LOGINบัณฑูรย์ยังจำความรู้สึกแรกที่ได้พบเธอได้เป็นอย่างดี... วันนั้นศรัญพัชญ์ในฐานะเจ้าของโครงการวิลล่าหรู เธอก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยความมั่นใจ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างที่เขาไม่เคยพบเห็นในผู้หญิงคนไหนมาก่อน เพียงแค่เธอยิ้มทักทาย หัวใจที่เคยเย็นชาของนักธุรกิจจอมเขี้ยวอย่างเขาก็ถึงกับสั่นคลอนทันที
ความหลงใหลพุ่งพล่านจนเขาตั้งปณิธานกับตัวเองว่า ไม่ว่าโครงการวิลล่าเธอจะต้องลงทุนเท่าไหร่ เขาก็พร้อมที่จะจ่าย... หากมันหมายถึงการได้ใกล้ชิดเธอมากขึ้น
สายตาคมไม่ได้ละไปจากใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวตรงหน้า ท่าทีตื่นตระหนกเหมือนลูกกวางน้อยหลงทางที่พยายามทำใจดีสู้เสือของเธอนั้น ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ลุกโชน
ความเย็นชาและท่าทางเคร่งครัดในหน้าที่ของศรัญพัชญ์นั่นแหละ คือยาปลุกเร้าชั้นดีที่ทำให้เขาอยากจะกระชากหน้ากากความสุขุมเรียบร้อยนั้นทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยเสียงครวญครางที่หวานหู
“เรื่องโครงการ... ผมพร้อมที่จะรับฟังคุณรัญอยู่แล้วครับ เพียงแต่ตอนนี้...” กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศจางๆ ผสมกับกลิ่นอายอำนาจคุกคามจนทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
“ผมยังไม่อยากให้เราคุยกันไปถึงเรื่องตัวเลข”
“ทำไมเหรอคะ คุณบัณฑูรย์ ข้อเสนอของฉันสูงไปเหรอคะ”
“ถ้าคุณอยากรู้ ก็อยู่ต่อกับผมสิครับ” เสียงแหบพร่าที่บ่งบอกถึงความกระหายหื่นในตัวของเขา ยิ่งทำให้หัวใจเธอสั่นไหว สิ้นคำพูดเขาก็โน้มตัวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกวูบไหวในช่องท้อง
“คุณบัณฑูรย์คะ…” เสียงเธอแผ่วเบาราวกระซิบ
“ครับ... คุณรัญ!” เขาตอบรับ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้ใบหน้าคมคายดูมีเสน่ห์ร้ายกาจ
“คุณมีอะไรในใจที่อยากจะบอกกับผมหรือเปล่าครับ?”
สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายแฝงอยู่ และรับรู้ได้ถึงกระแสความปรารถนาที่รุนแรงแผ่ออกมาจากตัวเขา มันทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนไม่กล้าสบตาตรงๆ จนได้แต่ก้มหน้ามองแก้วน้ำส้มในมือ
“เอ่อ!!...คือว่า เรื่องโครงการน่ะค่ะ ฉันอยากจะให้คุณช่วยลองพิจารณาอีกครั้ง” เธอพยายามพูดให้เสียงมั่นคงที่สุด แม้ในใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบก็ตาม
“ผมว่า...เราไปคุยกันที่อื่นต่อดีมั้ยครับ” เขาพูดเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด
คำพูดของเขาทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าคมอีกครั้ง ดวงตาประสานกันพอดี แววตาคมคู่ที่ดูเหมือนอยากจะกลืนกินเธอ จนความร้อนแรงที่แผ่ออกมาทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะละลาย เขาไม่ได้สนใจโครงการของเธอ แต่สนใจในตัวเธอ... ในแบบที่ทำให้ใจเธอหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ตกลงมั้ย..คุณรัญ!!...” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ผมว่า...คุณจริงจังกับงานมากไป ผมอยากให้คุณได้ผ่อนคลายมากกว่านี้ เผื่อเราจะตกลงกันได้”
“ตอนแรกคุณก็บอกว่าจะชวนฉันมาคุยเรื่องโครงการกันต่อ แต่พอมา คุณกลับไม่สนใจโครงการของฉันเลย งั้นฉันขอตัวกลับค่ะ”
“ใจเย็น ๆ สิครับคุณรัญ คุณไม่ต้องห่วงเรื่องโครงการไปหรอกครับ งานนี้พ่อของคุณได้ภูมิใจในตัวลูกสาวอย่างคุณแน่ ๆ เพราะถ้าคุณทำให้ผมประทับใจได้ ยังไงผมก็จะร่วมลงทุนกับคุณ?”
สายตาของเขาที่ทอดมองมานั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหาย บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงแข่งกับเสียงคลื่นเบา ๆ ที่ด้านนอก
ศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกนกที่กำลังติดบ่วงนายพราน ซึ่งเขากำลังพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า สำหรับเขาแล้ว โครงการที่เธอกำลังนำเสนอมันเทียบไม่ได้เลยกับโอกาสที่เขาจะได้ครอบครองเธอในค่ำคืนนี้
“แต่ฉันมีรายละเอียดเรื่องตัวเลข ที่ยังไม่ได้เสนอกับคุณเลย งั้นฉันขอพูดต่อเลยนะคะ” บัณฑูรย์แค่นยิ้มบางๆ เขากรีดปลายนิ้วไปตามขอบแก้วไวน์ช้าๆ
“อันที่จริงผมก็ไม่ได้สนใจตัวเลขพวกนั้นหรอก”
“เท่าไหร่ผมก็ตกลง เพราะผมสนใจเจ้าของโครงการมากกว่า” หัวใจของศรัญพัชญ์เต้นผิดจังหวะ เธอจำได้ดีถึงวันที่พบเขาครั้งแรกในงานประมูลที่ดิน บัณฑูรย์ไม่ใช่คนที่จะยอมสยบให้ใครง่ายๆ เขาขึ้นชื่อในเรื่องความเจ้าชู้ และตั้งแต่วินาทีที่สายตาของเขาประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยของเธอ ศรัญพัชญ์ก็รับรู้ถึงความปรารถนาที่ลุกโชนอย่างปิดไม่มิด เขาปฏิเสธการนัดหมายทางธุรกิจทุกรูปแบบ เพื่อเดินทางมาหาเธอในวันนี้ ซึ่งเธอรู้ว่าคนอย่างเขาคงจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปแน่
“คุณต้องการข้อแลกเปลี่ยนงั้นสิ” ศรัญพัชญ์ตัดสินใจเอ่ยถามตรง ๆ อย่างรู้ทัน เมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่ม
“ใช่ครับ... ขอเพียงคุณเปิดใจยอมรับผม” บัณฑูรย์กล่าวจบประโยคพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ
“คุณจะจีบฉันเหรอคะ?” เธอรวบรวมความกล้าตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ เพราะไม่อยากให้เขาเสียเวลา
“ครับ... ผมยอมรับ ตั้งแต่ผมเห็นคุณวันนั้น ผมก็ลืมคุณไม่ได้จริง ๆ” ตั้งแต่เขารู้จักเธอเขาก็เรียกชื่อเล่นของเธอมาตลอด
“วิลล่าหรูในโครงการของคุณ ผมจะยอมซื้อทุกหลัง... หากคุณยอมเป็นแฟนกับผม”
เขาวางแก้วไวน์ลงช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธออย่างไม่วางตา ก่อนจะเลื่อนมือไปกุมมือบางที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาทำเอาหญิงสาวรู้สึกชาไปทั้งตัว
“นี่คุณพูดเล่นหรือเปล่าคะ”
“ผมพูดจริง ๆ” ศรัญพัชญ์พยายามดึงมือออกจนสำเร็จ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปแบบตัดรำคาญ
“งั้นฉันก็เสียใจค่ะ ที่จะต้องบอกคุณว่า....ฉันมีแฟนแล้ว” คำพูดของเธอทำให้บรรยากาศโดยรอบหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา แล้วเอ่ยอย่างคนรู้ทัน
“สิ่งที่คุณพูดมาผมไม่แปลกใจเลยครับ... เพราะคนสวย ๆ อย่างคุณคงมีใครจับจองหัวใจอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังปรารถนาที่จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณอยู่ดี” บัณฑูรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบคู่นั้นมีประกายของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า เพราะเขาสืบประวัติของเธอมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาในเกมนี้เสียอีก
เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเธอกำลังสั่นคลอน และนั่นยิ่งทำให้ความต้องการจะครอบครองในอกทวีความรุนแรงขึ้น
“ฉันไม่อยากนอกใจแฟนค่ะ... และก็ไม่นิยมการคบซ้อนด้วย” ศรัญพัชญ์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เธอพยายามรักษาระยะห่างอย่างสุดความสามารถ ทว่าหัวใจกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อบัณฑูรย์ไม่ได้ถอยร่นไปตามคำปฏิเสธนั้น เขาได้แต่แอบคิดในใจ ‘หึ!!..อย่างคุณเนี่ยนะไม่ได้คบซ้อน ผมรู้ตื้นลึกหนาบางของคุณดีหรอกน่า!’
“งั้นก็ถือว่าผมมาช้าไป... อิจฉาแฟนของคุณจังเลยนะครับที่มีผู้หญิงที่ซื่อสัตย์ขนาดนี้อยู่ข้างกาย” เขาเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทสัมผัสของเธออย่างจงใจ
“แต่คุณรู้อะไรไหมครับคุณรัญ... การที่คุณบอกว่ามีแฟนแล้ว มันไม่ได้แปลว่าโอกาสของผมจะเป็นศูนย์นะครับ” เขาตอบอย่างรู้ทัน เพราะมั่นใจว่าคนอย่างบิดาของเธอจะไม่ปฏิเสธเขาเป็นแน่
“แต่มันหมายความว่า... ผมต้องเร่งทำคะแนน เพื่อให้คุณรู้ว่า คุณควรจะเลือกใครต่างหาก”
บัณฑูรย์ยังคงแช่ค้างตัวตนที่ใหญ่โตไว้ในกายสาวอย่างใจเย็น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียวสวยแล้วรั้งขึ้นมาพาดบ่าแกร่งเพื่อเปิดทางให้การรุกล้ำนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น“อย่าเกร็งนะ ยิ่งคุณเกร็งคุณจะยิ่งเจ็บ” เขาปลอบประโลมเสียงพร่าพลางก้มลงจูบซับที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ศรัญพัชญ์พยายามผ่อนคลายลมหายใจตามที่เขาบอก แม้จะยังรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่ขยายช่องทางรักของเธอจนตึงเปรี๊ยะไปหมด บัณฑูรย์เริ่มขยับกายเข้าออกในจังหวะที่เนิบนาบที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อให้ผนังนุ่มหยุ่นได้คุ้นชินกับผิวสัมผัสอันร้อนผ่าวของเขา“ผมจะขยับให้เบาที่สุดเลยที่รัก... สัญญาว่าจะไม่รุนแรง”ชายหนุ่มสวนสะโพกสอบเข้าหาอย่างแช่มช้า บดเบียดเน้นย้ำตรงส่วนปลายที่บานหยักให้ครูดผ่านจุดกระสันด้านในอย่างจงใจ ความนุ่มนวลที่เขาหยิบยื่นให้เริ่มทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าความรุนแรง เพราะมันทำให้ความแสบระบมในคราแรกค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง“แบบนี้เป็นไงที่รัก... คุญยังเจ็บอยู่ไหม” บัณฑูรย์ถามพลางก้มลงมองใบห
บรรยากาศภายในห้องนอนร้อนระอุขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อความใคร่และความปรารถนาถูกจุดติดจนยากจะดับทอด บัณฑูรย์ไม่รอช้า เขาประกบฝ่ามือลงบนเนินเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความต้องการ ก่อนจะออกแรงนวดเคล้นเบาๆ จนศรัญพัชญ์บิดกายดิ้นเร่าด้วยความซ่านสยิว“อื้อ!! คุณบัณฑูรย์ขา...” เสียงหวานครางกระเส่าอย่างลืมตัว ความวาบหวิวแล่นพล่านไปทั่วกายสาวเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงบนรอยแยกที่อุ่นชื้น“แฉะไปหมดแล้วรัญ... ให้ผมมอบความสุขให้คุณเถอะนะ...ที่รัก” บัณฑูรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของเหยื่อสาวอย่างผู้ชนะ“ถ้าจะทำจริงๆ... คุณต้องใส่ถุงยางนะคะ” เธอพยายามดึงสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกเขา เพราะเกรงถึงผลที่จะตามมา“ได้... แต่คุณต้องโมคให้ผมก่อนนะ เหมือนครั้งที่แล้ว”ไม่พูดเปล่า บัณฑูรย์รั้งแขนเรียวงามให้เธอลุกขึ้นมานั่ง ก่อนที่เขาจะยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่พุ่งทะยานออกมาทักทาย ศรัญพัชญ์หน้าร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด มันดูน่าเกรงขามและใหญ่โตเสียจนเธอนึกหวั่นใจ“สัญญาก่อนนะคะ ว่าคุณจะไม่เx็ดสด...” หญิงสาวบอกด้วยห
เขาวางเธอลงอย่างเบามือบนผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียด ก่อนจะตามลงไปทาบทับ ร่างกายแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบียดเสียดกับความนุ่มนิ่มของเธออย่างแผ่วเบา บัณฑูรย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หาภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความปรารถนา บัณฑูรย์ไม่ได้เพียงแค่พาศรัญพัชญ์มาส่งที่เตียง แต่เขาตั้งใจจะหลอมละลายความดื้อรั้นของเธอให้หมดสิ้นไปในค่ำคืนนี้ มือหนาเอื้อมไปทางด้านหลัง ลากปลายนิ้วผ่านแนวกระดูกสันหลังจนหญิงสาวขนลุกซู่ ก่อนจะรูดซิบชุดเดรสสีสวยลงอย่างเชี่ยวชาญ“คุณมีถุงหรือเปล่าคะ...” เธอถามเสียงสั่นพร่าขณะที่อาภรณ์ชิ้นงามร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียง เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยบราเซียลูกไม้สีหวาน และจีสตริงตัวจิ๋ว สองมือเรียวโอบรอบลำคอหนาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว“ไม่ครับ... คืนนี้ผมอยากสัมผัสคุณตรงๆ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยขีดข่วนจางๆ จากฝีมือของเธอในครั้งก่อน“อย่าพูดแบบนี้สิคะ... รัญรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้” เธอพยายามประท้วงพลางเบนหน้าหนีสายตาคมกริบที่กำลังสำรวจเรือนร่างเธ
ท่ามกลางบรรยากาศสลัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิงโทสะที่เคยร้อนระอุพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวจนน่าใจหาย เมื่อพยัคฆ์ร้ายจอมบงการยอมถอดเล็บแล้วกลายร่างเป็นชายหนุ่มขี้อ้อนที่ดูอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม มือหนาวางลงบนเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ ศรัญพัชญ์สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวหนักหน่วงของเขา บ่งบอกว่าอารมณ์หึงหวงเมื่อครู่กำลังเปลี่ยนรูปเป็นเปลวไฟแห่งปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว“สั่งอาหารเถอะค่ะ... รัญว่าคุณน่าจะหิวแล้ว” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนอาการประหม่าและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก“สั่งอาหารน่ะเรื่องรอง แต่สั่งสอนเด็กดื้อนี่สิเรื่องใหญ่...” เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวนั้นจงใจลากผ่านชิดซอกหูขาวสะอาด“อีกอย่างตอนนี้ผมก็ไม่ได้หิวข้าว... แต่ผมหิวคุณมากกว่า”“แล้วไม่ทานอะไรเลย คุณจะมีแรงเหรอคะ?” ศรัญพัชญ์แกล้งเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทว่าความใจกล้านั้นกลับยิ่งโหมไฟรักในอกของชายหนุ่มให้ลุกโชน“ขอบคุณที่เตือน... ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้ผมจะได้มีแรงลงโทษเด็กดื้ออย่างคุณให้หนักๆ” บัณฑูรย์ไม่ได้พูดเปล่า แต่กลับโน้มใบหน้าล
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วกายหนา เมื่อเห็นท่าทางที่ดูชิดเชื้อสนิทสนมจนน่ารำคาญใจ บัณฑูรย์ขบกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เขายืนนิ่งอยู่ใต้เงาสลัวของแมกไม้บริเวณทางเข้าร้านอาหาร แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองภาพหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะฝากฝังรอยรักเอาไว้บนผิวกายเมื่อครั้งก่อน กำลังมอบรอยยิ้มแสนหวานนั้นให้ชายคนอื่นอย่างไม่วางตา แสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าหวานยิ่งทำให้เธอดูงดงามและเย้ายวนใจ จนเขาอยากจะเข้าไปกระชากเธอเข้าออกมาซ่อนไว้ในอ้อมกอดที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง“รำลึกความหลังกันเสร็จหรือยัง!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องมาจากทางด้านหลัง ปลุกให้ศรัญพัชญ์ที่กำลังสวมบทบาทแกล้งอ่อยเหยื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างตื่นตระหนกจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อเธอหันไปสบเข้ากับดวงตาคมของบัณฑูรย์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานก้าวประชิดโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงทันตา บัณฑูรย์จ้องมองหญิงสาวราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“คุณบัณฑูรย์!” ศรัญพัชญ์อุทานลั่น ควา
ช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในห้องพักบนโรงแรมหรู พีรดนย์ลอบมองสุธิดาแฟนสาวที่กำลังรื้อเช็กเอกสารการออกแบบด้วยท่าทางลนลาน เสียงโทรศัพท์จากลูกค้าที่โทรมาเร่งรัด จึงทำให้ทริปนี้กลายเป็นเรื่องด่วนที่ไม่อาจเลี่ยงได้“พี่ดนย์คะ ลูกค้าโทรมาเร่งงาน สุว่าเราคงต้องกลับกันเย็นนี้แล้วล่ะ” สุธิดาเงยหน้าขึ้นเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน พีรดนย์ขมวดคิ้วแน่น พลางมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยความลำบากใจ“พี่นัดรัญเอาไว้ตอนหนึ่งทุ่มด้วยสิ เอาไงดี นี่มันยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเลย โต๊ะอาหารก็จองเอาไว้แล้วด้วย” พีรดนย์บอกอย่างเป็นกังวล“เราเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นได้ไหมคะ? พี่ลองโทรไปคุยกับคุณรัญดู สักห้าโมงครึ่งพอได้ไหม” สุธิดาเสนอทางออกสุดท้ายพีรดนย์ก็จำใจโทรไปขอเลื่อนเวลากับทางร้านอาหาร ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี“ตอนนี้ทางร้านอาหารโอเคแล้วนะครับ”“งั้นพี่รีบโทรบอกคุณรัญเลยค่ะ สุจะรีบไปจัดกระเป๋า เสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกไปหาคุณรัญที่บ้านเลย พี่จะได้เคลียร์ใจกับเธอ เผื่อว่าเธอไม่สะดวกไปที่ร้านอาหารกับเรา” พีรดนย์นิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้ายอมรับในเหตุผลของแฟนสาวพีรดนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้ก็รีบโทรไ







