“มาเป็นเพื่อนย่างย่างขี่ม้าน่ะ” เขาตอบออกไปอย่างไม่กังวลสิ่งใดซูย่างเหลือบมองหรงอวี้ครู่หนึ่ง ไม่นึกเลยว่าเขาจะกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าเวินจ่านจริง ๆเวินจ่านเองก็คาดไม่ถึง เธอไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าหรงอวี้จะตอบเธอเช่นนี้ด้านหลังของเธอยังมีกู้อวี่หนิงและฝู่หยาฮุ่ยตามมาด้วย เวินจ่านรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างมาก เธอรวบรวมสมาธิจ้องมองไปที่ซูย่าง แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมานั้นช่างแสบตาเหลือเกิน เธอจึงหรี่ตาลงพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่เย็นเยือก “คุณซูคงไม่ได้ลืมคำพูดที่เคยคุยกันไว้ที่เซนต์น็อกหรอกใช่ไหมคะ?”ซูย่างสบตากลับอย่างไม่เกรงกลัว แววตาของเธอลึกล้ำดุจดั่งทะเลสาปที่เย็นจัด เธอจ้องมองเวินจ่านอย่างเฉยชาพลางหัวเราะเบา ๆ “คุณเวินเองก็ดูเหมือนจะโกหกฉันไว้ที่เซนต์น็อกเหมือนกันนะคะ”“ลองพูดมาสิคะ” เวินจ่านพยายามกลั้นอารมณ์โกรธอย่างสุดความสามารถซูย่างมองไปที่หรงอวี้สลับกับมองกู้อวี่หนิง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “จะให้พูดที่นี่จริง ๆ เหรอคะ? สำหรับฉันน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่คุณไม่กลัวอับอายขายหน้าบ้างหรือไง?”“คุณซูคะ ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายกับคุณเลย คุณไม่จำเป็นต้องตั้งแง่กับฉันขนาดนั้นก็ได้”
Read more