Se connecterเสียงประกาศจากกัปตันขอบคุณผู้โดยสารที่มาใช้บริการเที่ยวบิน บอกว่าใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของการเดินทางแล้ว หอมหงส์รัดเข็มขัด และมองไปนอกหน้าต่าง เครื่องกำลังใกล้ที่จะแลนดิ้งลงแล้ว
เธอเม้มปากเล็กน้อย อย่างตื่นเต้น มารดาเลี้ยงแจ้งมาว่าจะมีคนมารับเธอ คือสามีใหม่ของตน ตอนแรกที่คิดว่าจะเจอหน้าเฉิดโฉมเลยเมื่อลงเครื่อง มันก็ทำให้เธอกระอักกระอ่วนอยู่ไม่น้อย และต้องฝึกควบคุมอารมณ์ เพราะมันยังคุกรุ่น...
เอาน่ะ เธอจะทำมันได้ดี
จะอย่างไรเธอก็ต้องทำได้ ในการเผชิญหน้ากับ นังผู้หญิงใจร้ายคนนั้น
หอมหงส์บอกตนเอง...
เธอเฝ้ารอเวลานี้ เวลาแก้แค้นของเธอ และเธอจะต้องทำมันด้วยดี
สาวน้อยวัยสิบแปดบอกตนเอง ซ้ำไปมา เธอหลับตาลง ควบคุมลมหายใจ มันทำให้เธอนิ่งลง สงบลง และเตรียมพร้อมที่จะเล่นเกม
เกม...ที่เธอมาเพื่อเป็นผู้ชนะ
เกม...ที่เธอจะเป็นคมมีดที่มากรีดใจนังผู้หญิง สารเลวนั่น
เครื่องลงจอดแล้วเรียบร้อย เธอยังคงนั่งรอจนผู้โดยสารทยอยลงจนเกือบหมด เธอถึงค่อยเดินลงไปอย่างไม่รีบร้อน หอมหงส์สวมชุดจั๊มสูทสีครีม แบบแขนกุด มีฮู้ด กางเกงขายาว เธอหยิบเอาแว่นดำที่เหน็บไว้ตรงอกเสื้อมาสวม เธอมาโดยมีกระเป๋าเป้สะพายมาใบเดียว
ข้าวของที่เหลือเธอใช้วิธีให้รถขนส่งตามมาส่งที่บ้านของแม่เลี้ยงเธอหยิบโทรศัพท์มือถือที่ปรับเป็นโหมดเครื่องบิน เห็นข้อความในไลน์จึงกดเข้าไปดู เฉิดโฉมนั่นเองที่ส่งข้อความมาหาเธอ
น้องหงส์ขา พี่ไปรับน้องหงส์ไม่ได้นะคะ แต่พี่ส่งสามีพี่ไปรับหนูแทน คุณอินทรจะดูแลและต้อนรับหนูแทนพี่นะคะ เจอกันตอนค่ำๆ ค่ะ
เธอมองรูปภาพที่ทางนั้นส่งมา
ผู้ชายหน้าคม นัยน์ตาฉายแววอบอุ่นที่มองมายังกล้อง ทำให้เธอเม้มปากนิดๆ ก่อนจะแสยะยิ้ม
มันไม่ได้เลวร้ายนักหรอก
กับการตัดสินใจของเธอ เพราะเขาไม่ได้ดูน่าเกลียด กลับดูดีและมีเสน่ห์ มิน่าล่ะ...แม่นั่นถึงได้ทำแบบนั้นกับพ่อของเธอ
ยิ่งคิดยิ่งเหมือนมีไฟสุมในอก บางสิ่งที่รู้เห็น มันทำให้หอมหงส์ตัดสินใจที่จะทุ่มทุกสิ่ง เพื่อเดิมพันในเกมครั้งนี้
หอมหงส์เดินก้าวยาวๆ ไปยังบริเวณที่รับผู้โดยสาร แล้วเธอก็สะดุดตาเข้ากับเขา...อินทร ต้องเขาแน่นอนล่ะ ดูเด่นสะดุดตาขนาดนั้น
เขาหันมาหาเธอ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอรีบ โบกมือให้กับเขาทันที พร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวาง เธอเดินแกมวิ่งตรงไปหาคนมารับ เขามองหน้าเธอ นัยน์ตานั้นอบอุ่น อ่อนโยนเหลือเกิน หอมหงส์มองจ้องตาเขา แล้วเอ่ยแนะนำตัวเองเสียงสดใส พร้อมกับยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม
"คุณอินทรใช่ไหมคะ? หนูหงส์ค่ะ"
"ครับ"
ความสดใส น่ารักของอีกฝ่าย ทำให้อินทรรู้สึกประทับใจหล่อนเมื่อแรกเห็น หอมหงส์ตัวเล็กกว่าที่เขาคิดไว้ หล่อนสูงเพียงบ่าเขา ใบหน้านั้นจิ้มลิ้มพริ้มเพรา นัยน์ตากลมโตเฉียงเล็กน้อยของหล่อน เป็นจุดเด่นสะดุดตาที่สุดและทำให้เขาหัวใจกระตุก เมื่อเผลอไปจ้องนานเข้า
"ยินดีต้อนรับสู่เชียงใหม่ครับ หนูหงส์ เรียกผมว่า น้าอินก็ได้นะครับ"
เขาเอ่ยแนะนำตัวเอง และให้เธอเรียกเขาว่าน้า เพราะจะได้ทำให้เธอรู้สึกสนิทใจ และรู้สึกเหมือนได้รับการต้อนรับสู่ครอบครัว
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณอิน"
หล่อนตอบ แล้วยิ้มกว้างให้กับเขา อินทรยิ่งรู้สึกเหมือนถูกตกอย่างจัง กับรอยยิ้มสดใสนั้น
เธอเป็นสาวน้อยกำพร้า น่าสงสารในสายตาเขา การที่เธอยอมรับเขาได้อย่างง่ายดาย อาจจะเพราะเธอต้องการครอบครัว
"กินอะไรมาหรือยังครับ เดี๋ยวให้ผมพาไปชิมของอร่อยของเชียงใหม่ก่อนกลับบ้านเรานะ”
"หิวเหมือนกันค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ"
รอยยิ้มที่ทำให้ใจเต้นนั่นเมื่อมาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ เขาก็ตาลายนิดๆ กับความเจิดจ้าสดใส หอมหงส์เป็นคนมีเสน่ห์มาก เธอทำให้เขาใจสั่นเหมือนหวนกลับไปเป็น เด็กหนุ่มอีกหน เด็กหนุ่มวัยเท่าเธอในตอนนี้
มันก็เป็นฤกษ์ที่ดีแหละ เมื่อเขาจะต้องรับเธอเข้าร่วมบ้าน ครอบครัว ในฐานะของ...ลูกติดของภรรยา เอ...แต่จริงๆ แล้วหอมหงส์ก็ไม่ได้เกี่ยวพันอะไรทางสายเลือดกับเฉิดโฉมด้วยซ้ำ การที่ภรรยาของเขายอมทำอะไรแบบนี้ได้ หล่อนก็ช่างเป็นคนดีจริงๆ
เธอเดินเคียงเขา เกาะแขนเขาอย่างถือสนิท และอินทรก็ไม่ได้ว่าอะไร รู้สึกแปลกๆ เมื่อมีสาวน้อยวัยใส ที่เพิ่งได้เห็นหน้า มาตีสนิทกับเขาขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ปลื้มใจที่เธอตอบรับเขาอย่างง่ายดาย และเอ็นดูเธอมาก
เธอหน้าตาน่ารัก วัยใกล้เคียงกับน้องสาวที่เขาเคยเสียไป
เสียงใสๆ ชวนคุยด้วยถ้อยคำเสนาะหู ชายหนุ่มกับสาวน้อยที่เดินเกาะแขนกันอย่างสนิทสนม ความแตกต่างของวัยเห็นได้ชัด ก็ทำให้คนบริเวณนั้นบางคนแอบมอง แล้วนึกไปต่างๆ นานา ซึ่งก็ไม่ใช่ความคิดดีๆ สักเท่าไหร่หอมหงส์ลอบสำรวจหน้าคนขับรถ ขณะที่ขึ้นมานั่งคู่กับเขา แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมง อินทรก็เริ่มสนิทสนมกับเธอ และให้ความเอ็นดูเธอ...
เธอลอบยิ้มที่มุมปาก
มันเริ่มได้ดีเลยล่ะกับเกมของการแก้แค้น
เมื่อจรดปากกาลงบนใบหย่าเรียบร้อย ทั้งเฉิดโฉมและอินทรต่างเป็นอิสระต่อกัน เฉิดโฉมจำต้องทำตามที่รับปากกับหอมหงส์ไว้ หล่อนย้ายออกไปจากบ้านของอินทร และเซ็นสลักหลังทะเบียนหย่า ว่าหล่อนจะไม่เรียกร้องสิ่งใดๆ จากสามีที่เป็นสินสมรสให้ยึดตามเงินที่เป็นสินเดิมของแต่ละคน นังหอมหงส์แสบนัก จัดทนายมาด้วยเรียบร้อยและคอยประกบคุมจนการเซ็นใบหย่าเรียบร้อยหึ...เสียดายอินทร เสียดายเงินของเขา แต่ก็ช่างเหอะ คนอย่างเธอชีวิตไม่สิ้นไร้ไม้ตอกหรอก เธอเคยมาจากที่ไหน แล้วไต่เต้ามาได้ถึงขนาดนี้ ทำไมเธอจะกลับมาอีกไม่ได้เธอมีเพื่อน...เพื่อนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและมาด้วยกันอย่างนิลรัตน์นั่นแหละเป้าหมายของเฉิดโฉมที่เธอจะไปขอความช่วยเหลือ และไปต่อยอดชีวิตของเธอให้เดินกลับมาสู่วงการสังคมชั้นสูงนี้ได้อีกหนห้าสิบล้าน...ก็คุ้มอยู่หรอกนะกับการเสียเขาไป ก็ดีกว่าเสียชีวิตนั่นแหละเธอขับรถของเธอออกจากบ้านของอินทร ไม่มีการร่ำลาใดๆ ต่อกันแม้แต่คำเดียว เขาไม่พูดกับเธอเลยด้วยซ้ำจนกระทั่งถึงเมื่อวานที่เป็นวันหย่า คงจะโกรธเธอมั้งที่เธอขายเขาให้เด็กนั่น เฉิดโฉมยักไหล่ คนอย่างเธอจากแล้วก็ไม่มีหันหลังกลับหรอกเธอไม่รู
เฉิดโฉมตัวชาวาบ...เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นด้านหลังเธอ “เสร็จธุระกับการจัดฉากแล้วหรือคะ”หอมหงส์ใส่เสื้อผ้าช้าๆ เธอมองแผ่นหลังของเฉิดโฉมด้วยสายตาแน่วแน่ เย็นชา ดูสิทางนั้นจะตอบว่ายังไง คาหนังคาเขาขนาดนี้ ว่าแม่เลี้ยงของเธอ...ต้องคิดทำอะไรบางอย่างอยู่แน่ ถึงได้มอมเหล้าเธอกับอินทร...รวมถึงจับเธอแก้ผ้าถ่ายรูปในแบบที่ไม่ปรกติกับอินทร“กะ แกหมายถึงอะไร”เฉิดโฉมปากสั่น ตัวสั่นไปหมดตอนนี้ เป็นหนแรกที่เธอทำ...แล้วถูกจับได้ “นั่นสิคะ หมายถึงอะไร” หอมหงส์มองคนข้าง ๆ เธอ อินทรเองก็ลืมตา เขาเหมือนกับตัวแข็งไปอึดใจ เพราะไม่คาดคิดว่าภรรยาจะทำอะไรแบบนี้ และคำถามก็เวียนวนไปมาในสมองของเขา ว่าเฉิดโฉมทำมันลงไปทำไม“พี่โฉมถ่ายรูปของหงส์และป๊าไปทำไมคะ” “ก็...” “คิดจะแบล็กเมล์อะไรเราสองคนหรือโฉม”น้ำเสียงเย็นๆ ของสามี ทำให้เธออยากเป็นลมไปเสียตรงนั้นเพื่อหนีเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น จริงสิ...แล้วเฉิดโฉมก็ร้องกรี๊ดขึ้น ก่อนจะล้มลงเอาดื้อ ๆ ตรงพื้นนั่นแหละ หอมหงส์และอินทรต่างหันมองตากัน หอมหงส์ยักไหล่ แล้วกระซิบเขาเบาๆ “แผนการเดิม ๆ ของนางร้ายตอนทำอะไรไม่ถูกน่ะค่ะ แต่หนูมีวิธีแก้นะคะป๊า”“...”
เฉิดโฉมชะเง้อชะแง้ มองไปยังบริเวณหน้าบ้าน เวลานี้ปรกติแล้วอินทรจะกลับมา เขามักจะตรงเวลายกเว้นถ้าในไร่มีเรื่อง เธอก็หวังให้วันนี้ไม่มีเรื่องอะไร เพราะไม่อย่างนั้น เวลา...มันจะเลื่อน เคลื่อนไปหมด จากที่เธอได้ตั้งใจไว้พวกมันขู่มาอีกแล้วเธอเม้มปากแน่น ใจร้อนผ่าวไปด้วยความร้อนรนทั้งโมโห ทั้งหวาดกลัว แน่ล่ะ เธอทำมันได้ไว สำเร็จไวเท่าไหร่ เธอก็จะรีดเงินนังเด็กนั่นมาใช้ให้พวกมัน อย่างน้อยๆ ส่วนหนึ่งก็ยังดีนังเด็กหอมหงส์มีมรดกเท่าไหร่กันนะ?ถ้าจำไม่ผิดก็หลักร้อยล้านล่ะ อายุยังน้อย มีชื่อเสียงต้องรักษา คงจะยอมจ่าย...ถ้าไม่ยอมจ่ายเรื่องที่เป็นชู้กับผัวเธอ ก็ต้องยอมจ่ายเรื่องอื่นล่ะเฉิดโฉมคิดอย่างมุ่งมั่น เอาเถอะ...ถึงอินทรจะเป็นผู้ชายที่ดี แต่ถ้าต้องแลกกับชีวิตเธอยอมเสียเขาไป หึ...เขาทำให้เธอต้องตัดสินใจแบบนี้เอง ให้เงินเธอมาก็หมดเรื่อง!คิดอย่างหงุดหงิดพานโมโห แล้วก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็นรื่นเริง เมื่อรถของสามีเลี้ยวเข้ามาในบ้าน เธอไปยืนต้อนรับคนทั้งคู่ที่หน้าบ้าน อินทรดูมีสีหน้าแปลกๆ เมื่อลงจากรถมา เขาหลบตาเธอและมีสีหน้าตึงๆ นิดหน่อย ก่อนจะยิ้มให้นิดหนึ่งเมื่อเธอโผเข้าไ
เขาพาเธอเข้ามาในส่วนออฟฟิศที่กั้นไว้เป็นสัดส่วน เมื่อหอมหงส์เข้ามาในห้องแล้วเธอก็มองไปยังโซฟาตัวยาวที่อยู่ในห้องของเขา ตามองสำรวจไปรอบๆ ถามเขาว่ากระจกใสที่เห็นนี้ คนข้างนอกจะมองเข้ามาเห็นไหม?แม้จะสงสัย แต่อินทรก็ตอบออกไปตามตรง“มันเป็นกระจกด้านเดียวครับ เรามองออกไปข้างนอกได้ แต่ทางข้างนอกมองไม่เห็นเรา อาจจะพอมองเห็นได้ลางๆ แต่ไม่ชัดนักถ้าเกิดว่าเราเปิดไฟ และข้างนอกมืดกว่า”“อ๋อ...” เธอพยักหน้า ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะที่จะมองคนตรงหน้า เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน...หอมหงส์เดินไปตรงกระจกหน้าต่างใสบานยาว ที่ทำให้เธอมองเห็นว่ามีพนักงานสองสามคน กำลังทำสวนอยู่ เธอโบกไม้โบกมือใส่พวกนั้น แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองเธอไม่เห็น แน่ล่ะ ก็ตอนนี้เป็นช่วงบ่าย แดดข้างนอกค่อนข้างจ้า แล้วเธอก็เดินไปอีกฝั่งที่เห็นว่าพนักงานส่วนออฟฟิศของเขาสองคนกำลังทำงานอยู่ ลองกวักมือเรียกแต่เหมือนพวกหล่อนก็จะไม่เห็นข้างในเช่นกัน“ทำอะไรน่ะหงส์”อินทรถามอย่างสงสัย หอมหงส์หันมาหาเขาแล้วหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือปิดสวิตซ์ไฟกลางห้องจนมันมีเพียงแสงด้านนอกจากกระจกส่องเข้ามา แน่นอนว่าแบบนี้คนข้างนอกไม่มีทางมองเห็นข้างในเด็ดขาด แต่
หลังจากที่เดินตรวจตราการทำงาน และคุยกับคนงานในไร่แล้วเรียบร้อย เขาก็พาหอมหงส์รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ไร่ เพราะงานติดพัน เฉิดโฉมโทรศัพท์มาบอกว่าการทำประกันเรียบร้อยแล้ว และส่งเอกสารให้เขาดูทางไลน์ ชายหนุ่มแทบไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ เธอบอกว่าทางบริษัทประกันจะทำการหักบัญชีเขาทุกปีเป็นค่าเบี้ยประกันที่ยอดค่าเอาประกันสามสิบล้านบาท เธอบอกว่าจะไปหาอะไรรับประทานข้างนอกกับเจ้าหน้าที่ทำประกันถ้าเป็นเฉิดโฉมแล้วเธอไม่มีทางที่จะมากินข้าวกับคนงานได้เด็ดขาด แต่นี่คือหอมหงส์ เธอหยิบจานข้าวไปต่อคิวกับคนงานก่อนที่เขาจะทันห้ามเสียอีก เพราะตอนแรกตั้งใจจะพาไปกินข้าวข้างนอกเมื่อเธอบอกว่าหิว ขณะที่เดินผ่านโรงอาหารของไร่ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะวิ่งเข้าไปแล้วก็ถามว่ากินข้าวด้วยไหมคะ? แล้วก็เอาจานข้าวไปต่อคิวกับคนงานเฉยแบบนั้น“อร่อยดีนะคะ อันนี้อะไรคะ? หนูเพิ่งเคยกิน” “เป็นอาหารเหนือ เค้าเรียกว่าแกงฮังเล” ชายหนุ่มอธิบาย ตั้งแต่ที่แต่งเฉิดโฉมเข้าบ้านมา ย้ายมาอยู่กับเขา ที่บ้านก็ไม่ค่อยได้ตั้งโต๊ะอาหารเหนือ เพราะเธอบอกว่าไม่คุ้นลิ้น เธอชอบอาหารภาคกลางและอาหารฝรั่งมากว่า เขาถึงกับจ้างเชฟมาใหม่เพื่อทำอาหารให้เธอรั
“เป็นยังไงบ้างกลับไปที่บ้านมา” อินทรถาม แค่มีเธอข้างๆ ชีวิตก็ช่างสดชื่น ราวกับได้ของสำคัญที่เป็นพลังหล่อเลี้ยงใจกลับคืนมา เขาหันมองเธอ หอมหงส์กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ด้วยนัยน์ตาที่ทำให้เขายิ่งปลื้มเข้าไปอีก “คิดถึงป๊าค่ะ”“หืม?”“ก็กลับไปบ้าน อยู่ไกลป๊า หนูก็คิดถึงป๊ายังไงล่ะคะ เลยรีบทำเรื่องให้เสร็จแล้วก็รีบกลับมาหาป๊า”เธอเอามือเขาข้างหนึ่งไปแนบแก้ม แล้วจูบเบาๆ อินทรถึงกับทำรถกระตุก เขาดึงมือออกจากการเกาะกุมที่ชวนใจสั่นนั่น แล้วลูบผมเธอเบาๆ พลางเอาไปกุมพวงมาลัยรถไว้แบบเดิม“หงส์...อย่าพูดแบบนั้นสิครับ” เขาโอดเธอ จะตัดใจแล้วจะตัดได้ยังไงนะ นับวันมันเหมือนยิ่งต่อให้ยาวไปกันใหญ่ “ก็คิดถึงป๊าจริง นี่คะ คิดถึงไม่ได้เหรอ”เธออ้อน แล้วเอนตัวมาซบไหล่เขา อินทรถอนใจเฮือก เขาจะทำอย่างไรดีกับเธอและใจตัวเองดี“เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ ป๊าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ป๊าไม่อยากเอาเปรียบ หรือว่ารังแกหงส์อีก”“มันไม่ใช่เอาเปรียบเสียหน่อย หงส์ต่างหากที่เอาเปรียบป๊า อยากได้ความรักและความสุขจากป๊า” เธอว่า นัยน์ตาที่เงยมองเขามันเริ่มชุ่มด้วยหยาดน้ำอีกแล้ว“ถ้าอย่างนั้น...ป๊าให้ลิมิตแค่...”เข