Masukองค์ฟาโรห์เสด็จกลับมาจากตำหนักตะวันตก จึงรีบเสด็จเข้ามาในตำหนักตะวันออกทันที เหล่านางกำนัลถอดฉลองพระองค์จากพระวรกายออก นางกำนัลสองคนหมายจะจับความเป็นชายที่กำลังแข็งเป็นไต เพื่อช่วยใช้พระองค์เสร็จสม พวกนางก็พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย เพราะองค์ฟาโรห์นิยมเสพสังวาสดุเดือดแค่ไหน องค์ฟาโรห์กดนางกำนัลผู้นั้นนั่งลุกคุกเข่า นางกำนัลผู้นี้รู้ดีว่าต้องทำสิ่งใดจึงใช้ริมฝีปากโลมเลียความเป็นชายทันที และใช้มือช่วยสาวขึ้นลง องค์ฟาโรห์ปิดพระเนตรลงทันที
"อา..." นางกำนัลผู้นี้เข้าออกตามที่พระหัตถ์หนากำลังกดหัวของนาง ทำให้นางสำลักสายธารของพระองค์ที่พวยพุ่งออกมา และไหลย้อนมาที่ริมฝีปากด้วยเช่นกัน นางกำนัลผู้นี้จึงใช้นิ้วกลางเกลี่ยริมฝีปากราวกับยั่วยวน และนางก็ลุกขึ้นยืนหมายจะเล้าโลมให้พระองค์อยากเสพสังวาสกับนาง แต่พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้น ทำให้นางต้องถอยออกจากห้องทรงน้ำรวมถึงนางกำนัลที่อยู่ในบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน ถ้ายังดื้อดึงอยู่ต่อหัวอาจจะหลุดออกจากบ่าก็เป็นได้ องค์ฟาโรห์เสด็จลงมาประทับนั่งในสระสรงน้ำขนาดใหญ่ ที่สามารถลงไปในสระนั้นได้สิบกว่าคน อีกทั้งมองออกผ่านพระบัญชร ทอดพระเนตรเห็นเมืองที่กว้างใหญ่กินเนื้อที่สุดลูกหูลูกตา และทอดพระเนตรเห็นฝั่งของแม่น้ำไนล์ที่ไหลหล่อเลี้ยงชาวอียิปต์อีกมากมาย องค์ฟาโรห์ทรงระลึกถึงองค์หญิงอาร์ทีน่าครั้งที่เห็นพระพักตร์ครั้งแรกในท้องพระโรงวันนี้ ทำให้พระองค์หลงใหล จนไม่อยากเสพสังวาสกับนางกำนัลผู้นั้น ทั้งที่พระองค์เกิดกำหนัดถึงเพียงนี้ แค่คิดถึงพระพักตร์งดงามขององค์หญิงอาร์ทีน่าที่มากไปด้วยพระสิริโฉม ทำให้พระองค์เปลี่ยนพระทัยไม่เสพสังวาสกับนางกำนัลผู้นั้น "แต่เห็นเจ้าเพียงครั้งเดียว ทำให้ข้าคลั่งไคล้ถึงเพียงนี้ ถ้าข้าได้เสพสังวาสกับเจ้า ข้าจะไม่ให้นอนสามวันสามคืนเลยทีเดียว น้องหญิง" "ฝ่าบาท เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือพระเจ้าค่ะ" อารอสทูลถามองค์ฟาโรห์ เขามองเห็นใต้พระเนตรที่ดำคล้ำ ราวกับว่าคนไม่ได้นอนทั้งคืน "ใช่ เมื่อคืนข้านอนไม่ค่อยหลับ" องค์ฟาโรห์ตรัสเรียบเฉย พระองค์ทอดพระเนตรมองฎีกาที่เหล่าขุนนางถวายให้พระองค์ หลังจากนั้นไม่นานนัก ทหารหน้าพระตำหนักเข้ามารายงานว่า ผู้ตรวจการแทนพระองค์ขอเข้าเฝ้า "เข้ามาได้" องค์ฟาโรห์ตรัสเรียบเฉย ชายหนุ่มผู้นึ่งก้าวเดินเข้ามาในห้องทรงงานขององค์ฟาโรห์ ชายผู้นี้จึงถวายบังคมพระองค์ทันที "ถวายบังคม พระเจ้าค่ะ" ชายผู้นี้เขามีนาม ซามอน เขามีตำแหน่งหน้าที่เป็นผู้ตรวจการแทนพระองค์ อีกทั้งเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของราชองครักษ์อารอส "มีอะไรจะรายงานข้า" องค์ฟาโรห์ฟาโรห์ตรัสถาม "ปีนี้น้ำดี เก็บเกี่ยวได้พอสมควร ตั้งแต่ที่พระองค์ลดภาษี ชาวบ้านชาวเมืองก็มีความสุข" ซามอนทูลองค์ฟาโรห์ถึงความสุขของเหล่าราษฎรเช่นนี้ ทำให้องค์ฟาโรห์ทรงมีความปีติยินดียิ่งนัก หลังไม่ได้ทำสงครามมาห้าปี เหล่าราษฎรก็กินดีอยู่ดีมากขึ้น สุขใดจะเท่ากับราษฎร์กินดีอยู่ดี "เจ้าไปพักผ่อนเถอะ" องค์ฟาโรห์ทรงตรัสเช่นนี้กับซามอน "พระเจ้าค่ะ" ซามอนน้อมรับพระราชบัญชาทันที "คืนนี้เจ้าสองคนมานั่งกินเหล่าเป็นเพื่อนข้า" องค์ฟาโรห์ตรัสอีกครั้ง "พระเจ้าค่ะ" ทั้งสองทูลองค์ฟาโรห์พร้อมกัน องค์หญิงอาร์ทีน่าตื่นจากบรรทมช้าๆ ทอดพระเนตรมองไปรอบห้อง ทำให้พระนางทรงล่วงรู้ได้ทันทีว่า ที่นี่คือตำหนักตะวันตกขององค์ราชินี พระนางทรงระลึกได้ว่าพระนางเสวยน้ำหวานที่ทำจากผลองุ่น และทอดพระเนตรนางรำระบำชาอีกอียิปต์ที่ร่ายรำไปกับเสียงดนตรี หลังจากนั้นก็บรรทมบนพระเก้าอี้อย่างไม่รู้องค์ แต่ทว่าผู้ใดพาพระนางกลับมา "ข้ากลับมาได้อย่างไร เมื่อคืนข้ายังอยู่ในงานเลี้ยงอยู่เลย" องค์หญิงอาร์ทีน่าตรัสถามด้วยความสงสัย "เมื่อคืน องค์หญิงบรรทมที่พระเก้าอี้ องค์ฟาโรห์ทรงอุ้มองค์หญิงกลับมาที่ตำหนักเพคะ" เซียราทูลบอกด้วยรอยยิ้ม องค์หญิงกลับมีพระพักตร์แดงราวกับแต่งแต้มด้วยสีชาดด้วยความเขินอายที่บรรทมอย่างไม่รู้พระองค์เช่นนี้ ต่อพระพักตร์ขององค์ฟาโรห์ "ข้าอยากอาบน้ำแล้ว" องค์หญิงตรัสแผ่วเบา และเสด็จลงจากพระแท่นบรรทมเสด็จไปยังสระน้ำ โดยมีซาเลนประคองพระนางขณะที่เสด็จจนมาทะลุออกจากถ้ำของอีกฝั่งหนึ่ง ทอดพระเนตรเห็นธารน้ำตกที่ไหลจากภูเขา กระทบสู่สายธารน้ำตกในยามค่ำคืน แต่มีคบไฟที่ส่องแสงสว่างไม่ให้มืด ทอดพระเนตรเห็นผีเสื้อราตรีรูปร่างงดงามสีสันสวยงามบินวนอยู่ที่ตรงหน้าหลากหลายตัว พระนางแย้มพระสรวลด้วยความดีพระทัย “เจ้าชอบไหมเมอร์อาร์” องค์ฟาโรห์ตรัสถามอย่างอ่อนโยน พระนางหันมาหาพระองค์ ทอดพระเนตรเห็นสายพระเนตรอ่อนโยนและเป็นประกายเหมือนดวงดาวบนท้องนภา องค์ราชินีหันพระพักตร์หนีด้วยความเอียงอาย “ชอบเพคะ แต่พระองค์ใช้พลังเวทย์มากเกินไปหรือไม่เพคะ” องค์ราชินีตรัสถามด้วยความสงสัยแผ่วเบา องค์ฟาโรห์แย้มพระสรวลและใช้พระหัตถ์เชยพระหนุขึ้นมา องค์ราชินีจึงทอดพระเนตรที่กำลังแย้มพระสรวลให้พระนาง และนำพระพักตร์ชิดที่พระปรางค์ ทำให้พระนางทรงรู้สึกร้อนไปทั้งพระวรกายอย่างยิ่ง “ข้าทำมากกว่านี้ ข้าก็ทำมาแล้ว อย่างเช่น...” องค์ฟาโรห์ตรัสแผ่วเบาและวาบหวามยิ่งนัก แต่ยิ่งไปกว่านั้นพระนางกลับทรงรู้สึกเย็นไปทั้งพระวรกายยิ่งนัก พระนางจึงก้มลงดูพระวรกายที่ไร้สิ้นฉลองพระองค์สีขาวสะอาดที่สวมใส่มาก อีกทั้งองค์ฟาโรห์ก็เปลือยเปล่าด้วยเช่นกัน “ฝ่าบาท” องค์ราชินีตรัสแผ่วเบา
เพลาผ่านพ้นไปถึงสิบปี อาณาจักรไอยคุปต์ยังคมสงบสุขร่มเย็นยิ่งนัก อีกทั้งองค์ฟาโรห์ประกาศแสนยานุภาพทั่วลุ่มแม่น้ำไนล์ เมื่อให้ดินแดนไอยคุปต์แห่งนี้เป็นปึกแผ่น และไม่มีใครกล้ามาต่อกรกับพระองค์ได้ อีกทั้งองค์ฟาโรห์ทรงให้อูนัสไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่มิโนอัน เมื่อสามปีมานี้ องค์กษัตริย์แห่งนูเบียก่อกบฏขึ้น พระองค์ให้คาเฟรไปปราบยันราบคาบ และให้คาเฟรไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่นูเบียด้วยเช่นกัน แต่ทั้งสองกลับไปยอมไปจากอียิปต์ เพราะสองเป็นห่วงความปลอดภัยของพระองค์ องค์ฟาโรห์จนใจที่จะตรัสกับพวกเขาทั้งสอง จึงให้ผู้อื่นไปแทนองค์ราชินีเมอร์อาร์ได้มีโอรสและพระธิดาให้องค์ฟาโรห์อินโยเซฟสององค์ คือองค์ชายราโมส ผู้ดุดันและห้าวหาญ ทั้งที่ยังเป็นยังทรงพระเยาว์ เพราะถูกเลี้ยงดูจากสังฆราชคานัน แห่งมหาวิหารเทพโอไซริส พระองค์ชายเชี่ยวชาญด้านตำราสงคราม อีกทั้งยังเชี่ยวชาญการต่อสู้ไม่ต่างจากองค์ฟาโรห์ ทำให้เป็นที่พอพระทัยขององค์ฟาโรห์ยิ่งนัก ส่วนองค์หญิงเนเฟอร์ตารี ผู้มีพระสิริโฉมงดงามดุจองค์ราชินีไม่มีผิด แต่อุปนิสัยต่างจากองค์ราชินียิ่งนัก ด้วยอุปนิสัยอ่อนหวาน สุขุมนุ่มลึก และทำสิ่งใดเชื่องช้าประณีตจริงจังไปเสี
“องค์หญิงเมริอังค์” อูนัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา องค์หญิงหันพระพักตร์มามองเขา อีกทั้งทรงแย้มพระสรวลให้กับเขาทันที บ่าวรับใช้ของอูนัสจึงก้าวเดินออกไปทันทีเมื่อเห็นพระพักตร์ขององค์หญิงอย่างแจ่มชัด“ท่านจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ถ้าท่านจะอาบข้าจะเดินออกไปทันที” องค์หญิงตรัสเช่นนี้“ท่านมาได้อย่างไร แล้วใครพาท่านมา” อูนัสทูลถามด้วยความสงสัย เพราะไม่เห็นข้าหลวงตามเสด็จมา“ข้ามาคนเดียว” องค์หญิงตรัสเช่นนี้ แล้วเสด็จไปหาอูนัส ประทับยืนเผชิญหน้าก็เขา“ทำไมข้าจะมาบ้านของว่าที่สวามีของข้าไม่ได้เล่า” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา แล้วใช้พระหัตถ์เรียวลูบใบหน้าของเขามาที่คางมล“แต่มันอันตรายมาก ถ้าเสด็จมาองค์เดียวเช่นนี้” อูนัสทูลบอกจริงจัง“ข้ารู้ แต่ข้าอยากมาหาท่าน” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา ด้วยพระสุรเสียงอันเย้ายวน อูนัสกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆ“ให้หม่อมฉันไปหาองค์หญิงที่ตำหนักก็ได้” อูนัสทูลบอกแผ่วเบา“ข้าอยากมาเห็นกับตา ว่าท่านมีหญิงอื่นหรือไม่”“หม่อมฉันตัวเปล่ามาโดยตลอด” อูนัสทูลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง องค์หญิงใช้พระหัตถ์เรียวที่ลูบลงบนปลายคางของเขามาประทับที่อกด้านซ้ายแผ่วเบา“ข้าเชื่อท่าน” องค์หญิงตรัสเช่นนี้ แล้วเสด
“เสด็จพี่ ความจริงแล้วข้าก็อยากแต่งงานกับชายผู้หนึ่ง แต่ว่าข้ากลัวเขาจะไม่ตอบรับไมตรีจากข้า” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา“ชายผู้นั้นคือคนที่อยู่ใกล้ชิดองค์ฟาโรห์ใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามเช่นนี้ ทำให้องค์หญิงที่สีพระพักตร์แดงราวกับสีชาดมาแต่งแต้มอย่างยิ่ง“ใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามอีกครั้ง“เพคะ” องค์หญิงตรัสแผ่วเบาแทบจะเป็นกระซิบ“อูนัสใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามเช่นนี้ องค์หญิงแย้มพระสรวลเอียงอายอย่างยิ่ง“เพคะ” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา องค์ราชินีแย้มพระสรวลอย่างไม่ปิดบัง เพราะงานของพระนางสำเร็จลุล่วงไปเสียแล้ว ว่าแต่อูนัสจะยอมอภิเษกหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่องค์ฟาโรห์จะเจรจากับอูนัสว่าเช่นไรงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเหนือเผ่าคาซัสและการตั้งพระครรภ์ขององค์ราชินีทำให้องค์ฟาโรห์ดีพระทัยยิ่งนักที่ได้รับข่าวดีที่สองข่าวในวันเดียวกัน องค์ฟาโรห์หันไปทอดพระเนตรองค์ราชินีมอร์อาร์ที่มีพระสิริโฉมงดงามกว่าทุกวัน วันนี้พระนางฉลองพระองค์สีทองทำจากทองคำทั้งองค์ โดยชุดฉลองพระองค์ชุดนี้ปิดพระถันไว้ทั้งสองข้างและมีสายผูกที่ด้านหลัง และคล้องพระอังสาทั้งสองข้าง ด้านล่างนั้นเป็นผ้าที่ทำจากทองคำปิดพระโยนีตรงกลาง และเปิด
องค์ฟาโรห์ประทับนั่งข้างองค์ราชินีที่ประทับนอนบนพระแท่นบรรทม ขณะที่หมอหลวงกำลังตรวจพระชีพจรของพระนาง หมอหลวงเผยยิ้มและทอดสายตามององค์ฟาโรห์และองค์ราชินี“หม่อมฉันยินดีด้วยเพคะ องค์ราชินีทรงตั้งพระครรภ์แล้วเพคะ” หมอหลวงหญิงทูลบอกด้วยรอยยิ้มไม่ปิดบัง“ขอบใจเจ้ายิ่งนักองค์ราชินี” องค์ฟาโรห์ตรัสด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่ง เหล่านางกำนัลและเหล่าข้าหลวงต่างยินดีด้วยเช่นกัน“เทียร่า นำเงินให้นางด้วย” องค์ราชินีมีพระเสาวนีย์เช่นนี้ เทียร่าจึงส่งถุงเงินให้หมอหลวงโดยทันที องค์ฟาโรห์ทอดทองพระกรให้หมอหลวงด้วยเช่นกัน“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” หมอหลวงถวายบังคมอย่างนอบน้อม“เทียร่าไปส่งนาง” องค์ราชินีมีพระกระแสรับสั่งต่อเทียร่า“เพคะ องค์ราชินี ท่านหมอหลวงเชิญทางนี้เจ้าค่ะ”เทียร่านำทางหมอหลวงออกจากตำหนักกลางขององค์ฟาโรห์ พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นทันที เหล่าข้าหลวงถวายบังคมองค์ฟาโรห์ และก้าวออกไปทันที องค์ฟาโรห์แย้มพระสรวลทอดพระเนตรพระนางด้วยความรักอันท่วมท้นองค์ราชินีแย้มพระสรวล และประทับนั่ง ขณะที่องค์ฟาโรห์ประคองพระนางทันที“ฝ่าบาทเพคะเดี๋ยวเตรียมตัวไปงานเลี้ยงในเย็นนี้เถิดเพคะ” องค์ราชินีตรัสเช่นนี้“ข้า
องค์ฟาโรห์เสด็จเข้ามาในห้องทรงงาน พระองค์ทอดพระเนตรอูนัสและองค์หญิงเมริอังค์จากด้านหลัง ทำให้พระองค์กลับแย้มพระสรวล เพราะพระองค์ทรงล่วงรู้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง แต่พระองค์กลับวางพระพักตร์เรียบเฉยเสด็จมาประทับนั่งที่พระเก้าอี้ แล้วทอดพระเนตรมององค์หญิงและทอดพระเนตรอูนัส พระองค์จึงตรัสถาม“เรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่”อูนัสจึงทูลเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้องค์ฟาโรห์ได้สดับรับฟังตั้งแต่ต้นจนจบ องค์ฟาโรห์ได้สดับว่าองค์หญิงถูกลอบทำร้ายด้วยลูกธนู ทำให้พระองค์ทรงพิโรธยิ่งนัก และผู้ที่มาทำร้ายองค์หญิงคือเผ่าซาคัสที่พระองค์ไว้ชีวิตหัวหน้าเผ่า แต่พระองค์มีพระราชดำริผิดมหันต์ที่ปล่อยหัวหน้าเผ่าให้รอดไปเช่นนี้“อูนัสข้าสั่งให้เจ้าไปเอาหัวซาคัสมาให้ข้าภายในสามวัน” องค์ฟาโรห์ตรัสด้วยพระสุรเสียงดุดันด้วยทรงพิโรธยิ่งนัก“หม่อมฉันรับพระราชบัญชาพระเจ้าค่ะ” อูนัสทูลบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น องค์ฟาโรห์หันไปทอดพระเนตรองค์หญิงเมริอังค์ที่ประทับยืนด้านข้างอูนัส“ความจริงแล้วข้าอยากจะสั่งฆ่าพวกข้าทาสบริวารของเจ้ายิ่งนัก แต่เป็นความผิดครั้งแรก ข้าพอให้อภัยได้ แต่กับเจ้าข้าคงต้องดัดนิสัย กักบริเวณ







