All Chapters of ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก: Chapter 381 - Chapter 390

431 Chapters

บทที่ 383

เมื่อคนรั้นสองคนโคจรมาประจันหน้ากัน หากต้องตัดสินผลแพ้ชนะ ย่อมมีเพียงฝ่ายเดียวที่ครองชัยชนะอย่างเด็ดขาด และฝ่ายที่พ่ายแพ้ก็ต้องยอมรามือไปโจวซือเหย่อาจจะพันธนาการตัวเธอไว้ข้างกายได้สำเร็จ ทว่าเขากลับไม่ใช่ผู้ชนะ ส่วนเจียงซู่เองก็ไม่ยอมถอยให้แม้แต่ก้าวเดียว สถานการณ์ในตอนนี้จึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกดังนั้น แม้ในมือของโจวซือเหย่จะถือไพ่เหนือกว่าเพียงใด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจียงซู่ เขากลับทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อยสิ่งที่เขาปรารถนาคือตัวตนของเธอ ไม่ใช่เพียงหุ่นเชิดที่ไร้ความรู้สึก หรือร่างที่ไร้วิญญาณซึ่งไม่มีประโยชน์อันใดเจียงซู่ประท้วงด้วยการไม่กินไม่ดื่มเข้าสู่วันที่สี่แล้ว จากเดิมที่โจวซือเหย่ตั้งใจจะขัดเกลาพยศของเธอให้สิ้นซาก บัดนี้กลับกลายเป็นความร้อนรนจนนั่งไม่ติดโจวซือเหย่มองจ้องเธอเขม็ง พลางเอ่ยถาม “ต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมกินข้าว?”เจียงซู่ยังคงหลับตาแน่น ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอันใดโจวซือเหย่เรียกแพทย์ประจำตระกูลมาพบ เขาสั่งการด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาดว่า “ทำให้ขากรรไกรเธอหลุด”คุณหมอถึงกับชะงักด้วยความตกตะลึง “?!”เขาเข้าใจดีว่าโจวซือเหย่ต้องการส
Read more

บทที่ 384

ภายใต้การกำราบอันป่าเถื่อนและเด็ดขาดของโจวซือเหย่ ในที่สุดเจียงซู่ก็ยอมยุติการประท้วงด้วยการอดอาหาร เธอกลับมาทานอาหารตามปกติราวกับตุ๊กตาไขลานที่ทำหน้าที่ไปตามกลไก ซึ่งผลลัพธ์นี้สร้างความพึงพอใจให้กับเขาเป็นอย่างมากในทุก ๆ วัน โจวซือเหย่จะสรรหาเมนูอาหารสารพัดอย่างมาบำรุงเธอประหนึ่งการขุนเหยื่อ ด้วยหวังจะให้เนื้อหนังที่ซูบหายไปของเธอกลับคืนมาดังเดิมทว่าความพึงพอใจของโจวซือเหย่กลับดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก ไม่ช้าหัวคิ้วที่เคยคลายออกก็เริ่มขมวดมุ่นขึ้นมาอีกครั้งนั่นเพราะเจียงซู่เริ่มจมดิ่งสู่ความเงียบงันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านไป หากไม่จำเป็นจริง ๆ เธอจะไม่เอ่ยปากพูดเลยแม้แต่คำเดียว บางครั้งแม้เขาจะเป็นฝ่ายชวนคุย เธอก็เพียงแค่พยักหน้าหรือส่งเสียงรับในลำคอเบา ๆ เท่านั้น ราวกับว่าสายใยแห่งการสื่อสารของเธอได้ขาดสะบั้นไปเสียแล้วแต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะยังมีเรื่องที่รุนแรงยิ่งกว่านั้นเกิดขึ้นกลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่โจวซือเหย่กำลังสะสางงานที่ค้างคาอยู่ บอดี้การ์ดด้านนอกคฤหาสน์จิ่งหยวนก็เข้ามารายงาน “ท่านประธานโจวครับ คุณผู้หญิงกำลังจะออกไปข้างนอกครับ”โจวซือเหย่ปรา
Read more

บทที่ 385

หลังจากเสร็จสิ้นมื้อเช้า โจวซือเหย่เตรียมตัวจะไปทำงาน ส่วนเจียงซู่กลับรู้สึกง่วงงุนขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าเธอไม่ได้กลับไปนอน แต่เลือกที่ตรงไปยังห้องทำงานแทนพริบตานั้นเอง ความสงบเงียบของคฤหาสน์จิ่งหยวนก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงร้องเรียกอย่างตื่นตระหนกของเจียงซู่ “ป้าเฉิน ป้าเฉินมานี่หน่อย”ป้าเฉินรีบวิ่งขึ้นบันไดมาตามเสียงเรียก “คุณผู้หญิง มีอะไรหรือเปล่าคะ?”เจียงซู่เอ่ยถามทันที “มีใครมาขยับหนังสือในตู้ของฉันหรือเปล่า?”ป้าเฉินถามกลับด้วยความงงงวย “หนังสือเล่มไหนคะ?”เจียงซู่ตอบกลับทันควัน “สารานุกรมภาพสถาปนิกโลก” “ฉันวางมันไว้บนโต๊ะทำงาน แต่มันหายไปไหนแล้ว? ใครหยิบไป?”หนังสือเล่มนั้น ป้าเฉินเคยเห็นผ่านตาจริง ๆ ในตอนที่เข้ามาทำความสะอาด แต่ไม่ว่าก่อนหรือหลังทำความสะอาด เธอก็จัดวางมันไว้ที่ตำแหน่งเดิมทุกครั้ง“ไม่มีใครหยิบไปหรอกค่ะ หนังสือก็วางอยู่ที่เดิมนั่นแหละค่ะ”เจียงซู่ขมวดคิ้วแน่น “ไม่ ฉันหาจนทั่วแล้ว แต่มันไม่อยู่ที่นี่”ป้าเฉินเดินเข้าไปช่วยค้นหา ทว่าหาจนทั่วแล้วหนังสือเล่มนั้นก็ไม่มีอยู่จริง ๆ จนกระทั่งสายตาของเธอเหลือบไปเห็นบางอย่างที่มือของเจียงซู่ ท่าทางหาของจึงชะงักกะท
Read more

บทที่ 386

เจียงซู่อาเจียนออกมาจนหน้ามืดตามัวแทบสิ้นสติ ส่วนโจวซือเหย่นั้นใบหน้ามืดครึ้มดำสนิทประดุจน้ำหมึกเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า เธอจะรังเกียจสัมผัสของเขาถึงเพียงนี้ อารมณ์พิศวาสที่เคยพลุ่งพล่านมลายหายไปสิ้นด้วยกองอาเจียนตรงหน้าโจวซือเหย่เรียกป้าเฉินให้มาจัดการทำความสะอาด ส่วนตัวเขาเองก็เดินสะบัดก้นหนีไปนอนที่ห้องนอนแขกด้วยความโทสะ ทันทีที่เห็นเขาพ้นสายตาไป เจียงซู่จึงค่อย ๆ ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ร่างกายที่เคยเกร็งเขม็งพลันผ่อนคลายลงทว่าในช่วงเช้ามืด โจวซือเหย่ที่เพิ่งข่มตาหลับไปได้ไม่นานก็ถูกบอดี้การ์ดปลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยสถานการณ์เดิมเหมือนเมื่อคืนเปี๊ยบ ทันทีที่เห็นเจียงซู่กำลังยืนละเมออยู่เช่นนั้น ความขุ่นเคืองที่เคยมีก่อนหน้านี้ก็พลันมลายหายไปจนหมดสิ้นเจียงซู่ยืนพร่ำเพ้อคำว่ากลับบ้านอยู่ที่หน้าประตูใหญ่เพียงไม่กี่คำ ก็สิ้นสุดการละเมอของคืนนี้ เธอหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปเงียบ ๆ ภาพที่เห็นทำให้โจวซือเหย่รู้สึกจุกแน่นในอกอย่างบอกไม่ถูกและเป็นไปตามคาด เจียงซู่ไม่รับรู้เรื่องราวที่ตัวเองละเมอเดินเลยแม้แต่น้อยวินาทีนั้น คำพูดเตือนสติของผู้เป็นแม่ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกคร
Read more

บทที่ 387

อวี้เจินยังคงรักษาท่าทีที่สุภาพต่อเธอ ทว่ากลับปิดปากเงียบกริบเรื่องอาการของคนไข้ “ขออภัยด้วยค่ะ ฉันไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของคนไข้ได้”โจวหว่านซินเบะปากใส่ทันที ทำราวกับว่าเธออยากจะรู้นักหนาอย่างนั้นแหละ ในเมื่อคนที่ป่วยไม่ใช่พี่ชายของเธอ เธอก็หมดความสนใจที่จะซักไซ้ไล่เลียงต่อเมื่อก้าวเข้ามาในคฤหาสน์จิ่งหยวน เธอก็ตรงดิ่งไปหาพี่ชายทันทีทันทีที่เคาะประตูและเปิดห้องทำงานเข้าไป โจวหว่านซินก็ถึงกับต้องสำลักควันบุหรี่ที่อบอวลอยู่ภายในห้องจนไอตัวโยน“แค่ก ๆ ๆ ...”โจวซือเหย่หันกลับมาตามเสียง “มาทำไม?”โจวหว่านซินทำหน้ามุ่ย “ถ้าไม่มีธุระ ฉันจะมาหาพี่ไม่ได้เลยหรือไง? พี่น่ะนับวันยิ่งเย็นชากับฉันขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ ฉันยังเป็นน้องสาวสุดที่รักของพี่อยู่หรือเปล่าเนี่ย?”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความเคร่งขรึมบนหัวคิ้วของโจวซือเหย่ก็คลายลง สีหน้าดูอ่อนโยนขึ้นกว่าครู่ก่อนมาก “ว่ามาเถอะ มีธุระอะไร?”ดวงตาของโจวหว่านซินที่มีส่วนคล้ายกับพี่ชายกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ใกล้จะถึงวันเกิดหนูแล้ว พี่จำได้ใช่ไหม?”ถ้าเธอไม่พูดขึ้นมา โจวซือเหย่ก็คงจำไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ“อยากได้อะไรล่ะ?”
Read more

บทที่ 388

อวี้เจินจะสละเวลาวันละหนึ่งถึงสองชั่วโมงเพื่อพูดคุยกับเจียงซู่ ทว่าเจียงซู่กลับปฏิบัติกับเธอด้วยท่าทีเดียวกับที่ใช้กับโจวซือเหย่ นั่นคือมองว่าเธอเป็นเพียงธาตุอากาศแต่อวี้เจินนั้นคุ้นชินกับการถูกคนไข้เมินเฉยเสียแล้ว เธอยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “วันนี้อากาศดีมากเลย เราลองลงไปเดินเล่นข้างล่างกันหน่อยไหมคะ?”เจียงซู่เอ่ยตอบเสียงเรียบ “ไว้คุณไปทำให้โจวซือเหย่อนุญาตให้ฉันเข้าออกที่นี่ได้อย่างอิสระก่อน แล้วค่อยมาคุยกัน”อวี้เจินรับปาก “ฉันคุยให้ได้นะคะ” เจียงซู่ไม่ได้เก็บคำว่า คุยให้ได้ ของอีกฝ่ายมาใส่ใจ เธอไม่คิดว่าโจวซือเหย่จะยอมตกลง เพราะตอนนี้เธอยังไม่ได้กลายเป็นภรรยาที่ดีที่สอบผ่านในสายตาของเขาเลยตลอดการสนทนา มีเพียงอวี้เจินที่เป็นฝ่ายประคองสนทนาเสียส่วนใหญ่ ในขณะที่เจียงซู่นั้นกลับนิ่งสนิท เธอตอบกลับเพียงคำสั้น ๆ หรือบางทีก็ไม่ยอมปริปากเอาแต่เงียบราวกับจิตวิญญาณไม่ได้สถิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ก่อนกลับ อวี้เจินวางดอกพุดซ้อนที่เธอพกมาด้วยลงบนโต๊ะของเจียงซู่“ฉันให้คุณค่ะ”เจียงซู่ช้อนตาขึ้นมองเพียงแวบหนึ่งโดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ “ฉันเห็นว่าในสวนด้านล่างมีดอกไม้ปลูกไว้เยอะเลย
Read more

บทที่ 389

อวี้เจินได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “มีธุระกับฉัน? เรื่องอะไรคะ?”ถ้าไม่ใช่มาหาหมอเพื่อรักษาตัว แล้วจะมีเรื่องอะไรให้ต้องมาหาเธอกัน?เวิงอี๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบไม่รีบร้อน “ได้ข่าวว่าคุณกำลังทำจิตบำบัดให้เจียงซู่อยู่สินะ”นัยน์ตาของอวี้เจินไหววูบไปวูบหนึ่งทันทีที่ได้ยินเวิงอี๋ยังคงถามต่อ “เธอเป็นโรคอะไร?”อวี้เจินตอบกลับไปทันควัน “ขออภัยด้วยค่ะ ฉันไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของคนไข้ได้”สำหรับจิตแพทย์แล้ว การไม่แพร่งพรายอาการของคนไข้ถือเป็นจรรยาบรรณวิชาชีพขั้นพื้นฐานที่ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด“รบกวนคุณช่วยออกไปด้วยค่ะ ฉันต้องทำงานแล้ว”ทว่าเวิงอี๋กลับไม่ขยับไปไหน เธอเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ตรงข้างเท้าขึ้นมาวางบนโต๊ะแทนอวี้เจินมองกระเป๋าถือสีดำใบนั้นสลับกับใบหน้าของเวิงอี๋ เธอไม่เข้าใจเลยว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร จนกระทั่งวินาทีต่อมาที่เวิงอี๋รูดซิปกระเป๋าออก เผยให้เห็นธนบัตรสีเทาปึกใหญ่ที่อัดแน่นอยู่ภายใน อวี้เจินถึงกับมองภาพนั้นด้วยความงุนงงจนทำอะไรไม่ถูก“หมายความว่ายังไงคะ?”ไม่มีเหตุผลเลยที่จู่ ๆ คนแปลกหน้าจะเอาเงินก้อนโตขนาดนี้มาให้ เธอไม่คิดว
Read more

บทที่ 390

อวี้เจินพยายามปรับลมหายใจและควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนจะกดรับสาย “สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายโจว”เสียงของโจวซือเหย่ดังผ่านมาตามสาย “ภรรยาผมต้องไปกับผมด้วย คุณเตรียมตัวเดินทางไปกับเรา”เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวี้เจินก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะตอบรับ “รับทราบค่ะ”หลังจากวางสายไปแล้ว เธอถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าแผ่นหลังของตนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ สายตาของเธอเลื่อนไปตกอยู่ที่กระเป๋าเงินใบนั้น แววตาหม่นแสงลงจนยากจะคาดเดาความคิด...นับตั้งแต่โจวซือเหย่พาตัวเจียงซู่กลับมา เธอก็สูญสิ้นอำนาจในการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับตัวเองไปโดยปริยาย ไม่สามารถเป็นเจ้าของชีวิตตนเองได้อีกต่อไปในวันออกเดินทาง เธอถูกโจวซือเหย่มัดรวมไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางแล้วพาขึ้นรถไปเลขาหลู่ที่มารับคนทั้งคู่ เมื่อเห็นว่าเจียงซู่ติดตามไปด้วยก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ พลางแอบค่อนขอดอยู่ในใจนี่มันอาการอาลัยอาวรณ์จนไม่อยากห่างหรือว่าเป็นการคุมประพฤติกันแน่?แม้แต่ขุนนางกังฉินอย่างเขาที่ปกติจะอ่านใจฮ่องเต้ได้ทะลุปรุโปร่ง มาคราวนี้กลับมองไม่ออกและเดาใจเจ้านายไม่ถูกเลยแม้แต่น้อยเมื่อต้องเจอกับเจ้านายที่ม
Read more

บทที่ 391

เวลาส่วนใหญ่ของโจวซือเหย่มักหมดไปกับความวุ่นวายของงานบริษัทที่เข้ามาไม่จบไม่สิ้น และการประชุมที่ยาวนานต่อเนื่องจนหาที่สิ้นสุดไม่ได้เจียงซู่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขาเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเข้านอนเท่านั้น สำหรับเธอแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ถือเป็นเรื่องดี และหากโจวซือเหย่ยุ่งจนไม่กลับมาที่โรงแรมเลยได้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ทว่าในมุมของโจวซือเหย่ ทุกครั้งที่เขาเสร็จงานและตรงดิ่งกลับมายังโรงแรม เมื่อได้เห็นร่างของเจียงซู่อยู่ในสายตา ความเหนื่อยล้าทั้งมวลพลันมลายหายไป สภาพจิตใจที่ว่างเปล่าถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่น และนั่นยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองทำลงไปนั้นถูกต้องแล้วโจวซือเหย่เดินเข้าไปสวมกอดเธอไว้ในอ้อมแขนจากทางด้านหลัง ซุกใบหน้าลงกับซอกคอพลางสูดดมกลิ่นกายจากตัวเธออย่างลุ่มหลง “เมื่อบ่ายคุณนอนอยู่ในห้องตั้งนาน ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”น้ำเสียงของเจียงซู่ยังคงราบเรียบ แต่คำพูดกลับแหลมคมดั่งหนามกุหลาบ “ตอนที่ถูกคุณกอด ฉันไม่ได้รู้สึกแค่ไม่สบายตัวหรอกนะ แต่ฉันยังรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอมด้วย”โจวซือเหย่ใช้นิ้วแตะริมฝีปากของเธอเบา ๆ “ปากของคุณเนี่ย ยังคงเรียนรู้วิธีพูดเอาใจคนไม่เป็นเหมือนเดิม
Read more

บทที่ 392

ตอนนี้เขายอมสละทั้งเวลาและทุ่มเททั้งเงินทอง คนนอกมองมาคงคิดว่าเขาเป็นสามีที่ประเสริฐยิ่งนัก แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ซึ้งถึงความเน่าเฟะของเขา***ยามที่โจวซือเหย่ไม่อยู่ อวี้เจินจะทำหน้าที่เป็นเงาตามตัวคอยอยู่เคียงข้างเธอแทน ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้เจียงซู่อยู่ลำพังโดยไร้คนเฝ้าสระว่ายน้ำของโรงแรมทอดตัวขนานไปกับท้องทะเลกว้าง อวี้เจินนั่งลงบนเก้าอี้ชายหาดข้าง ๆ เจียงซู่ ก่อนจะเอ่ยถามทำลายความเงียบ “คุณนายโจว สำหรับคุณแล้ว คำว่าอิสระคืออะไร?”จากการใช้เวลาร่วมกันมานาน แม้เจียงซู่จะไม่ได้สนิทสนมกับเธอมากนัก แต่ก็ไม่ได้เย็นชาใส่เสียทีเดียว เธอทำเพียงมองอีกฝ่ายเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทริปคนหนึ่งเท่านั้นอิสระของคนอื่นจะเป็นอย่างไรเจียงซู่ไม่รู้ แต่สำหรับเธอ อิสระคือ “การหย่า”ขอเพียงได้หลุดพ้นจากเขา เธอถึงจะรู้สึกว่าตนเองมีลมหายใจอย่างแท้จริงทว่าอิสระชิ้นนี้ เธอไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ตนเองจะได้ครอบครองมัน หรือจะมีโอกาสได้มันมาครอบครองอีกหรือไม่อวี้เจินเอ่ยต่อตามน้ำ “หากเรายังคว้าอิสระครั้งใหญ่ไม่ได้ จริง ๆ แล้วเราก็สามารถไขว่คว้าหาอิสระในขอบเขตเล็ก ๆ ดูก่อนได้นะคะ”พู
Read more
PREV
1
...
3738394041
...
44
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status