All Chapters of พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี: Chapter 1001 - Chapter 1010

1508 Chapters

บทที่ 1001

“นางคือเมิ่งอิ้งจือ”เฉียวเนี่ยนเอ่ยเสียงเบา ลุงเกิ่งที่ยืนอยู่ข้างกายตกใจ “อะไรนะ? นางก็คือคุณหนูเมิ่งงั้นหรือ?”วันนั้นหน้าวังหลวง เขาเองก็เคยเห็นเมิ่งอิ้งจืออยู่ครั้งหนึ่งตอนที่เมิ่งอิ้งจือถูกตระกูลเมิ่งพากลับไปก็ยังดีๆ อยู่ เหตุใดตอนนี้ถึงกลายเป็นสภาพเช่นนี้?“อย่าเพิ่งพูดอะไรมากเลย หนิงซวง ไปเตรียมน้ำอุ่นมาเร็ว เราจะได้ช่วยล้างตัวให้คุณหนูเมิ่งสะอาดๆ หน่อย”“เจ้าค่ะ!” หนิงซวงรับคำแล้วรีบจากไปทันทีส่วนเฉียวเนี่ยนก็พยุงเมิ่งอิ้งจือกลับเข้าห้องจัดแจงให้เมิ่งอิ้งจือนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วจึงไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดสะอาดออกมาแต่ยังไม่ทันได้หันกลับ ก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง“ข้าหายาถอนพิษไม่เจอ”เพราะเสียงนั้นเบาเกินไป คล้ายจะล่องลอย แถมอยู่ใกล้เหลือเกิน เฉียวเนี่ยนจึงสะดุ้งหันกลับไปมอง จึงเห็นเมิ่งอิ้งจือยืนอยู่ข้างหลังตนดวงตาขุ่นมัวคู่นั้นไม่ได้มองมายังเฉียวเนี่ยน แต่ลอยเคว้งไร้จุดหมาย “ข้าหายาถอนพิษไม่เจอ ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้ว...”นางพร่ำพูดประโยคเดิมซ้ำไปมาไม่หยุดเฉียวเนี่ยนเจ็บปวดในใจ รีบพยุงนางกลับไปนั่งที่เดิม “ไม่เป็นไร เรื่องยาถอนพิษปล่อยให้ข้าจัดการ อิ้งจือ
Read more

บทที่ 1002

เป็นเรื่องที่คาดเดาไว้ตั้งนานแล้วฉู่จืออี้ไม่สนใจพ่อบ้าน เพียงมองไปยังเฉียวเนี่ยนแล้วเอ่ยว่า "แม้เมิ่งอิ้งจือจะเป็นคนตระกูลเมิ่ง แต่นางก็คือหลานสะใภ้ของตระกูลวั่นด้วยเช่นกัน"ที่จะสื่อก็คือ สามารถให้ท่านอัครมหาเสนาบดีวั่นมาแย่งตัวนางได้ทว่าในสายตาเฉียวเนี่ยน ไม่ว่าจะตระกูลวั่นหรือตระกูลเมิ่ง สำหรับเมิ่งอิ้งจือแล้วต่างก็เป็นดั่งถ้ำเสือบ่อตะเข้ ที่เข้าไปง่ายแต่ก้าวออกยากยิ่งไปกว่านั้น…เฉียวเนี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปยังฉู่จืออี้ พลางเอ่ยด้วยท่าทีลำบากใจเล็กน้อยว่า "ท่านอัครมหาเสนาบดีวั่นก็มิแน่ว่าจะยอมช่วย"เมื่อครั้งที่นางจากนครหลวงไป นางให้ลุงเกิ่งเอาผ้าเช็ดหน้าที่เป็น "หลักฐานเอาผิด" คืนมาจากมือของท่านอัครมหาเสนาบดีวั่นแล้ว ท่านอัครมหาเสนาบดีวั่นย่อมต้องรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น เกรงว่าคงแค้นนางฝังใจแล้ว"ข้าจะส่งคนไปเชิญเขามา"ฉู่จืออี้เอ่ยเสียงเบาด้วยสถานะของเขา อย่างไรท่านอัครมหาเสนาบดีก็ต้องให้ความเกรงใจบ้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉียวเนี่ยนก็พยักหน้าต่อให้ตระกูลวั่นจะแย่เพียงใด ก็คงไม่ทำถึงขั้นให้คนต้องกลายเป็นสภาพวิกลจริตผมเผ้ายุ่งเหยิงสกปรกเช่นนี้ยิ่งไปกว่านั้น นา
Read more

บทที่ 1003

ใต้เท้าเมิ่งชะงัก แต่ก็รีบกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง หันกายไปทำความเคารพต่อฉู่จืออี้ "ข้าน้อยคารวะท่านอ๋อง"ฉู่จืออี้ก็ขี้เกียจจะพูดกับเขาให้มากความ เดินก้าวเข้าไปแล้วนั่งลง "สภาพของคุณหนูเมิ่งนั้น อ๋องผู้นี้ก็เห็นแล้ว ไหนๆ ก่อนหน้านี้ก็เป็นคนไข้ของเนี่ยนเนี่ยน เช่นนั้นก็ให้เนี่ยนเนี่ยนรักษาต่อไปเถอะ!"เดิมทีเฉียวเนี่ยนคิดว่า ใต้เท้าเมิ่งจะปฏิเสธกลับไม่คิดว่า เมื่อได้ยินฉู่จืออี้พูดเช่นนี้ ใต้เท้าเมิ่งกลับตอบรับด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม "เช่นนี้ย่อมดีที่สุดแล้ว ท่านหญิงเฉียวสืบสานวิชามาจากหมอเทวดา คงจะรักษาบุตรีข้าน้อยให้หายได้แน่"เมื่อได้ยินถ้อยคำประหลาดนี้ เฉียวเนี่ยนกับฉู่จืออี้ก็อดเหลือบตามองกันไม่ได้ รู้สึกว่ามีพิรุธก็ได้ยินใต้เท้าเมิ่งเอ่ยว่า "เช่นนั้นวันนี้ข้าน้อยจะขอนำบุตรีกลับไปก่อน รอท่านหญิงเฉียวไปที่จวนเพื่อรักษาพรุ่งนี้"นี่ก็ยังหมายจะพาตัวเมิ่งอิ้งจือกลับไปอยู่ดีเฉียวเนี่ยนไม่ยอม "อย่างไรก็ต้องฝังเข็มทุกวันอยู่แล้ว เช่นนั้นปล่อยให้คุณหนูเมิ่งพักอยู่ที่จวนอ๋องจะดีกว่า ข้าจะได้ไม่ต้องไปๆ มาๆ ท่านวางใจเถิด ในจวนอ๋องมีเรือนมาก คนรับใช้ก็มาก พักอยู่ได้สบายนัก"ใต้เท้าเมิ่
Read more

บทที่ 1004

เฉียวเนี่ยนรีบรุดก้าวไปทางเมิ่งอิ้งจือ หนิงซวงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังเมิ่งอิ้งจือ ใบหน้าเต็มไปด้วยท่าทางลำบากใจ "คุณหนู บ่าวห้ามไม่อยู่ คุณหนูเมิ่งพูดมาตลอดว่าจะ...""กลับบ้าน กลับบ้าน..."ปากของเมิ่งอิ้งจือยังคงท่องซ้ำอยู่เพียงสองคำนี้ใต้เท้าเมิ่งก็ตามเข้ามายืนข้างทั้งสอง กล่าวกับเมิ่งอิ้งจือว่า "อิ้งจือเอ๋ย พ่อมารับเจ้ากลับบ้านแล้ว!"ว่าพลาง ใต้เท้าเมิ่งก็ยื่นมือออกไปหาเมิ่งอิ้งจือแต่ไม่คิดว่า ท่าทีของเมิ่งอิ้งจือกลับแสดงออกถึงการต่อต้านเกือบจะเป็นการหดตัวโดยสัญชาตญาณ เห็นได้ชัดว่านางหวาดกลัวใต้เท้าเมิ่งสีหน้าของใต้เท้าเมิ่งพลันเคร่งเครียด รีบรั้งข้อมือเมิ่งอิ้งจือไว้อย่างแข็งกร้าว การกระทำเรียกได้ว่าหยาบคายถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ปากของเมิ่งอิ้งจือก็ยังคงท่องซ้ำอยู่เหมือนเดิม "กลับบ้าน ข้าจะกลับบ้าน"เช่นนี้แล้ว เฉียวเนี่ยนก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะรั้งเมิ่งอิ้งจือเอาไว้ได้อีกเพียงได้ยินใต้เท้าเมิ่งว่า "นี่ก็ค่ำแล้ว ข้าน้อยจะไม่รบกวนอีก ขอลา"ว่าพลาง เขาก็พาเมิ่งอิ้งจือหันหลังจากไปมองแผ่นหลังของทั้งคู่ เฉียวเนี่ยนกลับรู้สึกใจไม่สงบท้ายที่สุดก็อดกลั้นไม่ไหวเอ่ยปากออกมา
Read more

บทที่ 1005

ดังนั้นเขาเพียงต้องทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงสักผืน ยามนางต้องการก็ให้ได้พึ่งพิงเท่านั้นแน่นอนว่าฉู่จืออี้ก็สังเกตเห็นแล้วว่ามือของเฉียวเนี่ยนที่อยู่ข้างกายได้กำแน่นเป็นหมัดตั้งแต่แรกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงความโกรธของนางในยามนี้เขาก็รู้ด้วยว่าหากคนตระกูลเมิ่งบังอาจทำร้ายเมิ่งอิ้งจืออีกเพียงนิดเดียว เฉียวเนี่ยนจะทุ่มสุดกำลังเพื่อให้คนตระกูลเมิ่งต้องชดใช้รุ่งขึ้น เฉียวเนี่ยนก็จัดเตรียมหีบยาและสิ่งของต่างๆ ตั้งแต่เช้า จากนั้นจึงขึ้นรถม้ามุ่งไปยังตระกูลเมิ่งนางกังวลเรื่องเมิ่งอิ้งจืออย่างแท้จริง รีบร้อนอยากไปยืนยันว่านางยังสบายดีหรือไม่นางกลัวนักว่าหญิงงามผู้เลอโฉมที่ตนเพิ่งขัดสีฉวีวรรณไปเมื่อวานนี้ พอได้พบอีกครั้งจะกลับไปมีสภาพบ้าคลั่งดังเดิมเมิ่งอิ้งจือไม่ควรเป็นเช่นนั้นหนิงซวงก็ตามมาด้วย นางเองก็เป็นห่วงเมิ่งอิ้งจือแม้แต่เกอซูอวิ๋นก็ยังอยากจะตามมาด้วย!แต่เป็นเฉียวเนี่ยนที่เกลี้ยกล่อมว่าสถานะของนางในตอนนี้พิเศษนัก ไม่ควรปรากฏตัวพร่ำเพรื่อ จึงทำให้นางละทิ้งความคิดนั้นไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม รถม้าก็มาหยุดที่หน้าจวนเมิ่งองครักษ์เฝ้าประตูเห็นรถม้าจากจวนอ๋องผิงหยางมาถึงก็รีบออก
Read more

บทที่ 1006

พ่อบ้านขยับปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอย่างไรเสียก็ชัดเจนแล้วว่าท่านหญิงเฉียวผู้นี้ไม่คิดจะไว้หน้าคนตระกูลเมิ่ง หากเขาเอ่ยเรื่องไร้สาระอีกก็จะมีแต่ถูกย้อนกลับเท่านั้นดังนั้นตลอดเส้นทางที่เหลือ พ่อบ้านผู้นี้ก็ดูเงียบลงไปมากจนกระทั่งมาถึงเรือนที่เมิ่งอิ้งจือพำนักอยู่ พ่อบ้านถึงได้หันไปยิ้มให้เฉียวเนี่ยน “ท่านหญิงเฉียว มาถึงแล้วขอรับ”พูดพลางนำทางเฉียวเนี่ยนเข้าไปในเรือนเรือนที่เมิ่งอิ้งจืออยู่นั้น ดูแล้วก็งดงามประณีตรอบๆ ถูกกวาดเก็บอย่างสะอาดหมดจด แม้แต่หิมะที่ทับถมก็ถูกกวาดจนไม่เหลือแม้แต่น้อยแต่ในเรือนนี้กลับไม่มีหญิงรับใช้แม้แต่คนเดียวเฉียวเนี่ยนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถาม “คุณหนูเมิ่งของพวกเจ้าไม่ต้องการคนคอยรับใช้เลยหรือ?”พ่อบ้านเหมือนจะคาดไว้แล้วว่าเฉียวเนี่ยนต้องถามเช่นนี้ จึงยิ้มพลางตอบ “คุณหนูของพวกเราเวลาอาการกำเริบก็จำใครไม่ได้ทั้งนั้น เจอหญิงรับใช้ก็จะทุบตี เจอเด็กรับใช้ก็จะกัดข่วน ดังนั้นในเรือนนี้จึงให้เหลือหญิงรับใช้ไว้เพียงหนึ่งถึงสองคนเพื่อดูแลกิจวัตรของคุณหนู เวลานี้คุณหนูน่าจะยังไม่ตื่น พวกนางคงไปในครัวเพื่อจัดเตรียมสำรับเช้าให้คุณหนูก่อนแล้วขอรับ”
Read more

บทที่ 1007

เห็นได้ชัดว่า เขาไม่คิดมาก่อนว่าเฉียวเนี่ยนจะไม่หลงกลทันใดนั้น แม้แต่รอยยิ้มก็แข็งทื่อขึ้นมา “เหอะๆ นี่... นี่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพียงแต่ว่าเมื่อวานคุณหนูของพวกเรากลับมาจวนแล้วก็เข้านอนทันที ตลอดจนถึงตอนนี้ยังไม่ตื่น ข้าน้อยเป็นห่วงนัก...”พูดจบ พ่อบ้านไม่ลืมเงยหน้าขึ้นสังเกตสีหน้าของเฉียวเนี่ยนสีหน้าของเฉียวเนี่ยนเปลี่ยนไปทันทีนางเข้าใจความหมายของพ่อบ้านแล้วเมื่อวานเมิ่งอิ้งจือกลับมาตระกูลเมิ่ง น่าจะเป็นเวลายามพลบค่ำ หลับยาวมาจนถึงตอนนี้ ก็นับว่าหลับไปแล้วหกถึงเจ็ดชั่วยามเต็มๆนี่มันผิดปกติอย่างชัดเจนหากเป็นเฉียวเนี่ยนที่ใจร้อน เวลานี้คงเพราะเป็นห่วงเมิ่งอิ้งจือจนผลักประตูห้องเข้าไปแล้วแต่ในตอนนี้ นางกลับเผลอกำหมัดแน่น ฝืนข่มใจระงับความหุนหันไว้ได้ทันใดนั้นก็เพียงมีแววตาเย็นชา “ตระกูลเมิ่งของพวกเจ้าช่างประหลาดจริง! เดี๋ยวก็ว่าห่วงใยคุณหนูของตน เดี๋ยวก็ว่ารักใคร่คุณหนูของตน! แต่ผลลัพธ์คือข้างกายคุณหนูเมิ่งกลับไม่มีใครคอยดูแล แถมเมื่อคืนนางหลับยาวมาจนถึงชั่วยามนี้ก็ยังไม่ตื่น พวกเจ้ากลับไม่เศร้าเสียใจ ไม่ต้องพูดถึงการส่งใครเข้าไปดู กลับแม้แต่หมอก็ไม่คิดจะหามา! เจ้ารอดูเถอ
Read more

บทที่ 1008

สิ้นเสียง เหล่าองครักษ์ก็รีบกรูกันเข้ามาหนิงซวงเห็นดังนั้น จึงฟาดฝ่ามือใส่องครักษ์ที่พุ่งเข้ามาคนแรกทันทีแม้จะเรียนวรยุทธมาหลายเดือน แต่ลุงเกิ่งก็สอนตามความเหมาะสม รู้ว่านางมีแรงมากแต่ขาดความคล่องแคล่ว จึงไม่ได้สอนวรยุทธตามแบบฉบับ หากแต่เป็นท่วงท่าที่สามารถสยบศัตรูได้ภายในครั้งเดียวดังเช่นฝ่ามือนี้เห็นได้ชัดว่าองครักษ์คนนั้นไม่คิดเลย ว่าเมื่อเผชิญหน้ากับตนที่ร่างกายกำยำ หนิงซวงกลับโต้ตอบด้วยการตบหน้าเขาจนเมื่อเขาตั้งสติได้ ฝ่ามือของหนิงซวงก็ตบกระแทกลงบนใบหน้าของเขาไปเรียบร้อยแล้วแรงนั้นมากเสียจนทำให้เขารู้สึกว่าคนที่ตบเขาไม่ใช่สตรีร่างเล็กตรงหน้า หากแต่เป็นชายฉกรรจ์หนักร้อยกว่าชั่งได้ยินเพียงเสียงหึ่งดังในหู องครักษ์คนนั้นก็ล้มลงไปกับพื้น ผ่านไปสักพักก็ยังไม่ลุกขึ้นมาตลอดชีวิตเพิ่งเคยตบคนสลบครั้งแรก อย่าว่าแต่เฉียวเนี่ยน แม้แต่อองครักษ์คนอื่นก็ยังตื่นตะลึงแต่แล้วก็ได้ยินพ่อบ้านตะคอกขึ้นว่า “มัวยืนอึ้งทำไมกันอยู่? จู่โจมสิ!”องครักษ์ที่เหลือถึงเพิ่งตั้งสติได้ แล้วกรูกันเข้ามาพร้อมกันใครจะรู้ว่าวิธีการของหนิงซวงกลับยิ่งต่ำชั้นลงไปเรื่อยๆนางไม่ใช้ฝ่ามือตบหน้าใครแล้ว
Read more

บทที่ 1009

หนิงซวงยังคงไม่ยอม “คุณหนู! บ่าวไม่ไปเจ้าค่ะ!”แต่เฉียวเนี่ยนกลับหันหลังมา จับมือหนิงซวงแล้วยิ้มเล็กน้อยกล่าวว่า “เด็กดี เชื่อฟังหน่อย ไปที่จวนอ๋องหาท่านอ๋องซะ”วันนี้ แม้ว่าใต้เท้าเมิ่งจะวางกลอุบายอันเงอะงะไว้มากนัก ดูท่าแล้วคงไม่กลัวฉู่จืออี้ แต่ประโยคนี้กลับทำให้หนิงซวงมีความหวังขึ้นมาบ้าง ว่าหากนางกลับไปหาฉู่จืออี้ คุณหนูก็จะรอดแล้ว!ดังนั้นหนิงซวงถึงพยักหน้าเล็กน้อย “ถ้าเช่นนั้นคุณหนูโปรดระวังตัว บ่าวจะรีบกลับมาช่วยคุณหนูอย่างเร็วที่สุด!”"ได้สิ!"เฉียวเนี่ยนยิ้ม หนิงซวงจึงรีบก้าวออกไปเพียงแต่ก่อนจากไป นางยังไม่ลืมจะหันไปขู่ใส่ชายผู้นั้น “ทางที่ดี เจ้าอย่าได้แตะต้องคุณหนูของข้า มิฉะนั้นท่านอ๋องจะต้องถลกหนังแล้วหักกระดูกเจ้าแน่! ฮึ!”แต่เห็นได้ชัดว่าชายผู้นั้นไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของหนิงซวงเลยแม้แต่น้อยเขาก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ เดินตรงมาหาเฉียวเนี่ยน“คุณหนูเฉียวช่างเก่งกาจนัก ทำให้ข้าสูญเสียคนไปมากมายถึงเพียงนี้”พูดพลาง มือของเขาก็วางลงบนลำคอของเฉียวเนี่ยน ห้านิ้วบีบรัดแน่นขึ้นมา คล้ายจะบีบคอนางให้หักในทันที!เฉียวเนี่ยนแทบจะตาเหลือกเพียงได้ยินพ่อบ้านร้องออกมาด้วยความตก
Read more

บทที่ 1010

ฉู่จืออี้ในสนามรบเป็นเช่นไร แคว้นจิ้งล้วนรู้กันทั่วกลุ่มชนเตอร์กิกได้ยินชื่อก็ขวัญผวา แม้แต่แคว้นถังที่ไม่เคยประมือกับเขาก็ยังยำเกรงอยู่มากแต่ฉู่จืออี้นอกสนามรบเล่า เป็นเช่นไร?ไม่ถนัดการเจรจา?ซื่อตรง?นั่นคือคำกล่าวจากผู้ที่สนิทกับเขาเท่านั้นส่วนคนที่ล่วงเกินเขาจะลงเอยอย่างไร ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อนฉู่จืออี้คิดว่าวันนี้ควรให้พวกเขาได้ประจักษ์กับตาตนเองแล้วชายที่ถูกเหยียบอยู่ใต้เท้าเจ็บจนหน้าเขียว เพียงอ้าปากก็มีเลือดทะลักออกมา ไม่อาจพูดสิ่งใดได้นัยน์ตาเขาเบิกกว้าง มองฉู่จืออี้ที่ยืนอยู่สูงกว่ากำลังมองเขาด้วยแววเหยียดหยาม ใบหน้าดุดันเย็นชาราวกับกำลังมองศพอยู่หนึ่งร่างว่าตามเหตุผล เขาไม่ควรจะกลัวในฐานะมือสังหารที่ถูกฝึกให้เป็นนักรบพลีชีพมาตั้งแต่เด็ก เขาเคยรับโทษทัณฑ์สารพัด เคยลิ้มชิมความเจ็บปวดมากมายแม้ในยามที่กระดูกอกแตก เขาก็ยังทนได้ทว่าดวงตาคู่นี้ กลับทำให้เขารู้สึกดั่งกำลังประจันหน้ากับพญายม ความหวาดกลัวที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจทำให้ทั้งร่างสั่นสะท้านไม่อาจหยุดยั้งราวกับว่า แม้ตายไปแล้ว ก็ยังไม่อาจหลุดพ้นจากกำมือของเขา!“คุณหนูเจ้าขา!”ด้านข้าง เสียงร
Read more
PREV
1
...
99100101102103
...
151
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status