All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 281 - Chapter 290

391 Chapters

บทที่ 281

“ในฐานะอ๋องผู้ครองแคว้น แม้แต่วันมงคลสมรสขององค์รัชทายาทก็ยังมิได้เข้าเมืองหลวงมาเพื่อร่วมแสดงความยินดี เช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องปกติ”“หรือพวกเขาไม่กลัวว่าความลบหลู่นี้ จะทำให้องค์รัชทายาทขุ่นเคืองใจกัน?”แล้วอย่างไรเล่า?เซวียหว่านอี้ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบสองคำวุ่นวายมาจนถึงยามนี้ ท้องก็เริ่มหิว ทว่ามิได้อยากกินขนมของว่าง เพียงอยากกินอาหารมื้อหลักตามปกติเพียงแต่หญิงงามที่ถูกแม่นมผู้ดูแลพาตัวไปนั้น ยังไม่มีข่าวคราวใดแจ้งกลับมาจำต้องรอต่อไปอีกสักหน่อยภายในใจของนางชุยกลับกำลัง “คาดเดา” เรื่องราวอย่างไม่หยุดหย่อนใช่แล้ว งานมงคลสมรสขององค์รัชทายาท อ๋องผู้ครองแคว้นที่อยู่ภายนอกหลายท่าน นอกเหนือจากผู้ที่อายุมากจนไม่สะดวกเดินทาง ล้วนส่งซื่อจื่อหรือบุตรสืบทอดมาร่วมงานแทบทั้งสิ้น อ๋องติ้งอู่ผู้นี้ช่างน่าแปลกประหลาดยิ่งนักยามนี้เขามิได้มีทายาท ซ้ำยังอ้างว่าร่างกายอ่อนแอและติดเชื้อลมหนาว จึงเพียงส่งคนในจวนนำของขวัญมาร่วมแสดงความยินดี นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดอีกแม้ว่าในปีถัดมาเขาจะเข้าเมืองหลวงมาจริง ทว่าก็แทบจะเก็บตัวเงียบไม่ออกไปไหนโอรสสวรรค์ทรงสงสารญาติผู้น้องที่อายุห่างกันมากผู
Read more

บทที่ 282

หมากตัวหนึ่งเรื่องนี้เซวียหว่านอี้มั่นใจอย่างไม่ต้องสงสัยทว่าผู้เดินหมากที่อยู่เบื้องหลังนั้น แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่?หากเป็นเมื่อก่อน นางอาจจะสงสัยองค์ชายห้าหรือว่าเป้าหมายที่คนผู้นั้นต้องการจะจัดการ คือเย่จั๋ว?เมื่อกลับมาถึงตวน นางจรดพู่กันเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง แล้วส่งมอบให้เย่ผิง“ลุงผิง นำจดหมายฉบับนี้ไปมอบให้ถึงมือท่านกั๋วกง”เย่ผิงพยักหน้า “ขอรับ ฮูหยิน”จากนั้นเขาก็จากไปอย่างรวดเร็วนางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า เนิ่นนานจึงเอ่ยขึ้น “เฝ่ยชุ่ย”“เจ้าค่ะฮูหยิน” เฝ่ยชุ่ยเดินเข้ามาจากด้านนอก รอรับคำสั่ง“ไปเชิญคุณหนูรองมาที่เรือน” นางมีบางเรื่องที่จำต้องสอบถามเซวียหมิงเฟยผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม เซวียหมิงเฟยก็เดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยใบหน้าแดงซ่าน ลมหายใจหอบถี่เล็กน้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเร่งรีบเดินทางมาเพียงไร“ตามข้ามามีเรื่องอันใดหรือ?” นางนั่งลงด้านข้าง ยกน้ำชาอุ่นบนโต๊ะขึ้นมาดื่มไปครึ่งจอกเซวียหว่านอี้เอ่ยว่า “เซวียหมิงเยว่เข้าวังไปแล้ว”“…” หลังความเงียบงันชั่วครู่ เซวียหมิงเฟยก็ดึงสติกลับมาจากอาการตกตะลึง “ผู้ใดนะ เข้าวังไปทำอันใด? นางมิใช่แต่งเข้าจวนซือหม่าแ
Read more

บทที่ 283

“ไม่จำเป็น” เซวียหมิงเฟยกล่าว “ข้าหลวงเยี่ยนโจวสามารถกำหนดตัวเลือกสุดท้ายของหญิงงามที่จะส่งเข้าวังได้ก็จริง ทว่าหากคิดจะปีนป่ายประจบองค์ชายรองที่ประจำการอยู่ชายแดนใกล้เคียง เขาไม่มีขวัญกล้าเพียงนั้น หากเป็นอ๋องติ้งอู่ล่ะก็ ย่อมไม่มีปัญหาแน่”เซวียหมิงเฟยไม่เข้าใจ “ไมม่มีปัญหาตรงที่ใดกัน? อ๋องติ้งอู่เป็นญาติผู้น้องของฝ่าบาท ความสัมพันธ์นี้มิอาจกล่าวได้ว่าห่างเหิน เขาจะยอมละทิ้งองค์รัชทายาทแล้วไปเลือกองค์ชายรองได้อย่างไร”นางเบะปาก โน้มกายไปด้านหน้า กดเสียงต่ำลงแล้วเอ่ยว่า “องค์ชายรองเป็นเพียงนักรบโดยแท้ แทบจะไม่มีสติปัญญาเลยด้วยซ้ำ”เซวียหว่านอี้ยกมือปิดริมฝีปากแย้มยิ้มบางเบา ก่อนจะกระแอมไอเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ดังนั้น ข้าจึงสงสัยว่าคนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ย่อมอยู่ในเมืองหลวง อีกทั้งยังซ่อนความมุ่งร้ายต่อตระกูลเราอีกด้วย”“นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว” เซวียหมิงเฟยเอ่ย “มิเช่นนั้นจะยอมเปลืองแรงกายแรงใจเพียงนี้เพื่อเซวียหมิงเยว่ที่ถูกไล่ออกจากผังตระกูลไปแล้วทำไมกัน? หญิงกำพร้าในใต้หล้ามีมากมาย เซวียหมิงเยว่นับเป็นตัวอันใด”น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความรังเกียจและดูแคลนต่อเซว
Read more

บทที่ 284

หน้าประตูจวนนางสั่งการบ่าวรับใช้ ให้ล่วงหน้ากลับจวนไปแจ้งแก่ฉู่ยวนว่า คืนนี้นางจะค้างแรมที่ตระกูลเซวียจากนั้นจึงเอ่ยคำอำลากับเซวียหว่านอี้ “งานเลี้ยงชมบุปผาของจวนติ้งหย่วนโหวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เจ้าจะไปหรือไม่?”เรื่องการแต่งงานของลู่ชิงซางแห่งจวนติ้งหย่วนโหวกับองค์ชายสี่ถูกกำหนดไว้แล้ว ทั้งยังเป็นการพระราชทานสมรสจากโอรสสวรรค์ ซึ่งมีความชอบธรรมและเหมาะสมยิ่งกว่าสัญญาหมั้นหมายกับองค์ชายห้าในกาลก่อนเมื่อเรื่องหนักอกของตระกูลลู่ยุติลง ยามนี้จึงมีกะจิตกะใจจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกเหรื่อแล้ว“ได้ทั้งนั้น” นางโบกมือ เป็นเชิงบอกให้คนขับรถม้าของอีกฝ่ายรีบออกเดินทางเซวียหมิงเฟยถูกทำให้โกรธจนหลุดหัวเราะ นางปล่อยม่านลงพลางส่งเสียงลอดผ่านม่านรถม้าออกมา “นิสัยเสียปานนี้ อยากไปก็ไป ไม่อยากไปก็แล้วแต่ หึ”บ่าวไพร่ของทั้งสองฝ่าย “???”นี่มิใช่การที่คนพาลชิงฟ้องก่อนหรอกหรือ?เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าคุณหนูรองตระกูลเซวียผู้ฟื้นคืนฐานะผู้นี้ต่างหาก ที่เป็นคนนิสัยเสียอย่างแท้จริงทว่า การที่กล้าเอ่ยวาจาต่อหน้าฮูหยินของท่านกั๋วกงเช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าพี่น้องคู่นี้มิได้หมางใจกันดั่งที่ภายนอกเล่าลื
Read more

บทที่ 285

เซวียหมิงเฟยกล่าวว่า “บางทีเป้าหมายอาจมิใช่ท่านพ่อ ทว่าสำหรับตระกูลเซวียของเราแล้ว ย่อมแฝงไว้ด้วยเจตนาร้ายอย่างแน่นอน”“มิเช่นนั้นแล้ว เหตุใดสตรีที่ถูกคัดเลือกเป็นหญิงงามจากเยี่ยนโจว จึงกลายมาเป็นสตรีไร้ที่พึ่งพิงอย่างเซวียหมิงเยว่แห่งหนิงโจวไปได้เล่า”“เยี่ยนโจวตั้งอยู่ทางตอนเหนือ แม้ผู้คนจะค่อนข้างดุดันแข็งกร้าว ทว่าหากต้องคัดเลือกหญิงงามที่มีกิริยามารยาทงดงามเหมาะสมสักสองคน ย่อมมิใช่เรื่องยากอันใดเลย”ในเมื่อบุตรสาวทั้งสองยังคิดถึงเรื่องเหล่านี้ได้ มีหรือที่สองพ่อลูกอย่างเซวียฉงจะคิดไม่ได้เพียงแต่…“เป็นผู้ใดกันแน่ ที่คิดวางแผนเล่นงานตระกูลเซวียของเรา?” เซวียฉงมิอาจเข้าใจได้เลยขุนนางเมืองหลวงขั้นสาม นับว่ามีอำนาจมากทว่าในเมืองหลวงแห่งนี้ กลับมิได้สลักสำคัญอันใดเลยหากจะวางแผนทำร้ายผู้ใดตามลำดับขั้นตำแหน่งขุนนางจริง ๆ อย่างน้อยตระกูลเซวียของพวกเขาก็ยังพอมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้อีกสักแปดปีสิบปี“เฟยเอ๋อร์ เจ้าล่วงรู้หรือไม่ว่านางสวมรอยเป็นบุตรสาวเรือนใด?” เซวียมู่เจาเอ่ยถามแววตาของเซวียหมิงเฟยว่างเปล่าไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหน้า “นางมิได้บอกข้า และข้าก็ลืมถามเรื่องนี้ไปเสียสน
Read more

บทที่ 286

“ท่านพี่ ต่อจากนี้ในเมืองหลวงอาจมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ ทางฝั่งองครักษ์สิบสองหน่วยก็คงต้องรบกวนท่านพี่ให้ระแวดระวังเพิ่มขึ้นให้มาก”เซวียมู่เจา “...”หากเป็นเมื่อก่อน เขาอาจจะแค่นเสียงหัวเราะใส่น้องสาวไปแล้ว พร้อมกล่าวหาว่านางคิดมากเกินไปและตีตนไปก่อนไข้ทว่าบัดนี้นางคือฮูหยินท่านกั๋วกง ซ้ำความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากับเจิ้นกั๋วกงก็ดูเหมือนจะไม่เลวไม่แน่ว่าเรื่องเหล่านี้ เจิ้นกั๋วกงอาจเป็นผู้บอกกล่าวนางเช่นนั้นก็ต้องมองเป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว“น้องหญิงวางใจเถิด พี่จะคอยระวังให้มาก”เขาให้คำมั่นด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ยังมีอีกเรื่องเจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี้กล่าว “ในที่ลับท่านก็อย่าได้เปิดอกไว้ใจฉู่ยวน ก่อนหน้านี้เขาคล้ายมีเจตนาเลือกข้างองค์ชายห้า เบื้องหลังเรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร ท่านพี่ย่อมเข้าใจดี”เซวียมู่เจารู้สึกเพียงว่าหัวใจทั้งดวงถูกฝ่ามือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้ ลมหายใจสะดุด แทบจะหน้ามืดหมดสติไปหมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ?ตระกูลฉู่คิดจะช่วยองค์ชายห้าก่อกบฏหรืออย่างไร?ทั่วทั้งราชวงศ์อวิ๋นมีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ ว่าฐานะขององค์รัชทายาทในปัจจุบันนั้นมั่นคงดุจหินผาอีกทั้งเสน
Read more

บทที่ 287

ท้ายที่สุดแล้ว ความห่วงใยที่มีต่อนางก็มิอาจเทียบเคียงเฟยเอ๋อร์ได้เลยยามนี้เมื่อหวนนึกดู ในใจก็นึกขมขื่นอยู่บ้างจริง ๆเซวียหว่านอี้ “???”เหตุใดจู่ ๆ จึงกล่าววาจาเช่นนี้ออกมา?ทั้งสองกำลังสนทนากันในหัวข้อที่จริงจังยิ่งนัก ทว่าในหัวของเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่?“ย่อมต้องดีอยู่แล้วเจ้าค่ะ” นางหัวเราะเบา ๆ “ท่านพี่โปรดวางใจ อย่างน้อยวันเวลาของข้าก็สุขสบายกว่าเซวียหมิงเฟยอยู่มาก”นี่คือเรื่องจริงเรื่องบุตรชาย ชาติก่อนนางก็เคยให้กำเนิดมาแล้วน่าเสียดายนัก ที่นิสัยใจคอดันถอดแบบบิดาของเขาชาตินี้นางจะมีบุตรหรือไม่ นางหาได้ใส่ใจไม่นางคือฮูหยินเจิ้นกั๋วกง ต่อให้วันหน้าอายุมากขึ้นจนลุกเดินไม่ไหว ภายในจวนก็ยังมีคนคอยปรนนิบัติดูแลข่มเหงรังแกหรือ?ความเป็นไปได้แทบจะเป็นศูนย์ต่อให้ตระกูลเย่ไร้ทายาทสืบสกุล ทว่าตระกูลเซวียของนางยังมีคนอยู่เหล่าหลานชายหรือเหลนชาย ย่อมสามารถปกป้องนางได้บ้างสองพี่น้องสนทนากันอยู่พักใหญ่ เซวียมู่เจาจึงขอตัวกลับไปก่อนถึงยามอาหารกลางวัน……“หึ~”หลังจากรับประทานอาหารกลางวันไปได้เพียงสองสามคำ นางก็เอนกายลงพักผ่อนเมื่อนึกถึงเรื่องที่ครุ่นคิดก่อนหน
Read more

บทที่ 288

“พบปัญหาอันใดหรือไม่?”ณ เรือนของหวังหย่วน เฝ่ยชุ่ยไปเตรียมอาหารให้เขาที่ห้องครัวแล้วหวังเหลยอยู่เป็นเพื่อนท่านหมอประจำจวนเพื่อตรวจดูอาการของเขา ก่อนจะให้คนพาหมอไปดื่มชาที่โถงด้านหน้า ส่วนตนเองรั้งอยู่เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารกับคนเจ็บ“ในเมื่อข้าสามารถทนพิษบาดแผลจากคมดาบกลับมาถึงเมืองหลวงได้ ชัดเจนว่าย่อมมิใช่ฝีมือของพวกโจรป่า ข้าสงสัยว่าจะเป็นสำนักคุ้มภัยคู่แข่งในเมืองหลวง”หวังหย่วนกัดฟันทนความเจ็บปวดบริเวณบั้นเอว โชคดีที่บาดแผลมิได้ลึกจนทำลายไตของเขา“หากเจ้าจะบอกว่าเป็นฝีมือผู้อื่น ข้าว่าคงเป็นไปมิได้ ท้ายที่สุดแล้วมันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ถูกหรือไม่?”หวังเหลยเข้าใจความหมายของเขา ย่อมเป็นไปมิได้ที่จะเป็นฝีมือของคนทางการ“ครั้งนี้ข้าเดินทางไปจิงโจว ที่นั่นค่อนข้างวุ่นวายอยู่บ้าง แต่เจ้าก็คงพอรู้เรื่องอยู่กระมัง สำหรับพวกเราแล้ว บ้านเมืองจะวุ่นวายสักหน่อยก็ไม่เป็นไร ซ้ำยังสามารถกอบโกยผลประโยชน์จากมันได้มากขึ้นอีกด้วย”หวังหย่วนขยับตัวเล็กน้อย พลันแยกเขี้ยวสูดปากด้วยความเจ็บ “ผลประโยชน์มากก็จริง ทว่าก็มิได้มากถึงขั้นต้องลงมือสังหารกัน ข้าคิดว่า น่าจะเป็นสำนักคุ้มภัยในสายอาชีพเ
Read more

บทที่ 289

ไม่สิ พวกเขาไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะก้าวออกจากจิงโจวด้วยซ้ำไปเป็นเพียงผู้คุ้มภัยธรรมดาสามัญทั่วไปเท่านั้น หากเป็นผู้ที่มีฐานะขึ้นมาสักหน่อย ผู้ใดเล่าจะชายตามองสังหารทิ้งก็คือสังหารทิ้งไป ดังนั้นความเป็นไปได้ที่จะเป็นคนจากทางจิงโจวนั้นจึงมีไม่มากนักหวังหย่วนเองก็เริ่มสับสนขึ้นมาบ้างแล้ว “หรือบางทีอาจเป็นกองโจรจริง ๆ ?”เป็นไปได้หรือ?รอบเมืองหลวงจะมีกองโจรได้อย่างไรกัน?หากเรื่องนี้ทราบไปถึงโอรสสวรรค์ สวรรค์ย่อมรู้ดีว่าผู้คนในเมืองหลวงจะต้องถูกลงโทษทัณฑ์กันสักกี่มากน้อยหวังเหลยส่ายหน้ายิ้ม ๆ “เป็นไปไม่ได้”ยามได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา ก็ล่วงรู้ได้ในทันทีว่าเป็นเฝ่ยชุ่ยเดินมาแล้วเขาจึงเอ่ยว่า “เรื่องนี้ข้าจะช่วยเจ้าสืบดูให้เอง เจ้าจงพักฟื้นรักษาตัวให้สบายใจเถิด อีกอย่าง อย่าให้เฝ่ยชุ่ยรั้งอยู่ที่นี่นานจนเกินไป”“ข้าเข้าใจแล้ว” หวังหย่วนพยักหน้ารับยามที่เฝ่ยชุ่ยเดินสวนทางกับหวังเหลย นางก็เอ่ยทักทายขึ้น “ฝากบอกฮูหยินด้วยว่า ก่อนมื้อเย็นข้าจะกลับไปถึงจวน”หวังเหลยขานรับเพื่อแสดงให้รู้ว่ารับทราบแล้วในเวลานี้ทั้งสองยังมิได้ตบแต่งกัน ย่อมมิอาจค้างแรมที่เรือนของหวังหย่วนได
Read more

บทที่ 290

“ชานเมือง? กองโจรงั้นรึ?”ณ เรือนพักตากอากาศนอกเมือง องค์รัชทายาทได้ยินข่าวที่เย่อันนำมารายงาน ก็เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ จากนั้นจึงสบตากับเย่จั๋ว “ข้าฟังไม่ผิดใช่หรือไม่?”หากกล่าวว่าเมืองอื่นมีกองโจรขโมยภูเขาก็ยังพอฟังขึ้น แต่บริเวณชานเมืองหลวง ไม่ว่าจะคิดเช่นไรก็ล้วนเป็นไปไม่ได้ใต้เบื้องพระยุคลบาทของโอรสสวรรค์ เจ้ากลับบอกว่ามีกองโจร นี่มันบ้าไปแล้วชัด ๆหากโอรสสวรรค์ทรงทราบเรื่องนี้ ความวุ่นวายย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงอย่าว่าแต่กรมกลาโหมเลย แม้แต่องครักษ์สิบสองหน่วยแห่งเมืองหลวงและกองทหารรักษาการณ์ ล้วนยากจะรอดพ้นจากพระพิโรธของโอรสสวรรค์เย่จั๋วมองดูยาต้มสีดำสนิทเบื้องหน้า แล้วเอ่ยว่า “เจ้าจะไปสืบ หรือจะให้ข้าไป?”องค์รัชทายาทโบกมือ “ให้กองทหารรักษาการณ์ไปสืบเถิด”เขาขยับนิ้วเรียก ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ตำหนักบูรพาที่อยู่ไม่ไกลจึงก้าวเข้ามา “องค์รัชทายาท”“ไปแจ้งแม่ทัพหลี่ ให้เขาลองไปสืบดูว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น” ผู้นี้คือผู้บัญชาการทหารรักษาการณ์ ชานเมืองหลวงเดิมทีก็เป็นความรับผิดชอบของเขาอยู่แล้วอีกฝ่ายกำลังจะจากไป กลับถูกเย่จั๋วเรียกไว้ “ผู้บัญชาการเสิ่น ผู้บาดเจ็บคนนั้
Read more
PREV
1
...
2728293031
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status