Mag-log inเช้าวันต่อมา
&nbs
ครั้งนี้แม่ทัพที่มาพร้อมกับอินโจวมีสามคน หนึ่งคือ แม่ทัพกวน คนผู้นี้แสดงออกชัดเจน ฝีมือนับว่าใช้ได้และจิตใจไม่ซับซ้อน เมื่อตอนที่เจอกับอวิ๋นเยว่เล่อเขาไม่ชอบนางเพราะคิดว่านางไร้ความสามารถ สองคือ แม่ทัพนิ่ง เขาเป็นอีกคนที่คัดค้านการรับคนนอกเข้ากองทัพ เขาคิดว่าคนนอกไม่อาจเชื่อใจได้ โดยเพราะหญิงงามอย่างอวิ๋นเยว่เล่อ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ และสุดท้ายคือ แม่ทัพพ่าน เขาคือชายวัยกลางคนที่ผลงานโดดเด่นในช่วงสองสามปีมานี่ ผลงานและความใจเย็นของเขาเป็นที่เลื่องลือ และคนผู้นี้ล้ำลึกยิ่งนัก อวิ๋นเยว่เล่อมองไปที่แม่ทัพพ่าน “แม่ทัพพ่าน ข้าว่าท่านคือคนที่สมควรออกไปจากกองทัพ” แม่ทัพพ่านยังไม่เข้าใจ เขาขมวดคิ้วเล็กน้
สนามฝึกยุทธในค่ายทหารกว้างขวาง ปกติจะมีทหารฝึกรบอยู่เป็นประจำ แต่มาวันนี้กลับมีบางอย่างน่าสนใจเพิ่มเข้ามา ฝุ่นลอยฟุ้งกลางอากาศ ด้านซ้ายของสนามฝึกยุทธมีแม่ทัพคนหนึ่งยืนถือหอกอันใหญ่ไว้ด้านหลัง ส่วนด้านขวามีหญิงสาวหน้าตางดงามรูปร่างบอบบางคนหนึ่งยืนอยู่ ทหารที่อยู่รอบๆ ส่งเสียงโห่ร้อง “ท่านแม่ทัพกวนๆๆๆ” แม่ทัพจากเมืองหลวงคนนี้ คือ แม่ทัพกวน ทหารที่ติดตามมาจากเมืองหลวงย่อมต้องรู้จักเขา ถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงแม่ทัพมานาน ทหารย่อมนับถือเขาไม่มากก็น้อย มีเพียงอินโจวที่ยืนอยู่ข้างอวิ๋นเยว่เล่อ! แม่ทัพอีกสองคนยืนอยู่ด้านหลังแม่ทัพกวน มองดูการประลองอยู่ข้างสนามเหมือนคนอื่นๆ อวิ๋นเยว่เล่อหันไปหาอินโจวที่อยู่ข้างๆ นาง เอ่ยเสียเรียบ
เมืองชายแดนต้าเหลียง ทหารวิ่งเข้ามาในห้องห้องหนึ่ง เขาวิ่งเข้าไปด้านในก่อนจะคุกเข่าลง มือประสานกันเอาไว้ “องค์ชาย ต้ามั่วและต้าห่านเปิดศึกกันแล้วพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่เป็นผู้นำทัพด้านตีต้าห่าน ร่วมด้วยองค์ชายสาม และองค์ชายห้า ทั้งสามพระองค์ล้วนกระหายสงครามและสร้างผลงาน เนื่องด้วยตำแหน่งรัชทายาทยังว่างเว้นไว้ แต่ตอนนี้ยังต้องร่วมมือกันชั่วคราว รอโอกาสเหมาะ สงครามไม่มีตา องค์ชายที่ตายจากสงครามมีมากมาย ถึงตอนนั้นก็ค่อยจัดการทีหลัง ส่วนองค์ชายรอง องค์ชายสี่ องค์ชายหก ทั้งสามพระองค์ยกทัพไปที่ชายแดนต้ามั่ว รอเวลาที่จะโจมตีเช่นเดียวกับทางนี้ ให้สองฝ่ายรบกันให้พอ ถึงตอนนั้นต้าเหลียงเพียงอาศัยที่แต่ละแคว้นอ่อนแอ บุกเข้าครอบครองโดยที่
เดือนสอง วันที่ยี่สิบสาม สุดท้ายศึกที่เงียบสงบมานานก็เกิดขึ้น ต้าเหลียงไม่เคลื่อนไหวแต่กลับขนย้ายอาวุธและเสบียงมาที่ชายแดนต้ามั่วและต้าห่าน ต้ามั่วเองถือโอกาสที่เทพสงครามหลี่เทียนเหยาล้มป่วยใกล้ตายยกทัพบุกมาที่ชายแดนต้าห่าน เริ่มยึดเมืองของต้าห่านทีละเมืองจนชาวบ้านต้องอพยพหนีสงคราม ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก! ใต้หล้าวุ่นวายจนแทบไม่มีเวลาหาความสงบ ด้านกลุ่มของหลี่เทียนเหยาเองก็เร่งเดินทางไปต้าห่าน แต่สุดท้ายก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่มาขวางทางเอาไว้เสียก่อน ทหารหนึ่งร้อยคนถือหอกต้านเอาไว้ ทันใดนั้นคนที่เป็นใหญ่ก็เดินออกมาจากด้านใน อวิ๋นซีฉือที่เห็นใบหน้าของคนที่เดินออกมาชัดๆ ทำให้นางถึงกลับมือสั่น!&
โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งในแคว้นต้ามั่ว หลี่เทียนเหยากำลังอ่านจดหมายจากเจิ้งหราน ด้านข้างมีอวิ๋นเยว่เล่อที่กำลังนั่งกินผลไม้อยู่ไม่ห่าง ส่วนคนอื่นๆ เวลานี้ล้วนกำลังนอนหลับ อวิ๋นเยว่เล่อเงยหน้าขึ้น “ทางต้าห่านเกิดเรื่องหรือ?” หลี่เทียนเหยาพยักหน้า “จักรพรรดิประทานสมรสให้ข้าเมื่อข้าหายดี แต่คนที่ต้ามั่วส่งมากลับเป็นสายให้พวกเขา นางยืนยันว่าข้าป่วยจริง เห็นทีสงครามคงเกิดขึ้นในไม่ช้าแล้ว” อวิ๋นเยว่เล่อชะงักไป “เทียนเหยา อดแต่งงานกับท่านหญิงต้ามั่ว ท่านเสียใจหรือไม่?” เอ่ยถามพลางเอียงคอ น้ำเสียงแปลกพิกล หลี่เทียนเหยากะพริบตา “เด็กน้อย ไหน้ำส้มแตกแล้ว” “ข้าหึงแรงนะเทียนเหยา”
เป็นอย่างที่ไป่อิ๋งเยว่เอ่ยก่อนเข้าหอนางโลม นางบอกว่าจะ “เด็ดหัว” ก็คือเด็ดหัวจริงๆ ดาบของเหิงหลินฟันได้ไร้ที่ติมาก นางโลมอันดับหนึ่งสิ้นใจลงทันที อวิ๋นซีฉือเลี้ยงอวิ๋นเยว่เล่อมาจนเติบโต วันนี้ถือว่าเป็นการขจัดขวากหนามแทนบุตรสาวไปหนึ่งคน แต่นางเองก็รู้ดีว่า มันยังมีอีกหลายคนทีเดียว ข่าวใหญ่ที่สะเทือนต้ามั่วอีกข่าวหนึ่งปรากฏออกมาติดๆ กัน เริ่มแรกคือยอดฝีมือที่สังหารคนของหอส่องน่านน้ำ สองคือหอนางโลมอันดับหนึ่งถูกคนถล่ม นางโลมอันดับหนึ่งเลี่ยงหรูถูกฆ่าตัดหัวอย่างโหดเหี้ยม และสามคือราชครูหลิวจางตายลงที่วัดร้างนอกเมืองหลวงต้ามั่ว อวิ๋นเยว่เล่อมองมารดาทั้งสองคน “ยิ่งใหญ่เสียจริง พวกท่านบอกว่าจะไปเที่ยวตลาด สุดท้ายกลับไปสังหารนางโลมคนหนึ่ง?” อวิ๋นซีฉือเอ่ยเสียงเบา “นางไม่ใช่แค่นางโลม บุตรสาวข







