All Chapters of ข้าคือปลาน้อยขี้เซาของฮ่องเต้ทรราช: Chapter 11 - Chapter 20

63 Chapters

บทที่ 9 สอบถามความชอบ

ยามนี้เสิ่นหลานกำลังล้มลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาซีดขาว ขาข้างที่กำลังจะยกขึ้นมาเยียบมือนางได้ถูกตัดจนขาด โลหิตพุ่งกระฉูดออกมาจากขาของเขาราวสายน้ำไหล เมิ่งอ้ายเยว่ยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าตนแล้วเอามาดู เมื่อเห็นว่ามันคือเลือด นางก็รู้สึกผะอืดผะอมขึ้นมา"กฎของแคว้นเยี่ยมีอยู่ว่า ผู้ใดรังแกข่มเหงสตรีต้องถูกลงโทษอย่างหนัก เจ้าคิดจะเยียบมือนาง และยังอวดอ้างบารมีของบิดาตนมาข่มเหงคนที่ต่ำต้อยกว่า นับว่าไม่ถูกต้อง ในเมื่อมีขาแล้วไม่เอาไว้เดินดีดี ก็ตัดทิ้งไปซะเถอะ!"เมิ่งอ้ายเยว่รู้สึกว่าเสียงนี้ช่างฟังดูคุ้นหูยิ่งนัก จึงรีบหันขวับมามอง"น้องชาย!"ซือหม่าอี้เฉินละสายตาจากเสิ่นหลานและหันมาสบตากับเมิ่งอ้ายเยว่ ก่อนจะเอ่ยทักทายนางด้วยน้ำเสียงสดใส"พี่สาว เราพบกันอีกแล้วนะ โอว เลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนหน้าท่านช่างดูดีเหลือเกิน ท่านในยามนี้ช่างเหมือนกับเทพธิดาปีศาจที่จำแลงกายมายังแดนมนุษย์เลย งามนัก! เป็นเช่นไร? ข้าสั่งให้คนตัดขาไอ้เวรนั่นให้แล้ว ท่านพอใจหรือไม่ ดูนั่นสิ ขาข้างที่ขาดของเขากระเด็นตกไปในแม่น้ำแล้ว ท่านอยากเห็นหรือไม่ ข้าจะให้คนลงไปงมขึ้นมาให้ท่านชม?"เมิ่งอ้ายเยว่"..."
last updateLast Updated : 2025-10-24
Read more

บทที่ 10 เผาจวนใดดี

เมื่อกลับมาถึงจวนเมิ่งอ้ายเยว่ก็พบกับเถียนฮูหยินที่มายืนรออยู่พอดี เถียนฮูหยินมองนางด้วยแววตาที่โกธรกรุ่น นางรู้ได้ทันทีว่าตนคงถูกจับได้เสียแล้วเมิ่งอ้ายเยว่ไม่รู้ว่าเถียนฮูหยินรู้ได้อย่างไรว่านางหนีออกไปทางช่องลอดสุนัข แต่เมื่อได้เห็นอาหมี่ที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นเทา เมิ่งอ้ายเยว่ก็เข้าใจเรื่องราวได้ทันที เถียนฮูหยินคงจะคาดคั้นเอากับอาหมี่สินะเถียนฮูหยินสั่งให้คนปิดตายช่องสุนัขลอดนั้นเสีย และลงโทษนางด้วยการโบยตี เมิ่งอ้ายเยว่ไม่ร้องออกมาสักคำ เป็นใต้เท้าเมิ่งที่รีบเข้ามาปรามภรรยาตนเพราะเกรงว่าเมิ่งอ้ายเยว่จะโดนตีจนตาย แรกเริ่มเมิ่งอ้ายเยว่ยังพอจะซาบซึ้งใจอยู่บ้าง แต่เพราะเถียนฮูหยินโมโหมาก จึงเผลอหลุดปากพูดออกมาว่า ที่พวกเขาเก็บนางเอาไว้เพราะนางคือยันต์คุ้มภัยของคนตระกูลเมิ่ง หากนางทำพลาดแม้แต่นิดเดียว คนตระกูลเมิ่งก็จะมีเคราะห์ไม่จบไม่สิ้นเมิ่งอ้ายเยว่นิ่งงันไปในทันที เมื่อประติดประต่อเรื่องราวได้ นางก็ยิ้มหยันในใจที่พวกเขาไม่ไล่นางออกจากจวน ไม่ใช่เพราะเอ็นดูหรือรู้สึกผูกพันธ์กับนาง แต่เป็นเพราะพวกเขาเห็นนางเป็นเพียงเครื่องรางมนุษย์ เพราะนางมีวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากที่จะหนุนนำให
last updateLast Updated : 2025-10-24
Read more

บทที่ 11 ถอนหงอกชินอ๋อง

ด้านเมิ่งอ้ายเยว่นั้น หลังจากที่ถูกส่งตัวกลับมาขังที่เรือนก็ล้มป่วยลงเพราะถูกไอเย็น แม้อาการจะไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่มันก็ทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัวอยู่มาก นางมีอาการเหมือนจะเป็นหวัด อีกทั้งยังไอเล็กน้อย อาหมี่ร้อนใจทำได้เพียงไปขอความเมตตากับสาวใช้ที่เฝ้าหน้าประตูซึ่งเป็นคนของเถียนฮูหยิน ให้ช่วยไปตามท่านหมอมาตรวจดูอาการคุณหนูของตน โชคดีที่เถียนฮูหยินยังมีความเมตตา จึงให้คนไปตามท่านหมอมาตรวจดูอาการของเมิ่งอ้ายเยว่ รอไม่นานท่านหมอก็มาถึงและตรวจนางอย่างละเอียด เมื่อพบว่าเป็นไข้หวัดเพียงเล็กน้อยจึงเขียนเทียบยาให้ไม่กี่ชุด และบอกว่าให้นางนอนพักสักสองสามวันอาการก็จะดีขึ้น อาหมี่รีบไปจัดการต้มยาตามที่อ่านหมอบอก จากนั้นก็นำมาให้เจ้านายตนดื่มหลังมื้ออาหารสามเวลา"คุณหนู อย่างไรเถียนฮูหยินก็ยังมีเมตตาไม่ทอดทิ้งท่าน ต่อไปท่านก็อย่าออกจากจวนอีกเลยนะเจ้าค่ะ เชื่อฟังเถียนฮูหยินไว้จะดีกว่า"เมิ่งอ้ายเยว่รับถ้วยยามาดื่มจนหมดและไม่ได้เอ่ยสิ่งใดแม้เพียงครึ่งคำ เหอะ เถียนอูหยินยังมีเมตตาอย่างนั้นหรือ น่าขันสิ้นดี พวกเขากลัวนางจะตายเสียมากกว่า หากวันใดที่ยันต์คุ้มภัยอย่างนางตายไป คนพวกนั้นคงจะกลัวว่าตระกูลเ
last updateLast Updated : 2025-10-25
Read more

บทที่ 12 งานเลี้ยง

ด้านใต้เท้าเมิ่งที่ได้รับจดหมายตอบกลับจากชินอ๋องก็ถึงกับหน้าม้าน ซือหม่าเหลียนบอกว่าระยะนี้ให้เขาเก็บตัวเงียบๆไปก่อน อีกทั้งยังไม่คิดจะช่วยเขาหาเงินมาชดเชย ใต้เท้าเมิ่งหงุดหงิดใจยิ่งนัก สมบัติในจวนถูกเผาไปกว่าครึ่ง เงินทองที่มีก็ยิ่งต้องใช้จ่ายอย่างจำกัด การจะฉ้อโกงเงินเข้ากระเป๋าตนก็ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน ที่ผ่านมาเขาทำงานแทบถวายหัวให้กับชินอ๋อง แต่พอเขาเกิดภัยคนผู้นั้นกลับอิดออดไม่คิดจะช่วย เช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน!อยู่ๆเขาก็คิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ที่ครอบครัวเขาเกิดภัยครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะเมิ่งอ้ายเยว่ไปรับไออัปมงคลจากด้านนอกเข้ามาจนล้มป่วยเป็นแน่ เมื่อนางป่วยอานุภาพของเครื่องรางมนุษย์ก็จะถดถอยลงไปด้วย เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงบอกให้เถียนฮูหยินรีบเดินทางไปพบกับไต้ซือผู้นั้นอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางแก้ไขเถียนฮูหยินรับคำก่อนจะหายไปครึ่งค่อนวัน นางได้พบกับไต้ซือผู้นั้นและเขายังเสนอวิธีแก้ไขเรื่องนี้ให้นางวิธีหนึ่ง แต่เรื่องนี้นางต้องกลับมาหารือกับสามีตนเสียก่อน ใต้เท้าเมิ่งที่เห็นว่าภรรยากลับมาแล้วจึงรีบเอ่ยถามด้วยท่าทีร้อนลน"ฮูหยิน ไต้ซือผู้นั้นว่าอย่างไรบ้าง?"เถียนฮูหยินร
last updateLast Updated : 2025-10-25
Read more

บทที่ 13 ไล่ออกทางอ้อม

เมิ่งอ้ายเยว่ที่ถูกอุ้มอยู่พลันชะงักไปชั่วขณะ นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเขา ในใจสับสนจนเรียบเรียงความคิดไม่ถูกนางจำได้ว่าฮ่องเต้ทรราชผู้นี้มีนามว่าซือหม่าอี้เฉิน ในนิยายเขาไม่ได้มีบทบาทอันใดมากนัก นักเขียนไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องราวของเขาเอาไว้ เพียงบอกว่าเขาเป็นฮ่องเต้ชั่ว และยังเป็นคนโมโหร้ายอยู่ตลอด อีกทั้งเขายังไม่มีฮองเฮาและไม่มีนางสนม ปีที่เขามีอายุครบสิบเก้าพระชันษา ก็สิ้นพระชนม์จากการถูกไป๋จิ่งหยวนสังหารแต่ฮ่องเต้ตรงหน้านางผู้นี้กลับอ่อนโยนและยิ้มให้นางอย่างเป็นมิตร อีกทั้งยังบอกว่าจะปกป้องนางด้วยตนเองแท้จริงแล้วเขาเป็นคนเช่นไรกันนะ มิใช่ว่าจะต้องเลวร้ายเช่นในนิยายหรอกหรือ เหตุใดทุกอย่างจึงดูผิดแปลกไปอีกแล้วเล่า?ส่วนเหล่าขุนนางต่างก็มองหน้ากันไปมา โดยเฉพาะใต้เท้าเมิ่งที่ตื่นตกใจไม่น้อยเลย เมิ่งอ้ายเยว่ไปสนิทสนมกับฝ่าบาทตั้งแต่เมื่อใดกัน อีกทั้งฝ่าบาทยังทรงอ่อนโยนกับนางอีกด้วย แม้กระทั่งเถียนฮูหยินก็ยังตกใจไม่ต่างจากคนอื่นๆ สตรีที่นั่งอยู่ในงานเลี้ยงล้วนแล้วแต่งดงามและมีฐานะสูงศักดิ์ ฝ่าบาทกลับไม่ปรายตามองพวกนางสักคนเดียว แต่กลับเลือกเมิ่งอ้ายเยว่เมิ่งลี่หรูลอบกำม
last updateLast Updated : 2025-10-25
Read more

บทที่ 14 เถียงไม่ไหว

งานเลี้ยงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ซือหม่าอี้เฉินเอ่ยขอบคุณขุนนางที่ตั้งใจทำงานให้ตน เหล่าขุนนางต่างเออออไปกับเขา ขุนนางบางคนถึงกับทำตัวให้ลีบที่สุดเพราะไม่อยากสนทนากับฝ่าบาท ด้วยเกรงว่าจะโดนไล่ให้เกษียณตามใต้เท้าเสิ่นไปอีกคนไป๋จิ่งหยวนที่นั่งอยู่ในงานเลี้ยงมีสีหน้าเรียบเฉย แม้ตระกูลของเขาจะเป็นตระกูลแม่ทัพเหมือนตระกูลหลี่ แต่กลับไม่เคยชิงดีชิงเด่นกันเลยสักหน เพราะตระกูลหลี่ดูแลความสงบแถบทางชายแดนทิศเหนือ ส่วนตระกูลไป๋ดูแลความสงบแถบชายแดนทิศใต้ ซึ่งชายแดนสองทิศนี้ใหญ่ที่สุด ส่วนชายแดนทิศอื่นๆก็มีนายทหารยศเล็กๆประจำการ เพราะไม่ได้มีสงครามใดให้ต้องหวาดหวั่น สองตระกูลล้วนมีความดีความชอบในอาณาเขตของตน ยามนี้ชายแดนทางทิศใต้สงบ ตระกูลไป๋จึงไม่ได้มีความชอบใดในระยะหลัง เรื่องนี้ก็เป็นอันใดเข้าใจได้ อีกทั้งฝ่าบาทพระองค์นี้ก็ไม่เคยสร้างความลำบากใจให้กับคนตระกูลไป๋ เขาจึงไม่เสนอหน้าเข้าไปร่วมผสมโรงกับขุนนางคนอื่นเพื่อหาเรื่องใส่ตนเมิ่งอ้ายเยว่มองไปทางไป๋จินหยวนเป็นระยะ แล้วก็เกิดความสงสัยในใจ ตลอดงานเลี้ยงไป๋จิ่งหยวนไม่ได้ทำตัวโดดเด่นและไม่ได้แสดงท่าทีเป็นปรปักษ์กับซือหม่าอี้เฉินเลยหรือว่าเขาจะแสร้
last updateLast Updated : 2025-10-25
Read more

บทที่ 15 หอดูดาว

บรรยากาศในท้องพระโรงเริ่มกดดันจนถึงขีดสุด ในยามนี้เห็นทีคงจะมีเพียงหลี่หรงแม่ทัพใหญ่และหลี่ไทเฮาที่ยังคงนั่งอยู่อย่างสบายใจได้ หลี่ไทเฮานั้นไม่ได้สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ขุนนางพวกนี้แต่ไหนแต่ไรมีผู้ใดบ้างที่ไม่หวังผลประโยชน์จากพวกนาง ทุกคนหน้าเนื้อใจเสือกันทั้งสิ้น แล้วเหตุใดนางจะต้องช่วยพวกเขาด้วยเล่า ขุนนางคนใดเป็นคนดีนางล้วนยินดีสนับสนุน ส่วนขุนนางที่มีใจคิดคดนางก็ไม่คิดจะช่วยเหลือเทียบกันแล้วหลี่ไทเฮากลับสนใจเมิ่งอ้ายเยว่มากกว่า แม่นางน้อยผู้นี้ เจ้ามีดีตรงที่ใดกัน จึงทำให้บุตรชายของข้าลุกขึ้นมาแย่งชิงคนกับเหล่าขุนนางเช่นนี้ด้านเมิ่งอ้ายเยว่นั้น ยามนี้นางมีเรื่องให้ต้องคิดอย่างละเอียด นางกำลังเทียบกับสองสิ่งอันตราย ระหว่างใต้เท้าเมิ่งและซือหม่าอี้เฉินอยู่กับคนตระกูลเมิ่งนางมีชีวิตไม่ต่างจากนักโทษ นอกจากพวกเขาจะไม่มองนางเป็นคนแล้ว ยังไม่เคยจริงใจกับนางมีแต่จ้องจะแสวงหาผลประโยชน์แต่ทว่าซือหม่าอี้เฉินนั้น แม้เขาและนางจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ทุกครั้งที่นางเกิดปัญหาเขามักจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางทุกครั้งนางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"หม่
last updateLast Updated : 2025-10-25
Read more

บทที่ 16 มาอยู่ตำหนักเดียวกันเถอะ

ด้านใต้เท้าเมิ่งและนางเถียนนั้น เมื่อกลับถึงจวนตระกูลเมิ่งก็รู้สึกคับแค้นใจไม่หาย เดิมทีคิดว่าจะพาเมิ่งอ้ายเยว่ไปซึมซับไอมังกรจากฝ่าบาท แต่ผู้ใดจะคาดคิดกันเล่าว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ เมิ่งอ้ายเยว่ดันไปถูกตาต้องพระทัยของฝ่าบาทเข้า ในเมื่อฝ่าบาททรงต้องการคน มีหรือที่พวกเขาจะกล้าขัด แต่ไหนแต่ไรเหล่าขุนนางล้วนไม่มีผู้ใดกล้าทำให้ฝ่าบาทลำบากใจ แล้วเขาจะเอาความกล้าจากที่ใดไปหาเรื่องใส่ตัวกันเล่าที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าก็คือเมิ่งอ้ายเยว่นังเด็กเลี้ยงไม่เชื่องผู้นั้นกลับเอ่ยปากพูดเองว่าอยากอยู่ในวังหลวง หากเขายังดึงดันปฏิเสธเช่นนั้นตระกูลเมิ่งคงได้พบกับหายนะเป็นแน่ หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ เขาไม่มีทางยอมให้เมิ่งอ้ายเยว่เข้าวังหลวงเป็นอันขาด"ท่านพี่ ครานี้จะทำอย่างไรกันดีเล่าเจ้าคะ หากนางไม่อยู่ในจวนแล้วพวกเราจะเกิดเรื่องหรือไม่!"เถียนฮูหยินเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าใดนัก ใต้เท้าเมิ่งหันมามองภรรยาตนแล้วจึงเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยน"เจ้าอย่าได้กังวลใจไปเลย ลองไปพบไต้ซือดูอีกสักหน สอบถามให้ละเอียดว่าเขามีทางออกใดบ้างหรือไม่ ส่วนเมิ่งอ้ายเยว่ ข้าเชื่อว่าด้วยนิสัยของฝ่าบาท
last updateLast Updated : 2025-10-25
Read more

ตอนที่ 17 หาเรื่อง

การใช้ชีิวิตอยู่ในวังหลวงนับว่าดีไม่น้อยเลย ซือหม่าอี้เฉินไม่ได้ให้นางทำงานหนักใดๆทั้งสิ้น ส่วนหลี่ไทเฮาก็ไม่เคยมาจับผิดเรื่องการใช้ชีวิตของนาง อาหมี่ก็ไปเรียนรู้งานกับหัวหน้ากำนัล เมิ่งอ้ายเยว่ในตอนนี้เหมือนกับคนว่างงานที่ไม่มีอะไรจะทำ นี่มันคือชีวิตที่นางใฝ่ฝันชัดๆ ไม่ต้องทำงานทำการอะไร ตื่นมาก็มีของกิน มีชุดสวยๆใส่ หลายวันก่อนซือหม่าอี้เฉินให้กองภูษามาวัดตัวนางไปตัดชุด อีกทั้งยังมอบเครื่องประดับสวยๆงามๆให้นางหลายชิ้น พอนางบอกว่าไม่ต้องการเพราะเกรงใจ เขาก็บอกว่าหากนางไม่รับเขาจะเผากองภูษาทิ้ง เมิ่งอ้ายเยว่จึงต้องรับของทั้งหมดมาอย่างจนใจซือหม่าอี้เฉินมองดูเมิ่งอ้ายเยว่ที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอยู่บนตั่งข้างโต๊ะทรงอักษรของเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ทุกๆวันของนางล้วนเป็นเช่นนี้ นางมักจะชอบนอนหลับตอนกลางวัน พอตื่นมาก็ลุกไปกินของอร่อย เมื่อกินอิ่มแล้วก็ไปนอนหลับต่อ ส่วนยามเย็นนางก็จะไปวิ่งเยาะๆรอบวังหลวง เมื่อเขาสอบถามก็ได้ความว่านางกำลังวิ่งออกกำลังกายเพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นหมูน้อยซือหม่าอี้เฉินอารมณ์ดียิ่งนัก ปลาน้อยของเขาเหตุใดจึงน่ารักน่าชังเช่นนี้เล่า ช่างเลี้ยงง่ายนัก พอเขาป้อนอาหารแล้ว
last updateLast Updated : 2025-10-25
Read more

บทที่ 18 ลูกๆของซือหม่าอี้เฉิน

เมื่อปั่นประสาทไป๋จิ่งหยวนจนพอใจแล้ว ซือหม่าอี้เฉินก็บอกให้ไป๋จิ่งหยวนไสหัวกลับจวนตนเองไปเสีย อย่าได้อยู่ขวางหูขวางตาเขา ไป๋จิ่งหยวนเองก็ไม่ได้คิดจะรั้งอยู่ต่อเช่นเดียวกันเมิ่งอ้ายเยว่ที่เห็นว่าไป๋จิ่งหยวนจากไปแล้ว จึงหันมามองซือหม่าอี้เฉินหนหนึ่ง"ฝ่าบาท พระองค์ทรงล้อเล่นกับสภาพจิตใจขุนนางเช่นนี้ มันจะดีหรือเพคะ?"ซือหม่าอี้เฉินยื่นมือไปเด็ดดอกเถาฮวาอย่างไม่รีบไม่ร้อน ก่อนจะหันมาเอ่ยตอบนาง"ไม่ดีหรือ เจ้าไม่รู้อะไร ขุนนางพวกนี้น่ะ ไม่มีผู้ใดจริงใจกับข้าสักคน พวกเขาเห็นข้าเป็นเพียงอำนาจที่เอาไว้ปีนป่ายไปสู่จุดหมายที่ตนต้องการ ไม่เพียงเท่านั้น ตอนข้ายังเยาว์วัยคนพวกนี้พยายามกดดันข้าสารพัด กว่าข้าจะเติบโตมาได้ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากข้าไม่แข็งข้อกับพวกเขาบ้าง คนเหล่านั้นก็จะยิ่งได้ใจ เสด็จพ่อเคยสอนข้าว่า แม้ข้าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่ข้าก็เป็นคน ไม่ใช่หุ่นเชิด หากพวกเขาทำให้ข้าลำบากใจ แล้วเหตุใดข้าจะโต้กลับไปบ้างไม่ได้เล่า ผู้ใดทำให้ข้าไม่เบิกบานใจ ข้าก็จะทำให้พวกเขาไม่เบิกบานใจยิ่งกว่า ข้าก็เป็นคนเช่นนี้ แล้วมันอย่างไรเล่า?"เมิ่งอ้ายเยว่ยกมือขึ้นเกาศีรษะตนเองคราหนึ่ง นางไม่อยากจะโต
last updateLast Updated : 2025-10-25
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status