LOGINหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปกับการมาอยู่ที่บ้านของอดีตแม่เลี้ยง...ที่ตอนนี้ได้รับอำนาจเป็นผู้ปกครองของหอมหงส์
เธอมองเงาสะท้อนในกระจกแล้วยิ้มให้ตัวเอง
เด็กสาววัยสะพรั่ง หน้าตาสวยน่ารัก มีเสน่ห์
ที่มองตอบกลับมา ทำให้หอมหงส์ยิ่งมั่นอกมั่นใจว่าเธอจะทำให้ใครบางคน...หลงกับเสน่ห์ความใส ความสาวนี้ได้
เขาคือเป้าหมาย
เขาคือสิ่งที่เธอจะต้องพิชิต
หอมหงส์หมุนตัวอีกรอบ เธอเลือกจะใส่เชิ้ตตัวโคร่งลายสก็อตสีน้ำเงินสลับดำ กางเกงยีนขาสั้นอวดขาเรียวสวย ผิวของเธอดูขาวผ่องตัดกับชุดสีเข้มที่สวม เธอแทบไม่แต่งหน้านอกจากทาแป้งรองพื้นบางๆ กับลิปสติกสีชมพูเรื่อ ปัดมาสคาร่าอีกเล็กน้อย ธรรมชาติของวัยทำให้ไม่ต้องเติมแต่งอะไรมาก ก็สวยสดใสน่ามอง
หอมหงส์คว้าหมวกปีกกว้างมาสวม แล้วเดินก้าวออกไปจากห้อง ห้องของเธออยู่ตรงกันข้ามกับห้องของคุณป๊า...ใช่เขาคือคุณป๊าของเธอแล้วตอนนี้ ทุกคนในบ้าน และที่ทำงานรู้ว่าตอนนี้พ่อเลี้ยงอินทรมีลูกสาวหนึ่งคน ที่คอยติดหนึบกับเขา ลูกสาวคนสวย น่ารักเหลือเกิน และกำลังเป็นขวัญใจของคนในอาณาจักรของเขาภายในเวลาแค่อาทิตย์เดียว เพราะความช่างพูด ช่างฉอเลาะ สดใสของเธอ
และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้พ่อเลี้ยงอินทรนึกเอ็นดูและให้การสนิทสนมเปิดใจกับหอมหงส์ นั่นก็เพราะความ 'สงสาร'
หอมหงส์ยิ้มนิดๆ ขณะที่เคาะประตูห้องของพ่อเลี้ยงอินทรและมารดาเลี้ยงคนสวย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เธอยืนรอเพียงครู่ประตูก็เปิดออก เธอยิ้มรับคนที่มาเปิดประตูให้กับเธอ พ่อเลี้ยงหนุ่มยังอยู่ในชุดนอน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยที่เห็นเธอ ก่อนจะเอ่ยทักเสียงอ่อนโยน
"อรุณสวัสดิ์ เอ...มีนัดกับป๊าหรือเปล่าครับมาเคาะแต่เช้าเลย"
"ค่ะ วันนี้ป๊าบอกว่าจะพาหนูไปดูสวนอะโวคาโดใช่ไหมคะ"
เสียงใสเอ่ยตอบรับ ท่าทางดูตื่นเต้นของเธอทำให้เขานึกต่อว่าไม่ลงที่เธอถือวิสาสะมาเคาะห้องนอนของเขากับเฉิดโฉมทั้งที่ไม่ใช่เวลาที่ควรจะมารบกวนกัน มันยังเช้าเกินไป
"ครับ แต่นี่มันยังไม่หกโมงเลยนะครับหนูหงส์ เรานัดกันตอนไหนนะ?"
"เอ้า...หรือคะ"
เธอแสร้งทำหน้าตื่น แล้วก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ
"อุ๊ย...จริงๆ ด้วยสิคะ หนูดูนาฬิกาผิดนึกว่านี่แปดโมงแล้ว ตายแล้ว...ยังไม่หกโมงเลย มิน่าล่ะลงไปข้างล่างก็ยังแปลกใจที่ไม่เห็นป๊าที่โต๊ะอาหาร หนูก็นึกว่าวันนี้ตั้งข้าวเลต"
"โธ่เอ๊ย!"
เขาหัวเราะ แล้วเอื้อมมือโคลงศีรษะเธออย่างนึกเอ็นดูกับสีหน้าของเธอ
"งั้นไหน ๆ ก็ตื่นเช้ากันขนาดนี้แล้ว ป๊าตื่นแล้วก็คงนอนไม่ได้ล่ะ อืม...เดี๋ยวป๊าจะพาไปชิมโจ๊กอร่อย ๆ"
"ว้าว...ดีเลยค่ะอยากชมบรรยากาศยามเช้าของเชียงใหม่มากๆ เลยค่ะ"
"ไปสิ...รอป๊าแป๊บหนึ่งนะครับ..."
"อะไรกันคะ? คุณอินใครมาเคาะแต่เช้า"
เสียงหวานๆ ค่อนข้างงัวเงียของเฉิดโฉมดังขึ้นมา หอมหงส์ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป แล้วตรงไปยังเตียงที่มีร่างของแม่เลี้ยงสาวกำลังลุกขึ้นมาทรงตัวนั่ง
"พี่โฉมขา ไปด้วยกันไหมคะ"
เฉิดโฉมสะดุ้งน้อยๆ เมื่อเด็กสาวโถมขึ้นมาบนเตียงแล้วกอดรอบเอวเธอ เฉิดโฉมรีบตลบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเองเพราะเธอเปลือยเปล่า...
"อุ๊ย"
หล่อนหน้าแดง ขณะที่หอมหงส์ทำตาโตเมื่อรับรู้ว่าฝ่ายนั้นเปลือย ก่อนจะอมยิ้มแล้วผละออกห่าง เธอมองเฉิดโฉมเหมือนรู้ว่าทำไมหล่อนถึงเปลือยกายนอน
"หนูขอตัวก่อนนะคะ ป๊าคะ ไปรอข้างล่างนะคะ พี่โฉมยังไงไปด้วยกันนะคะ จะได้ไปกินข้าวเช้านอกบ้านด้วยกันแบบครอบครัว"
ว่าแล้วก็เดินแกมวิ่งออกไปจากห้อง อินทรปิดประตูขณะที่เฉิดโฉมคิ้วขมวด หล่อนยังคงตกใจที่เด็กหอมหงส์เข้ามาถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ เพราะระหว่างที่เธออยู่ในฐานะแม่เลี้ยง ตอนที่ยังอยู่กับพ่อของหอมหงส์ ทางนั้นไม่เคยถือสนิท ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้ามาสนทนาส่วนตัวอะไรด้วย
หอมหงส์ที่เธอเคยจำได้คือเด็กนิ่งๆ เก็บตัว วิ่งหนีขึ้นไปยังห้องของตัวเองทุกหน ยามเธอทักทาย ไม่ต้องคิดว่าจะชวนไปไหนมาไหนแบบที่คนในครอบครัวกันทำหรอก เพราะระยะห่างระหว่างเธอกับลูกเลี้ยง คือเยอะมาก แม้ว่าอดีตสามีจะพยายามให้ลูกและเมียใกล้ชิดกันแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยทำได้สักหน
เอาจริงๆ เธอก็แปลกใจว่าทำไมหอมหงส์ถึงกลายเป็นคนร่าเริง เข้ากับคนง่าย สดใสมากขึ้น แถมยังเข้าหาตีสนิทกับเธออีกด้วย
"ไปด้วยกันไหม"
อินทรเดินไปที่ห้องน้ำหันมาเอ่ยชวนภรรยาที่ยังคงนั่งหน้ายุ่งอยู่บนเตียง เฉิดโฉมเม้มปากเล็กน้อย แล้วก็สั่นหน้า เธอยังไม่อยากลุกจากที่นอน อีกอย่างสวนอะโวคาโดที่สามีพึ่งจะซื้อมาก็ไม่ได้มีอะไรน่าชมน่ามอง มันก็คือต้นไม้รกๆ มีอะไรน่าไปเที่ยวกัน ยุงเอยอะไรเอย เยอะไปหมด เธอนอนอยู่บ้าน แล้วก็ไปทำตามแพลนของเธอดีกว่า วันนี้เอ็ดกลับอเมริกาแล้วเธอจะต้องไปส่งสักหน่อย
ส่งท้าย...
หนนี้เขาอยู่นาน เธอรับหน้าที่คนพาเที่ยวเมืองไทย บอกกับสามีว่าไปกับเพื่อน พ่อเลี้ยงอินทรไม่ได้ระแคะระคายใดๆ ว่าเพื่อนของภรรยาคือเพศไหน เธอถ่ายรูป เซลฟี่มาให้เขาดูบ้างยามที่บอกว่าไปหาหุ้นส่วน เขาก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย
เขาเป็นผัวที่ดีและน่ารักมาก
"ไม่ดีกว่าค่ะ วันนี้เพื่อนโฉมจะกลับบ้านแล้วคงจะต้องไปส่ง อินไปกับน้องหงส์เถอะค่ะ"
อินทรเข้าไปในห้องน้ำ ขณะที่เธอล้มตัวลงนอนต่อ หลับตาพริ้ม เนื้อตัวสั่นระริกนึกถึงบทรักของเอ็ด ที่ช่างดุดันถึงอกถึงใจ ห่างกันไปนานมาเจอกันใหม่อะไรๆ ก็ดุเด็ดเผ็ดมัน สองอาทิตย์นี้เหมือนเธอได้ทัวร์ฮันนีมูนกับชู้รัก
เอ็ดยังคงเด็ดเหมือนเดิม
เธอรอไปส่งเขาไม่ไหวแล้วตอนนี้
เมื่อจรดปากกาลงบนใบหย่าเรียบร้อย ทั้งเฉิดโฉมและอินทรต่างเป็นอิสระต่อกัน เฉิดโฉมจำต้องทำตามที่รับปากกับหอมหงส์ไว้ หล่อนย้ายออกไปจากบ้านของอินทร และเซ็นสลักหลังทะเบียนหย่า ว่าหล่อนจะไม่เรียกร้องสิ่งใดๆ จากสามีที่เป็นสินสมรสให้ยึดตามเงินที่เป็นสินเดิมของแต่ละคน นังหอมหงส์แสบนัก จัดทนายมาด้วยเรียบร้อยและคอยประกบคุมจนการเซ็นใบหย่าเรียบร้อยหึ...เสียดายอินทร เสียดายเงินของเขา แต่ก็ช่างเหอะ คนอย่างเธอชีวิตไม่สิ้นไร้ไม้ตอกหรอก เธอเคยมาจากที่ไหน แล้วไต่เต้ามาได้ถึงขนาดนี้ ทำไมเธอจะกลับมาอีกไม่ได้เธอมีเพื่อน...เพื่อนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและมาด้วยกันอย่างนิลรัตน์นั่นแหละเป้าหมายของเฉิดโฉมที่เธอจะไปขอความช่วยเหลือ และไปต่อยอดชีวิตของเธอให้เดินกลับมาสู่วงการสังคมชั้นสูงนี้ได้อีกหนห้าสิบล้าน...ก็คุ้มอยู่หรอกนะกับการเสียเขาไป ก็ดีกว่าเสียชีวิตนั่นแหละเธอขับรถของเธอออกจากบ้านของอินทร ไม่มีการร่ำลาใดๆ ต่อกันแม้แต่คำเดียว เขาไม่พูดกับเธอเลยด้วยซ้ำจนกระทั่งถึงเมื่อวานที่เป็นวันหย่า คงจะโกรธเธอมั้งที่เธอขายเขาให้เด็กนั่น เฉิดโฉมยักไหล่ คนอย่างเธอจากแล้วก็ไม่มีหันหลังกลับหรอกเธอไม่รู
เฉิดโฉมตัวชาวาบ...เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นด้านหลังเธอ “เสร็จธุระกับการจัดฉากแล้วหรือคะ”หอมหงส์ใส่เสื้อผ้าช้าๆ เธอมองแผ่นหลังของเฉิดโฉมด้วยสายตาแน่วแน่ เย็นชา ดูสิทางนั้นจะตอบว่ายังไง คาหนังคาเขาขนาดนี้ ว่าแม่เลี้ยงของเธอ...ต้องคิดทำอะไรบางอย่างอยู่แน่ ถึงได้มอมเหล้าเธอกับอินทร...รวมถึงจับเธอแก้ผ้าถ่ายรูปในแบบที่ไม่ปรกติกับอินทร“กะ แกหมายถึงอะไร”เฉิดโฉมปากสั่น ตัวสั่นไปหมดตอนนี้ เป็นหนแรกที่เธอทำ...แล้วถูกจับได้ “นั่นสิคะ หมายถึงอะไร” หอมหงส์มองคนข้าง ๆ เธอ อินทรเองก็ลืมตา เขาเหมือนกับตัวแข็งไปอึดใจ เพราะไม่คาดคิดว่าภรรยาจะทำอะไรแบบนี้ และคำถามก็เวียนวนไปมาในสมองของเขา ว่าเฉิดโฉมทำมันลงไปทำไม“พี่โฉมถ่ายรูปของหงส์และป๊าไปทำไมคะ” “ก็...” “คิดจะแบล็กเมล์อะไรเราสองคนหรือโฉม”น้ำเสียงเย็นๆ ของสามี ทำให้เธออยากเป็นลมไปเสียตรงนั้นเพื่อหนีเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น จริงสิ...แล้วเฉิดโฉมก็ร้องกรี๊ดขึ้น ก่อนจะล้มลงเอาดื้อ ๆ ตรงพื้นนั่นแหละ หอมหงส์และอินทรต่างหันมองตากัน หอมหงส์ยักไหล่ แล้วกระซิบเขาเบาๆ “แผนการเดิม ๆ ของนางร้ายตอนทำอะไรไม่ถูกน่ะค่ะ แต่หนูมีวิธีแก้นะคะป๊า”“...”
เฉิดโฉมชะเง้อชะแง้ มองไปยังบริเวณหน้าบ้าน เวลานี้ปรกติแล้วอินทรจะกลับมา เขามักจะตรงเวลายกเว้นถ้าในไร่มีเรื่อง เธอก็หวังให้วันนี้ไม่มีเรื่องอะไร เพราะไม่อย่างนั้น เวลา...มันจะเลื่อน เคลื่อนไปหมด จากที่เธอได้ตั้งใจไว้พวกมันขู่มาอีกแล้วเธอเม้มปากแน่น ใจร้อนผ่าวไปด้วยความร้อนรนทั้งโมโห ทั้งหวาดกลัว แน่ล่ะ เธอทำมันได้ไว สำเร็จไวเท่าไหร่ เธอก็จะรีดเงินนังเด็กนั่นมาใช้ให้พวกมัน อย่างน้อยๆ ส่วนหนึ่งก็ยังดีนังเด็กหอมหงส์มีมรดกเท่าไหร่กันนะ?ถ้าจำไม่ผิดก็หลักร้อยล้านล่ะ อายุยังน้อย มีชื่อเสียงต้องรักษา คงจะยอมจ่าย...ถ้าไม่ยอมจ่ายเรื่องที่เป็นชู้กับผัวเธอ ก็ต้องยอมจ่ายเรื่องอื่นล่ะเฉิดโฉมคิดอย่างมุ่งมั่น เอาเถอะ...ถึงอินทรจะเป็นผู้ชายที่ดี แต่ถ้าต้องแลกกับชีวิตเธอยอมเสียเขาไป หึ...เขาทำให้เธอต้องตัดสินใจแบบนี้เอง ให้เงินเธอมาก็หมดเรื่อง!คิดอย่างหงุดหงิดพานโมโห แล้วก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็นรื่นเริง เมื่อรถของสามีเลี้ยวเข้ามาในบ้าน เธอไปยืนต้อนรับคนทั้งคู่ที่หน้าบ้าน อินทรดูมีสีหน้าแปลกๆ เมื่อลงจากรถมา เขาหลบตาเธอและมีสีหน้าตึงๆ นิดหน่อย ก่อนจะยิ้มให้นิดหนึ่งเมื่อเธอโผเข้าไ
เขาพาเธอเข้ามาในส่วนออฟฟิศที่กั้นไว้เป็นสัดส่วน เมื่อหอมหงส์เข้ามาในห้องแล้วเธอก็มองไปยังโซฟาตัวยาวที่อยู่ในห้องของเขา ตามองสำรวจไปรอบๆ ถามเขาว่ากระจกใสที่เห็นนี้ คนข้างนอกจะมองเข้ามาเห็นไหม?แม้จะสงสัย แต่อินทรก็ตอบออกไปตามตรง“มันเป็นกระจกด้านเดียวครับ เรามองออกไปข้างนอกได้ แต่ทางข้างนอกมองไม่เห็นเรา อาจจะพอมองเห็นได้ลางๆ แต่ไม่ชัดนักถ้าเกิดว่าเราเปิดไฟ และข้างนอกมืดกว่า”“อ๋อ...” เธอพยักหน้า ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะที่จะมองคนตรงหน้า เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน...หอมหงส์เดินไปตรงกระจกหน้าต่างใสบานยาว ที่ทำให้เธอมองเห็นว่ามีพนักงานสองสามคน กำลังทำสวนอยู่ เธอโบกไม้โบกมือใส่พวกนั้น แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองเธอไม่เห็น แน่ล่ะ ก็ตอนนี้เป็นช่วงบ่าย แดดข้างนอกค่อนข้างจ้า แล้วเธอก็เดินไปอีกฝั่งที่เห็นว่าพนักงานส่วนออฟฟิศของเขาสองคนกำลังทำงานอยู่ ลองกวักมือเรียกแต่เหมือนพวกหล่อนก็จะไม่เห็นข้างในเช่นกัน“ทำอะไรน่ะหงส์”อินทรถามอย่างสงสัย หอมหงส์หันมาหาเขาแล้วหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือปิดสวิตซ์ไฟกลางห้องจนมันมีเพียงแสงด้านนอกจากกระจกส่องเข้ามา แน่นอนว่าแบบนี้คนข้างนอกไม่มีทางมองเห็นข้างในเด็ดขาด แต่
หลังจากที่เดินตรวจตราการทำงาน และคุยกับคนงานในไร่แล้วเรียบร้อย เขาก็พาหอมหงส์รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ไร่ เพราะงานติดพัน เฉิดโฉมโทรศัพท์มาบอกว่าการทำประกันเรียบร้อยแล้ว และส่งเอกสารให้เขาดูทางไลน์ ชายหนุ่มแทบไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ เธอบอกว่าทางบริษัทประกันจะทำการหักบัญชีเขาทุกปีเป็นค่าเบี้ยประกันที่ยอดค่าเอาประกันสามสิบล้านบาท เธอบอกว่าจะไปหาอะไรรับประทานข้างนอกกับเจ้าหน้าที่ทำประกันถ้าเป็นเฉิดโฉมแล้วเธอไม่มีทางที่จะมากินข้าวกับคนงานได้เด็ดขาด แต่นี่คือหอมหงส์ เธอหยิบจานข้าวไปต่อคิวกับคนงานก่อนที่เขาจะทันห้ามเสียอีก เพราะตอนแรกตั้งใจจะพาไปกินข้าวข้างนอกเมื่อเธอบอกว่าหิว ขณะที่เดินผ่านโรงอาหารของไร่ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะวิ่งเข้าไปแล้วก็ถามว่ากินข้าวด้วยไหมคะ? แล้วก็เอาจานข้าวไปต่อคิวกับคนงานเฉยแบบนั้น“อร่อยดีนะคะ อันนี้อะไรคะ? หนูเพิ่งเคยกิน” “เป็นอาหารเหนือ เค้าเรียกว่าแกงฮังเล” ชายหนุ่มอธิบาย ตั้งแต่ที่แต่งเฉิดโฉมเข้าบ้านมา ย้ายมาอยู่กับเขา ที่บ้านก็ไม่ค่อยได้ตั้งโต๊ะอาหารเหนือ เพราะเธอบอกว่าไม่คุ้นลิ้น เธอชอบอาหารภาคกลางและอาหารฝรั่งมากว่า เขาถึงกับจ้างเชฟมาใหม่เพื่อทำอาหารให้เธอรั
“เป็นยังไงบ้างกลับไปที่บ้านมา” อินทรถาม แค่มีเธอข้างๆ ชีวิตก็ช่างสดชื่น ราวกับได้ของสำคัญที่เป็นพลังหล่อเลี้ยงใจกลับคืนมา เขาหันมองเธอ หอมหงส์กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ด้วยนัยน์ตาที่ทำให้เขายิ่งปลื้มเข้าไปอีก “คิดถึงป๊าค่ะ”“หืม?”“ก็กลับไปบ้าน อยู่ไกลป๊า หนูก็คิดถึงป๊ายังไงล่ะคะ เลยรีบทำเรื่องให้เสร็จแล้วก็รีบกลับมาหาป๊า”เธอเอามือเขาข้างหนึ่งไปแนบแก้ม แล้วจูบเบาๆ อินทรถึงกับทำรถกระตุก เขาดึงมือออกจากการเกาะกุมที่ชวนใจสั่นนั่น แล้วลูบผมเธอเบาๆ พลางเอาไปกุมพวงมาลัยรถไว้แบบเดิม“หงส์...อย่าพูดแบบนั้นสิครับ” เขาโอดเธอ จะตัดใจแล้วจะตัดได้ยังไงนะ นับวันมันเหมือนยิ่งต่อให้ยาวไปกันใหญ่ “ก็คิดถึงป๊าจริง นี่คะ คิดถึงไม่ได้เหรอ”เธออ้อน แล้วเอนตัวมาซบไหล่เขา อินทรถอนใจเฮือก เขาจะทำอย่างไรดีกับเธอและใจตัวเองดี“เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ ป๊าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ป๊าไม่อยากเอาเปรียบ หรือว่ารังแกหงส์อีก”“มันไม่ใช่เอาเปรียบเสียหน่อย หงส์ต่างหากที่เอาเปรียบป๊า อยากได้ความรักและความสุขจากป๊า” เธอว่า นัยน์ตาที่เงยมองเขามันเริ่มชุ่มด้วยหยาดน้ำอีกแล้ว“ถ้าอย่างนั้น...ป๊าให้ลิมิตแค่...”เข







