Se connecter"อากาศดีมากๆ เลยค่ะ"
หอมหงส์มองไปรอบๆ สวนอะโวคาโดของเขาที่ซื้อมาต่อจากเจ้าของเดิม อยู่ในสภาพค่อนข้างรกไปด้วยวัชพืช เพราะไม่ได้รับการบำรุงรักษามาสักระยะ
หนึ่งแล้วที่พ่อเลี้ยงซื้อต่อไว้ เพราะว่าเจ้าของเดิมติดการพนันจนหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่เคยมาปรับปรุงดูแลสวนแห่งนี้ มีคนมาขโมยไปขายบ้าง ร่วงหล่นเสียหายบ้าง ดูแล้วจะต้องใช้งบประมาณและกำลังคนจำนวนหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ที่สวนแห่งนี้มีบางสิ่งที่พิเศษ ที่พ่อเลี้ยงหนุ่มเคยมาสำรวจตอนก่อนจะตัดสินใจซื้อ เขาเป็นคนรอบคอบว่าการลงทุนจะต้องได้รับผลเสมอ สวนอะโวคาโดแห่งนี้จริงๆ แล้วเขาจะไม่ซื้อมันก็ได้ เพราะดูแล้วกว่าจะคุ้มทุนน่าจะนาน แถมต้นทรุดโทรมเสียหายไปเกือบครึ่งสวน ต้องลงต้นไม้ใหม่ บำรุงกันใหม่เหมือนแรกเริ่ม เขารับซื้อไว้เพราะเป็นคนรู้จักกันหนึ่ง และอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มซื้อที่นี่...เพราะ
"แต่ที่นี่รกไปหมด จะต้องปรับปรุงอีกมากเลยแหละ"
เขาเปรย มองดูสาวน้อยที่เดินลุยเล่นไปในดงหญ้ารก เพื่อจะไปดูต้นอะโวคาโด ก็นึกทึ่งที่หล่อนไม่ได้เป็นคนสำรวยหยิบโหย่ง พร้อมบุกพร้อมลุยคนหนึ่ง ขัดกับรูปลักษณ์อันบอบบางน่าถนอม เมื่อวานหล่อนไปเที่ยวเล่นที่ไร่ชากับเขา ก็ไปลองหัดช่วยเก็บชา นั่งพูดคุยกับคนงานอย่างไม่ถือตัว ดูเป็นสาวน้อยซนๆ ลุยๆ
"นี่ใช่ไหมคะต้นอะโวคาโด มันมีลูกเหลือไหมนะคะป๊า หนูอยากลองชิมจากต้นสดๆ ดูจัง"
หล่อนมุดเข้าไปในดงหญ้า จนถึงโคนต้นไม้ แล้วเงยหน้ามองดูต้นอะโวคาโดสูงใหญ่ สวนนี้ปลูกมาแล้วหลายปีบางต้นมีอายุเกินสิบปีขึ้นไป ต้นไม้แต่ละต้นจึงสูงใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา
"นี่หมดฤดูแล้วครับ อีกอย่างสวนนี้ไม่มีผลผลิตเหลือให้ได้ดูได้ชิม เพราะเจ้าของสวนปล่อยร้าง ป๊าจะต้องจัดการอะไรอีกเยอะเลยละ กว่าจะทำให้สวนอยู่ในสภาพเดิม"
"ป๊าจะต้องเหนื่อยอีกสินะคะ"
เธอว่าแล้วเดินตรงมาหาเขา ใบหน้างดงามมีเหงื่อเล็กน้อยเพราะทั้งคู่พากันเดินสำรวจสวนมาได้เกือบชั่วโมงแล้ว
"ก็มันเป็นอาชีพ มันเป็นความชอบ เหนื่อยแต่ก็สนุก"
เขาตอบ แล้วยิ้มให้กับเธอ เขาชอบงานกลางแจ้งมากกว่างานบริหาร ที่ทำให้เขาปวดหัวทุกหนยามเห็นตัวเลขบัญชี ดีที่เขาได้ลูกพี่ลูกน้องสาวมาช่วยทำงานบัญชี เธอทำงานละเอียดและไว้ใจได้ ยิ่งกว่านั้นคือเธอเป็นญาติที่รักเขามาก ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลยเรื่องการคดโกง
แถมยังคอยตักเตือนเรื่องการใช้เงินของเขาอีกด้วย บิดามารดาของเขาไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจของเขา เพราะพวกท่านก็ต่างมีงานของท่านอยู่แล้ว เขาบุกเบิกพวกงานไร่งานสวนด้วยตัวเอง ท่านเป็นคนให้ทุน ลูกชายอย่างเขาทำมันได้ดีจนเจริญก้าวหน้า ทำให้ทุนของท่านเพิ่มทวีค่ามากขึ้นขยายอาณาจักรเพิ่มเติมจนกลายเป็นพ่อเลี้ยงอันดับต้นๆ แห่งเชียงใหม่ ทำให้พวกท่านภูมิใจมาก
"หนูก็ชอบงานแบบนี้"
เธอว่า แล้วมองเขาด้วยนัยน์ตากลมใสเจิดจ้า ช่างดูไร้เดียงสาในสายตาคนมอง มือใหญ่เอื้อมมือมาจับศีรษะเธอแล้วโคลงเล่น
"มาช่วยงานป๊าไหมล่ะครับ"
"เอ๋?"
เธอทำตาโต แล้วก็ยิ้มสดใสส่งให้เขาพร้อมกับกอดแขนเขา ลำแขนแข็งแกร่งเสียดสีกับอกอวบโดยไม่เจตนา เหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นจากสัมผัสนั้น พ่อเลี้ยงอินทรใจกระตุกวูบ ก่อนจะย้ำบอกตัวเองว่าเขาควรเอ็นดูเธอ รักเธอในฐานะลูกสาว
"ถ้าสนใจงานเกษตรหงส์ก็มาทำงานกับป๊าดีไหม?"
"หนูมาอยู่ที่นี่ได้จริงๆ ใช่ไหมคะ อยู่ได้ไปตลอดใช่ไหมคะ"
เธอถามย้ำๆ อินทรพยักหน้า ร่างเล็กโผเข้ากอดเขา ซุกกับอกเขา อินทรถึงกับตัวแข็ง คนตัวเล็กที่เขาพยายามรู้สึกไม่เกินไปมากกว่าเอ็นดู กำลังทำอะไรกับเขากันนะ?
หรือนรกจะส่งเธอมาทดสอบความอดกลั้น ซื่อสัตย์ของเขากันนะ
"ได้สิ"
"หนูรักคุณป๊ามาก"
เธอพึมพำกับอกเขา แล้วก็ร้องไห้ มันทำให้อินทรตกใจเชยคงมนขึ้นมาให้สบตามองเขา
"หงส์ร้องไห้ทำไมครับ? หืม..."
เขาเช็ดน้ำตาให้สาวน้อย แต่เหมือนยิ่งเช็ดมันยิ่งไหลใจเขายิ่งสั่น แกว่ง ด้วยความสงสาร
"หนู หนู"
"ครับ...มีอะไรในใจบอกป๊าได้ ระบายกับป๊าได้นะ หนูคิดว่าผมคือป๊าของหนูแล้วนี่"
"หนูไม่อยากรักคุณป๊า"
คำตอบนั้นยิ่งทำให้อินทรใจสั่นมากขึ้น เขาปาดน้ำตาให้แล้วความอ่อนไหว ความสงสารในหัวใจก็ทำให้เขาเผลอทำอะไรที่ตัวเองไม่ได้ใช้สติความยับยั้งควบคุม
ริมฝีปากของเขาจูบซับน้ำตาให้สาวน้อยอย่างลืมตัว
และเหมือนรู้ว่าทำเกินเลยไป...ไม่เหมาะสม เขาก็เกือบจะผละห่างเธอราวกับของร้อน ทว่าเธอยังคงกอดเขาไว้ แล้วซุกหน้ากับอกเขา ทำให้อินทรถอยจากเธอไม่ได้ ใจของเขาเต้นสั่นระรัว กับกริยายามเผลอของตนเอง
นี่เขาทำอะไรลงไปกัน...
"ทำไมครับ"
น้ำเสียงของเขาสั่น เหมือนหัวใจที่กำลังสั่น แน่นอนว่าหอมหงส์นั้นรู้สึกได้ สัมผัสได้ถึงความหวั่นไหวของฝ่ายชาย เธอลอบยิ้มกับอกกว้างของเขา ขณะที่แสร้งทำเป็นเอ่ยตอบเขาเสียงอ่อนเจือสะอื้น
"เพราะคนที่หนูรัก มักจะไปจากหนูทุกคน พ่อก็ไปจากหนู...หนูไม่เหลือใครให้รักเลย"
"โธ่..."
มือใหญ่ลูบศีรษะเธออย่างสงสารสุดหัวใจ
"หนูรักคุณป๊าได้นะคะ แล้วคุณป๊าก็จะไม่ไล่หนูไปจากที่นี่ใช่ไหมคะ"
เธอเงยหน้ามองเขาแล้วทำตาแป๋ว
"สัญญานะคะ"
"อืม..."
เขามองจ้องตากลมใสนั้น สัญญาณเตือนภัยบางอย่างดังขึ้นในสมอง แต่ก็แค่ชั่วแวบ...มันจางหายไปอย่างรวดเร็ว
"รักได้สิครับ หงส์รักป๊าได้...รักเหมือนพ่อของหนู ป๊าจะทำทุกอย่างให้เหมือนกับที่หนูเคยได้รับและต้องการจากพ่อของหนู"
"ป๊าสัญญาแล้วนะคะ"
น้ำตาของเธอหมาดทันที เมื่อเงยหน้าขึ้น เด็กหนอเด็ก อินทรครวญในอก หล่อนยังคงไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าเมื่อครู่เขาทำอะไรที่ไม่ควรทำ อย่างจูบซับน้ำตาให้ มันใกล้ชิดเกินไป และไม่เหมาะไม่ควรเลย หล่อนดูจะอ้างว้าง ขาดความอบอุ่น ขาดการดูแลคุ้มครอง และต้องการใครสักคนไว้เพื่อรัก และรักหล่อนรักในฐานะผู้คุ้มครอง
อินทรตกลงใจว่า เขาจะอยู่ในฐานะนั้น เพื่อเด็กสาวที่น่าสงสารคนนี้
"สัญญา"
เขายกนิ้วก้อยขึ้น สาวน้อยหัวเราะก่อนจะยกนิ้วขึ้นเกี่ยวกับเขา เสียงเล็กใสหวานเอ่ยดังสำทับ
"ถ้าใครผิดสัญญาขอให้ฟ้าผ่า"
"หืม...เอาแบบนั้นเลยหรือครับ"
เขายิ้มกว้าง สาวน้อยพยักหน้าแล้วเอียงคอมองเขา นิ้วของเธอยังเกี่ยวพันกับนิ้วเขาไม่คลาย
"ค่ะ หรือจะเอาแบบนี้หนูเคยเกี่ยวก้อยสัญญากับคุณพ่อดีนะ คุณป๊าบอกเองว่าคุณป๊าจะเป็นตัวแทนคุณพ่อ"
นัยน์ตาของเธอเป็นประกายวับ อินทรพยักหน้ารับ
"เอาสิ สัญญาแบบนั้นเลยก็ได้"
"เกี่ยวก้อยสัญญากับคุณป๊า ว่าจะรัก และจะดูแลหนู ไม่ไล่หนูไปจากที่นี่ ถ้าคุณป๊าไม่ทำตามขอให้ธรณีสูบลงไปจนสุดขุมนรก"
คำเอ่ยนั้นพาเขาสะดุ้ง
หากแต่คนพูดกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงธรรมดายิ้มแย้มแจ่มใส
"เวลาหนูสัญญากับคุณพ่อ คุณพ่อจะย้ำแบบนี้ค่ะ"
อินทรกลืนน้ำลายลงคอ พ่อของหอมหงส์นี่เป็นคนชนิดไหนกัน เกี่ยวก้อยสัญญากับลูกสาวของตนได้รุนแรงขนาดนั้น
"เราสัญญากันแล้วนะคะคุณป๊า"
เธอเอ่ยทวนย้ำ เขาพยักหน้าก่อนจะจับมือเธอไว้แน่น แล้วยิ้มให้กับสาวน้อย เขามีบางสิ่งอยากจะพา หอมหงส์ไปดู สิ่งพิเศษของสวนแห่งนี้ ที่ทำให้เขาตกลงใจซื้อมัน อา...ช่างเรื่องของการสัญญาไว้ก่อน หล่อนทำให้เขาขนลุกแปลกๆ เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย
"ครับ ตกลงตามนั้น ไปกับป๊าดีกว่า ป๊ามีที่ที่หนูจะต้องชอบมาก ที่สวนนี้มีที่สุดพิเศษอยู่"
"อะไรหรือคะ"
"ตามมาสิครับ"
เขาพาเธอเดินไปยังพื้นที่สุดพิเศษของสวน...มันคือบึงน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางสวนไว้เพื่อกักเก็บน้ำ มีบัวหลายสายพันธุ์ขึ้นเต็มไปหมด ชูช่อหลากสีสวยเหลือเกิน...
"โอ้โห สวยมากๆ เลยค่ะ"
"ชอบไหม?"
"ชอบมากค่ะ"
เธอทำท่าตื่นเต้น มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อเก็บภาพทุ่งดอกบัวแสนสวยชวนประทับใจนี้ไว้ แล้วเธอก็คล้องแขนเขา พร้อมกับยิ้มส่งให้เขา
"ถ่ายรูปเซลฟี่กับหนูนะคะคุณป๊า หนูจะได้อวดใครต่อใคร ว่าหนูมีคุณพ่อเลี้ยงสุดหล่อ"
อินทรหัวเราะเขินๆ แล้วก็ยอมให้เธอถ่ายรูปกับเขา เธอขออนุญาตเอาลงเฟซบุ๊ก อินทรก็ อนุญาต เขาปลื้มที่สาวน้อยชมว่าเขาหล่อมาก
การที่มีเด็กสาวอายุสิบแปดมาชื่นชมในรูปลักษณ์ แม้หล่อนจะอยู่ในฐานะลูกเลี้ยง มันก็ทำให้ใจเขาคึกคักชุ่มฉ่ำอย่างบอกไม่ถูกเขากับเธอโอ้เอ้เดินเล่นอยู่ที่สวนอะโวคาโดกันอยู่นานจนเกือบจะบ่าย ถึงพากันออกมาจากที่ตรงนั้น หอมหงส์บอกว่าชอบที่นี่มาก และมาหนหน้าเธออยากมาปิกนิกริมบึงบัวแห่งนี้ เธอบอกกับเขาว่าเธอชอบวาดภาพวิว นี่เป็นวิวที่สวยที่สุดที่เธอเคยเห็นมา
เขาตอบตกลงว่าหนหน้าเขาจะพาเธอมาใช้เวลาที่นี่ทั้งวัน
หอมหงส์ลงภาพของเขากับเธอในโซเชียลหลายภาพและ...แท็กไปยังเขา และมารดาเลี้ยงอย่างจงใจ
เด็กสาวลอบยิ้ม...
สงครามประสาทเริ่มต้นแล้ว
เมื่อจรดปากกาลงบนใบหย่าเรียบร้อย ทั้งเฉิดโฉมและอินทรต่างเป็นอิสระต่อกัน เฉิดโฉมจำต้องทำตามที่รับปากกับหอมหงส์ไว้ หล่อนย้ายออกไปจากบ้านของอินทร และเซ็นสลักหลังทะเบียนหย่า ว่าหล่อนจะไม่เรียกร้องสิ่งใดๆ จากสามีที่เป็นสินสมรสให้ยึดตามเงินที่เป็นสินเดิมของแต่ละคน นังหอมหงส์แสบนัก จัดทนายมาด้วยเรียบร้อยและคอยประกบคุมจนการเซ็นใบหย่าเรียบร้อยหึ...เสียดายอินทร เสียดายเงินของเขา แต่ก็ช่างเหอะ คนอย่างเธอชีวิตไม่สิ้นไร้ไม้ตอกหรอก เธอเคยมาจากที่ไหน แล้วไต่เต้ามาได้ถึงขนาดนี้ ทำไมเธอจะกลับมาอีกไม่ได้เธอมีเพื่อน...เพื่อนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและมาด้วยกันอย่างนิลรัตน์นั่นแหละเป้าหมายของเฉิดโฉมที่เธอจะไปขอความช่วยเหลือ และไปต่อยอดชีวิตของเธอให้เดินกลับมาสู่วงการสังคมชั้นสูงนี้ได้อีกหนห้าสิบล้าน...ก็คุ้มอยู่หรอกนะกับการเสียเขาไป ก็ดีกว่าเสียชีวิตนั่นแหละเธอขับรถของเธอออกจากบ้านของอินทร ไม่มีการร่ำลาใดๆ ต่อกันแม้แต่คำเดียว เขาไม่พูดกับเธอเลยด้วยซ้ำจนกระทั่งถึงเมื่อวานที่เป็นวันหย่า คงจะโกรธเธอมั้งที่เธอขายเขาให้เด็กนั่น เฉิดโฉมยักไหล่ คนอย่างเธอจากแล้วก็ไม่มีหันหลังกลับหรอกเธอไม่รู
เฉิดโฉมตัวชาวาบ...เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นด้านหลังเธอ “เสร็จธุระกับการจัดฉากแล้วหรือคะ”หอมหงส์ใส่เสื้อผ้าช้าๆ เธอมองแผ่นหลังของเฉิดโฉมด้วยสายตาแน่วแน่ เย็นชา ดูสิทางนั้นจะตอบว่ายังไง คาหนังคาเขาขนาดนี้ ว่าแม่เลี้ยงของเธอ...ต้องคิดทำอะไรบางอย่างอยู่แน่ ถึงได้มอมเหล้าเธอกับอินทร...รวมถึงจับเธอแก้ผ้าถ่ายรูปในแบบที่ไม่ปรกติกับอินทร“กะ แกหมายถึงอะไร”เฉิดโฉมปากสั่น ตัวสั่นไปหมดตอนนี้ เป็นหนแรกที่เธอทำ...แล้วถูกจับได้ “นั่นสิคะ หมายถึงอะไร” หอมหงส์มองคนข้าง ๆ เธอ อินทรเองก็ลืมตา เขาเหมือนกับตัวแข็งไปอึดใจ เพราะไม่คาดคิดว่าภรรยาจะทำอะไรแบบนี้ และคำถามก็เวียนวนไปมาในสมองของเขา ว่าเฉิดโฉมทำมันลงไปทำไม“พี่โฉมถ่ายรูปของหงส์และป๊าไปทำไมคะ” “ก็...” “คิดจะแบล็กเมล์อะไรเราสองคนหรือโฉม”น้ำเสียงเย็นๆ ของสามี ทำให้เธออยากเป็นลมไปเสียตรงนั้นเพื่อหนีเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น จริงสิ...แล้วเฉิดโฉมก็ร้องกรี๊ดขึ้น ก่อนจะล้มลงเอาดื้อ ๆ ตรงพื้นนั่นแหละ หอมหงส์และอินทรต่างหันมองตากัน หอมหงส์ยักไหล่ แล้วกระซิบเขาเบาๆ “แผนการเดิม ๆ ของนางร้ายตอนทำอะไรไม่ถูกน่ะค่ะ แต่หนูมีวิธีแก้นะคะป๊า”“...”
เฉิดโฉมชะเง้อชะแง้ มองไปยังบริเวณหน้าบ้าน เวลานี้ปรกติแล้วอินทรจะกลับมา เขามักจะตรงเวลายกเว้นถ้าในไร่มีเรื่อง เธอก็หวังให้วันนี้ไม่มีเรื่องอะไร เพราะไม่อย่างนั้น เวลา...มันจะเลื่อน เคลื่อนไปหมด จากที่เธอได้ตั้งใจไว้พวกมันขู่มาอีกแล้วเธอเม้มปากแน่น ใจร้อนผ่าวไปด้วยความร้อนรนทั้งโมโห ทั้งหวาดกลัว แน่ล่ะ เธอทำมันได้ไว สำเร็จไวเท่าไหร่ เธอก็จะรีดเงินนังเด็กนั่นมาใช้ให้พวกมัน อย่างน้อยๆ ส่วนหนึ่งก็ยังดีนังเด็กหอมหงส์มีมรดกเท่าไหร่กันนะ?ถ้าจำไม่ผิดก็หลักร้อยล้านล่ะ อายุยังน้อย มีชื่อเสียงต้องรักษา คงจะยอมจ่าย...ถ้าไม่ยอมจ่ายเรื่องที่เป็นชู้กับผัวเธอ ก็ต้องยอมจ่ายเรื่องอื่นล่ะเฉิดโฉมคิดอย่างมุ่งมั่น เอาเถอะ...ถึงอินทรจะเป็นผู้ชายที่ดี แต่ถ้าต้องแลกกับชีวิตเธอยอมเสียเขาไป หึ...เขาทำให้เธอต้องตัดสินใจแบบนี้เอง ให้เงินเธอมาก็หมดเรื่อง!คิดอย่างหงุดหงิดพานโมโห แล้วก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็นรื่นเริง เมื่อรถของสามีเลี้ยวเข้ามาในบ้าน เธอไปยืนต้อนรับคนทั้งคู่ที่หน้าบ้าน อินทรดูมีสีหน้าแปลกๆ เมื่อลงจากรถมา เขาหลบตาเธอและมีสีหน้าตึงๆ นิดหน่อย ก่อนจะยิ้มให้นิดหนึ่งเมื่อเธอโผเข้าไ
เขาพาเธอเข้ามาในส่วนออฟฟิศที่กั้นไว้เป็นสัดส่วน เมื่อหอมหงส์เข้ามาในห้องแล้วเธอก็มองไปยังโซฟาตัวยาวที่อยู่ในห้องของเขา ตามองสำรวจไปรอบๆ ถามเขาว่ากระจกใสที่เห็นนี้ คนข้างนอกจะมองเข้ามาเห็นไหม?แม้จะสงสัย แต่อินทรก็ตอบออกไปตามตรง“มันเป็นกระจกด้านเดียวครับ เรามองออกไปข้างนอกได้ แต่ทางข้างนอกมองไม่เห็นเรา อาจจะพอมองเห็นได้ลางๆ แต่ไม่ชัดนักถ้าเกิดว่าเราเปิดไฟ และข้างนอกมืดกว่า”“อ๋อ...” เธอพยักหน้า ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะที่จะมองคนตรงหน้า เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน...หอมหงส์เดินไปตรงกระจกหน้าต่างใสบานยาว ที่ทำให้เธอมองเห็นว่ามีพนักงานสองสามคน กำลังทำสวนอยู่ เธอโบกไม้โบกมือใส่พวกนั้น แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองเธอไม่เห็น แน่ล่ะ ก็ตอนนี้เป็นช่วงบ่าย แดดข้างนอกค่อนข้างจ้า แล้วเธอก็เดินไปอีกฝั่งที่เห็นว่าพนักงานส่วนออฟฟิศของเขาสองคนกำลังทำงานอยู่ ลองกวักมือเรียกแต่เหมือนพวกหล่อนก็จะไม่เห็นข้างในเช่นกัน“ทำอะไรน่ะหงส์”อินทรถามอย่างสงสัย หอมหงส์หันมาหาเขาแล้วหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือปิดสวิตซ์ไฟกลางห้องจนมันมีเพียงแสงด้านนอกจากกระจกส่องเข้ามา แน่นอนว่าแบบนี้คนข้างนอกไม่มีทางมองเห็นข้างในเด็ดขาด แต่
หลังจากที่เดินตรวจตราการทำงาน และคุยกับคนงานในไร่แล้วเรียบร้อย เขาก็พาหอมหงส์รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ไร่ เพราะงานติดพัน เฉิดโฉมโทรศัพท์มาบอกว่าการทำประกันเรียบร้อยแล้ว และส่งเอกสารให้เขาดูทางไลน์ ชายหนุ่มแทบไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ เธอบอกว่าทางบริษัทประกันจะทำการหักบัญชีเขาทุกปีเป็นค่าเบี้ยประกันที่ยอดค่าเอาประกันสามสิบล้านบาท เธอบอกว่าจะไปหาอะไรรับประทานข้างนอกกับเจ้าหน้าที่ทำประกันถ้าเป็นเฉิดโฉมแล้วเธอไม่มีทางที่จะมากินข้าวกับคนงานได้เด็ดขาด แต่นี่คือหอมหงส์ เธอหยิบจานข้าวไปต่อคิวกับคนงานก่อนที่เขาจะทันห้ามเสียอีก เพราะตอนแรกตั้งใจจะพาไปกินข้าวข้างนอกเมื่อเธอบอกว่าหิว ขณะที่เดินผ่านโรงอาหารของไร่ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะวิ่งเข้าไปแล้วก็ถามว่ากินข้าวด้วยไหมคะ? แล้วก็เอาจานข้าวไปต่อคิวกับคนงานเฉยแบบนั้น“อร่อยดีนะคะ อันนี้อะไรคะ? หนูเพิ่งเคยกิน” “เป็นอาหารเหนือ เค้าเรียกว่าแกงฮังเล” ชายหนุ่มอธิบาย ตั้งแต่ที่แต่งเฉิดโฉมเข้าบ้านมา ย้ายมาอยู่กับเขา ที่บ้านก็ไม่ค่อยได้ตั้งโต๊ะอาหารเหนือ เพราะเธอบอกว่าไม่คุ้นลิ้น เธอชอบอาหารภาคกลางและอาหารฝรั่งมากว่า เขาถึงกับจ้างเชฟมาใหม่เพื่อทำอาหารให้เธอรั
“เป็นยังไงบ้างกลับไปที่บ้านมา” อินทรถาม แค่มีเธอข้างๆ ชีวิตก็ช่างสดชื่น ราวกับได้ของสำคัญที่เป็นพลังหล่อเลี้ยงใจกลับคืนมา เขาหันมองเธอ หอมหงส์กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ด้วยนัยน์ตาที่ทำให้เขายิ่งปลื้มเข้าไปอีก “คิดถึงป๊าค่ะ”“หืม?”“ก็กลับไปบ้าน อยู่ไกลป๊า หนูก็คิดถึงป๊ายังไงล่ะคะ เลยรีบทำเรื่องให้เสร็จแล้วก็รีบกลับมาหาป๊า”เธอเอามือเขาข้างหนึ่งไปแนบแก้ม แล้วจูบเบาๆ อินทรถึงกับทำรถกระตุก เขาดึงมือออกจากการเกาะกุมที่ชวนใจสั่นนั่น แล้วลูบผมเธอเบาๆ พลางเอาไปกุมพวงมาลัยรถไว้แบบเดิม“หงส์...อย่าพูดแบบนั้นสิครับ” เขาโอดเธอ จะตัดใจแล้วจะตัดได้ยังไงนะ นับวันมันเหมือนยิ่งต่อให้ยาวไปกันใหญ่ “ก็คิดถึงป๊าจริง นี่คะ คิดถึงไม่ได้เหรอ”เธออ้อน แล้วเอนตัวมาซบไหล่เขา อินทรถอนใจเฮือก เขาจะทำอย่างไรดีกับเธอและใจตัวเองดี“เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ ป๊าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ป๊าไม่อยากเอาเปรียบ หรือว่ารังแกหงส์อีก”“มันไม่ใช่เอาเปรียบเสียหน่อย หงส์ต่างหากที่เอาเปรียบป๊า อยากได้ความรักและความสุขจากป๊า” เธอว่า นัยน์ตาที่เงยมองเขามันเริ่มชุ่มด้วยหยาดน้ำอีกแล้ว“ถ้าอย่างนั้น...ป๊าให้ลิมิตแค่...”เข







