Masukที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อชุดนักบินด้านใน
ม่อนดอยยิ้มออกมานิดหนึ่ง ก่อนจะล้วงมือหยิบมันออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า สองมือเล็กยังคงสำรวจทั่วทุกซอกทุกมุม กล่องเก็บบุหรี่, ไลเตอร์, และถุงยางอนามัยหน้าตาบรรจุภัณฑ์แบบนี้ไม่มีขายในประเทศไทยแน่นอนเพราะเป็นไซด์ยุโรปหนึ่งกล่อง…
หญิงสาวเม้มปากแน่น ต้องเป็นคนหื่นขนาดไหนถึงพกถุงยางอนามัยไว้กับตัวแบบนี้…ขนาดมาบินนะ!!! เฮอะ!!
ม่อนดอยชำเลืองมองร่างสูงที่นอนนิ่งอยู่พลางเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ พลางขยำชุดนักบินนั้นโยนทิ้งไปอย่างขยะแขยง
“ขออนุญาตนะ ขอดูหน่อยว่าเป็นใครมาจากไหน คงไม่ใช่พวกพม่าขับหลงมาในประเทศไทยหรอกนะ เพราะเห็นยังพูดภาษาไทยอยู่นิ”
หญิงสาวพึมพำเบาๆในขณะที่มือเล็กๆถือวิสาสะเปิดกระเป๋าสะตังค์แบบพกพานั้นออก ดึงบัตรประชาชนออกมา รวมไปถึงใบขับขี่เอกสารอันแสดงตัวตนและยังมีบัตรเครดิตทั้งสีทองสีดำอีกหลายใบและธนบัตรอีกจำนวนหนึ่ง
ม่อนดอยหยิบบัตรประชาชนขึ้นมาดู
“นาย ขุนเขา คีธ ฮาน”
“เกิดxx ปีxx อาศัยอยู่ที่xx กรุงเทพมหานคร”
อายุ 32ปี เด็กกว่าเราตั้งสี่ปี เฮอะ!!! เด็กน้อยเอ้ย!!!! ว่าอยู่หน้าตางี้นึกว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะซะอีก ว่าแต่นามสกุล ฮาน ชื่อ ขุนเขา คีธ เหรอ…
ม่อนดอยคิดพลางชำเลืองมองใบหน้าหล่อเหลา ผิวที่ขาวเนียนละเอียด จมูกที่โด่งเป็นสัน คิ้วเข้ม กรอบดวงตาคมลึก แพขนตางอนยาว มองๆไปแล้วเหมือนจะไม่ใช่ไทยแท้ อาจจะมีเลือดผสม แถมดูจากส่วนสูงร้อยแปดสิบห้าเซนต์ แล้วก็ไอ้นั้นอีก ไอ้ที่ฝังมุกน่ะ มันใหญ่เกินชายเอเชียอยู่นะ อืมมีเค้า…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
“อื้อ…โอ้ย!!!”
ขุนเขา นิ่วหน้าเมื่อเขาเผลอขยับตัว รู้สึกเจ็บแปล็บไปทั่วร่าง พยายามเผยอเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้น กระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณ
“ที่นี่ที่ไหน??…”
ความทรงจำสุดท้ายของเขาคือเขากำลังพยายามบังคับเครื่องบินลำเล็กฝ่าพายุฝนและก้อนเมฆอันหนาทึบ และต้นไม้…
ขุนเขาพยายามพยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ผ้าพันแผลพาดอยู่รอบลำตัวและแขนกำยำ มือเรียวขาวยกขึ้นแตะเบาๆบริเวณศีรษะที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าพลางขมวดคิ้วนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกเจ็บแปล็บบริเวณศีรษะทั้งอาการมึนๆงงๆ
“เขารอดตายจากเครื่องบินตก…แล้วที่นี่คือ??”
ชายหนุ่มกวาดตามองสำรวจไปรอบๆบริเวณ เขานอนอยู่บนเตียงคล้ายๆในโรงพยาบาลแต่เล็กกว่ามาก สายน้ำเกลือยังคงเสียบอยู่ตรงแขน แสงไฟที่สลัวจากหลอดไฟดวงเล็ก เสียงฝนยังคงตกกระทบกับหลังคาดังอยู่ปุปะ เรือนนี้เป็นเรือนไม้ทั้งหลัง หลังคามุงด้วยหญ้าคา เฟอร์นิเจอร์มีเพียงโต๊ะตัวเล็กกับเก้าอี้ไม้ตั้งอยู่ไมไกลนัก
และที่ทำให้เขาสะดุดคือร่างของหญิงสาวที่นอนทอดยาวอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาวตั้งอยู่ห่างจากเขาเพียงสองเมตรเห็นจะได้ พลางพินิจพิจารณาร่างที่นอนหลับไหลอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตางุนงง
หญิงสาวใบหน้ารูปไข่ ผิวสีขาวเหลือง ผมยาวระไปทั่วพวงแก้มและใบหน้า จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มเต็ม
“ใคร?? สงสัยเธอช่วยเขาไว้”
ขุนเขาตั้งท่าจะเรียกคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ ทั้งยังพยายามขยับตัวจะก้าวเท้าลงจากเตียงแต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากจึงเพียงนั่งอยู่บนเตียงเล็กนั้นและแล้วผ้าห่มผืนบางพลันเลือนหลุดลงจากตัวตกลงสู่พื้นไม้
ร่างสูงเย็นวาบก้มลงมองสำรวจตัวเอง พึ่งรับรู้ว่าตอนนี้เนื้อตัวของเขาเปลือยเปล่าไร้ซึ้งอาภรณ์ใดๆห่อหุ้มมีเพียงผ้าห่มผืนบางที่คลุมไว้หมิ่นๆแต่บัดนี้มันดันได้ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นไม้ล่างเตียงเป็นที่เรียบร้อยไปเสียแล้ว
เขาพยายามใช้เท้ายาวๆเขี่ยมันขึ้นมาพลางเหลือบมองร่างบางที่นอนตะแคงข้างหันหน้ามาทางเขาหลับตาพริ้มอยู่ในห้วงของนิจทรารมณ์
"คุณ..นี่มันก็ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วนะ เมื่อไหร่เราจะได้เป็นผัวเมียกันจริงๆเสียทีอ่ะ"ขุนเขาเอ่ยขึ้นพลางขยับเข้าหาหญิงสาวที่นอนเล่นอ่านหนังสืออยู่บนพรมผืนใหญ่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเตาผิงมากนัก อากาศข้างนอกเริ่มหนาวยิ่งกลางคืนแบบนี้ยิ่งหนาวสะท้าน ถ้าไม่มีเตาผิงตั้งอยู่กลางบ้านแบบนี้ มันคือภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ กลางคืนอากาศหนาวแต่ละครัวเรือนจะนำฝูกที่นอนมานอนเรียงรายกันรอบเตาสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ตรงกลางบ้าน พอตอนเช้าก็เก็บที่นอนให้เรียบร้อย เอากาน้ำร้อนมาต้ม ดื่มชาร้อนๆ บ้านไหนมีเด็กน้อยก็จะเอาข้าวเหนียวมาปั้นเป็นก้อนแผ่ออกเอามาย่างกลายเป็นข้าวจี่กินร้อนๆ พอได้อิ่มท้อง"สองอาทิตย์ที่ไหนกันอ่ะคุณ ฉันว่าฉันพึ่งตัดไหมให้คุณไปเมื่อวันก่อนเองนะ แผลยังไม่หายดีหรอก เป็นเดือนนู้นกว่าจะหายสนิทอ่ะ"ม่อนดอยพยายามเฉไฉทำทีนอนคว่ำอ่านหนังสือต่อ พลางกระเถิบถอยหนีร่างสูงที่บัดนีัเข้ามานอนเบียดจนหญิงสาวได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆที่โชยเข้าจมูกทำให้ใจดวงน้อยเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาจากอก"อุ้ย! คุณขุน ปล่อยนะ จะเอาหนังสือฉันไป
"คุณม่อน จะเอาออกจริงๆ เหรอ"ขุนเขาสบตาร่างบางละห้อย น้ำเสียงเหมือนคนที่ไร้เรี้ยวแรง ท้อแท้และหมดหวังสุดๆ"คุณจะเก็บไว้ก็ได้นะ แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมมีอะไรด้วย เด็ดขาด!"ม่อนดอยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพร้อมกับสวมถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์พร้อมกับดีดเสียงดังเพี๊ยะ! ๆ เหมือนราวกับว่ากำลังข่มขวัญชายหนุ่มอยู่ในที แต่จริงๆแล้วดึงให้มันกระชับแนบกับมือเล็กเรียวเท่านั้นเองแต่เสียงนั้นและน้ำเสียงข่มขู่ของหญิงสาว กลับทำให้ขุนเขาขนลุกซู่ขุนเขายันตัวลุกขึ้นมองหญิงสาวอย่างหวาดๆ ในขณะที่ม่อนดอย เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างชายหนุ่มซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยค่อนไปด้านล่างตรงจุดยุทธศาสตร์ที่หญิงสาวต้องจัดการทันที โดยมีฉากผ้าสีเขียวกั้นไว้ช่วงระหว่างเอว เพื่อปิดไม่ให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้เห็นสิ่งที่หมอกระทำหัถการนั้นเองขุนเขาหลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงเข็มที่แทงเข้าตรงส่วนสงวน รู้สึกปวดหนึบเมื่อเข็มปลายเล็กแหลมทิ่มแทงและรู้สึกเจ็บลึกเมื่อหญิงสาวดันสลิ้งบรรจุยาเริ่มเข้าสู่ลำลิงค์ใหญ่ที่บัดนี้อ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรงเหมือนดั
ขุนเขาตะโกนออกมาอย่างลิงโลด พร้อมทั้งโอบรัดร่างเล็กบางนั้นแน่น"เรารักกันแล้ว งั้นกลับเข้าไปต่อจากเมื่อกี้กันดีกว่านะ ผมอยากมีลูกหลายๆคน จะได้ไม่เหงา"ชายหนุ่มทำท่าจะอุ้มร่างบางเข้าไปข้างในที่พักที่ทั้งสองพึ่งออกมาไม่นาน แต่ม่อนดอยขืนตัวไว้ไม่ยอมให้ร่างสูงอุ้มแต่โดยดี ทั้งยังดันร่างสูงออกห่าง"ฉันบอกแล้วไงคะว่า ถ้าคุณไม่เอาแอสแซสรอรี่ หรือเครื่องประดับที่คุณฝังอยู่ออก ฉันไม่มีวันยอมมีอะไรกับคุณแน่"ม่อนดอยบอกเสียงแข็ง นั้นทำเอาขุนเขาชะงักงัน ก่อนจะทำหน้าสลด มองหญิงสาวด้วยสายตาวิงวอนสุดฤิทธิ์"ม่อนอ่ะ...ทำไมใจร้าย...ลองก่อนไม่ได้เหรอ ลองใช้ดูก่อนถ้าไม่ชอบค่อยเอาออก นะ..."ร่างสูงโอดครวญ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันแอบวางยาสลบ แล้วเอามันออกให้เอง หึหึ"หญิงสาวหัวเราะหึหึออกมาอย่างหมายมาด ขุนเขาหลุบตามองเป้ากางเกงของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก สงสัยงานนี้คงต้องบอกลาเจ้ามุกเก้าเม็ดนี่จริงๆเสียแล้ว เพื่อเมียอันเป็นที่รัก เอาว่ะ ถึงจ
คำตอบที่ค่อนข้างยียวนนั้นกวนประสาทของเขาได้ไม่เบาเลยขุนเขาถอนหายใจ พยายามใจเย็นให้ได้มากที่สุด"คุณม่อน คุณเป็นเมียผมนะ เมียไม่รอผัวออกจากโรงพยาบาลนี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ""ฮึ! คุณก็ให้คนที่เป็นเมียคุณจริงๆ รอสิ ฉันไม่ใช่เมียคุณจริงๆซะหน่อย มันก็แค่ละครที่คุณสร้างมันขึ้นมา ฉันไม่โทษคุณหรอกนะ ผิดที่ฉันโง่เองต่างหากที่รู้ไม่เท่าทันคุณ เป็นหมากตัวหนึ่งให้คุณหลอกใช้มาตลอด"ท้ายประโยคมีแววสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด"คุณพูดเรื่องอะไรน่ะม่อน ใครหลอกใช้ใคร นี่ผมงงไปหมดแล้ว"ขุนเขาเอ่ย พลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างกายหญิงสาว ก่อนจะจับร่างบางให้หันหน้ามาคุยกัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส"คุณไง คุณหลอกใช้ฉันมาตลอด หลอกให้ฉันแต่งงานด้วยเพราะต้องการที่จะแก้แค้นอาของคุณกับคุณพิซซิล่า"ในที่สุดม่อนดอยก็พูดในสิ่งที่ได้ยินมาและมันอัดอั้นอยู่ในใจตลอดระยะเวลาสามสี่อาทิตย์ที่ผ่านมา"แก้แค้น? ผมนี่นะ! คุณ
ไม่พูดเปล่าร่างสูงที่ยังคงอุ้มร่างบางไว้ใช้เท้าดีดประตูให้ปิดลงโดยไม่สนใจคุณหมอผู้กองหนุ่มที่ยังคงยืนอ้าปากค้าง ก้าวเท้าออกห่างประตูแทบไม่ทันเกือบโดนประตูที่ปิดลงกระทันหันนั้นกระแทกเข้าหน้า พลางทำท่าจะตะโกนถามออกไปอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีมือหนาของใครคนหนึ่งมาดึงมือของเขาให้เดินออกมาไกลจากประตู"ปล่อยเขาสองคนไว้เถอะครับ ยังไงเราก็คนนอก ให้เวลาเขาหน่อย ผู้กองไปชิมน้ำหมักชาวดอยกับผมดีกว่า พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับค่ายกันแล้ว ผู้ใหญ่กับพวกชาวบ้านเค้าจัดสำรับ เปิดไหรอพวกเราอยู่ที่ศาลาหมู่บ้านแล้วครับ"หมวดชัชชายเอ่ย พลางถือวิสาสะตบบ่าคุณหมอผู้กองหนุ่มเบาๆ"ว่าแต่จะไม่เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นนะครับ ผมเป็นห่วงคุณม่อนจังเลยครับหมวด"ผู้กองคีรินทร์ยังมิวายที่จะหันไปมองบ้านพักที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้าไปอย่างเสียไม่ได้"โอ้ย! ไม่เกิดอะไรร้ายแรงหรอกครับ ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นผัวเมียกัน อาจจะมีปัญหากันบ้างระหองระแหงตามประสาลิ้นกับฟัน ต้องให้โอกาสเขาปรับความเข้าใจกันเสียหน่อย ขี้คร้านพรุ่งนี้
ด้วยอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ชายหนุ่มกดริมฝีปากหยักได้รูปลงบนเรียวปากอิ่มเล็กนั้นจนเกือบเป็นกระแทก ทั้งยังบดเบียดแผงอกกว้างเข้ากับหน้าอกหยุ่นๆที่มีเพียงผ้ากระโจมอกเปียกชื้นกั้นกลาง มือแข็งสอดประคองลำคอเรียวเล็กจับตรึงไม่ให้หญิงสาวได้มีโอกาสเบือนหน้าหนีจุมพิศอันเร่าร้อนไปด้วยแรงโทสะอีกมือข้างที่ว่างขยี้ขยำประทุมถันก้อนกลมทั้งยังดึงรั้งผ้าถุงเปียกชื้นนั้นออกเพื่อสัมผัสกับเนื้อแท้ของสองเต้าที่เด้งสู้มือ บี้บดขยี้เม็ดติ่งสีชมพูชูชันม่อนดอยเบิกตากว้าง เกิดอาการไหววูบ เมื่อริมฝีปากร้อนๆ กดกระแทกจุมพิตกับริมฝีปากบาง ปลายลิ้นนุ่ม ชอนไชเข้าไปในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นร้อนของเธอเบาๆ ก่อนจะดูดกลืนตวัดลิ้นร้อนรัวไล้ทั่วปลายลิ้นของเธออีก ส่งให้กระแสความวาบหวามแล่นพล่านจนขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว จูบครั้งนี้ไม่เหมือนกับจูบครั้งก่อนเมื่อนานมาแล้ว จูบของเขาคราวนี้ราวกับจะสูบวิญญาณออกไปจากตัวเธอขุนเขายังคงไล้ริมฝีปากของเขาไปตามใบหน้านวล เลื่อนต่ำลง พรมจูบไปทั่วลำคอเรียวระหง ขบเม้มจนเธอขนลุกเกรียว ม่อนดอยแทบลืมหายใจเมื่อใบหน้าของขุนเ







