All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 151 - Chapter 160

208 Chapters

บทที่ 151

บัดนี้นางกำลังจะเป็นภรรยาของเย่จั๋ว ความรู้สึกที่ตนเองมิปรารถนาทว่าก็มิอยากให้ผู้อื่นครอบครองเช่นนี้ การถูกรังเกียจจึงนับเป็นเรื่องปกติ“พี่หญิง พี่หญิง...”ชายเสื้อถูกกระตุกเมื่อได้สติ จึงหันมององค์หญิงเจียเหอที่อยู่ข้างกาย แล้วยิ้มกล่าวว่า “องค์หญิง มีอันใดหรือ?”องค์หญิงเจียเหอถอนหายใจอย่างจนปัญญา เอ่ยว่า “ข้าเรียกท่านตั้งหลายคราแล้ว นี่ให้ท่าน”มองดูจี้ในมือของนาง เป็นหยกหรูอี้ที่มีขนาดเท่าท้องนิ้วกลางเท่านั้น“ให้ข้าหรือ?” นางมองหยกหรูอี้ชิ้นน้อยนั้น พลางเอ่ยว่า “คงเป็นของรักของหวงแหนขององค์หญิงกระมัง?”“อืม” องค์หญิงเจียเหอพยักหน้า “แต่มิเป็นไร นี่เป็นของ... สมทบสินเดิมให้แก่ท่าน”นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยคำคำนี้ออกมาเซวียหว่านอี้ยกมือป้องริมฝีปากยิ้มกล่าวว่า “ขอบคุณองค์หญิง ทว่าองค์หญิงเป็นคนในครอบครัวของแม่ทัพเย่ มิจำเป็นต้องมอบของสมทบสินเดิมให้ข้า”องค์หญิงเจียเหอเบะปาก “ให้แล้วก็รับไว้เถิด ข้ามีของพวกนี้อยู่มากมายนัก”หากมิใช่เพราะแววตาที่แฝงความอาลัยอาวรณ์ของดรุณีน้อยผู้นี้ชัดเจนจนเกินไป เซวียหว่านอี้คงปักใจเชื่อไปแล้วนางกุมมือน้อย ๆ ของอีกฝ่าย พลางเอ่ย
Read more

บทที่ 152

หน้าประตูจวนองค์หญิงเซวียหว่านอี้ทอดสายตามองเซวียหมิงเฟยที่ยืนรออยู่ข้างรถม้า แล้วสืบเท้าก้าวเดินเข้าไปหา“ตุ้บ...”เสียงกระแทกทึบหนักที่ดังขึ้น ดึงดูดให้ผู้คนหันไปมองคือพระชายาซื่อจื่อแห่งจวนหนิงกั๋วกง หน้าผากกระแทกเข้ากับเสารถม้ามิทันที่ผู้คนจะตั้งสติได้ นางก็ได้เข้าไปในรถม้าแล้ว และรถม้าก็แล่นจากไปอย่างรวดเร็ว“พรืด...”มีผู้หลุดเสียงหัวเราะออกมา ตามด้วยเสียงหัวเราะที่ดังตามกันมาเป็นระลอกนางก้าวขึ้นนั่งในรถม้า โดยมีเซวียหมิงเฟยติดตามขึ้นมาติด ๆ“กลับจวน”เมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เซวียหมิงเฟยก็อดขำไม่ได้ “มิน่าเล่าถึงต้องหย่าขาด ขืนอยู่ต่อไป จะทนอยู่ที่เมืองหลวงได้อย่างไร ไม่ช้าก็เร็วคงต้องวิปลาสแน่”เซวียหว่านอี้เลิกคิ้วมองไป “เรื่องที่ซื่อจื่อหรงหย่าขาด ดูเหมือนทั่วทั้งเมืองหลวงจะรู้กันหมดแล้ว”เดิมทีควรเป็นเรื่องลับระหว่างสามีภรรยา ทว่าบัดนี้กลับแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงถานรั่วอวี่ผู้นี้คงถูกกดดันจนอัดอั้นตันใจแทบจะพังทลายแล้วโลกหล้านี้มีหนุ่มสาวผู้ลุ่มหลงในรักอยู่มากเพียงไร ยามรักลึกซึ้งย่อมไร้ซึ่งความขุ่นข้องหมองใจทว่าถานรั่วอวี่ควรตระหนักให้ชัดแจ้ง แต่งงานม
Read more

บทที่ 153

ภายหลังจากที่เหวี่ยงหมุนอย่างรุนแรง รถม้าก็หยุดนิ่งลงได้ในที่สุดทันใดนั้นม่านรถก็ถูกเลิกขึ้น จื่อเพ่ยและเฝ่ยชุ่ยชะโงกหน้าเข้ามาดูคนทั้งสองภายในรถ“คุณหนู เป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ?” ทั้งสองเอ่ยถามขึ้นโดยพร้อมเพรียงกันเซวียหมิงเฟยมีสีหน้าทะมึนทึนพลางเอ่ยถาม “ข้างนอกเกิดเรื่องอันใดขึ้น?”นางกุมหน้าผากที่เริ่มแดงระเรื่อเอาไว้ โกรธจนแทบจะเอ่ยวาจาไม่ออกเมื่อครู่ยังหัวเราะเยาะถานรั่วอวี่อยู่เลย นี่นางกำลังถูกเวรกรรมตามทันกระนั้นหรือ?“มีคนควบม้าเตลิดกลางถนนเจ้าค่ะ” จื่อเพ่ยตอบ “เป็นซื่อจื่ออ๋องเยว่เจ้าค่ะ”พอได้ยินว่าเป็นคนผู้นี้ โทสะในใจกลับสงบลงอย่างน่าประหลาดเซวียหมิงเฟยขมวดคิ้ว กุมหน้าผากพลางกล่าวว่า “รีบกลับจวนเถิด ช่างอัปมงคลเสียจริง”สิ้นเสียงนั้น น้ำเสียงโอหังที่แฝงแววอำมหิตสายหนึ่งก็ดังขึ้น“หือ? ว่าผู้ใดอัปมงคลกัน?”สิ้นเสียงพูด ภายนอกรถม้าก็มีเสียงฟันดาบอย่างรุนแรงดังแว่วเข้ามา กระทบโสตประสาทจนผู้ที่ได้ยินต่างอกสั่นขวัญแขวนเซวียหมิงเฟยตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าที่เคยงดงามโฉบเฉี่ยวพลันซีดเผือดไปทั้งแถบนางหวาดกลัวคมดาบคมกระบี่เป็นที่สุดในชาติก่อน จุดจบของนางคือการถูกแล่เน
Read more

บทที่ 154

ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อให้เซี่ยเฝ่ยมีนิสัยใจคอดีงามเพียงไรก็ยังต้องบังเกิดโทสะยิ่งมิต้องเอ่ยถึงว่าคนผู้นี้มีนิสัยดุจดินประสิวที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อนัยน์ตาฉายแววอำมหิตจ้องเขม็งไปยังดรุณีน้อยร่างอรชร ใบหน้างดงามหมดจดที่ยืนตระหง่านอยู่บนคานรถม้า“ตัวข้าผู้เป็นซื่อจื่อมีความแค้นอันใดกับแม่นางเซวียหรือ?”เขาไม่เคยพบหน้าเซวียหว่านอี้มาก่อนเพียงแต่รถม้าคันนี้มีตราสัญลักษณ์ของตระกูลเซวีย อีกทั้งดูจากการแต่งกายของนางแล้ว ย่อมมิใช่บ่าวไพร่เป็นแน่ตระกูลเซวียมีคุณหนูอยู่สองท่านเซวียหมิงเฟยนั้นเขาเคยพบหน้ามาก่อนเมืองหลวงกว้างใหญ่เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงในวัง งานเลี้ยงส่วนตัว หรือสถานที่ครึกครื้นต่าง ๆ ในเมืองหลวง ย่อมต้องได้พบเจอกันบ้างต่อให้มิเคยสนทนากัน ก็ยังคุ้นหน้าคุ้นตาคนเบื้องหน้าคือผู้ใด มิจำเป็นต้องเดาก็ล่วงรู้ได้“มิเคย” เซวียหว่านอี้เอ่ยตอบว่ากันตามจริง ชาตินี้และชาติก่อน วันนี้นับเป็นคราแรกที่ได้เผชิญหน้ากันตรง ๆ“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดจึงจงใจยั่วโมโหข้า”เซี่ยเฝ่ยแย้มยิ้มเยือกเย็น “คิดจะตายด้วยน้ำมือข้า เพราะไม่อยากแต่งงานกับเย่จั๋วกระนั้นหรือ
Read more

บทที่ 155

“อย่าให้ข้าได้เห็นหน้าเจ้าอีก”เขาตีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา พลิกกายขึ้นหลังม้า ควบอ้อมผ่านกายเซวียหว่านอี้ นำผู้ติดตามอีกสองคนจากไปอย่างรวดเร็ว……เมื่อกลับขึ้นมาบนรถม้า ผู้บังคับรถก็เริ่มออกเดินทางอีกคราบรรยากาศทั้งในและนอกรถม้าเงียบงันราวกับความตายนอกจากเสียงกีบม้าที่ย่ำลงบนพื้นแล้ว ก็หามีเสียงอื่นใดไม่กระทั่งรถม้าหยุดลงที่หน้าประตูจวนตระกูลเซวีย เพื่อเตรียมลงจากรถท่อนแขนของเซวียหว่านอี้ถูกคว้าจับเอาไว้“เมื่อครู่เจ้าทำข้าตกใจแทบตาย”ความห่วงใยนั้นเป็นความรู้สึกจากใจจริง เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ออกหน้าแทนตนทว่าสาเหตุอีกครึ่งหนึ่งคือ หากเซวียหว่านอี้ตายไป ตระกูลเซวียก็คงต้องจบสิ้นไปด้วยกันตัวนางเองย่อมมิอาจรอดพ้นเคราะห์กรรมไปได้เช่นกันนางดึงแขนเสื้อของอีกฝ่ายขึ้น จ้องมองท่อนแขนที่มีเลือดไหลซึมออกมาเซวียหมิงเฟยก้าวลงจากรถม้าก่อน แล้วยืนรออยู่ด้านล่าง ยื่นมือออกไปเตรียมประคองอีกฝ่าย“เร็วเข้า ข้าจะพาเจ้ากลับเข้าจวนไปทำแผล”เซวียหว่านอี้ก้าวลงจากรถม้าอย่างเชื่องช้าโดยมีนางคอยประคอง ก่อนจะค่อย ๆ เดินมุ่งหน้าไปยังเรือนว่างซู“คนผู้นั้นมิใช่คนดีที่ตอแยด้วย ผู้ที่กล้าปะทะ
Read more

บทที่ 156

ขอบคุณสำหรับร่มเงาที่เย่จั๋วมอบให้และต้องขออภัยที่นำความเดือดร้อนมาให้เย่จั๋วด้วยเช่นกันแม่นมเฉินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “คุณหนูวางใจเถิดเจ้าค่ะ”ข้างกายของนาง มีองครักษ์เงาตระกูลเย่แฝงตัวอยู่องครักษ์เงาเหล่านี้ล้วนเป็นหน่วยกล้าตาย จงรักภักดีต่อท่านแม่ทัพอย่างที่สุด อีกทั้งยังเป็นคนที่ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าทิ้งไว้ให้ปีที่แล้ว หากมิใช่เพราะพวกเขาเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง เกรงว่าท่านแม่ทัพคงมิอาจรอดชีวิตกลับมาจากชายแดนใต้ได้น่าเสียดาย หน่วยกล้าตายนับร้อยนาย ต้องล้มตายไปถึงสามส่วนทั้งหมดนี้ล้วนต้องสิ้นเปลืองเงินทองและแรงใจมหาศาล กว่าจะฟูมฟักฝึกปรือขึ้นมาได้ทุกอิริยาบถของนาง ท่านแม่ทัพล้วนล่วงรู้อย่างกระจ่างแจ้ง หาได้จำเป็นต้องให้นางกลับไปรายงานไม่“คุณหนู บ่าวไม่เคยนำเรื่องของท่านไปบอกกล่าวแก่ท่านแม่ทัพแม้แต่ครึ่งคำเจ้าค่ะ”แม่นมเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบครานี้กลับกลายเป็นเซวียหว่านอี้ที่ต้องประหลาดใจในคราแรก ยามแม่นมเฉินมาอยู่ข้างกายนาง นางคิดเพียงว่าเป็นทั้งการหนุนหลังและจับตามองอย่างใกล้ชิดทว่ายามนี้เมื่อได้ฟังคำกล่าว สมองของนางพลันแล่นเร็วรี่“มิเป็นไรหรอก
Read more

บทที่ 157

พระชายาอ๋องเยว่เผยอริมฝีปากใคร่จะเอ่ยปากไกล่เกลี่ยทว่ากลับถูกเซี่ยเฝ่ยส่งสายตาปรามไว้เสียก่อนโทษทัณฑ์ครานี้เขาสมควรได้รับแล้วด้วยหากท่านพ่อมิลงไม้เรียว เกรงว่าจะยากแก่การทูลชี้แจงต่อฝ่าบาทสามารถวางก้ามอวดเบ่งในเมืองหลวงมาได้นับสิบปี หากไร้ซึ่งสติปัญญาไตร่ตรองจะมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้อย่างไรหลังรับแส้ครบสามฟาด เซี่ยเฝ่ยข่มความเจ็บปวดรวดร้าวที่แผ่นหลังแล้วหยัดกายลุกขึ้น“คนก็มิได้เป็นอะไรเสียหน่อย ท่านพ่อลงมือหนักเกินไปแล้ว”เขาขบกรามแน่นด้วยความเจ็บ พลางทิ้งตัวลงนั่งบนตั่งกลมสาวใช้คนสนิทที่อยู่ข้างกายรีบปรี่เข้ามาทำแผลให้เขาในทันที ดูจากความชำนาญการแล้ว เห็นทีคงมิใช่เพิ่งเคยทำเพียงครั้งหรือสองครั้งเป็นแน่อ๋องเยว่ทอดตามองบุตรชาย ในใจกลัดกลุ้มยิ่งนักหากเขายังมีชีวิตอยู่ย่อมไม่เป็นไร ฝ่าบาทคงเห็นแก่หน้ามารดา ยอมไว้หน้าอ๋องเยว่อยู่บ้างทว่าหากเขาตายไปเล่า?เหลือทิ้งไว้เพียงเจ้าลูกบ้าเลือดที่ไม่เกรงกลัวฟ้าดินผู้นี้ ทั้งความสัมพันธ์อาหลานกับฝ่าบาทก็ห่างเหินกันสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าจะรักษาชีวิตรอดไปได้อีกกี่วัน“อยู่ดีไม่ว่าดี เจ้าจะไปหาเรื่องคุณหนูใหญ่ตระกูลเซวียทำไมก
Read more

บทที่ 158

“ท่านพี่...”ราตรีดารารายกระจ่างฟ้า สรรพเสียงเงียบสงัดฉู่ยวนจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา มิปรารถนาจะตื่นขึ้นผิดแผกไปจากความฝันก่อนหน้านี้ ครานี้คือวันแต่งงานระหว่างเขากับเซวียหว่านอี้ยามกุมมือของนาง เพ่งพิศคิ้วตาอันอ่อนโยนหลังพัดกลม ความรู้สึกสมจริงเช่นนั้น ทำให้เขาถึงกับเคลิบเคลิ้มไปเมื่องานมงคลสิ้นสุดลง เขาพาความเมามายเพียงกึ่งหนึ่งกลับมายังห้องหอมือเรียวงามขาวผ่องดั่งไร้กระดูกข้างหนึ่ง เอื้อมขึ้นมาเกาะกุมไหล่ของเขาเซวียหว่านอี้เบื้องหน้า ดูงดงามหมดจดไร้ผู้ใดเปรียบปานยิ่งกว่าเก่า นัยน์ตาแฝงแววรักใคร่นั้นเจือด้วยแรงดึงดูดที่เขาไม่อาจต้านทานไหวลมหายใจอุ่นร้อนรินรดริมฝีปากและข้างใบหู ก่อให้เกิดความรู้สึกซาบซ่านระลอกแล้วระลอกเล่าม่านมุ้งสีแดงคลี่ลง ความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย ทำให้เขาแทบจะคลุ้มคลั่งเนิ่นนาน กว่าจะโอบกอดเจ้าสาวในอ้อมแขน แล้วผล็อยหลับไปอย่างอิ่มเอมใจระหว่างนั้นเขาพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทว่าชั่วขณะนั้นกลับคิดอ่านไม่ทันการความง่วงงุนถาโถมเข้ามา จึงทำได้เพียงปล่อยวางไป……หน้าประตูจวนตระกูลเซวียพำนักอยู่สองวัน วันนี้ฉู่ยวนเดินทางกลั
Read more

บทที่ 159

ทว่าคนทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกันผู้หนึ่งคือซื่อจื่ออ๋องเยว่ อีกผู้หนึ่งคือน้องสาวต่างมารดาของอ๋องชิ่ง…ชาติก่อนมิเคยได้ยินเรื่องราวนี้มาก่อนเลยนางละสายตากลับมา พลางรับถ้วยชาที่ผู้ชงชาส่งมอบให้ยกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย รสชาตินั้นดีเลิศสมคำร่ำลือถัดไปไม่ไกลนัก ยังมีนักดนตรีกำลังบรรเลงพิณ ท่วงทำนองไพเราะเสนาะหูไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเฝ่ยชุ่ยขยับกายไปเปิดประตู ครั้นเห็นผู้ที่ยืนอยู่ด้านนอก สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมากนางหันกลับมา “คุณหนูเจ้าคะ เป็น...”“หลีกไป” เซี่ยเฝ่ยผลักเฝ่ยชุ่ยออกให้พ้นทาง แล้วก้าวยาว ๆ เข้ามาด้านในครั้นเห็นสภาพภายในห้องส่วนตัว และเซวียหว่านอี้ที่กำลังใช้มือเท้าศีรษะ เปลือกตาปรือปรอยคล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น ท่าทางกำลังสำราญ เขาก็เลิกคิ้วขึ้น“แม่นางเซวียช่างสุขสบายเสียจริง”เขาไร้ซึ่งความเกรงใจ ทิ้งกายลงนั่งขัดสมาธิบนเบาะนุ่มข้างกายอย่างถือวิสาสะเซวียหว่านอี้มิได้ง่วงนอน ทว่าฝีมือของนักดนตรีผู้นี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก หากมิได้ตั้งใจฟังคงเสียของแย่ผู้ใดจะคาดคิดว่าคนผู้นี้จะบุกเข้ามาโดยมิบอกกล่าว ช่างเป็นคนพาลเสียจริง“ซื่อจื่อมีธุร
Read more

บทที่ 160

เซวียหว่านอี้มิได้ตื่นตระหนกไปกับสีหน้าและน้ำเสียงของเขาแม้แต่น้อยความอ่อนโยนที่ฉายชัดอยู่ระหว่างคิ้วและดวงตา ประหนึ่งสายน้ำอุ่นที่โอบล้อมด้วยความเมตตาจนมิอาจมองข้าม“ซื่อจื่อกล่าวได้ถูกต้องแล้ว”น้ำเสียงเช่นนี้ ยิ่งทำให้ความหงุดหงิดงุ่นง่านในใจของเซี่ยเฝ่ยทวีความรุนแรงขึ้นในเมืองหลวง นามของเขานั้นกล่าวได้ว่าไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก หากเอ่ยว่าสามารถหยุดเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยได้ แม้จะฟังดูเกินจริงไปบ้าง ทว่าก็เพียงพอที่จะบ่งบอกว่าเขาน่าหวาดหวั่นเพียงไรทว่ายามเผชิญหน้ากับเซวียหว่านอี้ กลับประหนึ่งหมัดที่ชกใส่ปุยฝ้าย“เจ้าไม่กลัวตายจริงหรือ?”เขาเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้เซวียหว่านอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ไม่กลัว ข้าเฝ้ารอความตายที่แท้จริงอยู่ต่างหาก”เซี่ยเฝ่ยเงียบงันไปเนิ่นนาน ท้ายที่สุดก็ทิ้งวาจาไว้แล้วจากไป“วิปลาส!”เซวียหว่านอี้แย้มยิ้มพลางส่ายหน้าเฝ้ารอความตายที่ “แท้จริง”หนึ่งดาบปลิดชีพ หรือหนึ่งกระบี่เชือดคอหอย หรือหนึ่งเกาทัณฑ์ทะลุหัวใจเช่นนั้นคงจะตายได้โดยไวเป็นแน่ชาติก่อน หากนางตายได้เร็วสักหน่อย การได้กลับมาเกิดใหม่อีกครานางอาจจะรักถนอมชีวิตของตนเองมากกว่านี้ทว่
Read more
PREV
1
...
1415161718
...
21
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status