LOGIN“บ้าจริง!! เสื้อผ้าเขาไปไหนว่ะ…แล้วจะเรียกผู้หญิงคนนั้นยังไง”
และในขณะที่เขาใช้ความพยายามเขี่ยผ้าห่มผืนบางขึ้นมานั้น จู่ๆร่างที่นอนหลับตาพริ้มอยู่นั้นก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมทั้งลุกขึ้นมานั่งพลางเอ่ยถามอย่างงัวเงีย
“อ้าว!! ได้สติแล้วเหรอคุณ…รู้สึกเป็นยังไงบ้าง”
หญิงสาวคนนั้นผุดลุกขึ้นทั้งยังเดินตรงมายังเขาที่นั่งพยายามยื่นเท้าเขี่ยผ้าห่มอ้าปากค้าง ดวงตาคมเบิกกว้างชะงักค้างไปชั่วขณะ หญิงสาวคนนั้นก็ก้มลงหยิบผ้าห่มที่เขาพยายามเขี่ยมันนั้นขึ้นมา
“เออ…คือ…”
เขาได้แต่ตะกุกตะกัก มองใบหน้านวลเนียนนั้นสลับกับผ้าห่มที่เธอถืออยู่ในมือ แต่แล้วจู่ๆมือเล็กๆนั้นก็จัดการประคองขาขาวๆของเขาขึ้นไว้บนเตียงพลางบ่นงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่มีอาการขัดเขินที่เห็นร่างเปลือยเปล่าของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ขึ้นไปเลย แล้วก็นอนลงไปเลยนะ น้ำเกลือจะหมดกระปุกแล้ว ปวดแผลมั้ย จำอะไรได้หรือเปล่า”
เธอทำเหมือนกับชินชากับร่างเปลือยเปล่าของเขา ทั้งยังคลี่ผ้าห่มคลุมร่างให้อีกต่างหาก
“ที่นี่ที่ไหน แล้วคุณเป็นใคร”
ขุนเขาถามขึ้น ในขณะที่นอนนิ่งให้คนตัวเล็กจับดูโน้นดูนี่ไปเรื่อย
“คุณทำเครื่องบินตกในหุบเขา พวกชาวบ้านขึ้นไปหาของป่าแถวนั้นเห็นเข้าพอดี เลยช่วยพาคุณมาที่นี่”
หญิงสาวตอบ มือยังคงง่วนอยู่กับสายน้ำเกลือ
“คุณเป็นหมอเหรอ”
ชายหนุ่มถาม
“อืม…คุณชื่ออะไร จำชื่อตัวเองได้มั้ย หวังว่าสมองคงไม่กระทบกระเทือนนะ บอกชื่อ นามสกุล อายุของคุณมา”
หญิงสาวถามขึ้น
“ผมชื่อ ขุนเขา คีธ ฮาน อายุ 32 ปี เรียกขุนเฉยๆก็ได้ แล้วคุณ…”
ขุนเขาตอบพลางละท้ายประโยคไว้เป็นเชิงถาม
“ฉันชื่อม่อนดอย เรียกม่อนเฉยๆก็ได้ ฉันแก่กว่าคุณสี่ปี จะเรียกพี่ก็ได้นะไม่ขัด”
หญิงสาวตอบพลางยิ้มน้อยๆส่งมาให้กับเขา ชายหนุ่มชะงักในยิ้มละไมที่ส่งมาให้ แก่กว่าเขาสี่ปีอย่างนั้นเหรอ…เขานึกว่าเธอเป็นเด็กเรียนมหาลัยเสียอีก
“คุณหิวมั้ย ฉันต้มข้าวต้มไว้ให้คุณแล้ว เดี๋ยวไปอุ่นแล้วจะยกมาให้”
เธอบอกพลางทำท่าจะเดินหันหลังไป แต่เขาเรียกไว้เสียก่อน ร่างบางชะงักเล็กน้อย หันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“เออ…คือ…เสื้อผ้าผม…”
ขุนเขาเอ่ยเสียงเบาไม่อาจสบดวงตากลมโตที่มองมา เธอคงจะเห็นทุกซอกทุกมุมของร่างกายเขาหมดแล้ว รวมไปถึง…ตรงนั้นด้วย…น้องชายฝังมุกแท้เจ็ดเม็ดของเขา แต่เห็นเธอนิ่งๆเฉยๆคงจะไม่คิดอะไรมากหรอกมั้ง ยิ่งถ้าเธอเป็นหมอ เรื่องแบบนี้เรื่องเล็ก
“อ่อ…ขอโทษทีเสื้อผ้าคุณฉันต้องตัดออกเพื่อทำแผลให้คุณน่ะ เดี๋ยวฉันหาเสื้อผ้ามาให้คุณใส่ไปพลางๆก่อนแล้วกันนะ”
ม่อนดอยเอ่ยก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องอีกด้านหนึ่งของตัวบ้านเขาคิดว่าคงจะเป็นห้องนอนของหญิงสาวซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก และเพียงชั่วอึดใจเดียวร่างบางก็เดินออกมาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงเลผืนยาวสีเลือดหมูส่งมาให้กับชายหนุ่ม
ขุนเขารับไว้พลางเอ่ยขอบคุณเบาๆ
“ขอบคุณครับ”
“เสื้อกับกางเกงของฉันเอง คุณคงไม่ถือสา”
ม่อนดอยบอกพลางก้มดึงเข็มน้ำเกลือออกจากหลังมือขาว และหันหลังเดินออกไป
ขุนเขามองตามแผ่นหลังบางๆนั้นไปจนหญิงสาวเดินลับสายตา ก่อนจะหันมาจัดการกับตัวเองอย่างทุลักทุเล โดยเขาสวมเพียงแค่กางเกงเท่านั้นส่วนเสื้อเพียงแค่ขยับแขนยังทำไม่ได้เลย แล้วจะให้เขายกแขนขึ้นสวมเสื้อได้ยังไงกัน
“อ่ะ ข้าวต้มร้อนๆ กินเสร็จแล้วจะได้กินยา”
ร่างบางเดินออกมาพร้อมกับชามข้าวต้มร้อนๆหอมกรุ่นควันฉุยลอยแตะจมูกโด่ง ทำให้ท้องของเขาร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้
ม่อนดอยจัดการวางชามข้าวต้มลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าโซฟาไม้ที่เธอนอนอยู่ในตอนแรก แล้วเดินมาพยุงร่างสูงซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักพามานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตรงหน้าโต๊ะที่วางชามข้าวต้มร้อนๆ
“ขอบคุณครับ…เออ…แล้วคุณม่อนไม่ทานด้วยกันเหรอครับ”
ชายหนุ่มถาม
“ไม่อ่ะ…ฉันพึ่งกินไปเมื่อตอนหัวค่ำนี่เอง คุณกินเถอะ กินเสร็จแล้วจะได้ทานยา”
ม่อนดอยตอบพลางทำท่าหยิบหนังสือนิยายแนวโรมานซ์ที่เธอชอบขึ้นมาอ่านต่อจากที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นร่างสูงใช้มือยกช้อนตักข้าวต้มด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ
“ทำไม…ปวดแขนเหรอ”
ม่อนดอยอดที่จะถามออกไปไม่ได้
“นิดหน่อยครับ พอดีผมถนัดซ้าย เลยไม่ชินกับมือขวาเท่าไหร่น่ะครับ”
ขุนเขาตอบพลางยิ้มอายๆ ยังคงพยายามใช้มือข้างไม่ถนัดตักข้าวต้มใส่ปาก แต่ก็เป็นไปด้วยความทุลักทุเล จนม่อนดอยยิ้มน้อยๆอย่างอ่อนใจ
น่ารักแหะ…ท่าทางเหมือนเด็กน้อยพึ่งหัดกินข้าวเลย…อิอิ ม่อนดอยคิด
“มานี่ เดี๋ยวพี่ป้อน”
ม่อนดอยบอกออกไปอย่างลืมตัว พลางถือวิสาสะคว้าช้อนในมือขาวตักข้าวต้มเป่าให้ไอร้อนจางหายก่อนจะยกขึ้นจาอไปที่ริมฝีปากหยักบาง พลางทำปากอ้าราวกับป้อนข้าวเด็กน้อยไม่มีผิด
“อ้า…”
ขุนเขาอ้าปากงับข้าวต้มที่ร่างบางส่งมาให้โดยอัตโนมัติ
ขุนเขามองการกระทำของหญิงสาวที่ทำราวกับเขาเป็นเด็กน้อยทั้งคำเรียกแทนตัวเองว่าพี่ของเธอนั้นอีก มันแปลกๆในความรู้สึกของเขาอยู่นะ
ด้วยความที่เขาเป็นลูกชายคนเดียว และตั้งแต่เขาจำความได้ไม่เคยมีใครปฏิบัติต่อเขาแบบนี้ มีแต่จะเกรงกลัวและปฏิบัติต่อเขาแบบเจ้านายกับลูกน้องทั้งนั้น หรือไม่ก็เอาอกเอาใจเขาด้วยต้องการสิ่งตอบแทนเสียมากกว่า
รึว่า…ที่เธอเอาใจเขาแบบนี้เพราะรู้ว่าเขาเป็นใครอย่างนั้นหรือ? ในเมื่อเธอรู้ชื่อนามสกุลของเขาแล้วจะไม่รู้จักฐานะของเขาอย่างนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้น่า…ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ขุนเขา คีธ ฮาน หรอก ตามสื่อโซเชี่ยลทั้งในและต่างประเทศต่างประโคมข่าวของเขาไม่เว้นแต่ละวัน เป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่รู้จักเขา ฮึ! ขุนเขาคิด
“ผมอิ่มแล้ว”
ม่อนดอยชะงักมือที่กำลังจะส่งช้อนเข้าไปยังปากหยัก มองใบหน้าหล่อเหลาที่หันหนีช้อนที่เธอกำลังจะป้อนให้ พลางหรี่ตามองใบหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์ของคนตรงหน้าและท่าทีที่แข็งขมึงเอาแต่ใจที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม
“ไม่เอาน่าเด็กดี กินอีกหน่อย จะหมดแล้ว กินเสร็จจะได้กินยาแล้วพักผ่อน พรุ่งนี้ถ้าอาการของเธอดีขึ้น พี่จะพาไปสำรวจตรงที่ๆเธอทำเครื่องบินตก”
หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อนเหมือนปลอบเด็กแถมด้วยท่าทีเหมือนกำลังหลอกล่อเด็กน้อยไปเดินซื้อขนมอะไรแบบนั้น
นี่เธอคิดว่าเขาเป็นเด็กรึยังไงกัน แค่เกิดก่อนสี่ปีเอง แถมหน้าตาเขาเชื่อว่าเธอหน้าตาดูรุ่นราวคราวเดียวกับเขาหรือว่าแลดูอ่อนกว่าเสียด้วยซ้ำ ไม่พูดเปล่ามือเล็กๆนั้นยังเอื้อมมาเชยคางที่มีไรหนวดเขียวๆของเขาทำท่าพยักเพยิดให้เขาอ้าปากรับเอาช้อนที่แตะอยู่ตรงริมฝีปากหยักให้ได้
จนชายหนุ่มต้องจำยอมอ้าปากงับเอาช้อนข้าวต้มนั้นเข้าไป
ม่อนดอยมองการกระทำนั้นอย่างพอใจ น่ารักดีแฮะ…คิดถึงตอนอาทิวไม่สบายเลย เธอก็ต้องบังคับป้อนข้าวให้แบบนี้
“เก่งที่สุดครับ อ่ะ ต่อไปก็กินยา จะได้หายไวๆ”
ร่างบางเอ่ยชมราวกับเขาเป็นเด็กๆ แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับชอบที่เธอทำกับเขาแบบนี้แหะ…
"คุณ..นี่มันก็ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วนะ เมื่อไหร่เราจะได้เป็นผัวเมียกันจริงๆเสียทีอ่ะ"ขุนเขาเอ่ยขึ้นพลางขยับเข้าหาหญิงสาวที่นอนเล่นอ่านหนังสืออยู่บนพรมผืนใหญ่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเตาผิงมากนัก อากาศข้างนอกเริ่มหนาวยิ่งกลางคืนแบบนี้ยิ่งหนาวสะท้าน ถ้าไม่มีเตาผิงตั้งอยู่กลางบ้านแบบนี้ มันคือภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ กลางคืนอากาศหนาวแต่ละครัวเรือนจะนำฝูกที่นอนมานอนเรียงรายกันรอบเตาสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ตรงกลางบ้าน พอตอนเช้าก็เก็บที่นอนให้เรียบร้อย เอากาน้ำร้อนมาต้ม ดื่มชาร้อนๆ บ้านไหนมีเด็กน้อยก็จะเอาข้าวเหนียวมาปั้นเป็นก้อนแผ่ออกเอามาย่างกลายเป็นข้าวจี่กินร้อนๆ พอได้อิ่มท้อง"สองอาทิตย์ที่ไหนกันอ่ะคุณ ฉันว่าฉันพึ่งตัดไหมให้คุณไปเมื่อวันก่อนเองนะ แผลยังไม่หายดีหรอก เป็นเดือนนู้นกว่าจะหายสนิทอ่ะ"ม่อนดอยพยายามเฉไฉทำทีนอนคว่ำอ่านหนังสือต่อ พลางกระเถิบถอยหนีร่างสูงที่บัดนีัเข้ามานอนเบียดจนหญิงสาวได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆที่โชยเข้าจมูกทำให้ใจดวงน้อยเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาจากอก"อุ้ย! คุณขุน ปล่อยนะ จะเอาหนังสือฉันไป
"คุณม่อน จะเอาออกจริงๆ เหรอ"ขุนเขาสบตาร่างบางละห้อย น้ำเสียงเหมือนคนที่ไร้เรี้ยวแรง ท้อแท้และหมดหวังสุดๆ"คุณจะเก็บไว้ก็ได้นะ แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมมีอะไรด้วย เด็ดขาด!"ม่อนดอยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพร้อมกับสวมถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์พร้อมกับดีดเสียงดังเพี๊ยะ! ๆ เหมือนราวกับว่ากำลังข่มขวัญชายหนุ่มอยู่ในที แต่จริงๆแล้วดึงให้มันกระชับแนบกับมือเล็กเรียวเท่านั้นเองแต่เสียงนั้นและน้ำเสียงข่มขู่ของหญิงสาว กลับทำให้ขุนเขาขนลุกซู่ขุนเขายันตัวลุกขึ้นมองหญิงสาวอย่างหวาดๆ ในขณะที่ม่อนดอย เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างชายหนุ่มซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยค่อนไปด้านล่างตรงจุดยุทธศาสตร์ที่หญิงสาวต้องจัดการทันที โดยมีฉากผ้าสีเขียวกั้นไว้ช่วงระหว่างเอว เพื่อปิดไม่ให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้เห็นสิ่งที่หมอกระทำหัถการนั้นเองขุนเขาหลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงเข็มที่แทงเข้าตรงส่วนสงวน รู้สึกปวดหนึบเมื่อเข็มปลายเล็กแหลมทิ่มแทงและรู้สึกเจ็บลึกเมื่อหญิงสาวดันสลิ้งบรรจุยาเริ่มเข้าสู่ลำลิงค์ใหญ่ที่บัดนี้อ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรงเหมือนดั
ขุนเขาตะโกนออกมาอย่างลิงโลด พร้อมทั้งโอบรัดร่างเล็กบางนั้นแน่น"เรารักกันแล้ว งั้นกลับเข้าไปต่อจากเมื่อกี้กันดีกว่านะ ผมอยากมีลูกหลายๆคน จะได้ไม่เหงา"ชายหนุ่มทำท่าจะอุ้มร่างบางเข้าไปข้างในที่พักที่ทั้งสองพึ่งออกมาไม่นาน แต่ม่อนดอยขืนตัวไว้ไม่ยอมให้ร่างสูงอุ้มแต่โดยดี ทั้งยังดันร่างสูงออกห่าง"ฉันบอกแล้วไงคะว่า ถ้าคุณไม่เอาแอสแซสรอรี่ หรือเครื่องประดับที่คุณฝังอยู่ออก ฉันไม่มีวันยอมมีอะไรกับคุณแน่"ม่อนดอยบอกเสียงแข็ง นั้นทำเอาขุนเขาชะงักงัน ก่อนจะทำหน้าสลด มองหญิงสาวด้วยสายตาวิงวอนสุดฤิทธิ์"ม่อนอ่ะ...ทำไมใจร้าย...ลองก่อนไม่ได้เหรอ ลองใช้ดูก่อนถ้าไม่ชอบค่อยเอาออก นะ..."ร่างสูงโอดครวญ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันแอบวางยาสลบ แล้วเอามันออกให้เอง หึหึ"หญิงสาวหัวเราะหึหึออกมาอย่างหมายมาด ขุนเขาหลุบตามองเป้ากางเกงของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก สงสัยงานนี้คงต้องบอกลาเจ้ามุกเก้าเม็ดนี่จริงๆเสียแล้ว เพื่อเมียอันเป็นที่รัก เอาว่ะ ถึงจ
คำตอบที่ค่อนข้างยียวนนั้นกวนประสาทของเขาได้ไม่เบาเลยขุนเขาถอนหายใจ พยายามใจเย็นให้ได้มากที่สุด"คุณม่อน คุณเป็นเมียผมนะ เมียไม่รอผัวออกจากโรงพยาบาลนี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ""ฮึ! คุณก็ให้คนที่เป็นเมียคุณจริงๆ รอสิ ฉันไม่ใช่เมียคุณจริงๆซะหน่อย มันก็แค่ละครที่คุณสร้างมันขึ้นมา ฉันไม่โทษคุณหรอกนะ ผิดที่ฉันโง่เองต่างหากที่รู้ไม่เท่าทันคุณ เป็นหมากตัวหนึ่งให้คุณหลอกใช้มาตลอด"ท้ายประโยคมีแววสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด"คุณพูดเรื่องอะไรน่ะม่อน ใครหลอกใช้ใคร นี่ผมงงไปหมดแล้ว"ขุนเขาเอ่ย พลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างกายหญิงสาว ก่อนจะจับร่างบางให้หันหน้ามาคุยกัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส"คุณไง คุณหลอกใช้ฉันมาตลอด หลอกให้ฉันแต่งงานด้วยเพราะต้องการที่จะแก้แค้นอาของคุณกับคุณพิซซิล่า"ในที่สุดม่อนดอยก็พูดในสิ่งที่ได้ยินมาและมันอัดอั้นอยู่ในใจตลอดระยะเวลาสามสี่อาทิตย์ที่ผ่านมา"แก้แค้น? ผมนี่นะ! คุณ
ไม่พูดเปล่าร่างสูงที่ยังคงอุ้มร่างบางไว้ใช้เท้าดีดประตูให้ปิดลงโดยไม่สนใจคุณหมอผู้กองหนุ่มที่ยังคงยืนอ้าปากค้าง ก้าวเท้าออกห่างประตูแทบไม่ทันเกือบโดนประตูที่ปิดลงกระทันหันนั้นกระแทกเข้าหน้า พลางทำท่าจะตะโกนถามออกไปอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีมือหนาของใครคนหนึ่งมาดึงมือของเขาให้เดินออกมาไกลจากประตู"ปล่อยเขาสองคนไว้เถอะครับ ยังไงเราก็คนนอก ให้เวลาเขาหน่อย ผู้กองไปชิมน้ำหมักชาวดอยกับผมดีกว่า พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับค่ายกันแล้ว ผู้ใหญ่กับพวกชาวบ้านเค้าจัดสำรับ เปิดไหรอพวกเราอยู่ที่ศาลาหมู่บ้านแล้วครับ"หมวดชัชชายเอ่ย พลางถือวิสาสะตบบ่าคุณหมอผู้กองหนุ่มเบาๆ"ว่าแต่จะไม่เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นนะครับ ผมเป็นห่วงคุณม่อนจังเลยครับหมวด"ผู้กองคีรินทร์ยังมิวายที่จะหันไปมองบ้านพักที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้าไปอย่างเสียไม่ได้"โอ้ย! ไม่เกิดอะไรร้ายแรงหรอกครับ ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นผัวเมียกัน อาจจะมีปัญหากันบ้างระหองระแหงตามประสาลิ้นกับฟัน ต้องให้โอกาสเขาปรับความเข้าใจกันเสียหน่อย ขี้คร้านพรุ่งนี้
ด้วยอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ชายหนุ่มกดริมฝีปากหยักได้รูปลงบนเรียวปากอิ่มเล็กนั้นจนเกือบเป็นกระแทก ทั้งยังบดเบียดแผงอกกว้างเข้ากับหน้าอกหยุ่นๆที่มีเพียงผ้ากระโจมอกเปียกชื้นกั้นกลาง มือแข็งสอดประคองลำคอเรียวเล็กจับตรึงไม่ให้หญิงสาวได้มีโอกาสเบือนหน้าหนีจุมพิศอันเร่าร้อนไปด้วยแรงโทสะอีกมือข้างที่ว่างขยี้ขยำประทุมถันก้อนกลมทั้งยังดึงรั้งผ้าถุงเปียกชื้นนั้นออกเพื่อสัมผัสกับเนื้อแท้ของสองเต้าที่เด้งสู้มือ บี้บดขยี้เม็ดติ่งสีชมพูชูชันม่อนดอยเบิกตากว้าง เกิดอาการไหววูบ เมื่อริมฝีปากร้อนๆ กดกระแทกจุมพิตกับริมฝีปากบาง ปลายลิ้นนุ่ม ชอนไชเข้าไปในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นร้อนของเธอเบาๆ ก่อนจะดูดกลืนตวัดลิ้นร้อนรัวไล้ทั่วปลายลิ้นของเธออีก ส่งให้กระแสความวาบหวามแล่นพล่านจนขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว จูบครั้งนี้ไม่เหมือนกับจูบครั้งก่อนเมื่อนานมาแล้ว จูบของเขาคราวนี้ราวกับจะสูบวิญญาณออกไปจากตัวเธอขุนเขายังคงไล้ริมฝีปากของเขาไปตามใบหน้านวล เลื่อนต่ำลง พรมจูบไปทั่วลำคอเรียวระหง ขบเม้มจนเธอขนลุกเกรียว ม่อนดอยแทบลืมหายใจเมื่อใบหน้าของขุนเ




![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


