All Chapters of รักนี้ ที่มอดไหม้: Chapter 11 - Chapter 20

51 Chapters

บทที่ 11 ถูกจับตัว

หนิงอวี่ออกจากห้องของลู่เสียนอย่างเงียบ ๆ เมื่อเดินผ่านหลี่หยาง นางแอบชำเลืองมองเขา แต่สายตานั่นกลับไม่หันมามองนางอย่างห่วงใยเช่นเดียวกับมองลู่เสียนแม้แต่น้อย เขาทำอย่างกับไม่เห็นนางอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ ‘เฮ้อ ไอ้เรามันก็ตัวร้ายด้วยสิ โดนตบขนาดนี้ยังไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น’ หนิงอวี่ได้แต่บ่นกับตัวเอง พลางทำหน้ามุ่ยเดินจากไปโดยมีสายตาของหลี่หยางที่บัดนี้เจือความเป็นห่วงมองตามหลังของนางไป “เจ็บมากไหมเจ้าคะคุณหนู” เจียลี่ที่นำลูกประคบมาให้ ถามด้วยความเป็นห่วง “อื่อ เจ็บมาก มือเจ้าแม่ทัพนั่นหนักไม่น้อย” หนิงอวี่กล่าวพลางทำหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ “คงมีแต่เจ้าที่เป็นห่วงข้า” หนิงอวี่กล่าวพลางใช้มือคล้องแขนของเจียลี่ไว้ นางทำท่าออดอ้อนเหมือนเด็ก ๆ “ไม่จริงนะเจ้าคะ เหล่าสตรีในหอบุปผา ถามถึงคุณหนูกันทุกคน พวกนางก็เป็นห่วงคุณหนูเช่นกัน” เจียลี่กล่าวแย้งความคิดของนาง “จริงหรือ! แบบนี้สิ ถึงจะเจ็บตัวก็ถือว่าคุ้ม อย่างน้อยก็มีคนอยากฆ่าข้าน้อยลงอีกหลายคน” หนิงอวี่ยิ้มแก้มปริ เจียลี่ได้แ
Read more

บทที่ 12 ไร้ที่พึ่ง

“พาข้ากลับเรือนก่อนเถิด” หนิงอวี่ไม่ได้ตอบคำถามของเจียลี่ สายตาของนางยังคงมองไปที่หลี่หยางด้วยความน้อยใจ ‘เขารู้ว่านางหายไป ยังไม่คิดจะช่วยเหลือเขาโกรธแค้นนางมากแค่ไหนกัน’ หลี่หยางที่เห็นสายตานั้นของนาง เขากลับรู้สึกเสียใจไม่น้อยที่พูดออกไปเช่นนั้น “เจ้า.........” หนิงอวี่ไม่ได้อยู่รอฟังคำพูดจากเขา นางเพียงแต่เดินผ่านเขาไป “ใครจับตัวคุณหนูไปเจ้าคะ” เมื่อมาถึงเรือนตระกูลเว่ยเจียลี่ก็ถามขึ้นในทันที “เจ้าแม่ทัพบ้าซุยอู่เหริน” หนิงอวี่มีสีหน้าโมโหเมื่อพูดถึงชายถ่อยผู้นั้น “อะไรกัน! เขาจับคุณหนูไปทำไม” เจียลี่มีสีหน้าตกใจ ที่ชายผู้นั้นกล้าทำร้ายคนกลางตลาดเช่นนี้ “ซุยอู่เหริน คิดว่าข้าเป็นคนเขียนจดหมายให้เขามาข่มเหงป้ายลู่เสียน แล้วไม่ทำตามคำพูด” “จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อคุณหนูไม่รู้จักตัวอักษรด้วยซ้ำ แล้วจะเขียนจดหมายอย่างไร” หนิงอวี่ได้แต่ส่ายหน้า นางเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ “แต่ตรา
Read more

บทที่ 13 ช่วยสอนข้าที

“หากข้าเป็นคนดีแล้วท่านจะเมตตาชีวิตน้อย ๆ ของข้าได้หรือไม่” หนิงอวี่ยังไม่ลดละที่จะขอชีวิต “งั้นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว ว่าจะทำให้ข้าเชื่อได้หรือไม่” หลี่หยางหันมาตอบนาง ก่อนออกจากห้องไป “เจียลี่! เจ้าไปจัดการเตรียมกระดาษกับหมึกให้มากหน่อย ข้าจะเปิดสอนตำราเด็ก ๆ โดยไม่คิดเงิน” หนิงอวี่กอดอกภูมิใจกับวิธีการทำความดีของตน “จะสอนเด็ก ๆ ได้อย่างไรเจ้าคะ คุณหนูไม่รู้จักอักษรเสียด้วยซ้ำ” เจียลี่ทำท่างุนงง นี่ผลของการล้มหัวฟาดครานั้นทำให้คุณหนูของนางลืมเรื่องนี้ไปเลยหรือ “จริงสิ ข้าลืมไปเลยนี่ไม่ใช่ที่ที่ข้าจากมานี่” หนิงอวี่พึมพำเสียงเบา “แล้วข้าจะทำอย่างไรดีเล่า หากยังไม่รู้อักษรเช่นนี้ต่อไปหากเจอคนเอาเปรียบจะทำเช่นไร” หนิงอวี่คิดถึงเหตุการณ์ที่มีคนปลอมจดหมายใส่ร้าย โดยนางไม่สามารถโต้แย้งได้เสียด้วยซ้ำ ไม่รู้แม้แต่ว่าเนื้อความในจดหมายกล่าวว่าอย่างไร “เช่นนั้นเจ้าสอนข้า” หนิงอวี่ชี้ไปทางเจียลี่ “บ่าวก
Read more

บทที่ 14 รอยยิ้ม

มู่เฉินเมื่อเห็นแววตานั่นของนาง ในใจก็มีความรู้สึกแปลกประหลาด คิดอยากช่วยเหลือในทันที เขาไม่ได้คิดว่านางน่ารังเกียจเหมือนแต่ก่อนแล้ว “อือ! ได้สิ” เขาพยักหน้ารับ “ขอบคุณ คุณชายไป๋” หนิงอวี่ที่เมื่อครู่ดูเศร้าหมอง บัดนี้กลับยิ้มกว้าง ทำให้ในใจมู่เฉินเกิดคลื่นความดีใจตามนางไปด้วย “ไม่รบกวนคุณชายไป๋ เรื่องการสอนตำราคุณหนูเว่ยปล่อยเป็นธุระของข้าเถอะ” เสียงเย็นชาดังมาจากด้านหลังทำให้รอยยิ้มของหนิงอวี่เลือนหายไป หลี่หยางที่รู้สึกว่าตนกล่าวกับเว่ยหนิงอวี่แรงเกินไป จึงตามมาขอโทษ จนได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้าพอดี “อย่างไรเสียคำขอนี้ก็เป็นของข้าแต่แรก ไม่กล้ารบกวนคุณชายไป๋จัดการแทน” หลี่หยางไม่พูดเปล่ากลับดึงแขนเสื้อหนิงอวี่ จนนางเสียการทรงตัวถอยมาชนกับแผงอกของเขา มู่เฉินมองการกระทำของหลี่หยางอย่างไม่พอใจ “ในเมื่อข้ารับปากนางแล้ว การสอนตำรานี้ก็เป็นหน้าที่ข้าแล้ว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา พลางดึงแขนของหนิงอวี่ไว้ไม่ต่างจากหลี่หยางที่ไม่ยอมปล่อยแขนอีกข้างเช่นกัน หนิงอว
Read more

บทที่ 15 แขกคนสำคัญ

วันที่แสนวุ่นวายของหนิงอวี่จบลงพร้อมกับอาการปวดเมื่อยจากการยืนแจกจ่ายอาหารกว่าครึ่งวัน เมื่อล้มตัวลงบนเตียง นางก็หลับในทันที แม้จะโดนเจียลี่ปลุกให้เปลี่ยนอาภรณ์แต่มีหรือคนชอบนอนอย่างนางจะสนใจ ต่างจากหลี่หยางที่บัดนี้ผ่านมาหลายชั่วยามแล้ว เขายังไม่สามารถข่มตานอนได้ ในหัวมีแต่ภาพของหนิงอวี่ที่ยิ้มกว้าง ภาพนางพูดจาอย่างร่าเริง หรือภาพที่นางคร่ำเคร่งในการฝึกเขียนอักษร แม้สิ่งที่นางเขียนจะไม่สามารถเรียกว่าตัวอักษรได้ก็ตาม แต่ใจเขากลับเต้นแรงแทบทะลุออกมาข้างนอกทุกครั้งที่เขาเองคิดถึงภาพของนาง..............วันรุ่งขึ้นหอบุปผาวุ่นวายตั้งแต่เช้า ด้วยราชสำนักส่ง กงกงมาแจ้งว่ารัชทายาทจะเหมาร้านในคืนนี้ เพื่อเลี้ยงรับรองเหล่าคุณชายสหายร่วมเรียน ด้วยได้ยินชื่อเสียงของหอบุปผามานานวันนี้จึงเสด็จมาชมการแสดงของหอบุปผาสักครั้ง “คุณหนู แย่แล้วเจ้าค่ะเซียงจี่ที่จะร่ายรำในคืนนี้เกิดปวดท้อง จะทำเช่นไรดีเจ้าคะ” เจียลี่วิ่งหน้าตาตื่นรีบแจ้งให้หนิงอวี่รู้ “เช่นนั้นให้คนที่เคยฝึกซ้อมบทเพลงนี้ แสดงแทนแล้วกัน” “ไม่มีใครกล้ารับหน้าที่เลยเจ้า
Read more

บทที่ 16 แววตาหวาดกลัว

“ค่อยเปลี่ยนได้หรือไม่ นาน ๆ ทีได้ใส่อาภรณ์สวยงามเช่นนี้ หากรีบถอดออกก็น่าเสียดาย” หนิงอวี่พอใจกับผลงานของตัวเอง นางกางแขนออกให้หลี่หยางเห็นว่าชุดที่นางสวมใส่งามเพียงใด แต่ยิ่งนางทำเช่นนั้น ชุดของนางยิ่งลู่ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกาย บวกกับรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจบนใบหน้าทำให้หนิงอวี่ดูน่าหลงใหลมากขึ้น หลี่หยางตกอยู่ในภวังค์อีกครั้งอย่างง่ายดาย เมื่อเห็นว่าหลี่หยางไม่ตอบอะไรนาง ได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น หนิงอวี่จึงหันไปขอความเห็นของมู่เฉินแทน “คุณชายไป๋ว่าชุดนี้..........” หนิงอวี่ยังพูดไม่จบ กลับโดนมือของหลี่หยางรั้งตัวนางไปไว้ด้านหลังเขาเสียก่อน “ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้” หลี่หยางหันมากล่าวกับนางด้วยสายตาออกคำสั่งชัดเจน “เปลี่ยนก็เปลี่ยน” หนิงอวี่ทำหน้ามุ่ยก่อนจะเดินกลับเรือนไป มู่เฉินที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นรู้สึกแปลกใจ ทำไมหนิงอวี่ถึงได้ยอมทำตามคำสั่งของหลี่หยางอย่างว่าง่ายเช่นนี้ ต่างจากหลี่หยางที่รู้สึกพอใจกับท่าทางว่านอนสอนง่ายนี้ของหนิงอวี่ “คุณชายจ้าวดูไม่ได้โกรธ
Read more

บทที่ 17 คนรู้จักจากแดนไกล

หลี่หยางถูกหนิงอวี่รบเร้า จนต้องมาพานางมาเดินเล่นกลางตลาดจนได้ บัดนี้สีหน้าของนางสดใสมีชีวิตชีวากว่าตอนที่อยู่ห้องตำราเป็นไหน ๆ “คุณชายจ้าว ท่านชอบกินถังหูลู่หรือไม่?” หนิงอวี่ที่กลับมาจากการแย่งชิงขนมหวานกับเด็ก ๆ ถามขึ้นพร้อมกับชูถังหูลู่สองไม้ให้เขาดู “ข้าไม่ชอบขนมหวาน” เขาตอบอย่างเฉยชา “แย่จัง อุตส่าห์ซื้อมาเผื่อท่าน แต่ช่างเถิดไม้นี้ฝากคุณชายไป๋แล้วกัน ถือเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยข้าจากรัชทายาท” หนิงอวี่ยังไม่ทันได้เก็บถังหูลู่อีกไม้ กลับโดนหลี่หยางแย่งเอาไปเสียก่อน “นี่ท่านจะทำอะไร?” หนิงอวี่มองตามถังหูลู่ไม้นั้น ที่บัดนี้กองอยู่บนพื้นถนน “ข้ากินขนมหวานไม่ได้ ตอนเด็กท่านแม่เคยซื้อให้กินแต่กลับทำให้ปวดท้องอย่างหนัก” หลี่หยางกล่าวขึ้นไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย “เช่นนั้นท่านก็ไม่ต้องทิ้งมันก็ได้ ผู้อื่นยังกินได้นี่” นางเคืองเขาไม่น้อย หลี่หยางดึงหนิงอวี่เข้าหาตัว พลางจ้องมองนางด้วยสายตาที่นางเองก็คาดเดาไม่ออก “สิ่งที่เป็นของข้า ถึงข้าจะ
Read more

บทที่ 18 ซู่หนาน

เว่ยหนิงอวี่ตื่นขึ้นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย นางรู้สึกปวดหัวไม่น้อย เมื่อปรับสายตาให้มองเห็นสิ่งรอบตัวได้ชัดขึ้น กลับเจอใบหน้าของคนผู้หนึ่งก้มมองนางอยู่ “อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยย!” หนิงอวี่กรี๊ดลั่นเรือ ทำให้ฝางกงกงที่ก้มมองนางตกใจไปด้วย “เจ้าจะส่งเสียงร้องทำไม ไม่มีใครในนี้คิดฆ่าเจ้าเสียหน่อย” เสียงเย็นชาของหลี่หยางดังขึ้น หนิงอวี่มองไปยังเจ้าของเสียงนั่น ภายในใจก็อยากร้องไห้ออกมาเสียอย่างนั้น ‘นี่ฉันยังอยู่ที่นี่อีกหรือ ทำไมฉันไม่ได้กลับไปล่ะ บทของฉันจบแล้วนี่ หรือเพราะฉันไม่ตายเลยไม่ได้กลับไป แล้วถ้ากระโดดลงไปตายตอนนี้จะได้กลับไปไหม’ ตอนนี้นางสับสนไปหมด หลี่หยางที่เห็นแววตาสับสนของนาง ก็คาดเดาว่านางคงเป็นห่วงมู่เฉิน “เจ้าไม่ต้องห่วงไป๋มู่เฉินปลอดภัยดี โชคดีที่คุณหนูเว่ยมีจิตใจเป็นห่วงชายในดวงใจ จนผลักให้เขาหลบกระบี่ได้ทันชะตาชีวิตคุณชายไป๋เลยยังไม่ขาด” หลี่หยางกล่าวเสียงเย็นชาเขาเป็นห่วงนาง จนยื่นคำขาดให้กงกงหันหัวเรือกลับไปรับนาง ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ยอมกลับไปแต่โดยดี เมื่อเรือใกล้ถึงท่าเทียบกลับพบหน
Read more

บทที่ 19 เน่ยเหรินคนใหม่

หนิงอวี่ถูกย้ายมาที่หอซักโดยมีตำแหน่งเน่ยเหริน นางต้องคอยนำอาภรณ์ของเหล่าเชื้อพระวงศ์มาซักให้เรียบร้อย ไม่มีหน้าที่ออกไปรับใช้ใกล้ชิด ห้องพักมีเพียงขนาดเท่าตัวนอนได้ไม่มีสิทธิ์พิเศษใดให้แก่นาง แม้เหล่านางกำนัลจะรู้ว่านางเคยปรนนิบัติองค์ชายมาก่อนก็ตาม กลับกันเหล่าเน่ยเหรินด้วยกันกลับอิจฉาที่นางเคยได้รับใช้องค์ชายมาก่อน จึงไม่มีนางกำนัลคนใดยินดีต้อนรับนาง ต่างจากลู่เสียนที่บัดนี้ได้เข้าอยู่ในตำหนักเดียวกับจ้าวหลี่หยางเพียงแค่คนละปีกตำหนักเท่านั้น มีนางกำนัลหลายสิบคนคอยรับใช้อาภรณ์สวมใส่และเครื่องประดับก็มีไม่น้อย “ขอบพระทัยองค์ชายที่ไม่รังเกียจให้ลู่เสียนอยู่ร่วมตำหนักด้วย” นางกล่าวอย่างเอียงอาย ใครเล่าจะคิดชายยาจกธรรมดา อ่อนแอขี้โรค กลับเป็นโอรสองค์โตของฮ่องเต้ซู่หนาน “ไม่ต้องเกรงใจ ไว้ให้ทุกสิ่งเรียบร้อยค่อยให้เจ้าย้ายออกไปที่เหมาะสมกว่านี้” หลี่หยางกล่าวโดยไม่ใส่ใจ “เพคะ” แม้ไม่เต็มใจแต่ตอนนี้นางควรเชื่อฟังเขา “ทูลองค์ชาย กระหม่อมถงอู่นับจากนี้จะเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” หลี่หย
Read more

บทที่ 20 พลังที่ซ่อนเร้น

หนิงอวี่ไม่อาจเงยหน้ามองใบหน้าเย็นชานั้นได้ นางอยากจะต่อว่าชายใจร้ายคนนั้นสักคำก็มิอาจทำ ด้วยฐานะของเขาและนางในตอนนี้ช่างแตกต่าง ทำได้เพียงล้มกายลงนอนบนพื้นกระดานแข็งที่วังจัดให้กับนางกำนัลชั้นต่ำทั้งที่น้ำตายังอาบแก้ม ค่ำคืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่ยากเย็นเหลือทนสำหรับหนิงอวี่ “องค์ชายเช้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ถงอู่กล่าวเตือนผู้เป็นนาย “อือ! ไปแจ้งฝ่ายในย้ายเว่ยหนิงอวี่ไปที่ตำหนักข้า”หลี่หยางชายผู้ยืนมองเรือนนอนนางกำนัลทั้งคืน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย หนิงอวี่ที่ลุกขึ้นมาทำงานของตนตั้งแต่ยามเหม่าถูกขวางโดยมามาที่มาแจ้งข่าว “เน่ยเหรินหนิงอวี่ จากนี้ให้ย้ายไปที่ตำหนักเผิงซีขององค์ชายหลี่หยาง” คำสั่งที่ถ่ายทอดมา ต่างทำให้เหล่าเน่ยเหรินคนอื่น ๆ อิจฉาริษยานางไม่น้อย เพียงลงมาอยู่ห้องซักไม่นานองค์ชายหลี่หยางก็ตามตัวกลับตำหนัก ต่างจากหนิงอวี่นางกลับไม่กล้าดีใจ ด้วยกลัวเขาจะหาวิธีกลั่นแกล้งนางอีก....................หนิงอวี่เหยียบเข้าตำหนักเผิงซี แต่กลับไม่เห็นเจ้าของตำหนัก มีเพียงท่านหญิงลู่เสียนที่อยู่ต้อนรับนาง “คุณ
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status