All Chapters of มรสุมรัก CEO ซาตาน: Chapter 461 - Chapter 470

724 Chapters

บทที่ 461

เซิ่นหรูซวงแค่นหัวเราะ “ถ้านายยังพูดเรื่องพวกนี้อีก ฉันจะรำคาญ แล้วจะไม่ตอบคำถามนายจริง ๆ แล้วนะ”สือเหยาอ้าปาก น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย “เซิ่นหรูซวง”เซิ่นหรูซวงพูด “หือ?”สือเหยาก้มหน้าลงต่ำ “...เธอเคยชอบเขาใช่ไหม?”คำถามนี้ทรมานสือเหยาทั้งวันทั้งคืนจนนอนแทบไม่หลับ เขาอยากรู้ว่าเซิ่นหรูซวงกับซิงจือเหยียนเคยมีความคืบหน้ากันไปบ้างหรือไม่ หรือมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าความสัมพันธ์แบบพี่น้องกันบ้างไหม จนแทบจะเป็นบ้าเซิ่นหรูซวงเงียบสักพัก ไม่ได้ตอบคำถามของเขา สือเหยาสัมผัสได้ว่าหัวใจของตนเองค่อย ๆ จมดิ่งลงไปอย่างชัดเจน ลำคอตีบตัน หายใจไม่ออกเล็กน้อยครู่ต่อมา เขาก็ได้ยินคำตอบของเซิ่นหรูซวงอย่างชัดเจนตอนที่สือเหยาได้ยินคำตอบของเซิ่นหรูซวง เขาภาวนาให้การได้ยินของตนเองไม่ได้ดีขนาดนั้น ทางที่ดีคือไม่ได้ยินคำตอบของเซิ่นหรูซวงชัดเจนแต่คำถามนี้เขาเป็นคนถามออกไปเอง ต่อให้เขาจะรู้สึกอึดอัด แต่ก็อยากรู้คำตอบจริง ๆเซิ่นหรูซวงตอบ “ใช่”หัวใจของสือเหยาพลันจมดิ่งลงไปสือเหยาอ้าปากค้าง น้ำเสียงคลุกคลักอยู่ในลำคอ มองเซิ่นหรูซวงด้วยแววตาว่างเปล่าอยู่นานสิ่งที่ติดค้างอยู่ในหัวสมองมานาน
Read more

บทที่ 462

ความรู้สึกรับรู้ถึงวิกฤตของสือเหยาพลันพุ่งสูงขึ้น ก่อนลงจากรถตามหลังเซิ่นหรูซวงไปติด ๆตอนนี้ยังเป็นฤดูร้อน แสงแดดร้อนแผดเผา ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ใต้ดวงอาทิตย์เหงื่อไหลชุ่มเต็มหน้าผากและแผ่นหลังไปหมด เขาพูดขึ้นเสียงเบา “ประธานซิงครับ การประชุมกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงนะครับ”ซิงจือเหยียนไม่ตอบกลับผู้ช่วยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันได้อย่างชัดเจน จึงหันไปสบสายตากับพนักงานอย่างจนปัญญาเมื่อผู้ช่วยมองไปตามสายตาของซิงจือเหยียนแววตาพลันชะงักไปทันทีเป็นเซิ่นหรูซวงที่ลงมาจากรถ และตามด้วยชายหนุ่มที่หน้าตาดีมาก ๆ อีกคนหนึ่ง ชายวัยกลางคนสวมสูทคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้ารถของเซิ่นหรูซวง ชายวัยกลางคนกำลังเปิดฝากระโปรงหน้ารถ ก้มตัวลงค้นหาอะไรบางอย่าง เซิ่นหรูซวงกับชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปหา ถามเสียงแผ่วเบาหลายประโยคชายหนุ่มคนนั้น...เหงื่อที่หน้าผากผู้ช่วยไหลผุดซึมมากขึ้นเขารู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เพราะเคยปรากฏในข้อมูลการสืบสวนของเขามาก่อนสือเหยา คุณชายของตระกูลสือ ภูมิหลังครอบครัวและประวัติการศึกษาล้วนโดดเด่น ตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยตอนอายุสิบเก้าปี ก็อยู่ข้างกายเซิ่นหรูซวงมาโดยตลอดถึงห้าป
Read more

บทที่ 463

สายตาของชายทั้งสองคนประสานกันทันที แล้วสบสายตากันเป็นเวลานาน โดยที่ไม่มีใครละสายตาออกไปก่อนนัยน์ตาสีดำสนิทคู่หนึ่งดูลุ่มลึก ยังคงเรียบเฉยไม่ฉายอารมณ์ใด ๆ ส่วนนัยน์ตาสีน้ำตาลเจือสีฟ้าอ่อนก็นิ่งสงบไม่แพ้กันชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสองคนยืนอยู่บนถนน จึงดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากให้มองเข้ามาได้อย่างไม่ต้องสงสัยเซิ่นหรูซวงที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายสองคน ก้มหน้ามองลุงหลิวที่เป็นคนขับรถกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่หน้ารถ เธอจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าชายข้างกายสองคนกำลังจ้องหน้ากันจนสายตาแทบลุกเป็นไฟมีเพียงผู้ช่วยของซิงจือเหยียนที่สังเกตเห็นสายตาของชายทั้งสองคน เขากลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ออกมาจู่ ๆ เสียงหัวเราะเบา ๆ ของสือเหยาก็ลอยเข้าหู เซิ่นหรูซวงกำลังหงุดหงิด รถก็พัง อีกทั้งซิงจือเหยียนก็ไม่รู้ว่าสมองส่วนไหนเสียหายถึงเข้ามาพูดกับเธอ จึงหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “หัวเราะอะไร?”เมื่อความร้อนเข้ามาประชิดแขนของเธอ ทำเอาเซิ่นหรูซวงแววตาไหววูบ เป็นสือเหยาที่เอนตัวเข้ามาใกล้ แล้วก้มหน้าลงมาที่ข้างหูของเธอด้วยระยะห่างที่ใกล้ชิดกันมาก ก่อนเอ่ยถามแกมหัวเราะ “คุณคนนี้ก็คือประธ
Read more

บทที่ 464

“ผมหมายความว่า” ซิงจือเหยียนพูดเสียงทุ้มต่ำ น้ำเสียงเจือความมั่นอกมั่นใจอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ต้องเตรียมหรอก ขอแค่เซิ่นหรูซวงกลับไปตระกูลซิงสักสองสามวันแค่นั้นก็พอ”สีหน้าสือเหยานิ่งค้างไปทันที ก่อนก้มหน้าลงมองเซิ่นหรูซวง “เธอจะกลับตระกูลซิง?”เซิ่นหรูซวงพยักหน้า แววตาราบเรียบ “ประธานซิงคะ อีกไม่กี่วันข้างหน้าฉันจะส่งของขวัญครบรอบวันแต่งงานของคุณไปให้นะคะ วันนี้คงไม่รบกวนแล้ว”สือเหยาถามเสียงทุ้มต่ำ “เธอจะไปจริง ๆ หรือ?”เซิ่นหรูซวงแค่พยักหน้ารับขอไปที แต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากประธานซิงเหลือบมองมือของสือเหยาที่กำลังโอบเซิ่นหรูซวงไว้อีกครั้ง “ได้ แต่พวกเธอต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม?”เซิ่นหรูซวงฉีกยิ้มราบเรียบให้ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ประธานซิงไปทำธุระก่อนเถอะ ตรงนี้ฉันสามารถจัดการเองได้”คราวนี้ ซิงจือเหยียนเดินกลับทันทีหลังจากได้เห็นกับตาว่าซิงจือเหยียนขึ้นรถจากไปแล้ว เซิ่นหรูซวงจึงถอนสายตากลับมาเงียบ ๆ แล้วพูดกับลุงหลิวที่เป็นคนขับรถว่า “ไม่ต้องดูแล้วล่ะ หาไม่เจอก็ตามช่างมาซ่อม เรียกรถลากมาลากไปก่อน คุณเฝ้าอยู่ที่นี่ ฉันจะเรียกรถกลับเอง”ลุงหลิวปาดเหงื่อ “ได้ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ”
Read more

บทที่ 465

สือเหยาจับท้ายทอยของเธอไว้ บีบปลายคางของเธอให้เงยขึ้น แล้วจ้องเธออย่างคาดคั้น “เซิ่นหรูซวง ฉันบอกว่า ฉันทำไปเพราะเป็นห่วงเธอ”หัวใจของเซิ่นหรูซวงเต้นรัวทั้งสองคนจ้องหน้ากันอยู่นาน สือเหยาหอบหายใจหนัก ส่วนเซิ่นหรูซวงก็เม้มปากแน่นไม่พูดไม่จา ปล่อยให้ความเงียบขยายตัวออกเป็นวงกว้างสือเหยาออกแรงจับเส้นผมของเซิ่นหรูซวงเบา ๆ “เซิ่นหรูซวง พูดมาสิ”เซิ่นหรูซวงขมวดคิ้ว สือเหยาจึงปล่อยมือจากท้ายทอยทันที แถมยังลูบเบา ๆ อย่างปลอบใจทิ้งท้ายอารมณ์ของเซิ่นหรูซวงซับซ้อน ในใจเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะเข้าใจถึงตอนนี้คนที่หัวช้ามาตลอด ยังรับรู้ได้ถึงปัญหาบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นเธออ้าปาก พูดอธิบายด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “...ถ้าฉันอยากได้ลิขสิทธิ์เกมเฮยไป๋ทู่ ก็ต้องกลับตระกูลซิง”สือเหยาแค่นหัวเราะเสียงหยัน “เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ งั้นเมื่อกี้ทำไมเธอต้องปิดบังแทนซิงจือเหยียนด้วย? เธอยังลืมเขาไม่ได้ใช่ไหม?” เซิ่นหรูซวงขมวดคิ้ว “นายพูดเรื่องอะไร?”ลืมซิงจือเหยียนไม่ได้?มันจะเป็นไปได้อย่างไร?ทันใดนั้น น้ำเสียงของสือเหยาพลันทุ้มต่ำลง “ฉันพูดผิดหรือ? เมื่อกี้ฉันเพิ่งถามเธอไป ทำไมเ
Read more

บทที่ 466

เซิ่นหรูซวงตอบปฏิเสธทันควันวันนี้อาจเป็นครั้งแรกที่สือเหยาเจอกับซิงจือเหยียน แต่เจอหน้ากันแค่ครั้งแรก สือเหยาก็เหมือนกับคนที่ใกล้ประสาทเสียเข้าไปเต็มที พูดจาประชดประชัน ไม่รู้ว่ากำลังโกรธซิงจือเหยียนด้วยเรื่องอะไรถ้าพาสือเหยาไปด้วยจริง ๆ เกรงว่าเพดานคฤหาสน์ตระกูลซิงคงจะถูกสือเหยารื้อออกแน่นอนเจียงเสี่ยวชุนสงสัย “ทำไมไม่ให้สือเหยาไปล่ะ สือเหยาทำงานให้เธอครบหนึ่งเดือนพอดีไม่ใช่หรือ? เธอก็พาเขาไปด้วยสิ มีเรื่องอะไรก็ให้เขาช่วย”เซิ่นหรูซวงจิ๊ปากหลายครั้ง “เธอไม่รู้หรือว่า พอสือเหยาเจอหน้าซิงจือเหยียนทีไรก็ทำตัวเหมือนคนบ้า พูดจาไร้สาระ ฉันไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะทำอะไร”“พูดจาไร้สาระที่ว่าคืออะไร?”หลังจากเจียงเสี่ยวชุนครุ่นคิดไม่นาน แววตาก็ประกายแววซุบซิบนินทาขึ้นมาลาง ๆเซิ่นหรูซวงที่กำลังง่วนอยู่กับการตอบข้อความเรื่องงานในมือถือ พูดคลุมเครือว่า “ตอนที่อยู่ที่นั่นเขาย้ำนักย้ำหนาว่าอีกไม่นานก็จะถึงวันครบรอบวันแต่งงานของซิงจือเหยียนกับเว่ยอวิ่นลู่ ให้ฉันเตรียมของขวัญไว้ด้วย และยังพูดจาแปลก ๆ อีก ดูเหมือนมีความแค้นกับซิงจือเหยียนเลย”เจียงเสี่ยวชุนไหนเลยจะไม่เข้าใจความคิดของสือเหยา
Read more

บทที่ 467

กระเป๋าเดินทางของเซิ่นหรูซวงอยู่ในมือของสือเหยา มือสองข้างของเธอจึงว่างเปล่า เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “งั้นก็รบกวนคุณไปบอกกับประธานซิงด้วยว่า ฉันยังมีธุระ ไว้จะไปร่วมงานครบรอบวันแต่งงานของประธานซิงกับภรรยาตอนเย็น ถึงตอนนั้นฉันจะส่งของขวัญไปให้”ผู้ช่วยพูดด้วยความลำบากใจว่า “ประธานเซิ่นครับ ประธานซิงบอกว่าวันนี้ให้ผมพาคุณกลับไปให้ได้ ประธานซิงหมายความว่าเขาหวังว่าระยะนี้คุณจะไปพักที่คฤหาสน์ตระกูลซิงน่ะครับ อีกอย่างก็ทำความสะอาดห้องไว้ให้คุณแล้ว คุณว่านี่...”เซิ่นหรูซวงยังไม่ทันพูด สือเหยาก็กระเถิบเข้ามาจากข้าง ๆ แล้วใช้มือข้างหนึ่งที่ยังว่างโอบไหล่ของเธอ พลางพูดยิ้ม ๆ “งั้นก็คงได้แค่บอกขอโทษแล้วล่ะครับ เพราะถึงอย่างไรพวกเราก็มีธุระด่วนจริง ๆ ประธานซิงเป็นคนใจกว้าง น่าจะไม่ถือสาพวกเราหรอกนะครับ”ผู้ช่วยทำน้ำเสียงอึกอัก “นี่...”สือเหยาจึงดึงไหล่ของเซิ่นหรูซวงเข้ามา “ไปกันเถอะ จะรออะไรอีก?”เซิ่นหรูซวงเพิ่งจะพยักหน้า ก็ถูกสือเหยาพาตัวเดินออกไปนอกสนามบินตรงทางออกวีไอพีของสนามบิน รถเบนท์สีดำขลับคันหนึ่งค่อย ๆ ลดกระจกลง นัยน์ตาสีเข้มเรียวรีคู่หนึ่งจ้องไปยังชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูสะดุด
Read more

บทที่ 468

ซิงฉีหยวนเป็นบุตรที่เว่ยอวิ่นลู่คลอดมาเมื่อห้าปีก่อน เมื่อลองนับเวลาแล้ว ซิงฉีหยวนก็เพิ่งจะอายุครบห้าขวบเต็มได้ไม่นาน เป็นช่วงวัยที่แม้แต่สุนัขยังเบือนหน้าหนี กอปรกับหลังจากที่เขาเกิดมา คุณปู่ซิงก็แทบจะเลี้ยงดูเขาเป็นแก้วตาดวงใจ เขาอยากได้อะไรก็ให้ เลี้ยงดูมาแบบเรียกลมเรียกฝนได้ สั่งได้ทุกอย่าง จึงเป็นช่วงวัยที่เย่อหยิ่งและหลงตัวเองหลังจากซิงฉีหยวนเกิดมา จุดสำคัญของซิงจือเหยียนก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัดเมื่อก่อนซิงจือเหยียนเป็นพวกบ้างาน ทำงานอยู่ที่บริษัททั้งวันทั้งคืนไม่ยอมกลับบ้าน แต่หลังจากซิงฉีหยวนเกิด เขาก็อยู่ที่บ้านใช้เวลากับลูกมากขึ้น มีความอดทนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ส่วนการเลี้ยงดูซิงฉีหยวนนั้นสามารถพูดได้เลยว่าให้ทุกอย่างตามที่ขอ แต่ในช่วงเวลาสำคัญของการเรียนรู้ ซิงจือเหยียนยังคงใส่ใจอย่างเคร่งครัดเทียบกับซิงจือเหยียนแล้ว คุณปู่ซิงกับเว่ยอวิ่นลู่ดูเหมือนจะลำเอียงมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดและเป็นเพราะการเปรียบเทียบนี้ ซิงฉีหยวนจึงเชื่อฟังคำพูดของซิงจือเหยียนมากกว่า หลัก ๆ เป็นเพราะว่ากลัวซิงจือเหยียนโกรธเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เว่ยอวิ่นลู่ก็หัวเราะคิกคักพร้อมกับพู
Read more

บทที่ 469

เว่ยอวิ่นลู่หัวเราะพร้อมกับจูงมือของเขา แล้วรับเสื้อคลุมของซิงฉีหยวนมาจากมือของพนักงาน “งั้นพวกเรากลับกันเถอะค่ะ กลับบ้านไปทานข้าวกับคุณปู่กัน”ซิงฉีหยวนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เวลานี้เขารู้จักที่จะออดอ้อน ตอบว่าดีด้วยน้ำเสียงใสซื่อแล้วห้างสรรพสินค้าอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ตระกูลซิง แต่เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่ไกล ซิงฉีหยวนก็ผล็อยหลับอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยอวิ่นลู่แล้ว ซิงฉีหยวนตอนนอนหลับนั้นดูว่านอนสอนง่ายมาก ไม่ร้องไห้งอแง ใบหน้ากลม ๆ เล็ก ๆ นั่นดูน่ารักอย่างมาก เว่ยอวิ่นลู่เห็นแล้วก็รู้สึกชอบ ฝ่ามือตบหลังของซิงฉีหยวนเบา ๆแต่รอยยิ้มที่ประดับมุมปากเว่ยอวิ่นลู่ก็หุบลงอย่างช้า ๆ แล้วถามเสียงเบาว่า “อาเหยียน ไปรับคนมาหรือยังคะ?”ซิงจือเหยียนมองใบหน้าตอนนอนของซิงฉีหยวนพูดด้วยเสียงเรียบว่า “ไม่ เธอมีธุระ”เว่ยอวิ่นลู่บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเปล่า แต่ในใจยังคงรู้สึกอึดอัด “อาเหยียนคะ ฉันอยากถามมานานแล้วว่าทำไมคุณถึงอยากให้เธอกลับมาหรือคะ?”ซิงจือเหยียนเบนสายตาไปมองใบหน้าเว่ยอวิ่นลู่หลายปีมานี้เว่ยอวิ่นลู่พักอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลซิง ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่หรือเดินทางล้วนได้รับการดูแลอย่าง
Read more

บทที่ 470

เซิ่นหรูซวงสีหน้ามืดครึ้มไปหมดสือเหยาจึงเลี่ยงที่จะไม่พูด แต่ยืนจังก้าขวางอยู่ที่หน้าประตูโรงแรม ท่าทางราวกับว่าถ้าเธอไม่ให้ฉันไปด้วย งั้นฉันก็จะไม่ให้เธอไปเหมือนกันเซิ่นหรูซวงยืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน ส่งสายตาฟาดฟันกับสือเหยาสีหน้าสือเหยาเริ่มบึ้งตึงช้า ๆ เมื่อส่งสายตาฟาดฟันครั้งสุดท้ายจบก็พูดว่า “เซิ่นหรูซวง เธอมีเหตุผลหน่อย ทั้ง ๆ ที่พวกเราจองห้องมาสองห้อง แต่ตั้งแต่ที่พวกเราเข้ามาในโรงแรม เป็นใครที่เก็บสัมภาระให้เธอ เป็นฉันไง! แล้วตั้งแต่เข้าห้องมาเป็นใครที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง เป็นเธอไง! เธอทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันเสียใจมาก...”ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเซิ่นหรูซวงเจือความอึดอัดขึ้นมาหลายส่วนจากคำตำหนิของสือเหยาสือเหยาตบหัวแล้วลูบหลัง พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า “อีกอย่าง ฉันมันน่าอายขนาดนั้นเลยหรือ? เซิ่นหรูซวงคนดี เธอพาฉันไปด้วยเถอะนะ”ท้ายที่สุด สือเหยาก็ตามเซิ่นหรูซวงออกไปเจอเพื่อนเก่าด้วยความพออกพอใจ เมื่อเซิ่นหรูซวงกับสือเหยาเดินตามพนักงานเข้าไปในร้านอาหาร สือเหยาก็กดเสียงต่ำถามข้าง ๆ หูเธอว่า “เธอจะไปเจอเพื่อนแบบไหน? เพื่อนผู้ชายหรือว่าเพื่อนผู้หญิง?”สือเหยา
Read more
PREV
1
...
4546474849
...
73
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status