ แต่เวย์ยักไหล่ทำหน้าไม่สนใจเดินหยิบรีโมท์ปิดเพลงแล้วทิ้งตัวนอนบนพื้น  

“ท่าเต้นผมก็คิดเองนะ”  เวย์เปิดขวดน้ำแล้วยกดื่ม   

พีระนั่งข้างๆ เวย์แล้วยื่นถุงที่ถือมาส่งให้

“นี่ของฝากจากแฟนคลับ  แล้วก็หนังสือติวข้อสอบ ยังไงก็ขยันเรียนให้มันเหมือนขยันซ้อมเพลงแบบนี้บ้างก็ดี  นายเป็นไอดอลขวัญใจวัยรุ่นก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย”

“รู้แล้วน่า”  เวย์เบ้ปาก

“เห็นคุณดาวบอกว่าจะหาติวเตอร์ให้”

“ห๋า!”   เวย์ทะลึงตัวขึ้นนั่ง   “อีกแล้วเหรอ”

“มันถึงเวลาที่นายต้องมีครูสอนพิเศษแล้วจะได้ไม่เมื่อยหรือไงเอามือเกาะขอบเหวแบบนั้น”

“มาอีกคนแล้ว”    เวย์บ่นฉวยเอาถุงใส่ของและหนังสือเดินไปนั่งที่ระเบียงซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ในในกรุงเทพยามค่ำ  “ออกไปแล้วอย่าลืมล็อกประตูห้องให้ด้วย”

พีระยักไหล่แล้วเดินออกไปโดยไม่บอกลา  อนันดาได้ยินเสียงปิดประตูห้องแล้ว  เขาจึงเปิดโน้ตบุ๊กต่ออินเตอร์เนทเข้าไปเช็คข้อความของแฟนคลับและดูของขวัญที่แฟนคลับส่งมาให้

‘นายเป็นไอดอลขวัญใจวัยรุ่นก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย’

อนันดาถอนหายใจหนักๆ ก่อนที่จะเสยผมที่ลงมาปรกหน้า  เขาเองก็ไม่อยากให้ผลการเรียนมันออกมาเป็นแบบนี้นัก  จะว่าไปแต่ไหนแต่ไรผลการเรียนก็เกาะขอบเหวมาตลอด  โชคดีที่มีพี่เอื้อมดาวคอยช่วยเป็นติวเตอร์พิเศษให้   แต่ตอนนี้พี่ดาวก็ไปทำงานที่รัก เหมือนกับเขาที่เลือกเดินถนนสายนี้ด้วยตัวของเขาเอง ไม่ใช่ใช้บารมีของพ่อแม้กระทั่งคอนโดที่เขาอยู่อย่างนี้ก็ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเขา   แต่การเดินบนถนนสายนี้ก็ทำให้เขาเรียนรู้โลกในอีกแง่มุมหนึ่ง             ลายคนคลั่งไคล้เขาขนาดยอมเสียเงินเพื่อนมานั่งกินข้าวกับเขาแค่มื้อเดียว   เจอหน้าก็กรี๊ดๆ เข้าใส่  แถมยังสารภาพรักกับเขาทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว

‘เดี๋ยวนี้คนเราบอกรักกันง่ายจริง’  

เขาไม่อยากดูถูกแฟนคลับตัวเองนักหรอก  แต่มันก็อดคิดไม่ได้ว่าจะมีใครรักเขาที่เป็นเขาบ้างไหม รักที่เขาเป็นนายเวย์ คนธรรมดาเดินข้างถนน  ไม่ใช่มิสเตอร์เวย์ไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่างนี้          

อนันดาดีดตัวลุกขึ้นรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องไปทันที! 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่60 ฝัน/ฉ่ำ/รัก (3)

    เรื่องอะไรที่ทำให้เธออ่อนแอขนาดนี้คำถามมากมายผุดขึ้นในสมองของผม แต่ไม่อาจเอ่ยถามออกมาได้ เพียงเพราะคนที่อยู่ในอ้อมกอดไม่พร้อมที่จะโดนรุมล้อมด้วยคำถามซึ่งอาจเป็นปัญหาที่เธอไม่อยากคิดจะเจอมันในเวลานี้ ผมได้แต่ลูบเส้นผมของเธอแผ่วเบาคล้ายปลุกปลอบปล่อยให้เธอสะอื้นอยู่กับอกของผมจนรู้สึกถึงความชื้นจากหยดน้ำตาของพราย ถ้าเป็นไปได้ผมอยากแบ่งหยดน้ำตาและความเจ็บช้ำมาที่ตัวผม อย่างน้อยให้เธอปวดเจ็บน้อยที่สุด“โคมคงไม่ว่านะที่มีผู้หญิงมาหาตอนกลางคืนแล้วก็มาร้องไห้อยู่อย่างนี้” เธอเอ่ยขึ้นแล้วดันตัวเองออกมาจากอกของผม รู้สึกเสียดายลึกๆ เสียดายที่เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน“ไม่หรอก...คนอื่นจะว่ายังไงโคมไม่เคยสนใจ ที่โคมสนใจคือตัวพรายและทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นพรายเพราะโคมไม่ได้อยู่ใกล้ๆพรายและรับรู้เรื่องราวว่าพรายเป็นยังไง นอกจากที่พรายเขียนมาเล่าทางจดหมายเท่านั้น แต่โคมก็อยากให้พรายรู้ว่าถึงยังไงพรายจะยังมีโคมเสมอทุกเวลาที่พรายต้องการ”ผมเห็นพรายยิ้ม เธอยิ้มทั้งน้ำตา ผมจะเช็ดหยดน้ำที่ใบหน้าของเธอก็เช็ดมันออกเสียเอง“พรายจะไม่ขี้แยอีกแล้วล่ะ พรายจะเช็ดน้ำตาด้วยตัวพรายเอง พรายดีใจที่รู้ว่าโคมยังเข้าใจพราย

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่ 59 ฝัน /ฉ่ำ /รัก (2)

    “ถามทำไม”“จะเพ้นท์เสื้อให้โคมสักตัวนะ” เธอตอบเสียงดังแข่งกับเสียงลมที่เร็วขึ้นตามแรงบิดคันเร่งของผม“ของฟรีหรือเปล่า”ผมถามเมื่อส่งเธอตามที่หมายเธอพยักหน้าก่อนโบกมือลา เล่นเอาคนแถวนั้นมองผมเป็นตาเดียวแล้วอีกสัปดาห์ถัดมาเสื้อยืดพื้นสีขาวสะอาดก็ถูกส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ พรายเพ้นท์รูปตะเกียงที่มีเปลวไฟสีเขียวอ่อนอย่างที่ผมชอบมาให้ เธอแนบจดหมายมาด้วย ผมจึงรู้ว่าเธอย้ายไปอยู่แพร่กับอาแท้ๆของเธอที่เข้าใจว่าเธอต้องการเรียนสิ่งใด เธอไม่ได้เพ้นท์เสื้อให้ผมคนเดียวหรอก แต่ยังรวมถึงพี่หัวหน้าและคนที่เธอนับเป็นเพื่อนด้วย แต่สำหรับผมแล้วถือเป็นมิตรภาพอย่างหนึ่งที่ต้องรักษาไว้ ผมตอบจดหมายของเธอตามที่อยู่ที่เธอเขียนไว้ที่มุมบนของจดหมาย แล้วเรื่องราวต่างระหว่างผมและพรายก็ติดตามมา ผมเริ่มรอจดหมายของเธอเมื่อหายไปนานๆและเป็นห่วงเธอเสมอ เธอเองก็ดูจะห่วงผมที่ชอบเก็บเอาคำพูดของคนอื่นมาคิดจนน้อยใจและเสียใจบ้างบางเวลา บางครั้งดอกไม้แห้งที่บรรจุในกล่องอย่างดีก็เดินทางมาถึงพร้อมกับถ้อยคำที่เป็นห่วงเป็นใย ผมไม่อยากเข้าข้างใจตัวเองว่าเธอมีผมเพียงคนเดียวที่เธอห่วงอย่างนี้ ก็ขนาดเสื้อเธอยังเพ้นท์แจ

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่58 ฝัน /ฉ่ำ /รัก (1)

    นาฬิการูปตัวการ์ตูนที่แขวนอยู่ข้างห้องบอกเวลาเพิ่ง 2 ทุ่มกว่าๆ เท่านั้น ผมย้ายสายตากลับมาที่นอกหน้าต่างอีกครั้ง ซึ่งเวลานี้เม็ดฝนกำลังเหยียบย้ำพื้นดินเป็นจังหวะแผ่วเบาคล้ายดนตรีเต้นรำที่เชื่องช้าทว่านุ่มนวล ผมชักอยากเต้นรำจังหวะสายฝนดูสักครั้งหากแต่ไม่กังวลงานที่กองอยู่เต็มโต๊ะตรงหน้า มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ตัวผมเองตะเกียดตะกายเร่งให้ตัวเองจบเร็วๆ และใช้ชีวิตของคนทำงานเร็วกว่าคนอื่น ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วในเวลานี้เพื่อนๆรุ่นผมคงอยู่แค่ปี 3 ในขณะที่ผมทำงานมัณฑนากรได้เกือบ 2 ปีแล้ว ความจริงผมเรียนรู้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนมาตั้งแต่เรียน ม.ต้นแล้วและเริ่มชินขึ้นเรื่อยๆ เป็นความจำเป็นของทางบ้านที่ส่งผมเรียนอย่างที่ผมตั้งใจไม่ได้ผมจึงต้องแสวงหาสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเอง เวลาส่วนใหญ่ของผมจึงมีแค่เรื่องเรียนและงาน ต้องรู้จักที่จะปรับตัวเองเข้ากับสังคมที่หาความจริงใจยากขึ้นทุกวัน ต้องคอยหลบเหลี่ยมคนที่จะมาเอาเปรียบ ผมไม่เคยคิดเอาเปรียบใครแต่ก็ไม่ต้องการให้ใครมาเอาเปรียบด้วย และนี้ก็คือข้อแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเวลาที่อยู่กับเพื่อนๆของผม ที่มักจะมองว่าผมเป็น “คนแก่” แก่คิดนะ ผมร

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่57 คืน/เหงา/เรา/ฝน (2)

    “ญาณาฝันร้าย...” น้ำเสียงแผ่วเบาของเธอ คล้ายเสียสะอื้นไห้ แขมโอบกอดร่างที่สั่นน้อยๆ นั่นไว้อก ลูบเส้นผมของเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน ให้เธอนั่งพักที่ขั้นบันได“ไม่เป็นไรแล้ว แขมอยู่นี้ คงจะไข้ขึ้นนะ เดี๋ยวแขมไปส่งเข้านอนแล้วกัน”“ญาณาไม่อยากหลับแล้ว” เธองอแงอย่างกับเด็กเกเรจนแขมชักนึกอย่างลงโทษให้เข็ดหลาบสักที“ญาณากลัวฝันร้าย...” ดวงตาของเธอเริ่มจะปิด แต่ปากของเธอยังขยับส่งเสียงแผ่วๆ ที่แขมเองอยากแนบหูลงใกล้ๆ ริมฝีปากบางๆ ของเธอ อยากได้ยินชัดๆว่าเธอพูดอะไร“แขมจะอยู่เป็นเพื่อน” แขมไม่รอฟังว่าเธอจะเถียงว่าจะนอนหรือไม่...พาเธอกลับไปที่นอนของเธอ...ที่เตียงของเขา“บางทีญาณาเองก็ไม่รู้ตัวเองกำลังทำอะไร เสียใจแค่ไหนกับที่เจฟไม่ใยดีกับญาณาแล้ว รู้เพียงแต่ ไม่อยากอยู่ตรงนั้น...ไม่อยากเจอคนๆนั้น...แขมเข้าใจไหม”“เข้าใจซิ”ชายหนุ่มรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองเขา นาทีต่อมาเธอก็ยื่นหน้าประกบริมฝีปากกับเขา ตัวเธอเย็นจนน่าสงสาร เขารั้งเธอมากอดเพื่อมอบไออุ่น ทรวงอกที่ไร้ชุดชั้นในเบียดแนบชิดแผงอกแม้จะมีเสื้อผ้าของทั้งคู่สวมอยู่“จะดีเหรอ” เขาถาม มีมารและเทวดาส่งเสียงโต้เถียงกันอยู่ในหัว“ญาณาหวาว แขม

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่56 คืน/เหงา/เรา/ฝน (1)

    พายุฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทะเลยามค่ำคืนในเวลานี้ช่างดูน่ากลัวเหลือเกินต้นไม้ที่ยืนต้นอยู่ริมหาดคล้ายจะหักลงเมื่อลมพัดอย่างแรงแขมอุ้มร่างบางๆ ของญาณาเข้ามาในบ้านพักริมหาดของเขาอย่างลำบากไม่ใช่ว่าตัวของเธอจะหนัก แต่กลับเป็นเพราะมือทั้งสองข้างดูเหมือนจะไม่พอใช้งานเลยกว่าจะไขกุญแจบ้านแล้วอุ้มเธอมาถึงห้องรับแขกได้ ก็ผ่านอุปสรรคหลายๆ ด่านมากทีเดียวเขาวางร่างของเธอลงบนโซฟาตัวยาวใหญ่กลางห้อง ก่อนที่จะเดินไปเปิดไฟฟ้าให้ภายในห้องได้สว่างขึ้น ได้เห็นใบหน้าใสๆ ที่เวลานี้ปิดเปลือกตาสนิท เสื้อผ้าของเธอเปียก แขมถอนหายใจหนักๆ ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง เตรียมที่นอนใหม่ให้เธอพร้อมกับเสื้อผ้าของเขา ก่อนที่จะย้ายร่างที่หลับใหลไปที่ห้องนอนของเขาเอง...“ญาณา ไหวไหม เปลี่ยนเสื้อก่อน เดี๋ยวไม่สบายนะ” แขมพยายามปลุกเธอญาณาปรือตาขึ้นก่อนพยักหน้ารับช้าๆ คว้าเสื้อของเขาไป แขมขยับแว่นสายตากรอบหนากระชับใบหน้าก่อนหันหลังให้เธอ มองเหม่อไปที่ภาพนอกหน้าต่าง ทะเลที่แสนสวยงาม เวลานี้ดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก“เสร็จแล้วแขม” เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ในความเงียบภายในห้องนั้นก็ทำให้เขาได้ยินเสียงของเธอชัดเจน แล

  • ไม่ใช่เพื่อนเล่น    ตอนที่55 เรื่องนี้อธิบายได้

    พริ้มมาทำงานปกติ หมดเดือนที่สองของการทำงานแล้ว มหาวิทยาลัยกำลังจะเปิดเทอมในไม่ช้า แม้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนทุกวันก็ได้ แต่ตอนนี้เธออยากเอาเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้การเรียนและเธอตั้งใจจะเรียนออกแบบเสื้อผ้าไปด้วย ซึ่งแม่ก็ต้องการให้เธอมุ่งมั่นกับสิ่งที่ฝัน วันนี้พริ้มตั้งใจเข้ามาคุยกับพี่เดือนเพ็ญ เพื่อว่าจะขอทำงานเฉพาะวันเสาร์หรือทำตอนเย็น เธอยังต้องการรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จะไม่ทำให้แม่ต้องกู้หนี้ยืมเงินใครมาเธอเดินมาหยุดที่หน้าห้องทำงานของพี่เดือนเพ็ญแต่เมื่อเคาะประตูแล้วไม่มีใครเปิด เธอก็ถอยหลังไม่แน่ใจว่าคุณเดือนเพ็ญอยู่หรือไม่ แต่สายตาเธอเหลือบไปเห็นห้องประธาน เธอสูดลมหายใจลึก ใครๆ ก็บอกว่าท่านประธานเจ้าของโรงงานเป็นคนใจดีมีเมตตา บางทีท่านอาจจะพอรับฟังปัญหาของเธอได้บ้าง“ขออนุญาตคะ”“เชิญครับ”“คือหนูมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้พริ้มชะงักไปและพริ้มพูดได้แค่นั้นก็ต้องอ้าปากค้าง ชายหนุ่มที่นั่งตรงหน้าก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารกองโต อีกฝ่ายไม่ได้ยินคำพูดใดๆ ต่อจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็เป็นเขาที่ตกใจจนหน้าซีด ร่างสูงรีบลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ “พริ้ม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status