ราตรีสายลมในฤดูใบไม้ร่วงพัดหวิว หมู่ดาวพร่างพรายทั่วท้องนภา ส่องสะท้อนหยาดน้ำค้างแข็งบนผืนดินเหล่าทหารรักษาพระองค์ยืนองอาจอยู่บนกำแพงวังหลวง ไม่กล้าประมาทแม้เพียงน้อยนิดแม้จะรู้ว่ามิมีผู้ใดกล้าก่อความปั่นป่วนในวังหลวง แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ไม่ได้หละหลวมต่อหน้าที่วังหลวงภายใต้ม่านราตรีสว่างไสวด้วยแสงจากโคม ดุจดั่งดวงตาของอสูรกายยักษ์ที่เร้นกายในความมืดมิด กะพริบไหววูบวาบหากมองจากไกล ๆ จะชวนให้เกิดความรู้สึกน่าเกรงขามค่ำคืนนี้ก็เหมือนคืนอื่น ๆ เมื่อถึงยามจื่อ[1] ทหารรักษาพระองค์อีกกลุ่มก็มาผลัดเปลี่ยนเวรยามหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายส่งมอบหน้าที่กันเรียบร้อย ทหารรักษาพระองค์กลุ่มแรกก็เปิดประตูวังเพื่อกลับค่ายไปพักผ่อนทว่าในตอนนั้นเอง ทหารรักษาพระองค์ที่มาเปลี่ยนเวรกลับไม่ยอมปิดประตู ทั้งที่ทหารกลุ่มก่อนหน้าออกจากวังไปแล้วผู้บังคับการจางจากกองทหารรักษาพระองค์กลุ่มก่อนหน้า เห็นดังนี้ก็ขมวดคิ้วมองไปทางกำแพงวัง ตะโกนว่า “ผู้บังคับการเจี่ยง เหตุใดจึงไม่ปิดประตูวัง?”ผู้บังคับการเจี่ยงตอบอย่างราบเรียบ “เมื่อครู่นี้ข้าได้รับแจ้งมาว่า องค์ชายสิบจะเข้าเฝ้าฝ่าบาท ด้วยเหตุนี้จึงไม่ปิดปร
Read more