All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 271 - Chapter 280

391 Chapters

บทที่ 271

ในยามนี้ของชาติที่แล้ว หรงเจวี๋ยและคนผู้นั้นยังมิได้หย่าร้างกันเลย“หรือว่าทั้งสองแคว้นยังต้องแต่งงานเชื่อมไมตรีกันอีก?” นางพึมพำออกมาประโยคหนึ่งฉู่ยวนมองหญิงสาวโฉมงามที่ยืนอยู่เบื้องหลังผ่านกระจกทองเหลือง พลางยิ้มกล่าวว่า “ฮูหยินช่างปราดเปรื่อง ทูตแคว้นซีอูเจรจาไว้เช่นนั้นจริง ๆ”เซวียหมิงเฟยเบะปาก “ข้าว่าแล้วเชียว เมื่อก่อนยามที่ชายแดนเหนือและชายแดนใต้กำเริบเสิบสาน พวกเราก็ส่งองค์หญิงไปไม่น้อย”แน่นอนว่ามิได้ส่งองค์หญิงสายเลือดแท้ไป ทว่าคัดเลือกมาจากเหล่าเชื้อพระวงศ์สองมือนางวางทาบลงบนบ่าของฉู่ยวน ทอดมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาในกระจกทองเหลืองเอ่ยว่า “หากมิใช่เพราะถูกทุบตีจนพิการ ท่านพี่คิดว่าท่านหญิงน้อยแห่งจวนอ๋องมู่ผู้นั้น จะมีโอกาสถูกเลือกหรือไม่? หรืออาจเป็นคนของจวนอ๋องเยว่ จวนอ๋องชิ่ง...”ฉู่ยวนตบมือนางเบา ๆ พลางยิ้มกล่าวว่า “ท่านหญิงจวนอ๋องมู่นั้นย่อมเป็นไปมิได้ ฝ่าบาททรงโปรดปรานนางยิ่งนัก ส่วนจวนอ๋องเยว่และจวนอ๋องชิ่งกลับมีโอกาสสูงยิ่ง ในเมื่อล้วนเป็นเพียงบุตรสาวอนุ พระชายาย่อมยินดีที่จะให้เป็นเช่นนั้น”อย่างไรเสียก็มิใช่บุตรสาวในไส้ ส่งตัวไปก็คือส่งตัวไปต่อให้ได้
Read more

บทที่ 272

“ท่านพี่ ยามเที่ยงจะกลับมารับสำรับที่จวนหรือไม่เจ้าคะ?”ยามฟ้าสาง เซวียหมิงเฟยเอนกายตะแคงอยู่บนตั่ง มือหนึ่งเท้าขมับ ทอดสายตาเปี่ยมด้วยความนัยเรียกขานบุรุษรูปงามสะอ้านที่กำลังผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ฉู่ยวนจัดคอเสื้อให้เข้าที่ หันกลับไปมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนรูปลักษณ์ของนางงดงามยิ่งนัก ต่อให้มิใช่อันดับต้น ๆ ในเมืองหลวง ทว่าก็เป็นความงามหยาดเยิ้มสะดุดตาที่หาได้ยากยิ่ง“ประเดี๋ยวข้าจะไปบอกกล่าวท่านแม่ที่เรือนสักคำ หากที่ศาลาว่าการมิได้ยุ่งมากข้าจะกลับมา ท่านแม่คงไม่สร้างความลำบากใจให้แก่เจ้า”เซวียหมิงเฟยหัวเราะเบา ๆ “ท่านแม่มิได้ไร้เหตุผลดั่งที่ท่านกล่าวเสียหน่อยเจ้าค่ะ”บุรุษนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยาและมารดา ภรรยาย่อมต้องตกเป็นรองอยู่ขุมหนึ่งเสมอการไว้หน้าและให้เกียรติเขา ด้วยการกล่าวคำหวานหูต่อหน้าหญิงชราผู้นั้นสักสองสามประโยค ก็ไม่มีอันใดมากไปกว่าการขยับริมฝีปากเท่านั้นทว่าลับหลังจะเป็นเช่นไร นางย่อมมีวิธีจัดการในแบบของตนฉู่ยวนแย้มยิ้มพลางกล่าว “ได้ภรรยาเช่นนี้ สามีจะปรารถนาสิ่งใดอีก”เมื่อสวมชุดขุนนางเรียบร้อยแล้ว เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ฮูหยินนอนต่ออีกสักประเดี๋ยวเ
Read more

บทที่ 273

ชั่วขณะนั้น รู้สึกลำบากใจยิ่งนักที่จะตัดสินใจ……กรมพิธีการฉู่ยวนจัดการงานราชการของตนเองได้อย่างคล่องแคล่วชำนาญข้างกายคือเสียงสนทนาสัพเพเหระของบรรดาขุนนางเพื่อนร่วมงาน“รายชื่อผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงได้ส่งมอบให้กรมพิธีการแล้ว ดูเหมือนว่าเจิ้นกั๋วกงจะมิได้เข้าร่วม ฮูหยินของเขาจึงไปร่วมงานเพียงลำพัง”“เหตุใดกัน? หรือว่าโรคเรื้อรังของเจิ้นกั๋วกงจะกำเริบหนักขึ้นอีกแล้ว?”“คาดว่าคงเป็นเช่นนั้น ช่วงนี้เมืองหลวงอากาศอบอ้าว คนปกติเช่นพวกเรายังรู้สึกร้อนรุ่มจนยากจะทนทาน ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงร่างกายที่เจ็บป่วยเรื้อรังของเจิ้นกั๋วกงเลย”“คิดดูแล้วก็น่าเสียดายยิ่งนัก แม่ทัพหนุ่มที่เคยหล่อเหลาองอาจถึงเพียงนั้น กลับต้องตกอยู่ในสภาพพิการเดินไม่ได้ ซ้ำยังอาจไร้ทายาทสืบสกุล”“ผู้ใดจะว่ามิใช่เล่า”“ทว่า ความสัมพันธ์ของเจิ้นกั๋วกงและฮูหยินดูเหมือนจะดีเยี่ยมยิ่งนัก”“ฮูหยินของข้าเคยพบปะพูดคุยกับนางที่จวนองค์หญิง นางจัดการเรื่องราวได้รอบคอบ นิสัยอ่อนโยน ทั้งยามคบหากับบรรดาฮูหยินที่อาวุโสกว่าก็ไม่มีข้อบกพร่องใดเลย”“เป็นเช่นนั้นหรือ? ได้ยินมาว่าก่อนที่ฮูหยินเซวียผู้นี้จะได้รับการเปิดเผยฐานะที่แท้จริง
Read more

บทที่ 274

อาภรณ์สีชมพูบางเบาโปร่งตา ขับเน้นผิวพรรณให้ดูขาวผุดผ่องดั่งหิมะเนียนนุ่มดุจไขมันสกัดเซวียหมิงเฟยนอนตะแคงเอนกายอยู่บนตั่งกุ้ยเฟย มือเรียวงามหยิบผลไม้ฉ่ำน้ำส่งเข้าปาก“คนตระกูลหวังเหล่านั้น ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู้สึกจืดชืดไร้รสชาติ”ใบหน้าของนางฉายแววรังเกียจ “น่าชังยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก”เซวียหว่านอี้ซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้านางทำเพียงถือเสียว่าได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอนวันนี้นางมาเยือนตามคำเชิญ เดิมทีมิได้อยากมา ทว่าเย่จั๋วต้องจากเรือนไปราวสิบวัน นางจึงอาศัยช่วงยามนี้ออกมารับลมด้านนอกบ้าง“พาสตรีมาด้วยหรือ?” นางเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักนัยน์ตาของเซวียหมิงเฟยสั่นไหวเล็กน้อย ทว่านางกลับหลุบตาลงเพื่อซ่อนเร้นอารมณ์ “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”หรือว่าชาติที่แล้วก็เคยมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นกัน?เซวียหว่านอี้กล่าว “ญาติพี่น้องเกี่ยวดองกัน มิใช่เรื่องปกติธรรมดาหรอกหรือ ตระกูลหวังอยู่ไกลถึงชิงโจว ข้ามผ่านถึงสองเมืองเพื่อเร่งรุดมายังเมืองหลวง อีกทั้งยังมิใช่ช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบกับพวกเจ้าเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน การมาเยือนถึงจวนในยามนี้ แค่เดาก็ย่อมเดาออกอยู่แล้ว”เซวียหมิงเฟยลอบถอนหายใจด้ว
Read more

บทที่ 275

องค์รัชทายาทในปัจจุบันนับว่าเป็นบุรุษหนุ่มที่หาได้ยากยิ่ง ตำแหน่งองค์รัชทายาทมั่นคง เบื้องหลังยังมีตระกูลใหญ่ระดับแนวหน้าหลายตระกูลคอยหนุนหลัง เซวียหมิงเยว่มีคุณสมบัติอันใดไปยืนอยู่เคียงข้างบุคคลผู้นั้นกัน“แม้ข้ามิใช่คนจิตใจดีงามอันใด แต่ต่อให้ต่ำช้าเพียงไร ก็มิอาจไปวางแผนทำลายความบริสุทธิ์ของสตรีด้วยกันหรอก” ยามเซวียหมิงเฟยเอ่ยถึงคนผู้นั้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งนัก“ฆ่าคนก็เป็นเพียงการปลิดชีพ หากเกลียดชังอีกฝ่ายนัก ใช้ดาบเดียวสังหารเสียก็สิ้นเรื่อง พี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน กลับต้องกลายเป็นหินรองเท้าให้นางปีนป่ายสู่อำนาจ ทำลายความบริสุทธิ์ของคนผู้บริสุทธิ์ จิตใจของคนผู้นี้อำมหิตผิดมนุษย์มนายิ่งนัก”เซวียหว่านอี้เอ่ยว่า “หากไม่มีกำลังพอจะสังหารอีกฝ่ายเล่า?”เซวียหมิงเฟย “...??”นางขมวดคิ้ว แววตาแฝงความครุ่นคิด “นางยังคิดจะฆ่าคนอีกหรือ? ผู้ใดทำผิดต่อนางกัน? มีแต่นางมิใช่หรือที่ทำผิดต่อผู้อื่น?”เซวียหว่านอี้ยกมุมปากยิ้มบาง มิได้เอ่ยแก้ไขอันใด“เจ้าก็เพียงได้แต่งงานกับเย่จั๋ว วาจาจึงได้ร้ายกาจขึ้นบ้าง” เซวียหมิงเฟยกลอกตา “แต่การกระทำยังคงอ่อนแอปวกเปียก ไม่
Read more

บทที่ 276

เซวียหว่านอี้มิอาจแน่ใจได้ทว่าเซวียหมิงเยว่ในชาตินี้ ถูกนางเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปแล้วจริง ๆชาติก่อนสตรีผู้นี้ยังคงรั้งอยู่ในตระกูลเซวียมาโดยตลอด ยามปลายปีจะได้พบกับองค์รัชทายาท หลังจากนั้นใช้เวลาสองปีเพื่อหยั่งรากสร้างฐานอำนาจในฝั่งขององค์รัชทายาท จนท้ายที่สุดก็ได้ก้าวเข้าสู่ตำหนักบูรพาบางที เซวียหมิงเยว่อาจเพียงต้องการหลุดพ้นจากครอบครัวสามี“ส่งจดหมายไป ให้หวังเฟิงจับตาดูเซวียหมิงเยว่อย่างใกล้ชิด ต่อให้ฝังลงดินไปแล้ว ก็จงอาศัยยามที่ไร้ผู้คน ขุดเปิดโลงศพของนางออกมาเสีย”นางไม่ว่าเซวียหมิงเยว่จะตายไปเช่นนั้นหวังเหลย “...???”มิใช่กระมัง ขุดสุสานงั้นหรือ?เช่นนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ?“ฮูหยินสงสัยว่าเซวียหมิงเยว่แสร้งตายหรือขอรับ?” เขาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“อืม” เซวียหว่านอี้กล่าว “นางยังอาลัยอาวรณ์ชีวิต ซือหม่าแห่งหนิงโจวเองก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะให้นางตาย อย่างไรเสียในครรภ์ของนางก็ยังมีหลานชายของเขา ต่อให้จะขัดหูขัดตาเซวียหมิงเยว่ หรือไม่อยากยอมรับสะใภ้ผู้นี้ อย่างเลวร้ายที่สุดก็ต้องรอจนกว่านางจะคลอดทารกออกมาเสียก่อน”เหตุผลก็คือเหตุผล ทว่าคนก็ตายไปแล้วมิใช่หรือในจดหมายมิ
Read more

บทที่ 277

สีหน้าของนางชุยเย็นชาลง นางพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ท่านพี่โปรดวางใจ ข้าเข้าใจแล้ว”แม้จะเป็นเพียงข้อสงสัย ทว่า…นางชุยกลับสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดบางเบาดุจพายุฝนที่กำลังจะก่อตัวการปลอมตัวเป็นหญิงงาม ต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่?นี่เป็นการคัดเลือกหญิงงามครั้งสุดท้ายของเสด็จพ่อแล้ว ยามนี้กลับปลอมตัวเข้าวัง หากมิได้มุ่งเป้าไปที่โอรสสวรรค์ ผู้ใดจะเชื่อเล่า?อีกทั้ง นี่เป็นถึงข้อสงสัยของเจิ้นกั๋วกง ความเป็นไปได้ย่อมมีสูงยิ่งยามบ่าย หลังจากได้รับเทียบเชิญที่ส่งมาจากตำหนักบูรพา เซวียหว่านอี้ยังคงรู้สึกฉงนใจอยู่บ้างการเชิญชวนโดยปกติล้วนจัดขึ้นในยามเช้า ไม่มีผู้ใดนัดพบกันในยามบ่ายเว้นเสียแต่ว่าออกไปข้างนอกแล้วบังเอิญพบปะกันทว่า นี่คือเทียบเชิญของพระชายาองค์รัชทายาท คงต้องมีเรื่องด่วนอันใดเป็นแน่“พวกเจ้าทั้งสองจงรั้งอยู่ในจวนเถิด ข้าเพียงพาแม่นมเฉินและหวังเหลยไปก็พอแล้ว” เจินจูและเฝ่ยชุ่ยมิได้ถูกพาตัวไปด้วยทั้งสองปรนนิบัตินางผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ จากนั้นจึงนั่งรถม้าตรงไปยังตำหนักบูรพาเมื่อไปถึง จึงเดินตามนางกำนัลเข้าไปด้านใน“มาแล้วหรือ” นางชุยเห็นนาง จึงยิ้มพลางกวักมือเรียกให้เข้ามาใ
Read more

บทที่ 278

ยามถึงจุดหมาย ทั้งสองได้หาสถานที่ซึ่งค่อนข้างสูงและสามารถมองเห็นภาพรวมได้ทั้งหมด“มองลงไปจากตรงนี้สามารถเห็นเหล่าหญิงงามได้ พวกนางจะเรียนรู้กฎระเบียบในวังกับแม่นมเป็นประจำทุกวัน”พระชายาองค์รัชทายาทนางชุยชี้ไปยังลานกว้างแห่งหนึ่ง พลางกล่าวว่า “องค์รัชทายาทเพียงบอกกับข้าว่าอาจมีคนปลอมตัวเป็นหญิงงาม อาหว่าน...”นางยกมือปิดริมฝีปากยิ้มเบา ๆ “ข้าเรียกเจ้าเช่นนี้ จะได้หรือไม่?”“ย่อมได้อยู่แล้ว” เซวียหว่านอี้ยิ้มกล่าว “ข้ากับพระชายาอยู่ฝ่ายเดียวกัน”นางชุยมีดวงตาโค้งเรียวดั่งจันทร์เสี้ยว ดวงหน้าผุดผ่องดั่งจานเงิน ไม่ว่าจะเป็นสง่าราศีหรือท่วงท่ากิริยา ล้วนงดงามไร้ที่ติตระกูลชุยแห่งเจียงโจว นับเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ชั้นแนวหน้าแห่งราชวงศ์อวิ๋นในราชวงศ์ก่อน มีอำนาจบารมีและชื่อเสียงเกรียงไกรกระทั่งราชวงศ์อวิ๋นได้ครอบครองแผ่นดิน ตระกูลหรงจึงได้เข้ามาแทนที่ตระกูลชุย และก้าวขึ้นเป็นผู้นำของเหล่าตระกูลใหญ่สตรีตระกูลชุย ในราชวงศ์ก่อนนั้นแทบจะไม่ได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์เลยส่วนสตรีที่อยู่เบื้องหน้านี้ เป็นเพราะองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันมีฐานะมั่นคง ทั้งตัวองค์รัชทายาทเองยังเพียบพร้อมด้วยความสา
Read more

บทที่ 279

“อย่างน้อยองค์รัชทายาทก็บอกกับข้าไว้เช่นนี้” นางชุยกล่าวว่า “ไม่มีผู้ใดที่ดูคล้ายคลึงเลยหรือ?”เซวียหว่านอี้ส่ายหน้า ภายในใจกลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งแปลกชอบกลทั้งสองมองลอดกิ่งบุปผาเพื่อจับจ้องเหล่าหญิงงามที่เข้ารับการคัดเลือกต่อไป นางเอ่ยขึ้นว่า “พระชายาเคยฟังเรื่องวิชาเร้นลับที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าผู้คนได้หรือไม่เจ้าคะ?”นางชุยชะงักไปเล็กน้อย “เปลี่ยนเช่นไรหรือ?”“อาศัยการปรับเปลี่ยนเครื่องหน้าและกระบวนการแต่งโฉม ก็สามารถทำให้ใบหน้าของคนผู้หนึ่งแปรเปลี่ยนไปได้เจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี้กล่าว “หากคนสองคนมีเค้าโครงหน้าคล้ายคลึงกันสักสามถึงห้าส่วน เมื่อผ่านการผลัดหน้าแต่งโฉมก็สามารถทำให้ดูละม้ายคล้ายคลึงกันได้ถึงแปดเก้าส่วน หากมิใช่คนสนิทชิดเชื้อ ก็ยากที่จะมองออกเจ้าค่ะ”นางชุยเพิ่งเคยได้ยินเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งแรก “มีเรื่องมหัศจรรย์ปานนี้เชียวหรือ?”“ในบรรดาชนทุกชั้นวรรณะ ล้วนมีผู้มากความสามารถและยอดคนวิชาแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย การเปลี่ยนโฉมหน้าย่อมมิใช่เรื่องยากเย็นอันใดเจ้าค่ะ” สายตาของเซวียหว่านอี้ยังคงจับจ้องไปที่เหล่าหญิงงามเหล่านั้นมิได้ละวาง “บางทีอาจสั่งให้พวกนางล้างเครื่องประทิ
Read more

บทที่ 280

คล้ายจะสังเกตเห็นความเคลือบแคลงสงสัยของเซวียหว่านอี้นางชุยเอ่ยว่า “อ๋องติ้งอู่คนปัจจุบันเป็นญาติผู้น้องของฝ่าบาท อายุน้อยกว่าองค์รัชทายาทถึงสองปี รุ่นราวคราวเดียวกับองค์ชายสาม”เซวียหว่านอี้เอ่ยถาม “ห่างกันถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ?”หากมองจากอายุ แทบจะห่างกันถึงหนึ่งรุ่นคน“ได้ยินมาว่าท่านอ๋ององค์ก่อนที่ล่วงลับไปแล้ว บาดเจ็บเสียสุขภาพจากสนามรบ หลังจากนั้นหลายปีจึงมิได้มีทายาทสืบสกุล ทว่าก็รับบุตรบุญธรรมมาอุปการะผู้หนึ่ง ทว่ายามที่ท่านอ๋องเฒ่าอายุใกล้จะครบสี่สิบปี ชายารองที่ยังสาวในจวนกลับตั้งครรภ์ขึ้นมา...”นางชุยเอ่ย “ก็นับว่าบรรพชนคุ้มครองแล้ว”จะเป็นการคุ้มครองหรือไม่ เซวียหว่านอี้ย่อมมิอาจแน่ใจได้ทว่าหลายปีมานี้ อ๋องศักดินามิได้เข้าเมืองหลวง…จริงอยู่ที่อ๋องศักดินาหากไร้ราชโองการย่อมมิอาจเข้าเมืองหลวงได้ ทว่างานอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาท จวนอ๋องติ้งอู่กลับมิได้ส่งผู้ใดมาร่วมงานเลย นับว่าดูผิดวิสัยอยู่บ้างจริง ๆ“พระชายา แล้วบุตรบุญธรรมกับพระชายาเล่าเจ้าคะ?”บุตรบุญธรรม ผู้มีสิทธิ์สืบทอดในฐานะ “บุตรสายตรง”แม้ว่าเด็กผู้นั้นจะเป็นเพียงบุตรบุญธรรม ทว่าก่อนที่บุตรในอุทรจะ
Read more
PREV
1
...
2627282930
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status