Masukปั้ง!
 
ภายในดวงจิตของอวิ๋นเยว่เล่อ! เปราะ! ในที่สุดไข่มังกรใบหนึ่งที่ตั้งนิ่งอยู่ในดวงจิตของอวิ๋นเยว่เล่อก็เกิดการเคลื่อนไหวขึ้นอีกครั้ง รอยร้าวที่มีมาตั้งนานแล้วเริ่มหลุดออกทีละนิด จนเมื่อเปลือกไข่ทั้งหมดแตกออก มังกรน้อยตัวหนึ่งก็ลืมตาขึ้น แต่เมื่อรับรู้ว่าดวงจิตของอวิ๋นเยว่เล่อกำลังจะถล่มสีหน้าก็พลันเปลี่ยนสี เสี่ยวมี่หมาป่าสวรรค์เองก็กำลังเห่าหอนอยู่ในดวงจิตอย่างน่าสงสาร เสี่ยวเป่าที่พึ่งออกมาจากไข่ถอนหายใจ “สงสัยข้าคงมีดวงกับเปลือกไข่! พึ่งออกมาไม่ทันไร เจ้านายตัวดีก็หาเรื่องให้ข้าต้องกลับไปเป็นไข่อีกแล้ว!” ปั้ง! 
ปั้ง! ราวกับฝันสลายลงไปในพริบตาเดียว หลี่เทียนเหยาที่กำลังจะเหาะลงด้านล่างพลันเบิกตากว้างกับภาพตรงหน้า หัวใจราวถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ “เยว่เล่อ!” เสียงของหลี่เทียนเหยาราวกับสัตว์บาดเจ็บ ร่างในชุดแดงของอวิ๋นเยว่เล่อถูกย้อมไปด้วยเลือดของตนเอง นางที่อยู่บนหลังม้าถูกพลังอันมหาศาลของชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่จนกระเด็นจากหลังม้า อวิ๋นเยว่เล่อไม่คิดเลยว่า ใต้หล้านี้จะมีคนที่มีพลังสูงส่งเช่นนี้! ไป่อิ๋งเยว่และอวิ๋นซีฉือรีบวิ่งไปที่ริมกำแพง “เยว่เล่อ!” “ลูกแม่!” 
ชายแดนระหว่างต้าห่านและต้าเหลียง! อวิ๋นเยว่เล่อให้สัญญาณกับทหารทุกคน ทุกจุดที่สำคัญถูกทหารวางเพลิงจนค่ายทหารของต้าเหลียงอลม่าน ไม่นานองค์ชายทั้งสามคนก็วิ่งออกมาจากห้องตนเองหน้าตาตื่น อวิ๋นเยว่เล่อแสยะยิ้ม เอ่ยกับแม่ทัพนิ่ง “ถึงเวลาที่ท่านจะต้องแสดงฝีมือแล้ว ข้าคงไม่เข้าไป” แม่ทัพนิ่งหันมาถาม “เพราะเหตุใด?” “อ่อ ข้ากับพวกเขาไม่อาจฆ่ากันเองได้ นี่ต้องยกให้ท่านแล้ว” ถึงอย่างไรก็ถือว่าเป็นคนสายเลือดเดียวกัน แม้จะไร้ความผูกพัน แต่นางก็ไม่อาจทำเกินไปได้ ครั้งนี้นางไม่ลงมือ ถือเสียว่าเห็นแก่ยาเม็ดนั้นที่คนผู้นั้นให้มาก็แล้วกัน เพราะถึงอย่างไรเลือดของนางก็คือสิ่งที่เขาใช้
ชายแดนต้าห่านฝั่งต้ามั่ว เพลิงสีแดงกลางสมรภูมิรบ เสื้อเกราะเปื้อนเลือด ธงรบตั้งเด่นเป็นสง่า ทหารกล้าต่อสู้เพื่อคนด้านหลัง แม่ทัพสั่งการไม่ย่อท้อ แม้บาดแผลจะเต็มร่างกายก็ไม่อาจล้มลง เจิ้งหรานกัดฟัน ชี้กระบี่ขึ้นด้านบน! “ฆ่ามันให้หมด!” แต่สุดท้ายฝั่งของต้ามั่วก็ยังได้เปรียบอยู่ดี แม่ทัพใหญ่อู๋เหลียงเฟิ่งแสยะยิ้มก่อนจะชี้กระบี่เล่มใหญ่มาที่กองทัพต้าห่าน มุ่งตรงมาที่เจิ้งหราน “ยามนี้เทพสงครามของพวกเจ้าตายแล้ว ยังจะฝืนสู้ไปอีกทำไมกัน?” อู๋เหลียงเฟิ่งประสานมือไปยังทิศทางหนึ่ง “จักรพรรดิต้ามั่วตรัสแล้ว จะยอมไว้ชีวิตทหารที่ยอมจำนน!” เดิมทีนางเป็นแคว้นอื่นคงยอมแพ้ไปแล้ว แต
กองทัพต้าเหลียงฝั่งชายแดนต้าห่าน องค์ชายใหญ่ องค์ชายสามและองค์ชายห้า ฟังรายงานการรบระหว่างต้าห่านและต้ามั่วอยู่บนที่นั่งยกสูง กินอาหารเลิศรส และดูหญิงสาวร่ายรำ “องค์ชาย ตอนนี้สถานการณ์รบของต้าห่านกับต้ามั่วกำลังดุเดือดพ่ะย่ะค่ะ ต้ามั่วอาศัยว่าเทพสงครามหลี่เทียนเหยาป่วยหนักจึงก่อกวนทหารต้าห่านไม่หยุด หมายจะทำลายขวัญกำลังใจต้าห่านพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่มองนางรำตาไม่กะพริบ “ใครเป็นแม่ทัพใหญ่? ในเมื่อหลี่เทียนเหยากำลังจะตายแล้ว?” “เป็นแม่ทัพคนสนิมของเทพสงคราม นามว่าเจิ้งหราน สายข่าวบอกว่าเขาคือกุนซือข้างกายเทพสงคราม คราวนี้ต้าห่านคงไม่มีแม่ทัพฝีมือเก่งกาจแล้ว ไม่อย่างนั้นจะปล่อยให้กุนซือคนหนึ่งนำทัพได้อย่างไร” องค์ชายใหญ่ไม่ใช่คน
ครั้งนี้แม่ทัพที่มาพร้อมกับอินโจวมีสามคน หนึ่งคือ แม่ทัพกวน คนผู้นี้แสดงออกชัดเจน ฝีมือนับว่าใช้ได้และจิตใจไม่ซับซ้อน เมื่อตอนที่เจอกับอวิ๋นเยว่เล่อเขาไม่ชอบนางเพราะคิดว่านางไร้ความสามารถ สองคือ แม่ทัพนิ่ง เขาเป็นอีกคนที่คัดค้านการรับคนนอกเข้ากองทัพ เขาคิดว่าคนนอกไม่อาจเชื่อใจได้ โดยเพราะหญิงงามอย่างอวิ๋นเยว่เล่อ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ และสุดท้ายคือ แม่ทัพพ่าน เขาคือชายวัยกลางคนที่ผลงานโดดเด่นในช่วงสองสามปีมานี่ ผลงานและความใจเย็นของเขาเป็นที่เลื่องลือ และคนผู้นี้ล้ำลึกยิ่งนัก อวิ๋นเยว่เล่อมองไปที่แม่ทัพพ่าน “แม่ทัพพ่าน ข้าว่าท่านคือคนที่สมควรออกไปจากกองทัพ” แม่ทัพพ่านยังไม่เข้าใจ เขาขมวดคิ้วเล็กน้







