All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 261 - Chapter 270

391 Chapters

บทที่ 261

เซวียหว่านอี้ “...”สตรีผู้นี้ช่างกล้าเอ่ยปากเสียจริงอยู่ในอาณาเขตของเย่จั๋วแท้ ๆ กลับพึมพำแช่งชักให้เขาด่วนจากไป ทั้งยังยุยงให้ภรรยาผู้อื่นเลี้ยงดูชายบำเรอช่างขวัญกล้าเทียมฟ้ามิใช่น้อยอย่าได้ให้เย่จั๋วล่วงรู้เชียว มิเช่นนั้นก็สุดจะคาดเดาว่าเขาจะหาเรื่องเล่นงานนางเช่นไร“เจ้าอยากเลี้ยงงั้นหรือ?” เซวียหว่านอี้อดกลั้นรอยยิ้มไว้มิได้สตรีผู้นี้แม้จะมิใช่คนดีเลิศอันใด ทว่าก็มิได้เลวร้ายจนเกินไปนักไม่ว่าในใจลึก ๆ ของทั้งสองจะคิดเห็นเช่นไร แต่อย่างน้อยฉากหน้าก็มิได้มีปัญหาอันใดนางเองก็เชื่อมั่นว่าเซวียหมิงเฟยจะไม่มีวันลอบทำร้ายนางลับหลังแล้วตัวนางเล่า?หาก…หากมีวันใดที่ฉู่ยวนกลายเป็นนักโทษใต้ฝ่าเท้านางขึ้นมาจริง ๆนางก็จะจัดการวางแผนชีวิตในภายภาคหน้าให้แก่เซวียหมิงเฟยเป็นอย่างดีต่อให้ทะเลาะเบาะแว้งกันเพียงไร อย่างไรเสียก็เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด มิอาจลงมืออำมหิตถึงตายได้เซวียหมิงเฟยเอ่ยเสียงเบา “ยามนี้ยังมิได้ รอข้ามีบุตรก่อน ผ่านไปสักสิบปีแปดปีค่อยว่ากัน”ถึงยามนั้นนางมีบุตรธิดาเคียงกาย ทั้งยังมีตำแหน่งฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งคุ้มครองต่อให้ฉู่ยวนตายไป…เขามีชีวิตอยู่ก็
Read more

บทที่ 262

เหตุใดจวนติ้งหย่วนโหวจึงต้องให้บุตรสาวสายตรงคนโตที่อบรมเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม แต่งให้กับองค์ชายสี่ผู้แสนจะธรรมดาสามัญด้วยเล่า?ฉู่ยวนมิอาจเข้าใจได้เลยอันที่จริงเขาก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง ทว่ากลับรู้สึกว่าความคิดเช่นนั้นช่างน่าขันยิ่งนักองค์ชายห้านั้นมีความทะเยอทะยานอยู่จริงแท้ ขอเพียงตั้งใจจับตาดูเขาสักหน่อย ย่อมมองออกได้โดยง่ายแม้แต่ฉู่ยวนยังมองออกทะลุปรุโปร่ง แล้วจะนับประสาอะไรกับโหวผู้เฒ่าแห่งจวนติ้งหย่วนโหวคราแรกย่อมคิดสนับสนุน ทั้งยังเคยมีแผนจะเลือกข้างองค์ชายห้าเสียด้วยซ้ำ ทว่าเหตุใดยามนี้จึงได้ถอยร่นกลับมา?หรือเป็นเพียงเพราะมิกล้าให้ลู่ชิงซางต้องถลำลึก ท่ามกลางวังวนการแก่งแย่ง เพื่อให้นางมีชีวิตที่ราบรื่นสงบสุขไปตลอดกาลกระนั้นหรือ?ต่อให้เป็นบุตรสาวสายตรงคนโต ต่อให้ฟูมฟักมาอย่างดีเพียงใด ทว่าความคิดเช่นนี้ เขาก็ยังรู้สึกว่าน่าขันอยู่ดีบุตรสาวสายตรงคนโตที่อบรมสั่งสอนมาอย่างดี มิใช่มีไว้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้แก่ตระกูลหรอกหรือ?“ท่านปู่รักใคร่เอ็นดูนางที่สุดมาตั้งแต่เยาว์วัย ด้วยใบหน้าของนางละม้ายคล้ายคลึงกับท่านย่าที่ล่วงลับไปแล้ว”ลู่หมิงหย่วนเอ่ยว่า “ย
Read more

บทที่ 263

ท่านปู่มิได้มองเซี่ยเหิงในแง่ดีนักญาติฝั่งมารดาของเขาสิ้นไปหมดแล้ว ทั้งยังเป็นเพราะถูกเขาคิดวางแผนทำลายเสียเองนางเว่ยในวังหลวงยิ่งถูกลดขั้นลงเป็นเพียงเจี๋ยอวี๋ ทั้งยังถูกกักบริเวณอยู่แต่ในตำหนักเหล่าขุนนางผู้ใหญ่เหนือกรมทั้งหกในราชสำนัก ล้วนเป็นอาจารย์ขององค์รัชทายาทเช่นนี้ในภายภาคหน้ายามองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์ เหล่าขุนนางเหนือหกกรมย่อมเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รัชศกของกษัตริย์องค์ใหม่อย่างราบรื่น มิจำเป็นต้องเผชิญกับการผลัดแผ่นดินเปลี่ยนขุนนางตามธรรมเนียม“ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดย่อมทุ่มเทสุดกำลังเพื่อรักษาสถานะของตน และแสวงหาอำนาจที่สูงส่งยิ่งขึ้นไปอีก”นี่คือสิ่งที่ท่านปู่เคยกล่าวเอาไว้กับนางหากสนับสนุนเซี่ยเหิง เมื่อการใหญ่สำเร็จลุล่วง ย่อมได้รับทุกสิ่งจากการสร้างความดีความชอบฐานร่วมสถาปนากษัตริย์อย่างแท้จริงทว่าหากพ่ายแพ้ ย่อมสูญสิ้นทุกสิ่ง ทั้งยังต้องแลกด้วยชีวิตของคนทั้งตระกูลตัวท่านปู่เองก็เป็นถึงขุนนางใหญ่ขั้นสอง เรียกได้ว่าตำแหน่งสูงส่งอำนาจล้นมือ จะมีสักกี่คนที่กล้าเอาชีวิตไปเดิมพันขุนนางบุ๋นขั้นหนึ่งที่กุมอำนาจบริหารอย่างแท้จริง มีเพียงอัครมหาเสนาบดีซ้ายขวา ส่วนตำ
Read more

บทที่ 264

เซวียหว่านอี้ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงถึงเพียงนี้นางอาจกล่าวได้ว่ามิได้ทำสิ่งใดเลย อย่างน้อยก็ยังไม่มีกำลังพอจะทำสิ่งใดกับฉู่ยวนได้ แล้วเหตุใดลู่ชิงซางจึงถอนหมั้นกับองค์ชายห้าได้หรือจะเป็นเพราะความล่มสลายของตระกูลเว่ย?แท้จริงแล้ว ในชาติก่อนตระกูลเว่ยยังคงอยู่ดีมีสุขมาตลอด จนกระทั่งองค์ชายห้าก่อกบฏขึ้นครองราชย์เว่ยเจี๋ยอวี๋มิใช่คนเลอะเลือน นางย่อมไม่ยอมสร้างความลำบากให้บุตรชายของตนเพื่อตระกูลเว่ย และแน่นอนว่าย่อมไม่ปล่อยให้บุตรชายไปคิดแผนการลอบกัดตระกูลเว่ยเช่นกันหลังจากเซี่ยเหิงขึ้นครองราชย์ ตระกูลเว่ยก็เรียกได้ว่ารุ่งโรจน์อย่างยิ่งเว่ยหงเฉิงในฐานะท่านลุงแท้ ๆ ของเขา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหรงกั๋วกงโดยตรง ทั้งยังควบตำแหน่งราชครูในคราแรกเหล่าขุนนางต่างคัดค้าน เพียงเพราะคนตระกูลเว่ยล้วนแต่ไร้ความสามารถทว่ากลับเป็นฉู่ยวนที่กล่าวว่าตำแหน่งราชครูมิได้มีอำนาจที่แท้จริง เป็นเพียงการประทานรางวัลเท่านั้น จึงทำให้เหล่าขุนนางในราชสำนักเหล่านั้นสงบปากสงบคำลงได้ภายหลังจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ เซวียหว่านอี้ก็ไม่แน่ใจนักแต่ความรุ่งเรืองของตระกูลเว่ยนั้นเป็นสิ
Read more

บทที่ 265

“ช่วงหลายวันมานี้เจ้าพยายามอย่าออกไปข้างนอก ในหมู่ทหารรักษาพระองค์เกรงว่าคงจะมีการกวาดล้างครั้งใหญ่ ข้าจะให้คนไปบอกกล่าวแก่พี่ชายของเจ้า เขาจะไม่เป็นอันใด”เมื่อได้ยินการจัดการและคำปลอบโยนของเขา เซวียหว่านอี้ก็พยักหน้ารับคำเมื่อมิได้มีสติปัญญาเป็นเลิศ การเชื่อฟังคำตักเตือนย่อมเป็นสิ่งสำคัญประการแรกทว่า…แววตาของนางอ่อนโยน “ข้ายังนึกว่าท่านพี่จะไม่สนใจตระกูลเซวียเสียอีก”ก่อนหน้านี้ในท้องพระโรงก็กล่าวไว้เช่นนี้มิใช่หรือขุนนางบุ๋นบู๊รู้กันทั่วทั้งราชสำนัก และเพราะเรื่องนี้เอง งานมงคลสมรสจึงจำต้องให้ฝ่าบาททรงพระราชทานให้เย่จั๋วกลับมิได้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เขากล่าวว่า “พี่ชายของเจ้าเป็นคนดีทีเดียว ทั้งยังปฏิบัติหน้าที่ในศาลาว่าการอย่างสุดความสามารถ วันหน้าย่อมต้องเป็นขุนนางขององค์รัชทายาท หากเปลี่ยนเป็นบิดาของเจ้า ข้าย่อมไม่ยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยว”เซวียฉงผู้นั้น จะกล่าวว่าเลวร้ายก็มิได้ เพียงแต่กะล่อนพลิกแพลงเก่งนักผู้คนในแวดวงขุนนางเหล่านี้ล้วนกะล่อนพลิกแพลง ทว่าเย่จั๋วกลับมิชอบใจเอาเสียเลยยามออกศึกอยู่แนวหน้า แนวหลังกลับมีคนกะล่อนเหล่านี้อยู่ จึงต้องทนรับความคับแค้นใจอยู
Read more

บทที่ 266

“ข้าจำได้ว่าเชิญเพียงองค์รัชทายาทและพระชายาเท่านั้น”เย่จั๋วมองดูคนหลายคนที่โผล่เพิ่มเข้ามาพลางขมวดคิ้ว “ก็แค่กินข้าวสักมื้อ จวนของพวกเจ้าไม่มีข้าวให้กินแล้วหรืออย่างไร?”หรงเจวี๋ย องค์ชายสาม และองค์หญิงหย่งหนิง พอได้กลิ่นก็พากันตามมาทันทีองค์ชายสามโบกมือ “โธ่ เหตุใดจึงรังเกียจพวกเราถึงเพียงนี้เล่า เชิญคนเดียวก็คือเชิญ เชิญหลายคนก็คือเชิญ ไม่เป็นไรหรอก”ก็เพราะคุ้นเคยกันดีนักจึงเป็นเช่นนี้เซวียหว่านอี้ยิ้มแย้มต้อนรับพระชายาองค์รัชทายาทและเซี่ยฉานให้ไปพักผ่อนอีกด้านหนึ่ง ปล่อยพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้บุรุษหลายคนสนทนากัน“เจ้ารองจะกลับเมืองหลวงในวันสองวันนี้แล้ว” เซี่ยเจินเอ่ยขึ้น “เรื่องงานมงคลก็ควรเริ่มจัดการเสียที”องค์ชายรองมีแต่ความกล้าทว่าไร้ปัญญา จึงมิได้น่ากังวลอันใดอีกทั้งข่าวคราวในกองทัพ องค์รัชทายาทและทุกคนต่างกระจ่างแจ้งดี ว่าแม่ทัพนายกองแห่งแดนเหนือล้วนเคยติดตามท่านแม่ทัพเฒ่าเย่มาก่อน“องค์ชายรองนั้นมิได้น่ากังวล ทว่ายามนี้องค์ชายห้าแม้จะถูกยกเลิกโทษกักบริเวณแล้ว แต่สถานการณ์ของเขาก็มากพอจะทำให้ปวดเศียรเวียนเกล้าไปอีกนาน” หรงเจวี๋ยกล่าว “ลู่ชิงซางถูกพระราชทานสมรสให้องค
Read more

บทที่ 267

อย่าได้เอ่ยเลยว่าญาติผู้น้องก็เป็นเพียงญาติผู้น้อง บุรุษย่อมเข้าใจบุรุษด้วยกันเป็นอย่างดีที่สุดพวกเขาไฉนเลยจะยอมนำทั้งชีวิตของลู่ชิงซางไปทิ้งขว้าง เพียงเพราะคำสาบานแค่ประโยคสองประโยคพระโอรสของฝ่าบาท มิได้มีเพียงเซี่ยเหิงผู้เดียวเสียหน่อย“ตระกูลเฉียนมอบทองคำสองแสนตำลึงให้เสด็จพ่ออีกแล้ว” นางชุยยกมือป้องริมฝีปากยิ้มบางเบา “ถือเป็นของกำนัลพิเศษ”เซี่ยฉานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะทอดถอนใจกล่าวว่า “ตระกูลเฉียนช่างร่ำรวยยิ่งนัก”“อย่างไรเสียก็เป็นถึงหนึ่งในพ่อค้าเกลือหลวง ทั้งยังมีหลานชายเป็นถึงองค์ชาย” นางชุยกล่าว “น้องสี่นั้นนับว่าดีทีเดียว เสียก็แต่คนตระกูลเฉียน...”หากกล่าวให้รื่นหูหน่อยก็คือ ไหวพริบยังไม่เฉียบแหลมนักมีเครือญาติฝั่งมารดาเช่นนี้ หากมิได้มีความคิดแย่งชิงบัลลังก์ก็แล้วไปมิเช่นนั้นจุดจบของตระกูลเฉียนรังแต่จะอนาถยิ่งกว่าตระกูลเว่ยเสียอีกเซี่ยฉานและเซวียหว่านอี้ต่างกระจ่างแจ้งในใจเซี่ยฉานกล่าวว่า “วางใจเถิด ในพระทัยของเสด็จพ่อย่อมกระจ่างแจ้งยิ่งกว่าผู้ใด อย่างเช่นครานี้ หากเสด็จพ่อมิได้ทรงมีรับสั่งลับ ๆ จวนติ้งหย่วนโหวหรือจะกล้าถอนหมั้นองค์ชาย”ไม่ว่าเซี่ยเหิงจะเ
Read more

บทที่ 268

อีกด้านหนึ่ง เหล่าเครือญาติของตระกูลฉู่ได้เดินทางมาถึงจวนตระกูลฉู่แล้วฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับฝืนลากสังขารอันอ่อนแอ ออกมาต้อนรับด้วยตนเองถึงหน้าประตูจวนผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป รถม้าสองคันที่ไปรับคนก็มาจอดเทียบหน้าประตูจวน ไม่นานคนกลุ่มหนึ่งราวเจ็ดแปดคนก็ปรากฏตัวขึ้น“ท่านป้า...”หญิงสาวหน้าตาสะสวยหมดจดนางหนึ่ง เอ่ยทักทายฮูหยินผู้เฒ่าอย่างกระตือรือร้นผู้ที่เดินทางมาในครานี้คือท่านลุงท่านอาสองคนในตระกูล พร้อมด้วยครอบครัวของญาติผู้พี่ผู้น้องทั้งสองและบุตรธิดาของพวกเขาการที่พวกเขานำพาหญิงสาวเพียงคนเดียวผู้นี้มาด้วยมีจุดประสงค์อันใด เซวียหมิงเฟยย่อมรู้กระจ่างแก่ใจอาศัยยามที่ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกับคนเหล่านั้น สายตาของหญิงสาวก็ตวัดมองมายังเซวียหมิงเฟย“นี่คงเป็นพี่สะใภ้กระมัง ช่างงดงามราวบุปผาเสียจริง”เมื่อได้ยินคำเยินยออันแสนจะจืดชืดไร้รสนิยมของอีกฝ่าย เซวียหมิงเฟยเพียงคลี่ยิ้ม แล้วเอ่ยเชิญชวนทุกคนเข้าไปด้านใน“ญาติผู้น้องเองก็เป็นโฉมงามที่หมดจดเช่นกัน” ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มที่ไร้ที่ติ ขณะเอ่ยสนทนากับหญิงสาวแม้คำตอบนั้นจะดูขอไปทีอยู่บ้าง แต่อีกฝ่ายก็คงมิอ
Read more

บทที่ 269

ฮูหยินเฒ่าพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูฝืนใจอยู่บ้างแต่งเข้าเรือนมานานเพียงไรหรือจะมีบุตรหรือไม่นั้นมิได้สำคัญ สิ่งสำคัญคือนางต้องการใช้ข้ออ้างนี้มากดข่มลูกสะใภ้ผู้ไม่กตัญญูต่อแม่สามีคนนี้เสียหน่อยลูกสะใภ้จวนอื่นล้วนปรนนิบัติแม่สามีอย่างเอาใจใส่ครบถ้วน ทว่าลูกสะใภ้จวนนางเล่าเป็นเช่นไร?อย่าว่าแต่การปรนนิบัติรับใช้อย่างใกล้ชิดเลย แม้แต่การมาคารวะเช้าเย็น นึกจะไม่มาก็ไม่ยอมมาเสียดื้อ ๆการขาดการมาคารวะนางติดต่อกันสามถึงห้าวันล้วนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้วเซวียหมิงเฟยพาสาวใช้เดินไปทางโรงครัวจื่อจินเหลียวหลังกลับไปมองคนตระกูลหวังอยู่หลายครา “ฮูหยินเจ้าคะ แม่นางตระกูลหวังผู้นั้น...”เซวียหมิงเฟยลอบยกยิ้มมุมปาก พลางเอ่ยว่า “คิดว่าคงตั้งใจส่งมาเป็นอนุให้ท่านพี่”นางย่อมรู้ดีว่าจื่อจินนั้นมีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง ทั้งยังแอบหมายปองฉู่ยวนอยู่ทั้งยังรู้ด้วยว่าคนทั้งจวนต่างเฝ้ารอให้นางตั้งครรภ์โดยเร็วโดยเฉพาะจื่อจินและหญิงชราผู้นั้นหากนางตั้งครรภ์เมื่อใด จื่อจินก็จะได้เข้าไปปรนนิบัติรับใช้ฉู่ยวนอย่างใกล้ชิด ส่วนหญิงชราผู้นั้นก็สามารถหาอนุให้ฉู่ยวนได้อย่างชอบธรรมเสียทีทว่าในย
Read more

บทที่ 270

ชาติก่อนที่ฉู่ยวนสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีขั้นหนึ่งได้ เขาย่อมมิใช่คนใจอ่อนแน่อย่าว่าแต่เป็นเพียงญาติฝั่งมารดาเลย ต่อให้เป็นเครือญาติตระกูลฉู่ แล้วจะทำอันใดเขาได้?คนตระกูลหวังได้ยินดังนั้น จึงรีบกล่าวว่ามิได้รีบร้อนอันใด“เด็ก ๆ งานรัดตัว ย่อมแสดงว่าเบื้องบนให้ความสำคัญ ที่พวกเรามาก็เพียงเพราะห่วงใยสุขภาพของพี่หญิง ไม่มีอันใดหรอก”ผู้ที่เอ่ยปากคือญาติผู้น้องของฮูหยินผู้เฒ่าเมื่อคนบ้านเดิมของฮูหยินผู้เฒ่ามาเยือน นางก็คล้ายรู้สึกว่ามีที่พึ่งพิง จึงมิได้สั่งสอนเซวียหมิงเฟยอีก ท่าทีก็ยังดีขึ้นถึงสามส่วนหรือบางทีการปรากฏตัวของหลานสาวฝั่งบ้านเดิม อาจทำให้นางคิดหาวิธีสร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่ลูกสะใภ้ได้แล้ว สรุปคือหลังจากจัดแจงที่พักให้ญาติตระกูลหวังเหล่านี้เสร็จสิ้น นางก็ล้วนมีท่าทีเมตตาอารีอยู่ตลอดเล่ห์เหลี่ยมตื้นเขินเพียงเท่านี้ มีหรือจะปิดบังเซวียหมิงเฟยได้พ้นภายในเรือนหลักหลังจากนางอาบน้ำเสร็จ ก็สวมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าบาง เอนกายพิงตั่งไม้อย่างเกียจคร้าน โดยมีจื่อจินและจื่อเพ่ยคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายคนหนึ่งช่วยเช็ดผมให้นาง อีกคนช่วยบีบนวดแขนขาให้ยามฉู่ยวนก
Read more
PREV
1
...
2526272829
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status