LOGINลมทะเลยามโพล้เพล้เริ่มพัดแรงขึ้น หอบเอาไอเค็มและกลิ่นอายความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้ามาปะทะผิวเนียนละเอียด ศรัญพัชญ์รู้สึกได้ถึงสายตาคมที่แฝงความหื่นกระหายของชายหนุ่มตรงหน้า แต่หญิงสาวก็ไม่ได้แสดงออกถึงความรังเกียจแต่อย่างใด
บัณฑูรย์ไม่ได้มองที่พักอาศัยที่เธอพยายามจะนำเสนอเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาเอาแต่จับจ้องไปยังแผ่นหลังเนียนละเอียดของศรัญพัชญ์ที่ยืนท้าลมทะเลอยู่ ชุดกระโปรงชุดเดรสบางเบาเน้นย้ำสัดส่วนที่เย้ายวนใจจนชายหนุ่มเผลอขยับกายเข้าไปชิดและสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างระหง
ท่ามกลางระเบียงกว้างที่เปิดรับลมทะเลแผ่วเบา ศรัญพัชญ์พยายามรักษาท่าทีความเป็นมืออาชีพไว้ภายใต้รอยยิ้มละไม เธอหันหน้าออกไปมองทัศนียภาพเบื้องหน้าพลางเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ที่นี่เงียบสงบและผ่อนคลายมากค่ะ เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย ฉันคิดว่ามันเหมาะมากหากคุณบัณฑูรย์จะพาครอบครัวมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด”
“ผมโสดครับ แต่ก็ยินดีมากหากคุณจะยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกับผม” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นในระยะประชิดทำให้ศรัญพัชญ์ชะงักไปครู่หนึ่ง
บัณฑูรย์ขยับกายเข้าหาเธออย่างจงใจ กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศจางๆ ที่แฝงไปด้วยความสุขุมแผ่ซ่านเข้ามาในสัมผัสรับรู้ของเธอ
สายตาคมกริบจับจ้องที่ใบหน้าของเธออย่างไม่ลดละ ราวกับต้องการจะบอกว่าความสงบที่เขาโหยหานั้น อาจจะอยู่ตรงหน้านี่เอง
ศรัญพัชญ์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนแก้ม หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับเต้นผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและร่องรอยของการรุกรานอย่างมีชั้นเชิง
“คงจะไม่ได้หรอกค่ะ” เธอพยายามเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ควบคุมให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นไหวกับท่าทีคุกคามที่แสนสุภาพของเขา
“อย่าคิดมากสิครับ ผมหมายถึงครอบครัวธุรกิจเดียวกันต่างหาก” บัณฑูรย์ยกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาเป็นประกายระยับยามจ้องมองปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า
ไฮโซหนุ่มตั้งใจจะกะเทาะน้ำแข็งในใจของเธอออกมาทีละน้อย เพื่อพิชิตหัวใจของผู้บริหารสาวแห่งศรัญ กรู๊ป ที่เขาหมายปองมาตั้งแต่แรกเห็น
ศรัญพัชญ์เริ่มใจสั่นรัวกับสายตาที่ดูจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวของเขา บัณฑูรย์ไล้สายตาไปตามท่อนแขนเรียวของเธออย่างจงใจก่อนจะเงยขึ้นสบตาหญิงสาว ประกายตาเจ้าเล่ห์ของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง
“คุณรัญเก่งนะครับ... ที่ทำโครงการนี้ด้วยตัวเอง” เขากวาดสายตาผ่านเนินอกอิ่มไปยังเรียวขาที่โผล่พ้นชายกระโปรงนั้นอีกครั้งอย่างเปิดเผย
“ผมจะตัดสินใจได้ไม่ยากเลย ถ้าเหตุผลในการลงทุนครั้งนี้... คือการได้ใกล้ชิดกับคนสวย ๆ และเก่งอย่างคุณ”
“จะเป็นอะไรมั้ยครับ ถ้าคืนนี้ผมจะชวนคุณรัญไปทานมื้อค่ำด้วยกันสักมื้อ...เพื่อคุยรายละเอียดเรื่องโครงการกันต่อ”
บัณฑูรย์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำมีความสั่นพร่าอยู่ในที สายตาคมของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ใบหน้าสวยหวานอีกต่อไป แต่เริ่มโลมเลียไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างระหงภายใต้ชุดเดรสพริ้วไหวที่แนบไปกับกายยามลมพัดผ่าน
เขาจ้องมองลำคอระหงเรื่อยลงมายังเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจของเธออย่างเปิดเผย ยิ่งกว่าการยื่นใบจองที่พักอาศัย หรือการร่วมลงทุนในโครงการของเธอเสียอีก
ศรัญพัชญ์ลอบถอนหายใจเบาๆ ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคมที่แสนเจ้าเล่ห์คู่นั้น แต่นี่ก็เป็นโอกาสทองเพียงครั้งเดียวที่เธอจะได้ปิดดีล และทำให้บิดายอมรับในตัวแฟนหนุ่ม เธอจึงตัดสินใจตอบรับคำเชิญของบัณฑูรย์อย่างไม่มีข้อแม้
“งั้นก็ดีเลยค่ะ ฉันเองก็อยากฟังมุมมองของนักลงทุนระดับคุณอยู่เหมือนกัน เผื่อจะได้เอามาปรับใช้ในธุรกิจของตัวเองบ้าง” เธอยอมรับคำเชิญด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจจะรู้ดีว่ามื้อค่ำนี้อาจมีอะไรบางอย่างที่เธอควรจะต้องระวังตัวเป็นพิเศษก็ตาม
19.00 น. รถหรูสองคันเคลื่อนตัวตามกันไปบนเส้นทางคดเคี้ยวของแหลมพันวา ผ่านแมกไม้เขียวขจี ก่อนจะมาจอดสนิทอยู่หน้าโรงแรมหรูระดับห้าดาว แสดงถึงความหรูหราที่สงวนไว้สำหรับแขกพิเศษเพียงไม่กี่กลุ่มต่อคืนเท่านั้น
บัณฑูรย์ไม่ได้รอให้พนักงานต้อนรับทำหน้าที่ แต่ชายหนุ่มก้าวลงจากรถของตัวเองด้วยท่าทางสง่างาม ก่อนจะเดินมาที่รถของศรัญพัชญ์แล้วเปิดประตูให้เธอ
มือหนายื่นออกมาตรงหน้าเพื่อเป็นหลักยึดให้หญิงสาว สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาทำเอาศรัญพัชญ์ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“คุณพักที่นี่เหรอคะ”
“ใช่ครับ ผมพักที่นี่ และอย่างเดียวที่ผมตัดสินใจเลือกที่นี่ก็คือรสชาติของอาหารครับ ผมชอบอาหารของที่นี่ครับ...รับรองเลยว่าคุณก็จะต้องติดใจเหมือนกับผม”
เขาพาเธอขึ้นมาที่ห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์ ก่อนจะผายมือเชิญให้เธอเข้าไปนั่งบริเวณโซฟาด้านในฝั่งตรงข้ามกับเขา
พนักงานแต่งกายเรียบร้อยก้มทำความเคารพพลางคอยบริการอยู่ห่างๆ แต่ทุกการเอาใจใส่นั้นมาจากบัณฑูรย์เพียงผู้เดียว
เขาบรรจงเลือกเมนูเลิศรสให้เธอด้วยตัวเอง และในจังหวะที่ส่งแก้วน้ำให้ เขาก็จงใจใช้ปลายนิ้วลากผ่านหลังมือเนียนละเอียดของเธอเบา ๆ สัมผัสที่อ้อยอิ่งนั้นเต็มไปด้วยเสน่หาที่ซ่อนไว้ไม่มิด
ภายในใจของเธอคำรามก้องว่าเขาไม่มีวันสั่นคลอนความรู้สึกของเธอได้ ต่อให้บัณฑูรย์จะเพียบพร้อมหรือมีเสน่ห์ล้นเหลือจนบาดตาเพียงใด แต่มันก็ไร้ความหมาย... ในเมื่อสถานะของเธอตอนนี้ไม่ต่างจากนกน้อยในกรงทองหากเธอไม่สามารถปิดดีลธุรกิจนี้ได้
เสียงคลื่นกระทบฝั่งที่ดังระงมอยู่ด้านนอกห้องอาหาร แสงไฟสลัวจากเชิงเทียนขับเน้นให้ใบหน้าของศรัญพัชญ์ดูนวลตาและเย้ายวนใจเกินกว่าที่บัณฑูรย์จะละสายตาไปได้ แม้แต่อาหารเลิศรสตรงหน้าก็ดูจะจืดชืดไปถนัดตา เมื่อเทียบกับความงามของสตรีที่เขาเฝ้าปรารถนามาตลอดหลายเดือน
บัณฑูรย์นั่งเอนกายด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนายกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบอย่างช้าๆ นัยน์ตาคมกริบดั่งนักล่าจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาวฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ลดละ เขาไล้สายตาผ่านริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า เรื่อยลงมายังลำคอระหงอย่างจงใจ
บัณฑูรย์ยังคงแช่ค้างตัวตนที่ใหญ่โตไว้ในกายสาวอย่างใจเย็น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียวสวยแล้วรั้งขึ้นมาพาดบ่าแกร่งเพื่อเปิดทางให้การรุกล้ำนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น“อย่าเกร็งนะ ยิ่งคุณเกร็งคุณจะยิ่งเจ็บ” เขาปลอบประโลมเสียงพร่าพลางก้มลงจูบซับที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ศรัญพัชญ์พยายามผ่อนคลายลมหายใจตามที่เขาบอก แม้จะยังรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่ขยายช่องทางรักของเธอจนตึงเปรี๊ยะไปหมด บัณฑูรย์เริ่มขยับกายเข้าออกในจังหวะที่เนิบนาบที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อให้ผนังนุ่มหยุ่นได้คุ้นชินกับผิวสัมผัสอันร้อนผ่าวของเขา“ผมจะขยับให้เบาที่สุดเลยที่รัก... สัญญาว่าจะไม่รุนแรง”ชายหนุ่มสวนสะโพกสอบเข้าหาอย่างแช่มช้า บดเบียดเน้นย้ำตรงส่วนปลายที่บานหยักให้ครูดผ่านจุดกระสันด้านในอย่างจงใจ ความนุ่มนวลที่เขาหยิบยื่นให้เริ่มทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าความรุนแรง เพราะมันทำให้ความแสบระบมในคราแรกค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง“แบบนี้เป็นไงที่รัก... คุญยังเจ็บอยู่ไหม” บัณฑูรย์ถามพลางก้มลงมองใบห
บรรยากาศภายในห้องนอนร้อนระอุขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อความใคร่และความปรารถนาถูกจุดติดจนยากจะดับทอด บัณฑูรย์ไม่รอช้า เขาประกบฝ่ามือลงบนเนินเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความต้องการ ก่อนจะออกแรงนวดเคล้นเบาๆ จนศรัญพัชญ์บิดกายดิ้นเร่าด้วยความซ่านสยิว“อื้อ!! คุณบัณฑูรย์ขา...” เสียงหวานครางกระเส่าอย่างลืมตัว ความวาบหวิวแล่นพล่านไปทั่วกายสาวเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงบนรอยแยกที่อุ่นชื้น“แฉะไปหมดแล้วรัญ... ให้ผมมอบความสุขให้คุณเถอะนะ...ที่รัก” บัณฑูรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของเหยื่อสาวอย่างผู้ชนะ“ถ้าจะทำจริงๆ... คุณต้องใส่ถุงยางนะคะ” เธอพยายามดึงสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกเขา เพราะเกรงถึงผลที่จะตามมา“ได้... แต่คุณต้องโมคให้ผมก่อนนะ เหมือนครั้งที่แล้ว”ไม่พูดเปล่า บัณฑูรย์รั้งแขนเรียวงามให้เธอลุกขึ้นมานั่ง ก่อนที่เขาจะยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่พุ่งทะยานออกมาทักทาย ศรัญพัชญ์หน้าร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด มันดูน่าเกรงขามและใหญ่โตเสียจนเธอนึกหวั่นใจ“สัญญาก่อนนะคะ ว่าคุณจะไม่เx็ดสด...” หญิงสาวบอกด้วยห
เขาวางเธอลงอย่างเบามือบนผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียด ก่อนจะตามลงไปทาบทับ ร่างกายแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบียดเสียดกับความนุ่มนิ่มของเธออย่างแผ่วเบา บัณฑูรย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หาภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความปรารถนา บัณฑูรย์ไม่ได้เพียงแค่พาศรัญพัชญ์มาส่งที่เตียง แต่เขาตั้งใจจะหลอมละลายความดื้อรั้นของเธอให้หมดสิ้นไปในค่ำคืนนี้ มือหนาเอื้อมไปทางด้านหลัง ลากปลายนิ้วผ่านแนวกระดูกสันหลังจนหญิงสาวขนลุกซู่ ก่อนจะรูดซิบชุดเดรสสีสวยลงอย่างเชี่ยวชาญ“คุณมีถุงหรือเปล่าคะ...” เธอถามเสียงสั่นพร่าขณะที่อาภรณ์ชิ้นงามร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียง เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยบราเซียลูกไม้สีหวาน และจีสตริงตัวจิ๋ว สองมือเรียวโอบรอบลำคอหนาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว“ไม่ครับ... คืนนี้ผมอยากสัมผัสคุณตรงๆ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยขีดข่วนจางๆ จากฝีมือของเธอในครั้งก่อน“อย่าพูดแบบนี้สิคะ... รัญรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้” เธอพยายามประท้วงพลางเบนหน้าหนีสายตาคมกริบที่กำลังสำรวจเรือนร่างเธ
ท่ามกลางบรรยากาศสลัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิงโทสะที่เคยร้อนระอุพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวจนน่าใจหาย เมื่อพยัคฆ์ร้ายจอมบงการยอมถอดเล็บแล้วกลายร่างเป็นชายหนุ่มขี้อ้อนที่ดูอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม มือหนาวางลงบนเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ ศรัญพัชญ์สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวหนักหน่วงของเขา บ่งบอกว่าอารมณ์หึงหวงเมื่อครู่กำลังเปลี่ยนรูปเป็นเปลวไฟแห่งปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว“สั่งอาหารเถอะค่ะ... รัญว่าคุณน่าจะหิวแล้ว” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนอาการประหม่าและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก“สั่งอาหารน่ะเรื่องรอง แต่สั่งสอนเด็กดื้อนี่สิเรื่องใหญ่...” เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวนั้นจงใจลากผ่านชิดซอกหูขาวสะอาด“อีกอย่างตอนนี้ผมก็ไม่ได้หิวข้าว... แต่ผมหิวคุณมากกว่า”“แล้วไม่ทานอะไรเลย คุณจะมีแรงเหรอคะ?” ศรัญพัชญ์แกล้งเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทว่าความใจกล้านั้นกลับยิ่งโหมไฟรักในอกของชายหนุ่มให้ลุกโชน“ขอบคุณที่เตือน... ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้ผมจะได้มีแรงลงโทษเด็กดื้ออย่างคุณให้หนักๆ” บัณฑูรย์ไม่ได้พูดเปล่า แต่กลับโน้มใบหน้าล
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วกายหนา เมื่อเห็นท่าทางที่ดูชิดเชื้อสนิทสนมจนน่ารำคาญใจ บัณฑูรย์ขบกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เขายืนนิ่งอยู่ใต้เงาสลัวของแมกไม้บริเวณทางเข้าร้านอาหาร แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองภาพหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะฝากฝังรอยรักเอาไว้บนผิวกายเมื่อครั้งก่อน กำลังมอบรอยยิ้มแสนหวานนั้นให้ชายคนอื่นอย่างไม่วางตา แสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าหวานยิ่งทำให้เธอดูงดงามและเย้ายวนใจ จนเขาอยากจะเข้าไปกระชากเธอเข้าออกมาซ่อนไว้ในอ้อมกอดที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง“รำลึกความหลังกันเสร็จหรือยัง!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องมาจากทางด้านหลัง ปลุกให้ศรัญพัชญ์ที่กำลังสวมบทบาทแกล้งอ่อยเหยื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างตื่นตระหนกจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อเธอหันไปสบเข้ากับดวงตาคมของบัณฑูรย์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานก้าวประชิดโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงทันตา บัณฑูรย์จ้องมองหญิงสาวราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“คุณบัณฑูรย์!” ศรัญพัชญ์อุทานลั่น ควา
ช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในห้องพักบนโรงแรมหรู พีรดนย์ลอบมองสุธิดาแฟนสาวที่กำลังรื้อเช็กเอกสารการออกแบบด้วยท่าทางลนลาน เสียงโทรศัพท์จากลูกค้าที่โทรมาเร่งรัด จึงทำให้ทริปนี้กลายเป็นเรื่องด่วนที่ไม่อาจเลี่ยงได้“พี่ดนย์คะ ลูกค้าโทรมาเร่งงาน สุว่าเราคงต้องกลับกันเย็นนี้แล้วล่ะ” สุธิดาเงยหน้าขึ้นเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน พีรดนย์ขมวดคิ้วแน่น พลางมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยความลำบากใจ“พี่นัดรัญเอาไว้ตอนหนึ่งทุ่มด้วยสิ เอาไงดี นี่มันยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเลย โต๊ะอาหารก็จองเอาไว้แล้วด้วย” พีรดนย์บอกอย่างเป็นกังวล“เราเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นได้ไหมคะ? พี่ลองโทรไปคุยกับคุณรัญดู สักห้าโมงครึ่งพอได้ไหม” สุธิดาเสนอทางออกสุดท้ายพีรดนย์ก็จำใจโทรไปขอเลื่อนเวลากับทางร้านอาหาร ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี“ตอนนี้ทางร้านอาหารโอเคแล้วนะครับ”“งั้นพี่รีบโทรบอกคุณรัญเลยค่ะ สุจะรีบไปจัดกระเป๋า เสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกไปหาคุณรัญที่บ้านเลย พี่จะได้เคลียร์ใจกับเธอ เผื่อว่าเธอไม่สะดวกไปที่ร้านอาหารกับเรา” พีรดนย์นิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้ายอมรับในเหตุผลของแฟนสาวพีรดนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้ก็รีบโทรไ







