INICIAR SESIÓN‘โม่หรัน’ ครึ่งมนุษย์ครึ่งเซียน ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอยู่ในอารามเล็ก ๆ รับดูดวง เขียนยันต์ ปราบผี หาเงินประทังชีวิต สะสมบุญไปวัน ๆ รอวันขึ้นสวรรค์อย่างสบายใจ ทว่าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้พบกับ ‘เยี่ยเฉียนเยียน’ หัวหน้ามือปราบผู้เย็นชา หน้าตาดี...แต่กระเป๋าหนัก! จากความร่วมมือเพียงชั่วคราว กลายเป็น ‘วาสนา’ ที่เกี่ยวพันกันแน่นหนา กว่าจะรู้ตัว เขาก็หนีอีกฝ่ายไม่พ้นเสียแล้ว หลายปีต่อมา... ในที่สุดโม่หรันก็ได้ก้าวสู่แดนเซียนสมดังปรารถนา แต่ใครจะคาดคิดว่า...มังกรตัวหนึ่งจะตามเขาขึ้นสวรรค์มาด้วย! ท่านแม่ : เลือดข้านี่มันเข้มข้นเสียจริง! ลูกชายไม่เพียงขึ้นสวรรค์ได้สำเร็จ...แต่ยังพาสามีเผ่ามังกรขึ้นมาด้วย! โม่หรัน : …..
Ver másบทพิเศษ 9พันหมื่นปี เนิ่นนานดั่งคำมั่น (จบ) วันเวลาผันผ่านไปนานถึงห้าสิบปี... สำหรับโลกมนุษย์ นานพอให้คนรุ่นหนึ่งจากไปและอีกรุ่นหนึ่งเติบโตขึ้น แต่สำหรับเทพเซียนแล้ว กลับเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เยี่ยเฉียนเยียนและโม่หรันยังคงบำเพ็ญตบะ สั่งสมแต้มบุญ และแวะเวียนกลับมาเยี่ยมตระกูลเยี่ยอยู่เสมอ เมื่อเยี่ยเฟยฉีและหลงเหมยหรูล่วงเข้าสู่วัยชราและจากไปอย่างสงบ เยี่ยเฉียนเยียนและโม่หรันก็เดินทางกลับมายังเมืองหลวง เพื่อส่งดวงวิญญาณของบุคคลอันเป็นที่รักเป็นครั้งสุดท้าย
บทพิเศษ 8พันหมื่นปี เนิ่นนานดั่งคำมั่น เมื่อพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและยกน้ำชาคารวะผู้ใหญ่เสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาสำคัญของคู่บ่าวสาว นั่นคือการเข้าหอ ครั้นได้ฤกษ์อันเป็นมงคล ทั้งสองก็ถูกส่งตัวเข้าห้องหอในทันที ภายในเรือนหอแม้จะตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่แสงเทียนสีแดงที่ส่องสว่างไสว กลับช่วยขับให้บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความรัก เยี่ยเฉียนเยียนในชุดมงคลสีแดงปักลวดลายประณีต ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาคู่คมจับจ้องที่ร่างโปร่งของโม่หรันซึ่งอยู่ในชุดสีแดงเช่นเดียวกันอย่างไม่ละสายตา
บทพิเศษ 7เจรจาสู่ขอ (2) วันถัดมา จ้าวอันอันและโม่เฉินเดินทางมาเยือนจวนตระกูลเยี่ย หลังได้รับข่าวจากเยี่ยเฉียนเยียนล่วงหน้า ตระกูลเยี่ยเองก็จัดเตรียมน้ำชาและอาหารเลิศรสไว้ต้อนรับอย่างไม่มีบกพร่องเช่นกัน ทว่า... แม้ทั้งสองจะแต่งกายด้วยชุดขาวที่เรียบง่าย ไร้เครื่องประดับหรูหรา แต่รัศมีรอบกายกลับดูสูงส่ง ราวกับเทพเซียนที่อยู่เหนือโลกีย์ หลงเหมยหรูแทบนั่งไม่ติดเนื่องจากประหม่า ส่วนเยี่ยเฟยฉีแม้ภายนอกยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ได้ แต่กลับตื่นเต้นจนแทบไม่กล้าสบตา&n
บทพิเศษ 6เจรจาสู่ขอ (1) เพราะต้องใช้เวลาปรับตัวกับร่างมังกรอยู่สักระยะ เยี่ยเฉียนเยียนจึงยังไม่อาจกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ได้ เขาทำได้เพียงก้มศีรษะลง ยอมให้โม่หรันกอดและซุกหน้าถูไถอยู่กับเกล็ดสีดำของตนอย่างตามใจ ทุกครั้งที่ถูกโม่หรันลูบไล้ มังกรดำก็จะส่งเสียงครางแผ่วเบา ก่อนใช้ปลายจมูกแตะแก้มของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังบอกว่า ‘ข้าปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วง’ เมื่อเห็นทั้งคู่ปลอดภัยและยังคงแสดงความรักต่อกันเหมือนยามปกติ จ้าวอันอันกับโม่เฉินก็อดยิ้มตามไม่ได้ ตอนนั้นเอง โม่เฉินหันไปเห็นราชันมังกรดำที่ยังคงยืนนิ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความส
บทที่ 6เยือนบ้านตระกูลเยี่ย (2) ระหว่างทางกลับคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย เยี่ยเฉียนเยียนเอ่ยถามชื่อแซ่และที่มาที่ไปของนักพรตน้อย หลังจากแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง โม่หรันก็เริ่มเล่าถึงสาเหตุที่ต้องออกจากอารามหลิงเซียว เข้ามาอยู่เมืองหลวง อันที่จริง อารามหลิงเซียวหาได้อยู่
บทที่ 5เยือนบ้านตระกูลเยี่ย (1) โม่หรันหันกลับไปมอง พบว่าเป็นหัวหน้ามือปราบเยี่ยที่ดึงรั้งเขาไว้ เด็กหนุ่มหลุบตาลงครุ่นคิดเพียงครู่ ก่อนจะโพล่งถามออกไปด้วยดวงตาใสแจ๋ว “ท่านมีนามว่าอะไรหรือขอรับ?” คำถามไร้เดียงสานั้นทำเอาเยี่ยเฉียนเยียนถึงกับชะงัก แทน
บทที่ 4พบกันอีกครั้ง (3) ณ มุมหนึ่งของห้องผู้ป่วย เยี่ยเฉียนเยียนสังเกตสถานการณ์อย่างเงียบๆ มาพักใหญ่แล้ว แม้ไม่ได้สันทัดวิชาอาคม ทว่าสายตาอันเฉียบแหลมของเขากลับมองเห็นการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ในตอนที่เจ้าอารามอาวุโสร่ายคาถาเรียกวิญญาณ ใบหน้าท่านอาวุโสพลันชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดู
บทที่ 3พบกันอีกครั้ง (2) ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้าสู่ห้องผู้ป่วย ไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พุ่งปะทะใบหน้าของโม่หรัน จนเขาต้องชะงักฝีเท้า เด็กหนุ่มหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองภาพตรงหน้า พลังหยินสีดำแผ่คลุ้งปกคลุมทั่วห้องจนมืดฟ้ามัวดิน บนเตียงไม้ที่ตั้ง