Beranda / โรแมนติก / ไออุ่นแห่งขุนเขา / มันชื่อว่าหนังสติ๊กเหรอ?

Share

มันชื่อว่าหนังสติ๊กเหรอ?

last update Tanggal publikasi: 2026-07-08 14:38:56

และวันนี้ก็อาจจะเป็นวันที่เธออยู่กับสามีของเธอและอาจจะต้องการเวลาส่วนตัวตามประสามีภรรยา เลยถือโอกาสให้เด็กชายทิวไผ่มาดูแลเขานั้นเอง

ขุนเขาได้รับการบอกเล่าจากเด็กชายอาทิวว่าม่อนดอยได้ให้เขานำอาหารกลางวันมาให้พร้อมกับจัดยามาให้เขาด้วย โดยกำชับกับเด็กชายอาทิวว่าให้เขากินข้าวแล้วก็กินยาตามที่เธอสั่งมาให้เรียบร้อย

ชายหนุ่มย่นจมูกเล็กน้อย เธอเห็นเขาเป็นเด็กน้อยหรืออย่างไรกัน ถึงต้องกำชับมาด้วยขนาดนี้

เขาซักถามเด็กชายอาทิวถึงร่างบางที่ยังคงคิดว่าเขาเป็นเด็กน้อยนั้นอย่างเสียมิได้ จนได้รับรู้ถึงเรื่องราวต่างๆของหญิงสาวนามม่อนดอยจากเด็กชายอาทิวมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เด็กชายอาทิวเล่าว่า ม่อนดอยเป็นแพทย์อาสาอยู่ที่นี่ได้ห้าปีแล้ว

“แม่ม่อนรักที่นี่มากครับ ผมก็รักที่นี่ด้วยเหมือนกัน”

เด็กชายทิวไผ่บอก ดวงตาเล็กที่มองสบมายังเขาเปล่งประกาย

“แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลยนะ ไฟฟ้าก็ไม่มี สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี เธอไม่เบื่อบ้างเหรอ แล้วที่นี่มีโรงเรียนหรือเปล่า เธอได้เรียนหนังสือมั้ย”

ขุนเขาอดที่จะถามเด็กชายไม่ได้ เขาคิดเสียดายโอกาสที่เด็กชายจะได้รับเมื่อเข้าไปอยู่ในเมือง แม่ของเด็กก็เป็นคนเมืองมีการศึกษาสูงแต่ทำไมถึงพากันมาอยู่ที่นี่นะ หรือว่าเธอพบรักกับคนพื้นเมืองของที่นี่เหรอ เลยมาตั้งรกรากตามสามีอยู่ที่นี่

“ผมไม่เบื่อหรอกครับ มีที่ให้เล่นเยอะแยะเลย เพื่อนๆก็มีเยอะ ส่วนโรงเรียนก็มีนะครับแต่อยู่อีกหมู่บ้านนึงเป็นโรงเรียน ตชด. มีครูตั้งหนึ่งคนแน่ะ”

เด็กชายยังคงเจื้อยแจ้วตามประสาเด็กช่างพูดขณะในมือก็คลึงดินเหนียวที่เด็กชายหอบใส่ย่ามมาด้วยปั้นเป็นก้อนกลมๆวางเรียงรายอยู่บนพื้นไม้อยู่ไม่ไกลจากชายหนุ่มนัก

“แล้วนั่นกำลังทำอะไรน่ะ”

ขุนเขาอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางขมีขมันในการปั้นดินเหนียวให้เป็นก้อนกลมๆขนาดเหรียญห้าบาทของเด็กชาย

“ทำลูกกระสุนครับ เอาไว้ยิงพวกนก กระรอกหรือไม่ก็พวกไก่ป่า”

เด็กชายตอบพร้อมทั้งล้วงหยิบเอาไม้ที่มีลักษณะเป็นสองง่าม ปลายทั้งสองง่ามถูกผูกไว้ด้วยเส้นยางเส้นหนาจากในย่ามชูให้ชายหนุ่มดู

ขุนเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย มองของในมือเด็กชายอย่างฉงน เขาไม่เคยเห็นของลักษณะนี้มาก่อน

“นั้นอะไรน่ะ แล้วมันจะยิงนกได้ยังไง”

ขุนเขาถามเด็กชายอย่างอยากรู้

“คุณไม่รู้จักหนังสติ๊กเหรอ”

เด็กชายถามดวงตาเล็กเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่รู้จักอ่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย บ้านฉันถ้าจะยิงนกก็ต้องใช้ปืน”

ขุนเขาตอบ

“ปืนมันอันตรายนะครับ ถ้าเกิดโดนพวกเดียวกันก็จะแย่ แล้วอีกอย่างปืนมีไว้สำหรับพวกผู้ใหญ่ครับ เด็กๆอย่างพวกผมยังใช้ปืนไม่ได้ หนังสติ๊กนี่แหล่ะดีที่สุดแล้ว”

เด็กชายทิวไผ่ตอบอย่างชาญฉลาด

ขุนเขาอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินคำตอบของเด็กชาย เด็กคนนี้ฉลาดดีแฮะ ถ้าได้รับการขัดเกลาและส่งเสริมอีกหน่อยอนาคตคงไปได้อีกไกล

เด็กชายลุกขึ้นพร้อมทั้งหยิบลูกกระสุนดินเหนียวในย่ามออกมา เดินไปยังหน้าต่างที่อยู่ใกล้ๆทันที แล้วจัดการใส่ลูกกระสุนตรงส่วนหนังผืนเล็กพลางดึงเส้นหนังทั้งสองให้ตึง ในขณะอีกมือหนึ่งจับด้ามจับไม้ไว้แน่น แล้วจัดการเล็งไปยังนอกหน้าต่าง

“คุณเห็นมะม่วงลูกนั้นมั้ย เดี๋ยวผมจะสอยมันลงมาให้คุณกิน”

เด็กชายบอกพลางบุ้ยใบ้ไปยังมะม่วงลูกขนาดย่อมที่อยู่สูงจากปลายไม้ค่อนข้างไกลนั้นให้ชายหนุ่มดู ก่อนจะปล่อยกระสุนดินเหนียวออกจากสายหนังที่ตึงยาวนั้นดังเพี้ยว มะม่วงลูกที่เล็งไว้ตกลงสู่พื้นดังตุ๊บ

เด็กชายหันมาหลิ่วตาให้กับเขาพร้อมทั้งยิ้มแป้นแล้นน่าเอ็นดู

“โห!!! แม่นจังนะเรา มะม่วงลูกนั้นไกลอยู่นะนั่น”

ขุนเขาเอ่ยชมเด็กชายด้วยความจริงใจ ยิ่งเมื่อเด็กชายได้รับคำชมก็ยิ่งชอบใจแสดงโชว์ความแม่นให้เขาดูอย่างกระตือรือร้น

สองหนุ่มต่างวัยคุยเล่นกันจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น เกือบพลบค่ำ

ทั้งสองหนุ่มต่างหันไปมองยังประตูรั้วหน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูไม้ และเสียงเดินขึ้นบันใดดังไล่มา ก่อนจะเห็นร่างบางของหญิงสาวเดินโผล่พ้นประตูบ้านไม้เข้ามา

“แม่ม่อน กลับมาแล้ว!!”

เด็กชายทิวไผ่ร้องทักผู้มาเยือน ในขณะที่ม่อนดอยเดินเข้ามาเด็กชายและชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เบื้องหลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยดินเหนียวปั้นเป็นลูกกลมๆ

“สองคนเล่นอะไรกัน หืม?”

ม่อนดอยเอ่ยถามพลางวางกระบอกไม้ใผ่ที่เธอถือมาด้วยไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าชายหนุ่ม พลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เอนหลังพิงพนักเก้าอี้มีท่าทีเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด

“เรากำลังช่วยกันทำกระสุนดินครับ เอาไว้ยิงนก”

เด็กชายตอบอย่างร่าเริิง

“ว๊าก!!!!!”

แต่แล้วจู่ๆชายหนุ่มที่นั่งอยู่เพียงเอื้อมมือถึงก็ร้องว๊ากขึ้น ทั้งยังยกขาผงะถอยหนีอย่างลืมเจ็บนั้นทำเอาม่อนดอยสะดุ้งรีบหันไปมองใบหน้าที่ซีดเผือดและท่าทีหวาดกลัวของร่างสูงที่บัดนี้ได้ขยับเบียดขึ้นมานั่งบนพนักวางแขนของเธอทั้งยังพยายามเบียดร่างสูงใหญ่สองแขนกำยำกอดรอบคอเธอแน่น

“คุณ!!! เป็นอะไร!!!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ตอนพิเศษกว่า

    "คุณ..นี่มันก็ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วนะ เมื่อไหร่เราจะได้เป็นผัวเมียกันจริงๆเสียทีอ่ะ"ขุนเขาเอ่ยขึ้นพลางขยับเข้าหาหญิงสาวที่นอนเล่นอ่านหนังสืออยู่บนพรมผืนใหญ่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเตาผิงมากนัก อากาศข้างนอกเริ่มหนาวยิ่งกลางคืนแบบนี้ยิ่งหนาวสะท้าน ถ้าไม่มีเตาผิงตั้งอยู่กลางบ้านแบบนี้ มันคือภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ กลางคืนอากาศหนาวแต่ละครัวเรือนจะนำฝูกที่นอนมานอนเรียงรายกันรอบเตาสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ตรงกลางบ้าน พอตอนเช้าก็เก็บที่นอนให้เรียบร้อย เอากาน้ำร้อนมาต้ม ดื่มชาร้อนๆ บ้านไหนมีเด็กน้อยก็จะเอาข้าวเหนียวมาปั้นเป็นก้อนแผ่ออกเอามาย่างกลายเป็นข้าวจี่กินร้อนๆ พอได้อิ่มท้อง"สองอาทิตย์ที่ไหนกันอ่ะคุณ ฉันว่าฉันพึ่งตัดไหมให้คุณไปเมื่อวันก่อนเองนะ แผลยังไม่หายดีหรอก เป็นเดือนนู้นกว่าจะหายสนิทอ่ะ"ม่อนดอยพยายามเฉไฉทำทีนอนคว่ำอ่านหนังสือต่อ พลางกระเถิบถอยหนีร่างสูงที่บัดนีัเข้ามานอนเบียดจนหญิงสาวได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆที่โชยเข้าจมูกทำให้ใจดวงน้อยเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาจากอก"อุ้ย! คุณขุน ปล่อยนะ จะเอาหนังสือฉันไป

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ตอนพิเศษ

    "คุณม่อน จะเอาออกจริงๆ เหรอ"ขุนเขาสบตาร่างบางละห้อย น้ำเสียงเหมือนคนที่ไร้เรี้ยวแรง ท้อแท้และหมดหวังสุดๆ"คุณจะเก็บไว้ก็ได้นะ แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมมีอะไรด้วย เด็ดขาด!"ม่อนดอยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพร้อมกับสวมถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์พร้อมกับดีดเสียงดังเพี๊ยะ! ๆ เหมือนราวกับว่ากำลังข่มขวัญชายหนุ่มอยู่ในที แต่จริงๆแล้วดึงให้มันกระชับแนบกับมือเล็กเรียวเท่านั้นเองแต่เสียงนั้นและน้ำเสียงข่มขู่ของหญิงสาว กลับทำให้ขุนเขาขนลุกซู่ขุนเขายันตัวลุกขึ้นมองหญิงสาวอย่างหวาดๆ ในขณะที่ม่อนดอย เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างชายหนุ่มซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยค่อนไปด้านล่างตรงจุดยุทธศาสตร์ที่หญิงสาวต้องจัดการทันที โดยมีฉากผ้าสีเขียวกั้นไว้ช่วงระหว่างเอว เพื่อปิดไม่ให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้เห็นสิ่งที่หมอกระทำหัถการนั้นเองขุนเขาหลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงเข็มที่แทงเข้าตรงส่วนสงวน รู้สึกปวดหนึบเมื่อเข็มปลายเล็กแหลมทิ่มแทงและรู้สึกเจ็บลึกเมื่อหญิงสาวดันสลิ้งบรรจุยาเริ่มเข้าสู่ลำลิงค์ใหญ่ที่บัดนี้อ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรงเหมือนดั

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ลิขิตโชคชะตา ด้ายแดงนำพา บุรุษจากฟากฟ้ามาสู่ดิน

    ขุนเขาตะโกนออกมาอย่างลิงโลด พร้อมทั้งโอบรัดร่างเล็กบางนั้นแน่น"เรารักกันแล้ว งั้นกลับเข้าไปต่อจากเมื่อกี้กันดีกว่านะ ผมอยากมีลูกหลายๆคน จะได้ไม่เหงา"ชายหนุ่มทำท่าจะอุ้มร่างบางเข้าไปข้างในที่พักที่ทั้งสองพึ่งออกมาไม่นาน แต่ม่อนดอยขืนตัวไว้ไม่ยอมให้ร่างสูงอุ้มแต่โดยดี ทั้งยังดันร่างสูงออกห่าง"ฉันบอกแล้วไงคะว่า ถ้าคุณไม่เอาแอสแซสรอรี่ หรือเครื่องประดับที่คุณฝังอยู่ออก ฉันไม่มีวันยอมมีอะไรกับคุณแน่"ม่อนดอยบอกเสียงแข็ง นั้นทำเอาขุนเขาชะงักงัน ก่อนจะทำหน้าสลด มองหญิงสาวด้วยสายตาวิงวอนสุดฤิทธิ์"ม่อนอ่ะ...ทำไมใจร้าย...ลองก่อนไม่ได้เหรอ ลองใช้ดูก่อนถ้าไม่ชอบค่อยเอาออก นะ..."ร่างสูงโอดครวญ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันแอบวางยาสลบ แล้วเอามันออกให้เอง หึหึ"หญิงสาวหัวเราะหึหึออกมาอย่างหมายมาด ขุนเขาหลุบตามองเป้ากางเกงของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก สงสัยงานนี้คงต้องบอกลาเจ้ามุกเก้าเม็ดนี่จริงๆเสียแล้ว เพื่อเมียอันเป็นที่รัก เอาว่ะ ถึงจ

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ในเมื่อถามดีๆคุณไม่ยอมตอบ งั้นผมคงต้องใช้วิธีของผมแล้วล่ะนะ

    คำตอบที่ค่อนข้างยียวนนั้นกวนประสาทของเขาได้ไม่เบาเลยขุนเขาถอนหายใจ พยายามใจเย็นให้ได้มากที่สุด"คุณม่อน คุณเป็นเมียผมนะ เมียไม่รอผัวออกจากโรงพยาบาลนี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ""ฮึ! คุณก็ให้คนที่เป็นเมียคุณจริงๆ รอสิ ฉันไม่ใช่เมียคุณจริงๆซะหน่อย มันก็แค่ละครที่คุณสร้างมันขึ้นมา ฉันไม่โทษคุณหรอกนะ ผิดที่ฉันโง่เองต่างหากที่รู้ไม่เท่าทันคุณ เป็นหมากตัวหนึ่งให้คุณหลอกใช้มาตลอด"ท้ายประโยคมีแววสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด"คุณพูดเรื่องอะไรน่ะม่อน ใครหลอกใช้ใคร นี่ผมงงไปหมดแล้ว"ขุนเขาเอ่ย พลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างกายหญิงสาว ก่อนจะจับร่างบางให้หันหน้ามาคุยกัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส"คุณไง คุณหลอกใช้ฉันมาตลอด หลอกให้ฉันแต่งงานด้วยเพราะต้องการที่จะแก้แค้นอาของคุณกับคุณพิซซิล่า"ในที่สุดม่อนดอยก็พูดในสิ่งที่ได้ยินมาและมันอัดอั้นอยู่ในใจตลอดระยะเวลาสามสี่อาทิตย์ที่ผ่านมา"แก้แค้น? ผมนี่นะ! คุณ

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   อยากกลับฉันก็กลับ ทำไมต้องรอคุณด้วยล่ะ

    ไม่พูดเปล่าร่างสูงที่ยังคงอุ้มร่างบางไว้ใช้เท้าดีดประตูให้ปิดลงโดยไม่สนใจคุณหมอผู้กองหนุ่มที่ยังคงยืนอ้าปากค้าง ก้าวเท้าออกห่างประตูแทบไม่ทันเกือบโดนประตูที่ปิดลงกระทันหันนั้นกระแทกเข้าหน้า พลางทำท่าจะตะโกนถามออกไปอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีมือหนาของใครคนหนึ่งมาดึงมือของเขาให้เดินออกมาไกลจากประตู"ปล่อยเขาสองคนไว้เถอะครับ ยังไงเราก็คนนอก ให้เวลาเขาหน่อย ผู้กองไปชิมน้ำหมักชาวดอยกับผมดีกว่า พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับค่ายกันแล้ว ผู้ใหญ่กับพวกชาวบ้านเค้าจัดสำรับ เปิดไหรอพวกเราอยู่ที่ศาลาหมู่บ้านแล้วครับ"หมวดชัชชายเอ่ย พลางถือวิสาสะตบบ่าคุณหมอผู้กองหนุ่มเบาๆ"ว่าแต่จะไม่เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นนะครับ ผมเป็นห่วงคุณม่อนจังเลยครับหมวด"ผู้กองคีรินทร์ยังมิวายที่จะหันไปมองบ้านพักที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้าไปอย่างเสียไม่ได้"โอ้ย! ไม่เกิดอะไรร้ายแรงหรอกครับ ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นผัวเมียกัน อาจจะมีปัญหากันบ้างระหองระแหงตามประสาลิ้นกับฟัน ต้องให้โอกาสเขาปรับความเข้าใจกันเสียหน่อย ขี้คร้านพรุ่งนี้

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   คุณขุน ฉันหนาว...โอ้ย!

    ด้วยอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ชายหนุ่มกดริมฝีปากหยักได้รูปลงบนเรียวปากอิ่มเล็กนั้นจนเกือบเป็นกระแทก ทั้งยังบดเบียดแผงอกกว้างเข้ากับหน้าอกหยุ่นๆที่มีเพียงผ้ากระโจมอกเปียกชื้นกั้นกลาง มือแข็งสอดประคองลำคอเรียวเล็กจับตรึงไม่ให้หญิงสาวได้มีโอกาสเบือนหน้าหนีจุมพิศอันเร่าร้อนไปด้วยแรงโทสะอีกมือข้างที่ว่างขยี้ขยำประทุมถันก้อนกลมทั้งยังดึงรั้งผ้าถุงเปียกชื้นนั้นออกเพื่อสัมผัสกับเนื้อแท้ของสองเต้าที่เด้งสู้มือ บี้บดขยี้เม็ดติ่งสีชมพูชูชันม่อนดอยเบิกตากว้าง เกิดอาการไหววูบ เมื่อริมฝีปากร้อนๆ กดกระแทกจุมพิตกับริมฝีปากบาง ปลายลิ้นนุ่ม ชอนไชเข้าไปในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นร้อนของเธอเบาๆ ก่อนจะดูดกลืนตวัดลิ้นร้อนรัวไล้ทั่วปลายลิ้นของเธออีก ส่งให้กระแสความวาบหวามแล่นพล่านจนขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว จูบครั้งนี้ไม่เหมือนกับจูบครั้งก่อนเมื่อนานมาแล้ว จูบของเขาคราวนี้ราวกับจะสูบวิญญาณออกไปจากตัวเธอขุนเขายังคงไล้ริมฝีปากของเขาไปตามใบหน้านวล เลื่อนต่ำลง พรมจูบไปทั่วลำคอเรียวระหง ขบเม้มจนเธอขนลุกเกรียว ม่อนดอยแทบลืมหายใจเมื่อใบหน้าของขุนเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status