Mag-log in
บทนำ
“มิทราบว่าวันนี้รถม้าของคุณชายรองเซี่ยเสียอีกแล้วหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถามก่อนจะนั่งลงด้านข้าง
“ข้าเพียงบังเอิญผ่านมาแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจึงเข้ามานั่งพักในรถม้า ช่างบังเอิญเสียจริงที่เป็นรถม้าของคุณหนูจาง” คนบังคับรถม้าก็เป็นองครักษ์เงาของเขาที่บัดนี้กลายเป็นผู้คุ้มกันอยู่ในจวนตระกูลจาง ดังนั้นทุกอย่างย่อมอยู่ในการควบคุมของเขา
‘หึ! ความบังเอิญช่างน่ากลัวเสียจริง’ นางลอบคิด
“ได้ยินว่าคุณหนูจางได้เครื่องรางมา ไม่ทราบว่ามีของข้าด้วยหรือไม่”
“ไม่มีเจ้าค่ะ”
“เหตุใดถึงไม่มี”
‘แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านจะมาขอเครื่องรางจากข้า’
“ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่าท่านอยากได้ จึงขอมาให้เพียงคนในครอบครัวของข้า” สิ้นเสียงกล่าวของนาง เขาเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ ร่างกายของเขาแนบชิดตัวนางแล้วดันแผ่นหลังของนางให้กดลงกับผนังของรถม้า
“เช่นนั้นเจ้ายิ่งควรต้องมอบให้ข้า” เขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้หูนางก่อนจะกระซิบเสียงเบา
“หากท่านอยากได้เครื่องรางปลอดภัยมากถึงเพียงนี้ ข้าสามารถไปส่งท่านที่หน้าทางเข้าอารามได้เจ้าค่ะ” อยากได้ก็ไปขอเอาเองจะมารีดไถจากนางด้วยเหตุใด
“ข้าอยากได้จากเจ้า หาใช่จากอาราม”
“เพราะเหตุใดเจ้าคะ” เหตุใดถึงอยากได้จากนางกัน
“ที่ข้าอยากได้เครื่องรางปลอดภัยก็เพราะอยากได้มาป้องกันไม่ให้ถูกสตรีมาย่ำยีร่างกายที่แสนจะบริสุทธิ์ของข้า”
‘นี่เขากำลังหลอกด่าข้าอยู่ใช่หรือไม่’
“เจ้ารู้หรือไม่ ร่างกายของข้านั้นล้ำค่ายิ่งนัก ข้าหวงเนื้อหวงตัว ไม่ยอมให้สตรีใดมาสัมผัสร่างกายของข้า”
“...”
“ข้าต้องปกป้องและรักษาร่างกายของตนไม่ให้สตรีใดมากอดจูบลูบคลำได้ ดังนั้นข้าจึงต้องการเครื่องรางปลอดภัยเพื่อใช้ปกป้องให้แคล้วคลาดจากสตรีที่หวังจะเชยชมเรือนร่างข้า”
“ขะ ข้าเพียงต้องการช่วยท่านต่างหาก หาได้ตั้งใจล่วงเกินท่านไม่”
“คราวนี้เจ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ว่าเหตุใดเจ้าจึงต้องมอบเครื่องรางปลอดภัยที่ขอมาให้ข้า” กล่าวจบเขาก็อ้าปากงับใบหูนางก่อนจะขบกัดมันเบา ๆ
“อ่ะ! ก็ได้เจ้าค่ะ” นางรีบตอบรับพร้อมกับหัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวแรง ดวงหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ก่อนจะรีบหยิบเครื่องรางที่ซ่อนไว้ในช่องลับบริเวณอกออกมา
“ดียิ่ง ต่อจากนี้นอกจากเจ้าแล้วจะได้ไม่มีใครมาย่ำยีร่างกายข้าได้อีก”
‘เซี่ยหงหมิง ท่านใช้คำให้มันดี ๆ หน่อยได้หรือไม่’ หากมีผู้ใดมาได้ยินคงเข้าใจผิดเป็นแน่ ยามนั้นนางเพียงช่วยเหลือเขา หาได้ทำตัวเช่นโจรบุปผาไม่
อย่าได้คิดมาใส่ร้ายนางนะ...
หลังจากคุณชายรองเซี่ยกลับไป นายท่านจางก็สั่งให้พ่อบ้านไปเรียกคุณหนูมาร่วมรับสำรับพร้อมบิดา แน่นอนว่าทันทีที่ได้ยินจากท่านลุงพ่อบ้าน นางก็ทราบได้ทันทีว่าบิดาคงอยากสนทนากับนางเรื่องของเซี่ยหงหมิง “ท่านพ่อคงอยากทราบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับคุณชายรองเซี่ยใช่หรือไม่เจ้าคะ” วาจาของบุตรสาวทำให้มือที่กำลังจะใช้ตะเกียบคีบอาหารชะงักไปเล็กน้อย “อืม พ่อแค่อยากถามเจ้าว่ามั่นใจในการเลือกของตนแล้วใช่หรือไม่” “ข้ามั่นใจเจ้าค่ะ วันหน้าจะเป็นเช่นไรข้าจะไม่เสียใจเจ้าค่ะ” “แม้จะรู้สึกวูบโหวงในใจอยู่บ้างที่บุตรสาวตัวน้อยของพ่อจะออกเรือนแล้ว แต่ทว่าเมื่อคนที่เจ้าเลือกเขาเป็นคนดี สามารถทำให้เจ้ามีความสุขได้ พ่อก็ไม่คิดขัดขวาง” คุณชายรองเซี่ยผู้นั้นมาจากครอบครัวที่รักใคร่ปรองดอง คงสามารถมอบครอบครัวที่อบอุ่นให้กับบุตรสาวของตนได้ “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ” “จงจำเอาไว้ เจ้าไม่ใช่น้ำที่สาดออกไป แม้จะออกเรือนแล้วแต่จวนตระกูลจางแห่งนี้ยังคงต้อนรับเจ้าเสมอ วันใดที่เขาไม่รัก จงกลับมาที่จวนของเรา เพราะเจ้าคือไข่มุกล้ำค่าของ
“วันนี้ข้าขออยู่รับสำรับเย็น จิบชาสนทนากับเจ้าที่เรือนจนถึงยามไฮ่ (21.00-22.59) ได้หรือไม่ เราทั้งสองจะได้คลายความคิดถึงต่อกันบ้าง” “อยู่สนทนาที่เรือนของข้าจนดึกดื่นจะเหมาะสมหรือเจ้าคะ” “เพราะความคิดถึงที่มากล้น น่าจะพออนุโลมได้” ‘ถึงจวนแล้วขอรับ’ เสียงคนบังคับรถม้าส่งเสียงบอก “จะดีหรือเจ้าคะ” นางแสร้งทำท่าทางลังเล หมั่นไส้ยิ่งนักกับท่าทางอยากแนบชิดนาง “ย่อมดี” “เช่นนั้นก็ตามใจท่านเถิดเจ้าค่ะ”
“ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน พี่ใหญ่เราไปกันเถิด” “ไห่เฉิงอย่าเพิ่งไป ได้โปรดตามหมอมารักษาซินอี้ให้แม่หน่อยเถิด” “...” จางไห่เฉิงมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา ตั้งแต่เล็กจนโตมิใช่นางมักจะมองเขาด้วยสายตารังเกียจยามที่เขาเรียกนางว่ามารดาหรือ “ท่านแม่มีอันใดหรือเจ้าคะ” กู้ซินอี้ที่นอนอยู่สะดุ้งตื่นขึ้น “พี่ชายลูกมาเยี่ยม มิต้องห่วงนะ เขาจะพาหมอมารักษาเจ้า” สิ้นเสียงกล่าวของมารดา สตรีแซ่กู้มองออกไปนอกกรงขังก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าที่ตนเกลียดชัง “กรี๊ด! ท่านแม่ข้าเกลียดนังซีถิง เป็นเพราะมัน เพราะมันทำให้ข้าต้องมีสภาพเช่นนี้ เพราะบิดามัน ข้าจึงไม่ได้เป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่โต”&
ด้านจางซีถิงที่ออกมารอพี่ชายอยู่ด้านนอกกลับพบว่าแท้จริงคนที่พาอนุภรรยาของกู้หลงเซิ่งมาคือคุณชายรองเซี่ยที่หายหน้าหายตาไปหลายวัน สภาพอิดโรย ใบหน้าและอาภรณ์เปรอะเปื้อนบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาน่าจะรีบเร่งเดินทางไม่ได้พัก “ซีถิง ข้าเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก” เซี่ยหงหมิงเอ่ยวาจาออดอ้อนนาง หลังจากสั่งให้ลูกน้องคนสนิทพาคนทั้งสามไปส่งที่ชายแดนตามที่ได้รับปากไว้ ซึ่งเขาทำเช่นนี้เพื่อช่วยพี่น้องตระกูลจางเอาคืนอดีตมารดาชั่วช้า “ขอบคุณนะเจ้าคะที่ท่านทำเพื่อข้า” แม้จะไม่รู้เรื่องราวแต่ทว่านางก็พอคาดเดาได้ว่าเขาทำเพื่อนาง “มอบรางวัลให้ข้าแทนคำขอบคุณได้หรือไม่” บุรุษรูปงามกล่าวก่อนจะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ “อะแฮ่ม! ท่าทางคุณชายรองเซี่ยคงเหน็ดเหนื่อยจากการเ
12 ว่าด้วยเรื่องมารดา (2) “แต่ยามนี้นางก็ได้รับการลงโทษแล้ว ขอโอกาสให้ซินอี้ได้แก้ไขในสิ่งที่ตนทำผิดได้หรือไม่” หลวนม่านลี่กล่าว “...” จางซีถิงไม่ตอบ สตรีผู้นี้ไร้ยางอายยิ่งนัก คิดว่าแค่บอ
“ขอบคุณเจ้าค่ะ ขอบคุณจริง ๆ” แม้ไม่ค่อยได้เจอกันแต่นางก็รับรู้ได้ถึงความรักที่ท่วมท้น “เอาล่ะเช็ดน้ำตาเสีย ประเดี๋ยวคนที่กำลังรอพบเราในคุกหลวงจะเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าอาลัยอาวรณ์นาง” จางไห่เฉิงกล่าวพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้น้องสาว นัยน์ตาคมทอดมองนางด้วยความเอ็นดู “หากนางยังคิดเช่นนั้นก็เข้าข้างตนเองเกินไปแล้ว” ความผูกพันหรือก็ไม่มี ทั้งยังให้บุตรสาวคนโปรดมาวางยาพิษนางอีก หากยังหวังว่านางจะให้อภัยหรือไม่โกรธเคืองก็หน้าหนาเกินไปแล้ว “เจ้าควรรู้ไว้ว่าคนเรามีหลายประเภท บางคนก็เอาแต่กล่าวโทษผู้อื่นทั้งที่ต้นเหตุมาจากตนเอง” “อ่า...ข้าคิดว่าอดีตมารดาของพวกเราต้องเป็นเช่นที่ท่านกล่าวมาแน่” สตรีแซ่กู้ก็เป็นเช่นนั้น&nb







