All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 101 - Chapter 110

208 Chapters

บทที่ 101

แม้แต่นางเองยังสัมผัสได้ แล้วนับประสาอะไรกับคนประสาทสัมผัสเฉียบไวอย่างฉินเยว่ชิงการไม่เอ่ยปาก ใช่ว่านางจะเย็นชาไร้น้ำใจทว่าด้วยฐานะและสถานะของเซวียหว่านอี้ในชาติก่อน ต่อให้พูดออกไปแล้วจะทำสิ่งใดได้?แม้ราชวงศ์อวิ๋นจะอนุญาตให้สตรีเป็นฝ่ายร้องขอหนังสือหย่าขาดได้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือต้องได้รับการสนับสนุนจากทางบ้านเดิมมิเช่นนั้นแล้ว เรื่องนี้ย่อมมีความยากลำบากอยู่มิใช่น้อยฉินเยว่ชิงเอ่ยขึ้น “เจ้าย่อมรู้ ท่านพ่อข้าดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองหนิงโจว ในศาลาว่าการมีแม่สื่อทางการ ท่านแม่ข้ากับแม่สื่อผู้นั้นมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อกันไม่น้อย”“สายตาในการมองคนของนางแม่นยำยิ่งนัก”พูดไปพลางก็อดขำไม่ได้ จึงยิ้มค้อนแล้วตีเบา ๆ ที่หลังมือของเซวียหว่านอี้กล่าวว่า “ยามพบหน้าพี่ชายเจ้าคราแรก นางก็ไปเป็นเพื่อนข้า นางกล่าวว่าพี่ชายเจ้าแม้จิตใจอาจมิได้ละเอียดอ่อนนัก ทว่าอุปนิสัยย่อมสุขุมหนักแน่นเป็นแน่”เซวียหว่านอี้พยักหน้าเห็นพ้อง ข้อนี้มิผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย“นี่เป็นเพียงการพูดคุยสัพเพเหระตามประสาพี่สะใภ้น้องสามีเท่านั้น” ฉินเยว่ชิงกล่าว“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี้พยักหน้าจากนั้นทั
Read more

บทที่ 102

หลังจากการตรวจชีพจรเสร็จสิ้น ท่านหมอก็ลุกขึ้นยืนฮูหยินเจียงรีบเอ่ยถาม “ท่านหมอ ลูกสะใภ้ข้าวิงเวียนด้วยเหตุใด? หรือว่า...”ท่านหมอชราลูบเครา พลางมองฮูหยินเจียงแล้วหัวเราะร่า “ขอแสดงความยินดีกับฮูหยิน ฮูหยินน้อยตั้งครรภ์แล้ว อายุครรภ์ยังไม่มาก เพิ่งจะครบเดือนเศษเท่านั้น”เมื่อได้ฟังวาจานี้ ฮูหยินเจียงชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความปีติยินดียิ่งนัก“จริงหรือ?” นางมองไปทางฉินเยว่ชิงด้วยความตื่นเต้น ก้าวเข้าไปกุมมือนางไว้ “ชิงเอ๋อร์ ได้ยินที่ท่านหมอกล่าวหรือไม่ เจ้าตั้งครรภ์แล้ว เจ้ากำลังจะได้เป็นแม่คนแล้ว”ฉินเยว่ชิงแย้มยิ้มบางเบา แววตาประหนึ่งถูกแต้มแต่งด้วยแสงดารา“ท่านแม่เองก็จะได้เป็นท่านย่าแล้วเช่นกันเจ้าค่ะ”ฮูหยินเจียงพยักหน้าถี่ “ใช่ ๆ ๆ ข้าก็จะได้เป็นย่าคนแล้ว ชิวอี้ มอบซองแดงให้ท่านหมอ เอาซองหนา ๆ หน่อยเล่า”แม่นมหลินยิ้มรับคำ “เจ้าค่ะ ฮูหยิน”รอจนฟังท่านหมอกำชับข้อห้ามและวิธีการดูแลครรภ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จึงค่อยส่งคนออกไปยามนี้ฮูหยินเจียงจิตใจพลุ่งพล่าน จะให้นั่งนิ่งเฉยได้อย่างไรนางกวักมือเรียกแม่นมหลินพลางสั่งความ “พาคนไปตรวจตราเรือนปู้ชี่ให้ถ้ว
Read more

บทที่ 103

สามีช่างเอาใจใส่ปานนี้ ฉินเยว่ชิงย่อมปลาบปลื้มใจเป็นธรรมดาทว่ายามนึกถึงช่วงตั้งครรภ์ ที่นางจำต้องรับอนุภรรยาเข้ามาปรนนิบัติสามี ในใจก็อดรู้สึกขุ่นข้องใจมิได้“ท่านพี่ ภายในจวนหรือภายนอก ท่านมี...”มิรอให้นางเอ่ยจบความ ก็ถูกเซวียมู่เจาเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน“ไม่มี”ครั้นเห็นนางตะลึงงัน เขาจึงกล่าวต่อ “ตัวข้านั้นมิได้มีหญิงอื่นในดวงใจ ยามนี้ปรารถนาเพียงได้ใช้ชีวิตเคียงคู่ฮูหยินเท่านั้น”“ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ จำต้องระมัดระวังในทุกเรื่อง”“บทเรียนจากเรื่องของอนุชิว ประสบพบเจอกับตัวเพียงหนเดียวก็เกินพอแล้ว”หากรับอนุที่ไม่รู้จักเจียมตนเข้ามา จนเรือนปั่นป่วนมิรู้จบ ก็รังแต่จะทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะเอาได้ได้ฟังวาจาเช่นนี้ ฉินเยว่ชิงก็เบาใจลงครู่ต่อมา เมื่อมองบานประตูที่ปิดสนิทตรงหน้า เซวียมู่เจาได้แต่หัวเราะออกมาอย่างจนใจพอรู้ว่าเขาจะไม่รับอนุ นางก็วางใจถึงขั้นไล่เขาไปนอนที่ห้องตำราเชียวหรือ?“ฮูหยินรีบเข้านอนเถิด หากรู้สึกไม่สบายตัวตรงที่ใด ก็จงสั่งความออกมา”เขากำชับประโยคหนึ่ง ก่อนจะไพร่หลังเดินมุ่งหน้าไปยังห้องตำรา……เป็นอีกคราที่ค่ำคืนอันยาวนานถูกรบกวนด้วยฝันร้ายจนมิอาจข่ม
Read more

บทที่ 104

เซวียหมิงเฟยลอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ“ท่านพี่อย่าคิดเหลวไหล ข้าจะทิ้งท่านไปได้อย่างไรกัน”บุรุษผู้นี้องอาจผึ่งผาย รูปโฉมหล่อเหลา ทั้งยังเป็นถึงว่าที่มหาอำมาตย์ในภายภาคหน้า อีกทั้งยังปฏิบัติต่อนางอย่างอ่อนโยนเอาใจใส่นางมิได้โง่เขลาบุรุษที่เพียบพร้อมเพียงนี้ ย่อมไม่มีวันปล่อยมือไปอย่างแน่นอนแม้ว่าธรรมเนียมบ้านเมืองจะเปิดกว้าง ทว่าสตรีก็มิอาจทำตัวเหลวไหลตามอำเภอใจได้นางเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข พิงกายแอบอิงในอ้อมกอดของชายหนุ่มโดยหารู้ไม่ว่า แววตาของฉู่ยวนนั้นเย็นชาและแฝงความห่างเหินจาง ๆ……“คุณหนู”เฝ่ยชุ่ยเดินเข้ามาจากด้านนอก ในมือหิ้วกล่องอาหารมาใบหนึ่งเมื่อเปิดออก นางหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่ซ่อนอยู่ในช่องลับใต้ชั้นบนออกมา แล้วจึงนำขนมไปแจกจ่ายให้บ่าวไพร่ในเรือนเมื่อคลี่กระดาษออกดู บนนั้นมีเพียงตัวอักษรเรียบง่ายสองบรรทัด รวมแล้วไม่เกินสิบคำ[แผนการล้มเหลว กรมขุนนาง]แววตาของนางสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นเซวียหว่านอี้โยนกระดาษแผ่นนั้นลงในถ้วยชาที่มุมโต๊ะ ปล่อยให้มันค่อย ๆ เปื่อยยุ่ยไปเอง“เป็นดังคาด มิอาจราบรื่นได้เพียงนั้น”นางอดมิได้ที่จะทอดถอนใจหลายวันมานี้หลังจากเข้าพิธ
Read more

บทที่ 105

“อย่างช้าที่สุด ก่อนถึงพิธีปักปิ่นของเจ้า เขาก็กลับมาแล้ว”เมื่อเห็นบุตรสาวคนึงหาพี่ชาย ฮูหยินเจียงย่อมปลื้มปีติ “สิ่งเหล่านี้คือสินเดิมที่แม่เตรียมไว้ให้เจ้า”เมื่อเปิดห้องห้องหนึ่งออก ภายในนั้นเรียงรายไปด้วยหีบไม้นับสิบใบที่ดูเรียบง่ายทว่ามิได้สามัญ“ของเหล่านี้คือสินเดิมที่ท่านตาของเจ้ามอบให้แม่ยามออกเรือนแต่งให้พ่อเจ้า ล้วนเป็นสมุนไพรล้ำค่าหายาก เจ้าจงนำติดตัวไปด้วยเถิด”“ตระกูลเจียงก็มั่งคั่งมาร่วมสามร้อยปี รวบรวมเครื่องหยกและอัญมณีล้ำค่าไว้มิใช่น้อย แม่มอบให้เจ้าติดตัวไปทั้งหมด”เซวียหว่านอี้มิได้สนใจสิ่งของนอกกายเหล่านี้เท่าใดนัก ทว่านางก็มิอาจหักหาญน้ำใจของมารดาได้“แล้วส่วนของท่านพี่กับพี่สะใภ้เล่าเจ้าคะ?” นางเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาฮูหยินเจียงหัวเราะเบา ๆ “สินเดิมของแม่แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้เจ้า อีกส่วนเก็บไว้ให้พี่ชายของเจ้า”“ส่วนของเจ้านั้นเน้นหนักไปที่เครื่องหยก เครื่องประดับ และสมุนไพรล้ำค่า ส่วนของพี่ชายเจ้านั้นจะเป็นพวกตั๋วเงินและโฉนดที่ดินเสียมากกว่า”“แน่นอนว่า หว่านอี้ของข้าก็มีส่วนแบ่งเช่นกัน”นางจัดเตรียมร้านค้าไว้ให้บุตรสาวถึงห้าร้านเดิมทีนางมีร้
Read more

บทที่ 106

“ภายภาคหน้า องค์ชายโปรดจับตาดูฉู่ยวนผู้นี้ไว้บ้าง”ณ จวนเจิ้นกั๋วกง องค์รัชทายาทและองค์ชายสามเสด็จมาที่นี่เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายและพักผ่อนอิริยาบถฉู่ยวนรึ?เซี่ยฉงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผู้ใดกัน?”เย่จั๋วเอ่ยตอบ “บุตรเขยของเซวียฉง”องค์ชายสามยกมือลูบปลายคาง พลางครุ่นคิด “หากเป็นไปตามครรลองเดิม ภรรยาของผู้พี่สมควรเป็นฮูหยินของฉู่ยวนกระมัง”เย่จั๋วมิได้แสดงท่าทีอันใด ทว่าเซี่ยฉงกลับดูเหมือนจะเข้าใจในความนัยนั้นแต่เขาไม่คิดว่าคนอย่างเย่จั๋วจะใส่ใจผู้ใดเป็นพิเศษเพียงเพราะเรื่องพรรค์นี้“เจ้าพบสิ่งใดเข้าหรือ?”เดิมทีคงมิได้คิดจะใส่ใจด้วยพื้นเพของเย่จั๋วนั้นกำเนิดจากจวนแม่ทัพ ก่อนเกิดเรื่องเขาช่างดูองอาจผ่าเผย แม้หลังเกิดเรื่องก็ยังดำรงศักดิ์เป็นถึงกั๋วกงขั้นหนึ่งส่วนฉู่ยวนเป็นเพียงขุนนางปลายแถวผู้ต่ำต้อย ไม่ว่าอย่างไรย่อมมิอาจอยู่ในสายตาของเขาได้ทว่ายามนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว“ฉู่ยวนกับคู่หมั้นของลู่หมิงหย่วนเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน คนผู้นี้ได้รับความชื่นชมจากอาจารย์ใหญ่สำนักศึกษาชิงซงยิ่งนัก”วาจานี้พอเอ่ยออกไป องค์ชายทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้ามีหรือจะไม่กระจ่างแจ้ง“คนของน
Read more

บทที่ 107

หากเรื่องที่น้องห้าสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการชิงตำแหน่งรัชทายาทถูกเปิดโปง จุดจบของพวกเขาสองแม่ลูกย่อมเป็นที่คาดเดาได้ไม่ยาก“มิใช่เช่นนั้น” องค์รัชทายาทส่ายหน้าพลางแย้มยิ้ม “น้องห้าไม่มีทางทิ้งหลักฐานไว้ให้พวกเราสาวถึงตัวได้ อีกทั้ง...”เขาสบสายตากับเย่จั๋ว พลางกล่าวว่า “ฉู่ยวนผู้นี้ มิใช่บุคคลสามัญทั่วไป”เย่จั๋วพยักหน้าเห็นพ้อง “ผู้ที่สอบผ่านเคอจวี่ได้ถึงสามอันดับแรก ล้วนมิใช่ชนชั้นสามัญ”องค์ชายสามขมวดคิ้ว ขยับกายขึ้นนั่งตัวตรง “พวกท่านสองคนหมายความว่าเยี่ยงไร หรือว่าจะไม่สืบต่อแล้ว?”รัชทายาทมิได้ตอบคำ เพียงจิบชาใสในถ้วยอย่างเอื่อยเฉื่อยดังเดิมเมื่อเห็นสีหน้าฉงนของญาติผู้น้อง เย่จั๋วจึงลอบถอนหายใจแผ่วเบา“จะสืบสิ่งใดเล่า? ตัวฉู่ยวนเองมีความสามารถโดดเด่น แม้ว่าองค์ชายห้าจะเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังจริง หากเรื่องไปถึงฝ่าบาท ด้วยความสามารถของฉู่ยวน ผนวกกับการที่เขาเป็นศิษย์จากสำนักศึกษาชิงซง ขุนนางในราชสำนักที่จะออกหน้าปกป้องเขา ย่อมนับได้ไม่ต่ำกว่าห้านิ้วมือ”“โอกาสที่กรมพิธีการมอบให้ เขาก็ไขว่คว้าไว้ได้จริง ๆ การที่ได้เลื่อนตำแหน่ง ล้วนอาศัยความสามารถของเขาเองทั้งสิ้น”ร
Read more

บทที่ 108

หนทางของคู่แค้นช่างคับแคบนักเซวียหว่านอี้และเจียงหมิ่นชักชวนสหายออกมาเดินเล่นชมของ ทว่ากลับบังเอิญพบฉู่ยวนที่หอฮุ่ยชุ่ยหอฮุ่ยชุ่ยคือหอรัตนชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ทั้งยังเป็นสถานที่ซึ่งเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงนิยมมาโอ้อวดความมั่งคั่งและฐานะบารมีได้ยินมาว่าเถ้าแก่ผู้หนุนหลังอยู่นั้นมีตัวตนไม่ธรรมดา อาจถึงขั้นเป็นคนในราชวงศ์ก็เป็นได้ที่พวกนางพากันมาในวันนี้ ก็เป็นความคิดของเจียงหมิ่น“ญาติผู้พี่”เซวียหมิงเฟยที่มาพร้อมกับฉู่ยวนเมื่อเห็นพวกนาง ในแววตาก็ฉายแววริษยาวูบหนึ่งเพียงเพราะฐานะที่แปรเปลี่ยน ปัจจุบันนางกับเจียงหมิ่นจึงแทบจะมิได้ไปมาหาสู่กันอีกสายตาของฉู่ยวนมองเซวียหว่านอี้อย่างมีความนัยแฝงผิดแผกไปจากความอิดโรยซูบซีดในความฝัน วันนี้นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ เกศาดำขลับทิ้งตัวสยาย บนเรือนผมประดับเพียงปิ่นระย้าเล่มเดียวที่สั่นไหวระริกยามนางขยับกายและมันกลับสั่นคลอนหัวใจของเขาให้ว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเซวียหมิงเฟยผงกศีรษะให้นางเป็นการทักทาย “มาเลือกซื้อสิ่งใดหรือ?”“เพียงมาเดินดูเท่านั้น” เซวียหว่านอี้สงบจิตสำรวมใจ สายตาจับจ้องไปที่ของประดับชิ้นหนึ่งด้านข้างสา
Read more

บทที่ 109

“ใช่ ๆ ๆ แม้ที่นี่จะได้ชื่อว่าเป็นหอเจินเป่าที่ดีที่สุดในเมืองหลวง แต่หากเทียบกับของพระราชทานจากในวังแล้ว ก็ยังนับว่าด้อยกว่าอยู่บ้าง”……“ระวัง”สุ้มเสียงที่คุ้นเคย มาพร้อมกับสัมผัสที่ทำให้แผ่นหลังของนางหนาวเหน็บ เซวียหว่านอี้ถูกคว้าข้อมือแล้วดึงรั้งไปด้านหลังเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้น นางก็พบกับฉู่ยวนที่อยู่ตรงหน้า รวมถึงเซวียมู่เจาที่ดูมีท่าทางเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง คิ้วที่ขมวดมุ่นในคราแรกจึงค่อย ๆ คลายลง“ท่านพี่กลับมาถึงเมืองหลวงแล้วหรือเจ้าคะ?”นางสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ พลางผงกศีรษะทักทายฉู่ยวนด้วยสีหน้าห่างเหิน ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่เซวียมู่เจาในทันทีหลังจากออกมาจากหอฮุ่ยชุ่ย เหล่าดรุณีก็พากันมาฟังนิทานที่โรงน้ำชาละแวกใกล้เคียงนึกไม่ถึงว่าจะได้พบฉู่ยวนอีก ช่างตามรังควานดั่งวิญญาณร้ายเสียจริงเซวียมู่เจาปรายตามองสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าพลางแย้มยิ้ม “เพิ่งจะกลับมาถึง บังเอิญเจอฉู่ยวนเข้าเลยถูกลากมาดื่มชา แล้วเจ้ามากับผู้ใดหรือ?”“ผู้พี่เจียงหมิ่นเจ้าค่ะ” นางทำเมินเฉยต่อสายตาของฉู่ยวน “ทางฝั่งพวกข้าไม่มีบุรุษ คงไม่สะดวกเชิญท่านพี่ไปร่วมวง ทว่ารถม้าของจวนจอดอยู่ใกล้ ๆ
Read more

บทที่ 110

ความรังเกียจเดียดฉันท์พาดผ่านในแววตาเพียงชั่ววูบเซวียหมิงเฟยแย้มยิ้มอย่างสดใส “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านพี่ ประเดี๋ยวพวกเราไปพร้อมกันเถิดเจ้าค่ะ”บุตรสาวที่เพิ่งออกเรือน กลับเทียวไล้เทียวขื่อมายังบ้านเดิมอีกทั้ง ยามนี้นางมิใช่บุตรีสายตรงของตระกูลเซวีย มารดาผู้ให้กำเนิดยังถูกคุมขังอยู่ในคุกศาลาว่าการเมืองหลวง รอเพียงฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนเพื่อรับโทษประหารจะไม่ถูกผู้คนติฉินนินทาเอาหรือ?ฉู่ยวนเห็นว่าเซวียมู่เจามิได้ปฏิเสธ จึงพยักหน้ารับคำ“ตกลง!”……เซวียหว่านอี้มิอาจเข้าใจการกระทำของเซวียหมิงเฟยผู้ที่กลับมาเกิดใหม่ “แย่งชิง” สามีในชาติก่อนของนางไปแล้ว ยังกล้าพาฉู่ยวนมาปรากฏตัวต่อหน้านางอยู่เนืองนิตย์หรือเพราะมั่นใจเป็นหนักหนา ว่าสามารถกุมหัวใจของฉู่ยวนไว้ได้?“ในเมื่อบังเอิญพบกันแล้ว เช่นนั้นสามีภรรยาหมิงเฟยก็กลับไปรับสำรับที่จวนพร้อมกับพวกเราเถิด”เซวียมู่เจายิ้มกล่าว “แล้วผู้น้องเล่า?”พลางหันศีรษะไปมองเจียงหมิ่นที่ยืนอยู่ด้านข้างเดิมทีเจียงหมิ่นใคร่จะตอบตกลง ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงคลื่นใต้น้ำบางอย่างได้อย่างฉับไวนางถอยหลังไปสองก้าว ยืนอยู่ข้างรถม้าของตน “ผู้พี่เพิ่งกลับ
Read more
PREV
1
...
910111213
...
21
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status