Masukปุณณกันต์ที่เริ่มรู้สึกหงุดหงิดจากการจะเอาอะไรก็ไม่บอกของอีกฝ่ายกระแทกเสียงถาม แผลบนปากที่ถูกตบจนแตกก่อนหน้าปริออกทำให้ชายหนุ่มต้องสูดปากด้วยความเจ็บ พอจะขยับตัวดิ้นเชือกที่มัดข้อมือไว้ก็ครูดกับผิวหนังซึ่งถลอกอยู่แล้ว ทำให้เขาสะดุ้งจนต้องพยายามบอกตัวเองว่าให้อยู่นิ่ง ๆ จะดีกว่า
“ง่ายมาก” ฝ่ามือของคนตรงหน้าลูบคอเจ้าบารอนที่เดินมานอนแทบเท้าของเจ้านายมัน ก่อนจะพูดต่อเสียงนิ่ง
“ขายรูมึงให้กู” เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาช่างราบเรียบเหมือนกำลังขอซื้อปลาสักตัวจากแม่ค้าในตลาด
“ไอ้โรคจิต!” ไม่ทันฟังจบประโยคดีนักปุณณกันต์ก็สวนกลับโดยทันที ไอ้ที่เคยสะกดจิตตัวเองว่าอย่าปากดีใส่อีกฝ่ายหายไปจากหัวชั่วคราว ไอ้คนตรงหน้าไม่ได้เหี้ยอย่างเดียว มันยังโรคจิตด้วยอีกต่างหาก ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ไอ้วิปริตเอ๊ย!
“หึ! มึงจะไม่ยอมก็ได้ กูก็จะเอาน้องมึงไปแยกชิ้นส่วนขายในตลาดมืดแทน” อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยท่าทีสบาย ๆ พลางไหวไหล่เล็กน้อย
“มึงมันสัตว์นรก!” ปุณณกันต์เอ่ยลอดไรฟันอย่างแค้น ๆ ขายรูพ่อมึงสิ!
“ทุกคนก็บอกแบบนั้น” ร่างสูงยิ้มจนมุมปากเผยฟันเล็กน้อย ใบหน้าของเขาคล้ายเพลิดเพลินกับความคับแค้นของอีกฝ่าย
“มึงก็ลองคิดดู” แฮกริดพูดพลางค่อย ๆ หันหลังก้าวถอยกลับไปหาที่นั่ง ท่าทีของเขาดูสบายเสียจนน่าหมั่นไส้ เมื่อหย่อนตัวนั่งลงโซฟาสีแดงมุมห้องเขาก็ตบลงที่ว่างด้านข้างเบา ๆ ก่อนพูดต่อ
“รูมึงกับชีวิตน้องชายจะเลือกอันไหน?”
บารอนที่ได้สัญญาณจากเจ้านายก็กระโดดขึ้นนั่งบนโซฟาตัวนั้นทันใด ก่อนหน้าโหด ๆ ของมันจะเกยวางลงบนตักแกร่ง แล้วทำหน้าอ้อนชายเจ้าของราวลูกหมาตัวเล็ก ๆ หางใหญ่ ๆ ของมันกระดิกฟาดพื้นเป็นจังหวะ สร้างความขัดแย้งระหว่างความน่ากลัวของชายตรงหน้าและความอ่อนโยนของสัตว์เลี้ยงหน้าขน
แฮกริดเองไม่ชอบบังคับจิตใจของใคร (?) เขาจึงทำเพียงลูบหัวของสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไปมาระหว่างรอให้อีกฝ่ายได้ตัดสินใจ
“…”
ปุณณกันต์ไม่ได้ตอบอะไร ตอนนี้ชายหนุ่มหายใจเข้าออกช้า ๆ อย่างกดดัน ตาคมพลางจ้องไปยังคนที่ทำตัวเหมือนตัวเองมีความชอบธรรมในเรื่องนี้เสียเต็มประดา พูดมาได้ยังไงว่าให้เลือก ทางที่มึงให้มากูเลือกได้มากมั้งไอ้สันดาน!
แม่ง! แล้วไหนจะเสียงฟาดหางของไอ้หมายักษ์ตัวนั้นอีก มันเหมือนนาฬิกานับถอยหลังที่เร่งให้ตัดสินใจเร็วขึ้น
“กูไม่ได้มีเวลารอคำตอบของมึงทั้งคืนนะ ให้เวลาอีกสามนาที ถ้ากูไม่ได้คำตอบ กูจะส่งน้องมึงไปตลาดมืด” เมื่อเห็นว่าตนเองให้เวลาอีกฝ่ายมากพอแล้ว แฮกริดจึงเอ่ยขัดจังหวะการคิดขึ้นมา เขาไม่ได้มีเวลามานั่งรอให้มันตัดสินใจได้ทั้งคืนเสียหน่อย หากตัดสินใจเองไม่ได้เขาจะตัดสินให้มันเอง
“มึงให้ครั้งเท่าไร?!” คนที่กำลังจ่อมจมอยู่ในความคิดของตัวเองถามออกไปในที่สุด ถ้าจะต้องขายตัวแลกชีวิตน้องชาย เขาจะต้องไม่ขาดทุน!
ชายตรงหน้ายกยิ้มอีกครั้ง ราวกับกำลังพอใจในสิ่งที่อีกฝ่ายตัดสินใจเลือก
“เลือกได้ดีนี่ กูให้ครั้งละหมื่นห้า” ร่างสูงเอนตัวพิงพนักโซฟา ก่อนยกขาขึ้นไขว้ แล้วกระดิกเท้าระหว่างตอบ
ปุณณกันต์เงียบพลางคำนวณตัวเลขในใจ ชายหนุ่มทำการบวกลบคูณหารดูแล้ว ไม่เท่ากับต้องยอมถวายรูตั้งสามร้อยกว่าครั้งเหรอ!! ไม่ ๆ นี่มันกดราคาเกินไป ถามสามร้อยกว่าครั้ง ตอนนั้นเข้าห้องน้ำเขาคงไม่ต้องเบ่งแล้วล่ะ
“ครั้งละห้าหมื่น!” ปุณณกันต์โพล่งราคาที่ตนเองต้องการออกมา
“หืม ห้าหมื่นมากไป ได้แค่สี่หมื่นห้า!” แฮกริดเอียงคอ เลิกคิ้วเข้มของตัวเองขึ้นเล็กน้อย ไอ้หมอนั่นมันเอาความมั่นมาจากไหนกัน หากครั้งละห้าหมื่น ไม่สู้เอาเงินไปซื้อนายแบบหน้าตาหล่อ ๆ หุ่นแจ่ม ๆ มานอนด้วยสักคนไม่ดีกว่าหรือไง
โธ่โว้ย! สี่หมื่นห้าก็ต้องเสียอาณานิคมร้อยกว่าครั้งเลยนะ
“ไม่ดะ…”
“กูให้ได้แค่เท่านี้! ถ้าไม่ก็เตรียมรับโหลกระดูกน้องมึงแทน!”
“เออ!! ตกลง!!”
ปุณณกันต์ที่จะต่อรองราคาต่อต้องหยุดชะงักแล้วรีบตอบตกลง เมื่อชีวิตของน้องชายถูกนำมาเป็นข้อต่อรองอีกครั้ง ในใจพลางก่นด่าน้องชายตัวดีไม่หยุด มันจะรู้ไหมว่าพี่มันจะต้องเอาตัวเข้าแลกใช้หนี้ให้มัน ไอ้น้องเวรเอ๊ย!!
การตั้งท้องลูกคนที่สองนั้นเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ด้วยเพราะตอนนั้นที่ปุณณกันต์ต้องคลอดฉุกเฉิน ทำให้ต้องผ่าตัดเร่งด่วน หลังผ่าตัดหมอบอกว่าพวกเขาอาจมีลูกยาก และทั้งเขากับปุณณกันต์ ต่างตกลงกันไว้แล้วว่าจะมีวิคเตอร์แค่คนเดียว เอาเข้าจริงเขาเองยังทำใจเห็นเมียโดนเข็นเข้าห้องผ่าตัดอีกไม่ได้แล้ว มันเป็นภาพที่น่าหดหู่จนเกินไป แต่อยู่ ๆ เด็กคนนี้ก็ทะลุแผงยาคุมมาเกิดเสียอย่างนั้น“ริค ลูกยังเล็กมาก ให้เขาเลือกทางเดินเองได้ไหม อย่ายัดเยียดเขานักเลย” ปุณณกันต์เอ่ยขอร้องหลังจากหย่อนตัวลงบนโซฟานุ่ม พอปรับอารมณ์ได้บ้างความไม่พอใจจึงลดลงตามด้วยคนถูกถามวุ่นวายกับการจัดแจงหาเบาะรองหลังให้เมียสักพัก ทั้งที่ท้องยังไม่ได้โตอะไรถึงขนาดต้องใช้เบาะรองเวลานั่งสักหน่อย แต่เจ้าพ่อจีนเทาก็ยังคงทำ ก่อนจะสนใจตอบคำถามอีกฝ่าย“กูไม่ได้ยัดเยียด มึงก็รู้ปุณ” แฮกริดตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เขานั่งลงข้างเมียรักอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะหน้าท้องที่ยังแบนราบเบา ๆ ทั้งที่มันแทบยังไม่โผล่พ้นเสื้อหลวม ๆ ด้วยซ้ำ“กูแค่อยากให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นไว้ก่อน เผื่อวันหนึ่งกูไม่อยู่…”เสียงทุ้
“ริค!! ฉันบอกแล้วไง ลูกแค่สี่ขวบยังไม่ต้องรู้วิธีประกอบปืน!!”เสียงโวยวายของปุณณกันต์ดังไปทั่วบริเวณสนามฝึกซ้อมยิงปืนส่วนตัว ส่งผลให้วิคเตอร์ เด็กชายวัยสี่ขวบ ลูกของพวกเขาทิ้งส่วนของลำกล้องในมือ แล้วมุดไปซ่อนอยู่ข้างหลังผู้เป็นพ่อ ก่อนใบหน้าน้อย ๆ จะค่อย ๆ โผล่ออกมาแอบมองผู้เป็นแม่ ที่กำลังอกกระเพื่อมด้วยความโกรธ มือน้อย ๆ ขยุ้มขากางเกงของผู้เป็นพ่อแน่นราวกับหาตัวช่วยที่จะไม่ทำให้ตัวเองโดนดุ ถึงแม้จะรู้ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ตัวเองกำลังพึ่งพาในยามนี้ ดีแต่เก่งกับคนอื่นและลูกอย่างเขาเท่านั้น กับแม่กันต์นั้นยิ้มประจบอย่างเดียวเลย“โธ่ปุณ กูไม่ได้สอนสักหน่อย ลูกแค่มาลูบ ๆ จับ ๆ เท่านั้นเอง” แฮกริดแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ไปก่อน ถึงแม้หลักฐานจะกองอยู่ตรงหน้าก็ตาม หลงฮ่าวกับหลี่เฟิงดูจะคุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้มาพอสมควร ทั้งสองจึงอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตปลีกตัวออกไปอย่างแนบเนียน ปล่อยให้เป็นเรื่องภายในครอบครัวก็แล้วกัน“ลูบ ๆ จับ ๆ?” ปุณณกันต์หรี่ตาใส่ก่อนขึ้นเสียงสูง “แล้วทำไมลูกถึงรู้ว่าไกปืนอยู่ตรงไหน รู้ด้วยว่าปลดเซฟยังไง!”“เอ่อ…อันนั้น”“อย่าบอกนะว่า ‘ดูการ์ตูน’ อีก!”“…” แฮกริดอ้าปากจะแถต่อ
“ล…ลูก งั้นเหรอ?” จางหลงเทียนแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แต่พอพินิจหน้าเด็กคนนั้นที่ถูกแม่คว้ามือจับไว้ ก็พอจะมีเค้าลางของลูกชายตนเองอยู่จริง ๆสงสัยตาแก่อย่างเขาตาคงใกล้บอดเต็มที ถึงมองไม่ชัดว่าเด็กคนนั้น หน้าตาคล้ายกับแฮกริดตอนยังเด็กมาก อาจเพราะไม่ได้เลี้ยงดูมา จึงไม่ค่อยเห็นหน้าบุตรชายคนเล็กตอนเมื่อยังเด็ก ไม่แปลกที่พอเวลาโตมา เจ้าเด็กนั่นถึงได้แค้นตนมากเพียงนี้“ใช่ครับ ทีนี้ก็เห็นหรือยังล่ะ ทั้งอำนาจและความรักผมล้วนได้ครอบครองทุกสิ่ง”ใบหน้าคมโน้มเข้าหาพ่อลูกทั้งสอง ก่อนแสยะยิ้มเย็นออกมา นั่นทำให้ร่างของปีเตอร์บนรถเข็นสั่นเทายิ่งขึ้น พร้อมทั้งรีบซุกหน้าเข้าหาอกผู้เป็นพ่อ เพื่อหาคนปกป้องราวเด็กน้อยจางหลงเทียนมองภาพของปีเตอร์ด้วยสายตาเวทนา บุตรชายคนโตที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความหวังของตระกูล กลับกลายเป็นคนพิการที่หวาดกลัวแม้แต่เงาของน้องชายตัวเอง ก่อนหันไปมองหน้าบุตรชายคนเล็กด้วยสายตาเย้ยหยัน“เฮอะ! พูดเหมือนตัวเองชนะทุกอย่างไปแล้ว” ชายชรากล่าวเสียงแหบพร่า “แต่สุดท้าย แกก็ยังใช้ชีวิตอยู่บนกองเลือดของคนอื่นไม่ใช่หรือ? แกไม่มีวันล้างมันออกได้หรอก แฮกริด”คำพูดนั้นเรียกรอยยิ้มมุมปากจากคนหนุ
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นกรวดแผ่วเบา ทำให้ชายชราหยุดมือที่ถือช้อน เขาหันไปมองต้นเสียงก่อนจะเห็นเงาสูงใหญ่ของชายหนุ่มคู่หนึ่ง ซึ่งเขาจำได้ดีหนึ่งในนั้นคือ คนที่ตัวเองสั่งบงการฆ่าเองกับมือ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนและลูกชายคนโตต้องตกอยู่ในสภาพเช่นวันนี้“ยังไม่ตายจริง ๆ ด้วย” จางหลงเทียนจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของเด็กหนุ่มตรงหน้า หลายปีมานี้เขานั้นได้คิดว่ากำจัดอีกฝ่ายไปแล้ว แต่แท้จริงชายแก่อย่างตนไม่เคยกำจัดอะไรได้สำเร็จสักอย่าง วันนี้ จึงได้กลายมาเป็นตาแก่ที่ถูกกักขังให้แห้งตายในเกาะห่างไกลเช่นนี้ จะซ่องสุมอำนาจขึ้นใหม่ก็คงไม่อาจทำได้ เพราะฐานอำนาจเดิมถูกถอนรากถอนโคนไปจนสิ้น ลูกชายคนเล็กของเขานั้นช่างลงมือได้อย่างเหี้ยมโหดจริง ๆ“ได้ชื่อว่าเมียผมจะตายง่าย ๆ ได้ยังไงล่ะ พ่อว่าไหม?”แฮกริดไม่ปล่อยให้คนข้างกายได้ตอบคำถาม ชายหนุ่มก้าวขึ้นมาใช้ร่างตนเองบังร่างของชายอีกคนให้อยู่ข้างหลัง เขาแค่นหัวเราะก่อนตอบเองเสร็จสรรพ พร้อมทั้งแสยะยิ้มส่งให้ผู้เป็นพ่ออีกคำรบใบหน้าของชายชราบูดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ก่อนสบถพึมพำด่า ในระหว่างนั้นจึงเห็นร่างเล็กที่เกาะอยู่บนบ่าหนาของเจ้าลูกชายตัวดี ดวงตาฝ้าฟางพิน
แฮกริดอุ้มลูกชายวัยสี่ขวบ ซึ่งมีใบหน้าคล้ายตนเองเข้าไปมากขึ้นทุกวันกระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว เมื่อทรงตัวได้มั่นจึงยื่นแขนข้างที่ว่างไปเป็นหลักให้ปุณณกันต์จับ“มึงซื้อที่นี่ไว้เหรอ” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองไปรอบตัว หลังจากที่เท้าสัมผัสกับพื้นทรายละเอียด ที่ที่พวกเขายืนอยู่ก็คือ เกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองลาปาซ ในประเทศแม็กซิโกแฮกริดพาเขากับวิคเตอร์ติดตามมาเจรจาเรื่องการค้าอาวุธ เพื่อให้ลูกชายตัวน้อยของเขาเรียนรู้งานตั้งแต่อายุสี่ขวบ ตอนแรกปุณณกันต์แทบอยากแหวกกะโหลกหนา ๆ ของสามีตนเองออกมาดูว่ามีอะไรอยู่ในนั้น ถึงได้บรรจุความคิดแบบนี้ไว้ได้ แต่ดูเหมือนเจ้า ลูกชายจะชอบจึงไม่ได้ขัดอะไรมากนัก“ใช่”“เอาไว้พักผ่อนหรือไง”“หึ ดูสภาพรอบ ๆ ก่อนสิ มันเหมาะกับการพักผ่อนมากเหรอ”อ้าวไอ้นี่! แต่พอมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เหมาะกับการพักผ่อนจริงนั่นแหละ ไหนจะคลื่นที่แรงเกินพอดี แถมยังมีโขดหินที่ดูอันตรายอยู่รอบ ๆ มันเหมือนคุกมากกว่าสถานที่พักผ่อนเสียอีก“พามึงมาเจอใครบางคน”คิ้วหนาของปุณณกันต์เลิกสูงขึ้นด้วยความสงสัยว่า สถานที่แบบนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ แต่ก็ต้องหายกัง
“แฮกริด อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง!!!” คนที่กำลังฉุดกระชากร่างหนาไว้ตวาดอย่างเหลืออด ทำให้คนที่กำลังอาละวาดหยุดชะงักลง แต่หน้าอกยังกระเพื่อมขึ้นลงจากแรงหึงหวง ในหัวอดนึกถึงภาพในฝันตอนโคม่าไม่ได้ถ้าเขาไม่ตื่นอีกนิดเดียวหลงฮ่าวจะจูบเมียตนเองอยู่แล้วเชียว อุตส่าห์ทำตัวเป็นคนมีคุณธรรมแยกแยะได้ตั้งหลายเดือน แต่วันนี้เมียรักกลับมาเขี่ยตะกอนซึ่งตกอยู่ก้นบึ้งให้ขุ่นขึ้นมา“มึงมีใจให้มันใช่ไหม ถึงได้ปกป้องมัน!”“มีใจกับผีน่ะสิ!”คนตัวโตหันมาประจันหน้า ทั้งที่สายตายังแฝงแววอาฆาตไม่จาง แต่ตาคู่คมของปุณณกันต์กลับแข็งกร้าวกว่า ส่งผลให้เจ้าพ่อจีนเทาต้องลดโทสะของตัวเองลง เพราะไม่อยากสุมไฟให้คนตรงหน้ามากกว่าเดิมโธ่โว้ย! ทั้ง ๆ คนที่สมควรโกรธต้องเป็นเขาสิ นี่อะไรทำไมอยู่ ๆ เกมถึงพลิกได้“ไม่มีแล้วทำไมต้องปกป้องมัน?” เสียงกร้าวของเจ้าพ่อจีนเทาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“มึงจะเริ่มใช่ไหม” คนถูกถามยกมือขึ้นกอดอก พร้อมกับส่งเสียงเรียบ ๆ ถามกลับ นั่นทำให้เจ้าพ่อจีนเทาต้องรีบกดเซฟอาวุธคืนตามเดิม“ปุณ อย่าดุสิ” ร่างสูงจะก้าวไปหาคนที่แผ่รังสีกรุ่นโกรธมายังตนเอง แต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหนี ทำให้ชายร่างหนารู้สึกเสียหน้าอย
คนถูกถามละความสนใจจากเจ้าบารอน สัตว์เลี้ยงตัวโปรด ซึ่งเป็นหมาพันธุ์เคน คอร์โซ่สายเลือดแท้ ที่ตอนนี้เมื่อเห็นเจ้าของก็รีบวิ่งมาคลอเคลีย ทำตัวราวกับหมาน้อยพันธ์ปอมปอม แฮกริดหันมามองทางต้นเสียง ของคนที่ถูกทำเหมือนเป็นส่วนเกิน“อ้อ กูลืมไปเลย” น้ำเสียงกวน ๆ ถูกส่งมาก่อนเจ้าตัวจะกลับ ไปเล่นกับสัตว์เลี้ย
ดวงตาคมซึ่งฉาบไปด้วยความหวั่นตระหนก จ้องมองไปยังไอ้ตัวที่นั่งเฝ้าตนเองเงียบ ๆแววตาคมกริบของเจ้าตัวนั้น จับจ้องไปยังร่างซึ่งถูกมัดติดเสาเตียงในห้องมืดอับไม่กะพริบ ร่างใหญ่ของ ‘เคน คอร์โซ่’ นั่งสงบนิ่งตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ทุกลมหายใจฟืดฟาดช่างเขย่าให้หัวใจของปุณณกันต์สั่นสะท้าน ลิ้นของเจ้ายักษ์ใหญ่
คนถูกตบเลือดกบปากกัดฟันจนเจ็บกราม ดวงตาคมจ้องเขม็งไปทางคนที่ทำร้ายตัวเองอย่างเอาเรื่อง หรือว่านี่จะไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้ว เพราะถ้าหากเป็นเพียงการแสดง ทำไมถึงต้องทำร้ายกันจนเลือดตกยางออกด้วย ว่าแล้วก็หันไปสำรวจรอบ ๆ ตัวอีกที ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้สำรวจดีนัก เนื่องจากมึนจากการถูกทำให้สลบมาชายหนุ่มพบ
ปุณณกันต์ไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานแค่ไหน และไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ใครโกรธ ถึงขั้นต้องลักพาตัวเขามาอย่างนี้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนน้ำเย็น ๆ สาดหน้าซ่า!แปะ แปะ….มือหนาตบลงบนแก้มขาวของคนที่ถูกมัดทั้งมือและเท้าติดเก้าอี้เบา ๆ ปากที่ถูกเจาะแล้วใส่ห่วงเหยียดยิ้มคล้ายพอใจกับภาพตรงหน้า คนถูกตบขยับเปลื







