All Chapters of พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี: Chapter 1201 - Chapter 1210

1500 Chapters

บทที่ 1201

เฉียวเนี่ยนเข้าใจในทันที รีบขึ้นรถม้าแต่ก่อนจะมุดเข้าไปในรถม้า ร่างกายของนางก็ยังหยุดชะงักลงโดยไม่รู้ตัว“ฮูหยินหลิน...”ตอนนี้ฮูหยินหลินยังอยู่ในวังวันนี้นางหลบหนีออกมา ฮองเฮาย่อมต้องคิดจะเอาฮูหยินหลินมาเป็นตัวประกันขู่นางแน่!เพียงแต่ท่านโหวหลินไม่รอให้นางพูดจบก็กล่าวขึ้นว่า “พี่ใหญ่ของเจ้าได้หาทางเข้าไปในวังเพื่อช่วยมารดาของเจ้าแล้ว อย่าได้กังวล รีบขึ้นรถม้าเถิด”ได้ยินดังนั้น เฉียวเนี่ยนจึงพยักหน้าเล็กน้อย มุดเข้าไปในรถม้าภายในรถม้ามีชุดบุรุษอยู่หนึ่งชุดท่านโหวหลินขับรถม้าไปทางประตูเมือง เสียงทุ้มต่ำลอดเข้ามาในรถม้า “เปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย รอจนออกประตูเมืองไปแล้ว เราจะเปลี่ยนม้าอีกครั้ง! วางใจเถอะ มีพ่ออยู่ พ่อย่อมสามารถปกป้องเจ้าให้ปลอดภัยจนไปพบอ๋องผิงหยางได้แน่”การเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนเสื้อผ้าของเฉียวเนี่ยนหยุดชะงักไปโดยไม่รู้ตัวประโยคที่ว่า ‘มีพ่ออยู่’ ราวกับค้อนใหญ่ กระแทกเข้าที่กลางอกของนางอย่างแรงชั่วขณะนั้น ทำให้นางหนักอึ้งจนกระทั่งแม้แต่ความหวาดกลัวต่อการหนีก็ตกหล่นไปสิ้นทว่า กองทัพที่ติดตามมาก็ไล่มาอย่างรวดเร็วเสียงกีบม้าดังมาจากด้านหลังรถม้า ทำให้เสียง
Read more

บทที่ 1202

เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังนั้น ผู้บัญชาการเซี่ยก็รีบตะคอกสั่งเสียงดัง “รีบสกัดรถม้าคันนั้นไว้!”ชั่วพริบตา ก็มีทหารรักษาพระองค์อีกหลายกองบุกเข้ามาจำนวนคนมากกว่าพวกท่านโหวหลินหลายเท่า แทบจะล้อมพวกเขาไว้จนไม่เหลือทางหนีแต่ก็ไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้กว่านั้นทั้งสองฝ่ายพลันชะงักค้าง พรรคพวกของท่านโหวหลินเผชิญหน้ากันกับกองทหารรักษาพระองค์ โดยมีรถม้าเป็นจุดศูนย์กลางแม้จำนวนจะเป็นรอง แต่พลังอำนาจของท่านโหวหลินกับพวกกลับไม่ด้อยไปกว่าเลยผู้บัญชาการเซี่ยที่เพิ่งประมือกับท่านโหวหลิน แม้ดูเหมือนไม่รู้แพ้ชนะ แต่มีเพียงเขาเองที่รู้ว่าข้อมือของตนเจ็บปวดเพียงใดเขาเคยได้ยินว่า เมื่อตอนที่ท่านโหวหลินยังหนุ่ม เขาเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกร เพียงแต่ตั้งแต่เข้ารับราชการในราชสำนักมา ท่านโหวหลินก็ดูมีท่าทีไม่ค่อยกล้าแสดงออก ไม่องอาจเช่นเดิม จนจวนโหวที่ยิ่งใหญ่ต้องตกต่ำมาถึงสภาพเช่นนี้ เอาเข้าจริง ตอนแรกเขามิได้ใส่ใจท่านโหวหลินเลยด้วยซ้ำทว่าตอนนี้...เขาอาจต้องคิดใหม่ ว่าบุรุษเช่นใด ถึงคู่ควรแก่การถูกเรียกว่าแม่ทัพผู้เกรียงไกรผู้บัญชาการเซี่ยหมุนข้อมือเบาๆ เริ่มประเมินคนตรงหน้าขึ้นมานอกจากท่านโหวหลินแล้ว
Read more

บทที่ 1203

นาง... ไม่รู้ว่านี่เป็นความรู้สึกแบบใดกันแน่ รู้เพียงว่าหัวใจหนักอึ้ง หนักอึ้งนัก...ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดในที่สุดรถม้าก็หยุดลงตรงป่าผืนหนึ่งเฉียวเนี่ยนจึงเปิดม่านรถออก ก็ได้ยินเสียงของหนิงซวง “คุณหนู!”เพียงเห็นหนิงซวงสวมชุดที่นางใส่เป็นประจำ เกล้าผมเช่นเดียวกับนาง รีบเร่งเข้ามาหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและร้อนรนเฉียวเนี่ยนเห็นสภาพนั้น ก็พลันกังวลขึ้นมา “เจ้าทำตัวเช่นนี้ คือจะแต่งเป็นข้า เพื่อเบี่ยงเบนทหารที่ตามมารึ?”หนิงซวงพยักหน้าแรงๆ “ท่านอาจารย์บอกไว้ว่าทำเช่นนี้ถึงจะปกป้องคุณหนูได้ดียิ่งขึ้น!”“ไม่ได้!”เฉียวเนี่ยนเอ่ยปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด นางรู้ดีว่าที่เสี่ยวอันจื่อสวมเสื้อที่นาถอดออก แต่งตัวเป็นนาง หลอกล่อทหารรักษาพระองค์อยู่นาน และถ่วงเวลาให้นางหนีก็จะต้องสูญเสียชีวิตไปเพราะเหตุนั้นแน่นอนดังนั้น นางจะให้หนิงซวงมาเดินหมากตานี้ได้อย่างไร?ทุกคนต่างเข้าใจดีว่าการให้หนิงซวงปลอมเป็นนาง หมายความว่าอย่างไรชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างเงียบลงเป็นหลินเย่ว์ที่เอ่ยขึ้นก่อน “เรื่องนี้เดิมทีก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีคนสละชีวิตเยอะอยู่แล้ว ต่อให้ไม่ทำเช่นนี้ ฮองเฮาก็ไม่ปล่
Read more

บทที่ 1204

ม้าสองตัววิ่งตลอดทั้งวันทั้งคืน กว่าจะมาถึงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งจึงได้หยุดพักหลินเย่ว์จัดหาที่พักให้เฉียวเนี่ยนเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปเปลี่ยนม้าที่สถานีพักม้า จนกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดลงแล้วเดิมคิดว่าหลังจากเหน็ดเหนื่อยทั้งวันทั้งคืน เฉียวเนี่ยนน่าจะพักผ่อนแล้ว ไม่คิดเลยว่าประตูห้องของเฉียวเนี่ยนยังเปิดอยู่ จุดตะเกียงรอเขามองแสงไฟสลัวสีเหลืองที่ส่องออกมาจากในห้อง หลินเย่ว์กำหมัดแน่นเล็กน้อย ปรับอารมณ์ตนเอง ก่อนจะเดินเข้าไป“ยังไม่นอนอีกหรือ?”เขาถามเสียงทุ้ม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นขณะนั้นเฉียวเนี่ยนก็กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆ บนโต๊ะมีอาหารสองอย่าง และน้ำแกงหนึ่งถ้วยวางอยู่เห็นหลินเย่ว์ นางก็ไม่มีสีหน้าใด เพียงพูดว่า “รอเจ้ามากินข้าว”หลินเย่ว์จึงพยักหน้า เข้ามาในห้องแล้วนั่งลงมองอาหารตรงหน้า ดูน่าอร่อยกว่าอาหารแห้งที่กินมาตลอดทางมากนัก แต่หลินเย่ว์กลับไม่มีความอยากอาหารแม้แต่น้อยเขาหยิบตะเกียบขึ้น พูดว่า “ต่อไปไม่ต้องรอข้า” จากนั้นก็เริ่มกินเองเฉียวเนี่ยนก็คีบตะเกียบขึ้นมากินด้วยท่าทางดูเชื่องช้า ไม่รีบร้อนเหมือนหลินเย่ว์ที่ตักเข้าปากอย่างหิวโ
Read more

บทที่ 1205

นางแน่ใจว่าท่านโหวหลินได้พูดอะไรบางอย่างกับนางเสียงของหลินเย่ว์ดังขึ้นอย่างกะทันหัน "คงจะถูกขังในเรือนจำนั่นแหละ!"เมื่อได้ยิน เฉียวเนี่ยนก็ชะงัก "ขะ ขังในเรือนจำหรือ?"แค่ขังในเรือนจำ?แต่หลินเย่ว์กลับพยักหน้าแรงๆ "ใช่แล้ว คนแซ่เซี่ยนั่นก็ไม่ได้เห็นเจ้ากับตา จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนในรถม้าคือเจ้า? ในเมื่อมั่นใจไม่ได้ แล้วจะตัดสินความผิดให้ท่านพ่อได้อย่างไร? ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ไม่ได้เกี่ยวโยงมาถึงจวนโหว"เพราะอย่างไรเสีย ชื่อของเฉียวเนี่ยนก็ไม่ได้อยู่ในบันทึกลำดับวงศ์ตระกูลของตระกูลหลินเมื่อก่อนเฉียวเนี่ยนคิดว่าหลินเย่ว์เป็นคนบุ่มบ่าม คำพูดคำจาไม่น่าเชื่อถือ แต่ตอนนี้ทุกคำที่เขาพูด เฉียวเนี่ยนกลับเชื่อหมดกระทั่งใจที่ตึงเครียดมาตลอดถึงตอนนี้ก็คลายลงอย่างสิ้นเชิง"เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว"นางถอนหายใจยาว มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่แม้แต่นางเองก็ยังไม่รู้ตัวแต่หลินเย่ว์กลับเห็นเข้า ขอบตาก็รู้สึกแสบขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลเขารีบก้มหน้าลง กลัวว่าเฉียวเนี่ยนจะจับสังเกตได้ จึงแกล้งทำท่าทางวุ่นวายขึ้นมา แล้วก็ทำให้เขาเจอบางสิ่งเข้าอย่างไม่คาดคิดจริงๆ"อ้อ จริงสิ!"หลินเย่ว์พูดพลา
Read more

บทที่ 1206

คืนนี้ไร้สายลม แต่ในป่ากลับมีเสียงใบไม้สวบสาบเฉียวเนี่ยนใจสะท้าน กดเสียงเบาลง "หรือว่าจะมีสัตว์ป่าออกมา?""ไม่หรอก"หลินเย่ว์ลุกขึ้นชักดาบ เดินมาข้างหน้าเฉียวเนี่ยน ดึงนางขึ้นแล้วปกป้องไว้ด้านหลัง "ใกล้สำนักราชาโอสถ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดกล้าเข้ามาใกล้"ในเมื่อไม่ใช่สัตว์ป่า เช่นนั้นก็เป็นนักลอบสังหาร!ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงเหมือนของมีคมฉีกอากาศดังขึ้นหลายสายในป่ามีลูกธนูหลายดอกพุ่งออกมา มุ่งตรงเข้าหาทั้งสองหลินเย่ว์รีบดึงเฉียวเนี่ยนถอยไปข้างหลัง ใช้ดาบสะบัดปัดลูกธนูออกแต่ยังไม่ทันตั้งหลัก ก็มีคนในชุดดำสิบกว่าคนพุ่งออกมาจากในป่าหลินเย่ว์พลันขมวดคิ้ว สบถในใจ "ตลอดทางไม่เห็นกองทัพตามมา ที่แท้ก็ดักซุ่มรออยู่ที่นี่!"ในกลุ่มคนชุดดำมีเสียงเย้ยหยันดังมา "ฮองเฮาทรงคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าจะมาที่นี่ พวกเรามารออยู่ก่อนแล้ว วันนี้เห็นพวกเจ้าเอาตัวมาส่งถึงที่ เช่นนั้นก็รับความตายไปเถอะ!"สิ้นเสียง พวกเขาก็พร้อมใจกันบุกเข้ามาหลินเย่ว์รีบพุ่งไปข้างหน้า ต่อสู้กับคนชุดดำ พยายามจะสกัดไว้ทว่าแม้ฝีมือเขาจะก้าวหน้ากว่าก่อนมากเพียงใด แต่ฝ่ายตรงข้ามมากคน เขาสกัดได้สองสามคน แต่ไม่อาจหยุดยั้งสิบ
Read more

บทที่ 1207

ทางขึ้นเขาทุรกันดารยากแก่การสัญจร อีกทั้งคนสองคนยังขี่ม้าตัวเดียวกัน ไม่นานก็ช้าลงเฉียวเนี่ยนมีแววกังวล ไม่วายหันกลับไปมองด้านหลังอยู่เรื่อยแต่สายตาของหลินเย่ว์กลับมองไปยังศิลาจารึกไม่ไกลนัก แล้วมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยว่า "พวกเราเข้ามาถึงเขตสำนักราชาโอสถแล้ว วางใจเถอะ นักลอบสังหารจะไม่ตามมาแล้ว"เฉียวเนี่ยนก็เห็นอักษรบนศิลาจารึกนั้นว่า ‘สำนักราชาโอสถ’ จึงคลายใจกังวลลงทันทีอาศัยแสงจันทร์ นางมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้า "ข้างหน้าคือสำนักราชาโอสถหรือ?""อื้ม"เสียงของหลินเย่ว์ดังมาจากเหนือศีรษะ ทุ้มต่ำและหนักแน่น "เดินไปอีกกว่าร้อยวาก็จะพ้นป่า ถึงตอนนั้นจะเห็นต้นท้อหลายต้น แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ฤดูดอกบาน แต่ต้นท้อแถบสำนักราชาโอสถกลับเบ่งบานตลอดปี ใต้ต้นท้อต้นที่สาม จะมีหินก้อนเท่ากำปั้น หินนั้นเชื่อมกับกลไกภายในสำนักราชาโอสถ เพียงหมุนหิน สำนักราชาโอสถก็จะรู้ว่ามีแขกผู้ทรงเกียรติมาเยือน"เฉียวเนี่ยนพยักหน้าช้าๆ แต่ยังสงสัย "เจ้ารู้เรื่องสำนักราชาโอสถมากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? เคยมาที่นี่หรือ?""เนี่ยนเนี่ยน"หลินเย่ว์ไม่ได้ตอบคำถามเฉียวเนี่ยน น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน "พี่ใหญ
Read more

บทที่ 1208

กองใบไม้แห้งในป่าลึกท่วมถึงข้อเท้าแม้รูปร่างของหลินเย่ว์จะไม่สูงใหญ่เท่าฉู่จืออี้ แต่เฉียวเนี่ยนก็ยังสูงแค่บ่าของเขาอยู่ดียิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เขาเข้าร่วมกองทัพ ก็ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว ร่างกายกำยำแข็งแรง น้ำหนักย่อมไม่เบาเฉียวเนี่ยนไม่มีแรงพอจะยกเขาขึ้นไปบนหลังม้าได้ จึงทำได้เพียงแบกเขาเดินไปข้างหน้าก้าวเดินไปอย่างยากลำบากเมื่อเฉียวเนี่ยนก้าวพลาด เหยียบกิ่งแห้งหักลง ร่างของหลินเย่ว์ที่อยู่บนหลังนางก็ไถลลงมาอีกแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแน่เฉียวเนี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ใช้ดาบในมือกรีดผ้าจากกระโปรงของตัวเอง ฉีกออกมาใช้ผูกหลินเย่ว์กับตัวเองให้แน่นจากนั้นจึงใช้ดาบแทนไม้เท้า ค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าลมหายใจของหลินเย่ว์รินรดข้างหูนาง แผ่วเบาไม่ต่างจากเสียงกระพือปีกของจักจั่นยามใกล้สิ้นฤดูนางก็พลันนึกถึงตอนเด็กๆ ที่ตัวเองเคยส่งเสียงหัวเราะร่าอยู่บนแผ่นหลังของหลินเย่ว์นับครั้งไม่ถ้วนหลินเย่ว์มักจะแบกนางเสมอบางครั้งเพื่อเก็บผลไม้บนต้นไม้บางครั้งเพื่อจับหนอนตัวอ้วนเขาเคยแบกนางวิ่งผ่านตลาดอันคึกคัก เคยแบกนางหนีหลังจากเล่นต่อสู้กับผู้อื่นในตอนนั้น นางมักหัวเราะอย่างมีความ
Read more

บทที่ 1209

รอดแล้วเฉียวเนี่ยนฝืนยิ้มทั้งน้ำตา นางรีบวิ่งไปที่ข้างกายหลินเย่ว์ เรียกเขาด้วยเสียงดังว่า “หลินเย่ว์ ข้าทำสำเร็จแล้ว! เรามีทางรอดแล้ว! หลินเย่ว์ เจ้าได้ยินหรือไม่? เรามีทางรอดแล้ว!”น่าเสียดาย เสียงของนางจมหายไปในความมืดมิดของราตรี ไม่อาจได้รับคำตอบใดๆแต่ไม่นานนัก คนของสำนักราชาโอสถก็มาถึงในที่สุดพวกเขาพาเฉียวเนี่ยนกับหลินเย่ว์ไปยังเชิงหุบเขาเมื่อชายชราผมขาวคนนั้นมาถึง เฉียวเนี่ยนยังนั่งอยู่ข้างหลินเย่ว์ คอยเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากให้เขา“โอ้ นี่ใครกัน?” น้ำเสียงของเจ้าสำนักราชาโอสถแฝงด้วยการเย้ยหยันเฉียวเนี่ยนไม่ใส่ใจ รีบลุกขึ้นทำความเคารพต่อเจ้าสำนักราชาโอสถ “ท่านเจ้าสำนัก ได้โปรดช่วยชีวิตพี่ชายข้าด้วย”เจ้าสำนักราชาโอสถเหลือบตามองหลินเย่ว์ “เจ้าคิดว่าสำนักราชาโอสถของข้าเป็นที่ใดกัน? คนเช่นนี้ก็สมควรให้ข้าลงมือหรือ?”เฉียวเนี่ยนได้ฟังก็ชะงัก กำหมัดแน่น ก่อนจะโขกศีรษะลงกับพื้นเสียงดังตรงหน้าเจ้าสำนักราชาโอสถ “เมื่อก่อนเป็นเฉียวเนี่ยนเองที่ตาไม่ถึง มีตาหามีแววไม่ ทำให้ล่วงเกินเจ้าสำนัก หากเจ้าสำนักจะลงโทษ จะตีจะด่า เฉียวเนี่ยนย่อมไม่ปริปาก แต่พี่ชายข้าได้ถูกยิงกลางป่าเพรา
Read more

บทที่ 1210

พูดอีกอย่างก็คือ กฎนี้ก็ตั้งขึ้นมาเพื่อเอาชนะเฉียวเนี่ยนโดยเฉพาะเฉียวเนี่ยนเงียบลงเมื่อนึกถึงว่าเจ้าสำนักราชาโอสถผู้นี้นั้น แท้จริงแล้วชื่อเสียงไม่เกินจริง ตอนนั้นที่เมืองจี๋เสียงนางเสียมารยาทกับเขา เขาก็ผูกใจเจ็บมาจนถึงวันนี้ ชีวิตถูกเขากุมไว้ ก็นับเป็นกรรมสนองเห็นเฉียวเนี่ยนเงียบ เจ้าสำนักราชาโอสถกลับหัวเราะเย็น “ทำไม? เมื่อครู่ยังทำท่าทีพี่น้องรักใคร่กันนัก เวลานี้ต้องเอาชีวิตแลกชีวิตกลับลังเลแล้วหรือ? เช่นนั้นเจ้าต้องรีบตัดสินใจให้ไว ว่าจะเลือกชีวิตของพี่ใหญ่เจ้าหรือชีวิตของเจ้า”เฉียวเนี่ยนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าสำนักราชาโอสถหนึ่งครั้ง จึงเอ่ยปาก “ขอท่านเจ้าสำนักช่วยรักษาพี่ชาย ข้ายอมมอบชีวิตของข้าไว้แก่ท่านเจ้าสำนัก”ได้ยินคำนี้ แววตาของเจ้าสำนักราชาโอสถก็พลันขุ่นมัว กระทั่งน้ำเสียงยังหม่นหมองขึ้น “ข้าได้ยินมาว่าพี่ใหญ่เจ้าไม่ได้ดีต่อเจ้าสักเท่าไร คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีจิตใจดีถึงเพียงนี้ ถึงขั้นยอมสละชีวิตเพื่อช่วยเขา”เฉียวเนี่ยนก็ไม่คาดคิดว่าเจ้าสำนักราชาโอสถจะสืบเรื่องราวในอดีตของนางมาแล้วแต่พอคิดอีกที เขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงเพียงนี้ จะสืบเรื่องนางก็ไม่แปลกจึงสูดลมหา
Read more
PREV
1
...
119120121122123
...
150
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status