All Chapters of หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท: Chapter 11 - Chapter 20

461 Chapters

บทที่ 11

“พระใหญ่เล่อซาน? หมายความว่าอย่างไร?”ใบหน้าของโม่จิ่นยวนเต็มไปด้วยความงุนงง สำหรับพระใหญ่องค์นี้ เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน“ก็หมายความว่าท่านมันคนใจบุญ ตำแหน่งพระโพธิสัตว์กับพระพุทธเจ้าควรจะยกให้ท่านมานั่ง จริง ๆ เลย อุตส่าห์ออกมาเป็นโจรกันแล้ว ยังจะเอาความซื่อตรงยุติธรรมมาตัดสินถูกผิดอีก”มู่หนิงไม่คิดจะตามใจเขา เรื่องไหนที่ควรจะตอกกลับก็ต้องตอกกลับโม่จิ่นยวน “...”หลังจากที่มู่หนิงพูดจบ ในใจก็ยังคงโกรธอยู่ จึงบ่นพึมพำ “หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าบางคนบาดเจ็บอยู่ ข้าก็ไม่คิดแผนนี้ออกมาหรอก เสร็จแล้วยังต้องมาโดนรังเกียจ โดนหาว่าข้าโหดร้าย ทำดีไม่ได้ดีจริง ๆ ”“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้หมายความอย่างที่เจ้าพูด”“ท่านก็หมายความอย่างนั้นนั่นแหละ อีกอย่าง ข้ากำลังตั้งท้องลูกของท่านอยู่นะ ท่านไม่สงสารที่ข้าเดินแล้วเหนื่อยก็ช่างเถอะ แต่กลับไปสงสารคนแปลกหน้าสองคนนั้น เพิ่งเคยพบเคยเห็นนี่แหละ”นางโกรธแล้วมากกว่าความโกรธ คือความรู้สึกที่ไม่ถูกเข้าใจ“ไม่ใช่ เจ้ายังฟังข้าพูดไม่ทันจบเลย” โม่จิ่นยวนเห็นนางโกรธจนเข้าใจผิดไป ก็รีบอธิบาย “ใช่ เมื่อครู่ข้าพูดว่าเจ้าข่มขู่ท่านลุงทั้งสองนั้นไม่ถูกต้อง แต่ข
Read more

บทที่ 12

นางน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก เหตุใดพอหยกแขวนเพิ่งจะเปิดประตูอีกบานหนึ่งของมิติ ก็มีคนมาใช้มิติร่วมกับนางแล้วตามพล็อตเรื่องน้ำเน่าในนิยาย ก็ต้องเป็นเพราะหยกแขวนเปื้อนเลือดของเขาแน่ ๆ จึงได้เปิดความสามารถให้คนสองคนใช้มิติร่วมกันได้มิน่าล่ะ เมื่อวานตอนที่นางยกข้าวและกับข้าวกลับไปให้เขาที่ห้องนอน ถึงได้กลิ่นหอมจาง ๆ บนตัวเขามิน่าล่ะ พอเขาได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยของนาง ถึงได้รีบตักข้าวเข้าปากทันที ที่แท้ก็เพื่อกลบกลิ่นนั่นเองที่น่าโมโหที่สุดก็คือ ตอนนั้นเขาไม่ยอมสารภาพกับนางตรง ๆ ยังจะเอาแกนสาลี่ที่กินเสร็จแล้วใส่กลับเข้ามาในมิติเพื่อยั่วโมโหนางอีกนางจะมองว่านี่เป็นการท้าทายได้หรือไม่?“ขอโทษนะ เมื่อวานในหัวของข้าจู่ ๆ ก็ปรากฏมิติที่ไม่เคยเห็นมาก่อนขึ้น ข้างในยังเต็มไปด้วยของกินมากมาย ตอนนั้นข้าหิวอยู่พอดี ก็เลยลองชิมสาลี่ไปลูกหนึ่ง สาลี่นั่นรสชาติดีเกินไป พอไม่ทันระวังก็เลยเผลอกินไปหลายลูกตอนนั้นข้ายังคิดอยู่เลยว่านี่มันที่ไหนกันแน่ จนกระทั่งในมิติมีข้าวสารของจวนแม่ทัพโผล่เข้ามาอีกหลายกระสอบ พอคิดเชื่อมโยงไปถึงการเปลี่ยนแปลงของเจ้าในช่วงสองวันนี้ ก็เลยมั่นใจได้ในทันทีว่าต
Read more

บทที่ 13

มู่หนิงเห็นด้วยกับความคิดของเขาอย่างมาก เมื่อได้ฟังดังนั้นก็หยุดการขนย้ายทันทียิ่งไปกว่านั้น สองปีมานี้หลายพื้นที่ในต้าโจวต่างประสบภัยพิบัติ ไม่ภัยแล้งก็อุทกภัย การเหลือสมบัติและเสบียงอาหารไว้บ้าง ก็เพื่อเตรียมพร้อมรับมือยามจำเป็น“พวกเรารีบไปจากที่นี่ก่อนเถอะ เวลาล่องหนใกล้จะหมดแล้ว”มู่หนิงมองดูเวลาที่เหลือเพียงสิบนาทีสุดท้าย ก็รีบเร่งให้โม่จิ่นยวนพานางจากไปโม่จิ่นยวนโอบนาง เหินร่างมาถึงเรือนหลังตำหนักเย็นที่ถูกทิ้งร้างแห่งหนึ่ง “พวกเราจะรอให้ระยะเวลาคูลดาวน์หมดที่นี่ก่อน จากนั้นค่อยกลับไปยังจวนแม่ทัพทีเดียว”เขาเพิ่งจะปล่อยมือจากมู่หนิง ก็โซซัดโซเซเพราะความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากบาดแผลที่ฉีกขาด “รีบนั่งลงพักผ่อนสักครู่”มู่หนิงตาไว มือไว รีบประคองเขาเข้าไปนั่งลงในเรือนเมื่อเห็นสีหน้าซีดขาวของเขา นางก็รีบตรวจสอบแผ่นหลังของเขาทันที พอเห็นว่าเต็มไปด้วยเลือด มู่หนิงก็หยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาจากมิติ “บาดแผลที่หลังของท่านฉีกขาดแล้ว กินยานี้เข้าไป อาศัยช่วงที่พักผ่อนนี้ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บสักหน่อย”“อืม!”โม่จิ่นยวนกลืนมันลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยก่อนหน้านี้ตอนที่โดนกระบองทหาร เขาก
Read more

บทที่ 14

ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ นางยังมีอารมณ์มานั่งแทะน่องไก่ได้อีกสภาพจิตใจของแม่สาวน้อยคนนี้ช่างร่าเริงไม่ธรรมดาจริง ๆ “ข้าดูหน่อย”มู่หนิงไม่รีบร้อน ก่อนจะตรวจสอบระยะเวลาคูลดาวน์ ก็ยังไม่ลืมที่จะยัดน่องไก่เข้าปากไปอีกหนึ่งคำช่วยไม่ได้ ปกตินางไม่เคยเป็นคนตะกละตะกลามมาก่อนตั้งแต่ที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้ นางก็มักจะหิวจนตาลายอยู่บ่อย ๆ คงได้แต่พูดว่า ไม่ใช่นางที่กินเก่ง แต่เป็นเจ้าตัวเล็กในท้องต่างหากที่กินเก่งเกินไป “เป็นอย่างไรบ้าง เหลือเวลาอีกนานเท่าใด?”โม่จิ่นยวนได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที ก็เอ่ยปากเร่งมู่หนิงอีกครั้ง“หนึ่งเค่อ ยังเหลืออีกหนึ่งเค่อ”มู่หนิงไม่มีกำลังภายใน ดังนั้นจึงไม่รู้เลยว่าทหารรักษาพระองค์ได้ล้อมพระราชวังไว้ทั้งหมดแล้ว และอีกไม่นานก็จะมาตรวจค้นถึงตำหนักเย็นแห่งนี้แล้ว“จริงสิ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องท้องพระคลังถูกขโมยถูกพบเข้าแล้ว?”นางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจเขาก็อยู่กับนางแท้ ๆ เหตุใดเขาถึงรับรู้ได้ แต่นางกลับไม่รู้โม่จิ่นยวนตอบกลับ “ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารรักษาพระองค์แล้ว การเคลื่อนไหวของทหารรักษาพระองค์ในยามนี้ ย่อมเป็นเพราะส
Read more

บทที่ 15

ในขณะนี้ ผู้บัญชาการเฉินได้นำคนถือคบเพลิงบุกเข้ามาแล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาก็เริ่มทำการตรวจค้นไปทั่วอย่างรวดเร็ว“รายงานท่านผู้บัญชาการ ที่นี่ไม่มีขอรับ”“ข้าน้อยก็ไม่พบหัวขโมยเช่นกันขอรับ”คนสิบกว่าคน ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งนาทีสั้น ๆ ก็แทบจะรื้อค้นตำหนักเย็นแห่งนี้จนทั่วแล้วทว่าผู้บัญชาการเฉินกลับได้กลิ่นหอมของเนื้อไก่ย่างจาง ๆ ในอากาศ หรือแม้กระทั่งกลิ่นคาวเลือด “ที่นี่มีอะไรแปลก ๆ พวกเจ้าตรวจค้นอย่างละเอียดอีกรอบ”ครู่ต่อมา“ท่านผู้บัญชาการ ยังไม่พบหัวขโมยขอรับ”หลังจากที่ผู้ใต้บังคับบัญชาตรวจค้นอีกรอบ ก็ยังคงไม่พบอะไรเช่นเดิม“ไม่สิ บนขื่อหลังคายังไม่ได้ค้น”ผู้บัญชาการเฉินราวกับนึกอะไรขึ้นได้ พลันเงยหน้าขึ้นมองไปยังขื่อหลังคาในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ในที่สุดระยะเวลาคูลดาวน์มิติของมู่หนิงก็สิ้นสุดลง ทำให้นางและโม่จิ่นยวนล่องหนได้ในวินาทีสุดท้ายผู้บัญชาการเฉินขมวดคิ้ว เขาคว้าคบเพลิงอันหนึ่งมาจากมือของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม จากนั้นก็เหินร่างขึ้นไปทว่ากลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลยในยามนี้ โม่จิ่นยวนและมู่หนิงทั้งสองคนนั่งอยู่บนขื่อหลังคา ไม่กล้าแม้แต่จะหา
Read more

บทที่ 16

“ฝ่าบาท เรื่องนี้ประหลาดพิกลพ่ะย่ะค่ะ จากการสืบสวนของกระหม่อม พบว่าก่อนที่คลังหลวงจะถูกปล้น มีทหารยามหน่วยหนึ่งได้ยินเสียงฝีเท้าบนหลังคาอาคารซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคลังหลวง แต่เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นไปดูกลับไม่พบผู้ใดเลย หรือว่าจะเป็นฝีมือของภูตผีพ่ะย่ะค่ะ”ผู้บัญชาการเฉินคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก จึงได้แต่พูดข้อสันนิษฐานของตนออกไปผลคือเมื่อฮ่องเต้ได้ฟัง ก็ยิ่งทรงพระพิโรธหนักขึ้น“บังอาจ ไม่รู้หรือว่าเรื่องภูตผีปีศาจเป็นเรื่องต้องห้ามที่สุดในวังหลวง จับโจรไม่ได้ก็คือจับไม่ได้ นี่กลับโยนความผิดไปให้ผีสางอย่างนั้นรึ”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรผู้บัญชาการเฉินและผู้บัญชาการหลูที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยแววตาเปี่ยมบารมีและเย็นชา กล่าวตำหนิว่า “ข้าคือโอรสสวรรค์ ไม่เคยเชื่อเรื่องภูตผีเทวดาอะไรทั้งสิ้น หากในโลกนี้มีผีจริง เหตุใดจึงไม่เคยมีผู้ใดเคยพบเห็น”“กระหม่อมผิดไปแล้ว”ผู้บัญชาการเฉินรีบก้มหน้ารับผิดแต่โดยดี“ฝ่าบาท เรื่องนี้ประหลาดจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ยินมาว่าเมื่อวานจวนอัครเสนาบดีก็ถูกปล้นเช่นกัน พระองค์ทรงคิดว่าอาจจะเป็นฝีมือของคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ผู้บัญชาการหลูนึกถึงข่าวลือที่ตน
Read more

บทที่ 17

ตกลงแล้วเป็นผู้ใดกันที่มีความสามารถอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ถึงกับปล้นจวนอัครเสนาบดีจนเกลี้ยงในตอนกลางวันแสก ๆ ได้แล้วตอนนี้ยังมาขโมยของในคลังหลวงไปอีกครึ่งหนึ่ง“ฝ่าบาท พระองค์ต้องทรงระวังให้มากนะพ่ะย่ะค่ะ จะต้องเพิ่มกำลังคนเฝ้าคลังหลวงอย่างเข้มงวดให้ได้ โจรผู้นั้นขโมยไปเพียงครึ่งเดียวแล้วจากไป ไม่แน่ว่าอาจจะย้อนกลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง เพื่อขนส่วนที่เหลือไปจนหมดพ่ะย่ะค่ะ”มู่หย่วนเฟิงกังวลว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก จึงได้เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี“เจ้าหุบปากเสียเถอะ”เมื่อฮ่องเต้ได้ยินดังนั้น ก็รีบสั่งให้เขาหุบปากทันทีในยามนี้ ใจของเขาราวกับถูกแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ช่างน่าหวาดหวั่นใจยิ่งนักเมื่อสองวันก่อนทรงส่งคนไปตรวจค้นของที่ใช้ป้ายความผิดในคลังของจวนแม่ทัพ ก็ทรงรู้สึกว่าการที่ของหายไปอย่างไร้ร่องรอยนั้นมีเงื่อนงำ ตอนนี้เมื่อมาลองคิดดูแล้ว คงเป็นฝีมือของคนกลุ่มเดียวกันเป็นแน่“ผู้บัญชาการเฉิน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้ส่งคนไปเฝ้าคลังหลวงอย่างเข้มงวด หากเกิดการโจรกรรมขึ้นอีก ข้าจะเด็ดหัวเจ้าเสีย”ฮ่องเต้ทรงนึกถึงคำพูดของมู่หย่วนเฟิง ในพระทัยก็พลันกังวลขึ้นมา“กระหม่อมร
Read more

บทที่ 18

“ข้าง่วงแล้ว นอนเถอะ”มู่หนิงไม่ได้ตอบคำถามของเขา นางหลับตาลงนอนเพราะเรื่องเช่นนี้ แค่ชั่วครู่ชั่วยามย่อมไม่อาจพูดให้จบได้ถึงแม้โม่จิ่นยวนจะเป็นแม่ทัพที่สุขุมรอบคอบ แต่หากเอ่ยถึงโลกในอีกพันปีข้างหน้า เกรงว่าเขาก็คงจะกลายเป็นเด็กช่างสงสัย ที่มีคำถามไม่รู้จบสิ้นอาจเป็นเพราะมู่หนิงง่วงมากจริง ๆ ไม่นานนางก็ผล็อยหลับไปโม่จิ่นยวนฝืนทนความเจ็บปวดทางร่างกายแล้วพลิกตัว สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าที่หลับใหลของนางโดยไม่รู้ตัวยามหลับใหล มู่หนิงให้ความรู้สึกสงบนิ่งดุจวันเวลาที่งดงาม ไม่ได้ดูแข็งกร้าวและทรงอำนาจเหมือนยามตื่น แต่กลับมีความงามอีกแบบหนึ่งที่ชวนให้เจริญตาเจริญใจเห็นได้ชัดว่านางเป็นสตรีที่ดี การที่ตระกูลโม่บังคับวิงวอนให้นางเก็บเด็กไว้ ถือว่าได้ทำผิดต่อนางอย่างยิ่งแล้วตอนนี้กำลังจะถูกเนรเทศไปยังหนานเจียง หนทางยาวไกล ทั้งยังต้องติดตามพวกเขาไปตกระกำลำบากอีกหลายเดือนโม่จิ่นยวนรู้สึกผิดในใจอย่างยิ่ง เขามองใบหน้างดงามหมดจดของมู่หนิง พลางเอ่ยเสียงเบา “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนของโลกนี้ รอให้เจ้าคลอดลูกแล้ว หากเจ้าอยากไปใช้ชีวิตในแบบที่เจ้าต้องการ ข้าจะมอบหนังสือหย่าร้างให้”วันเนรเทศ
Read more

บทที่ 19

“บังอาจ! โม่จิ่นยวนขโมยคลังหลวง หมิ่นเบื้องสูง สมคบคิดกับผู้อื่นหมายก่อกบฏเป็นความจริงที่มิอาจโต้แย้งได้ ฝ่าบาททรงสืบสวนเรื่องนี้อย่างกระจ่างแจ้งแล้ว หากพวกเจ้ายังกล้าขัดขวางอีก จะสังหารโดยไม่ปรานี!”หลัวตงชักกระบี่พกที่เอวออกมา ชี้ไปยังฝูงชนที่ล้อมอยู่บนถนนด้วยท่าทีหยิ่งผยองบางทีอาจกล่าวได้ว่า เป็นเพราะเขาเห็นชาวบ้านมากมายรักใคร่เทิดทูนโม่จิ่นยวน จึงเกิดความอิจฉาริษยาจนกลายเป็นความโกรธเกรี้ยว“ต่อให้ต้องตาย พวกเราก็จะปกป้องแม่ทัพโม่ไว้ให้ได้”อยากจะพาแม่ทัพโม่ไปเนรเทศ ก็ต้องผ่านศพของพวกเราก่อนมีคนที่ไม่กลัวตายก้าวออกมายืนขวาง อย่างไรเสียก็ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่พาตัวคนไปคนตระกูลโม่มองภาพนี้ด้วยความซาบซึ้งใจ น้ำตาไหลรินอาบแก้มทุกคนแม้แต่มู่หนิงเองก็ยังมีน้ำตาคลอเบ้า การเสียสละของตระกูลโม่นั้น คู่ควรแล้วที่ชาวบ้านจะปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นนี้“อยากตายหรือ ข้าจะสงเคราะห์ให้พวกเจ้าเอง”หลัวตงคิดจะฆ่าชาวบ้านที่ก่อความวุ่นวายสักสองคนเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูชาวบ้านล้วนแต่กลัวตายรักตัวรอด ขอเพียงเขาฆ่าคนสักสองคน คนที่เหลือย่อมไม่กล้าก่อเรื่องอีกเป็นแน่“ห้ามทำร้ายชาวบ้าน”โม่จิ่นยวนเห็
Read more

บทที่ 20

สภาพของเขาในยามนี้ ไหนเลยจะเหลือท่าทีหยิ่งผยองโอหังเหมือนเมื่อครู่ ใบหน้าถูกทุบตีจนบวมเป่งราวกับหัวหมู ต่อให้พ่อแม่มาเองก็คงจำไม่ได้“เร็ว เดี๋ยวนี้ ตอนนี้ รีบส่งตัวคนตระกูลโม่ไปให้พ้น”หลัวตงสั่งลูกน้องด้วยร่างกายที่โซซัดโซเซและศีรษะที่มึนงงเขาในตอนนี้ แค่เห็นหน้าโม่จิ่นยวน ก็รู้สึกโมโห อยากจะรีบส่งตัวเขาออกไปนอกเมืองให้เร็วที่สุด“พวกเจ้ากล้าหรือ”“แม่ทัพโม่คือแม่ทัพแห่งต้าโจวของเรา เป็นแม่ทัพของประชาชนและเป็นแม่ทัพใหญ่เจิ้นกั๋วเพียงคนเดียวที่พวกเรายอมรับ ใครก็ห้ามพาตัวท่านไป”ชาวบ้านออกมายืนขวางอีกครั้ง ปกป้องราวกับลูกในไส้ พวกเขาล้อมรอบโม่จิ่นยวนและครอบครัวของเขาไว้ตรงกลางในวินาทีนี้ คนตระกูลโม่ทุกคนต่างซาบซึ้งใจจนหลั่งน้ำตา“บรรพชนทุกท่านเห็นหรือไม่ ตระกูลโม่ไม่ได้ปกป้องคุ้มครองเหล่าประชาราษฎร์แห่งต้าโจวโดยเปล่าประโยชน์”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ประนมมือทั้งสองข้างขึ้น พลางแหงนมองท้องฟ้าทั้งน้ำตาความรู้สึกเหน็บหนาวที่ได้รับมาจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พลันถูกความอบอุ่นของเหล่าชาวบ้านเข้ามาแทนที่ในทันใดมู่หนิงประคองโม่จิ่นยวนอยู่ เขาเดินเข้าไปหาฝูงชนที่กำลังรุมล้อมหลัวตงสองสามก้า
Read more
PREV
123456
...
47
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status