All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 291 - Chapter 300

391 Chapters

บทที่ 291

ด้วยเหตุนี้ นางจึงยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง ช่วงเวลานั้นเจ้ากรมอาญาเรียกได้ว่าถูกเรื่องราวในเรือนรุมเร้าจนหัวหมุนไปหมดขอเพียงลูกสะใภ้ผู้นี้ให้กำเนิดบุตรชายหรือบุตรสาวสักคน เจ้ากรมเริ่นก็คงจะช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้บ้าง อย่างไรเสียเบื้องหลังของลูกสะใภ้ผู้นี้ก็ยังมีอัครมหาเสนาบดีขวาหนุนหลังอยู่ทว่าแต่งเข้าเรือนมาห้าหกปีแล้ว จนบัดนี้ยังคงไร้ทายาทสืบสกุล ในใจของเขาย่อมร้อนรนเป็นธรรมดาคุณชายรองตระกูลเริ่นที่เกิดจากอนุ อายุน้อยกว่าเริ่นเฉวียนเพียงครึ่งปี บัดนี้มีทั้งบุตรชายบุตรสาวครบถ้วนแล้วเริ่นเฉวียนนั้นเป็นถึงบุตรชายคนโตสายตรง ทว่าจนบัดนี้กลับยังไร้ทายาท คนเป็นบิดามารดาจะไม่ร้อนใจได้อย่างไรแล้วผลสรุปเป็นเช่นไรเล่า?นั่นคืออนุที่คัดเลือกมาจากครอบครัวชาวบ้าน เป็นสตรีจากตระกูลที่ดีงาม อุปนิสัยใจคอล้วนผ่านการพิจารณามาแล้วทุกด้าน แต่สุดท้ายลูกสะใภ้ก็ยังคงไม่ยอมใจอ่อน แล้วเขาจะทำสิ่งใดได้นางกล่าวว่าหากมิอาจครองคู่กันเพียงสองคนไปชั่วชีวิต เช่นนั้นก็จงหย่าร้างกันเสียเถิดเจ้ากรมเริ่นกลัดกลุ้มใจยิ่งนัก จนรอยย่นบนหน้าผากเพิ่มขึ้นมาอีกถึงสองเส้น“หากจะกล่าวตามจริง คนทั้งสองต่างก็มิได้ทำสิ่งใ
Read more

บทที่ 292

ชาติกำเนิดของคนผู้นี้มิได้ขาวสะอาดเลยแม้แต่น้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเบื้องหลังยังพัวพันไปถึงอ๋องติ้งอู่และองค์ชายรอง ในสายตาของโอรสสวรรค์ นางจึงถูกประทับตราว่าเป็น “หญิงงามล่มเมือง” ไปแล้วถึงขั้นต้องสงสัยว่า อ๋องติ้งอู่นั้นแอบหมายตาเมืองอื่นอยู่เงียบ ๆ หรือไม่อ๋องผู้ครองแคว้นผู้หนึ่ง ทั้งยังเป็นหนึ่งในสอง หรืออาจจะเป็นอ๋องผู้ครองแคว้นเพียงหนึ่งเดียว ย่อมเป็นที่จับตามองเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหากยังยื่นมือไปสอดแทรกที่อื่นอีก นั่นย่อมเป็นการรนหาที่ตายแท้ ๆองค์หญิงใหญ่นับเป็น “อ๋องผู้ครองแคว้น” เช่นกัน ทว่าก็มีชื่อเสียงและฐานะที่มิค่อยถูกต้องตามทำนองคลองธรรมนักอีกทั้งนางยังจับจ้องเพียงผืนดินขนาดเล็กของจิงโจว มิได้มีความคิดใด ๆ ต่อสถานที่อื่นเลยแม้แต่น้อย“ไม่จำเป็นต้องให้พวกเราลงมือ เสด็จพ่อได้ลอบส่งทหารรักษาพระองค์ไปสืบสวนอย่างลับ ๆ แล้ว”องค์รัชทายาทหยิบขนมด้วยปลายนิ้ว มันทั้งนุ่มนิ่มและยืดหยุ่น ให้สัมผัสที่ดียิ่งนักเขาโยนมันเข้าปาก เคี้ยวกลืนแล้วเอ่ยว่า “หากคนผู้นั้น...”มิใช่สายเลือดราชวงศ์องค์รัชทายาทเดาะลิ้นส่ายหน้า “ทางฝั่งเยี่ยนโจวนั้น เกรงว่าคงได้นองเลือดเป็นสายน้ำ
Read more

บทที่ 293

อีกทั้ง งานมงคลสมรสของบุตรชายที่โอรสสวรรค์ทรงโปรดปรานที่สุด บุคคลผู้นี้กลับเพียงส่งคนนำของขวัญมามอบให้ ตัวเองกลับมิได้ปรากฏกาย ทำให้ฝ่าบาทไม่พอพระทัยอยู่ลึก ๆ แล้วราชวงศ์อวิ๋นแต่เดิมมิได้มีระบบแบ่งแยกดินแดนให้ปกครอง ผลคืออ๋องติ้งอู่ผู้นี้กลับปรากฏตัวขึ้น โอรสสวรรค์องค์ปัจจุบันจะสำราญพระทัยได้อย่างไรพระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งใต้หล้า แต่ภาษีของเยี่ยนโจวกลับตกเป็นของอ๋องติ้งอู่ ย่อมไม่มีเหตุผลเช่นนี้“พวกเจ้ากลับไปปรึกษาหารือกันเถิด บางทีบทสรุปอาจทำให้ฝ่าบาทมิต้องกังวลพระทัย”เมื่อเห็นว่ายามนี้สายมากแล้ว องค์รัชทายาทจึงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายมีเพียงยามที่อยู่กับเย่จั๋วเท่านั้น เขาถึงจะผ่อนคลายลงได้อย่างแท้จริง“เอาล่ะ เช่นนั้นข้าจะกลับวังก่อน งานเลี้ยงในวังอีกไม่กี่วันข้างหน้า อย่าได้ลืมเลือนเชียว”เย่อันเดินไปส่งองค์รัชทายาทถึงหน้าประตูจวน บังเอิญเห็นสตรีสองนางเดินมาจากด้านข้างพอดีผู้ที่อยู่เบื้องหน้าคือบุตรีสายตรงของอัครมหาเสนาบดีขวา สาวใช้ที่เดินตามหลังมา ในมือหิ้วกล่องใส่อาหาร ดูท่าทางแล้วคล้ายกับกำลังจะมาทางพวกเขาคล้ายกับนึกไม่ถึงว่าองค์รัชทายาทจะอยู่ที่นี่ ภายในแววตาของหลี่ว์
Read more

บทที่ 294

“คนของฮูหยินเซวียหรือ?”ณ เรือนตระกูลหวัง เมื่อเห็นชายฉกรรจ์สวมเกราะอ่อนหลายนายที่จู่ ๆ ก็มา “เยือน” เขาจึงไม่รู้ว่าจะตอบคำถามอย่างไรไปชั่วขณะชายผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยถามซ้ำอีกครา “คนของฮูหยินเจิ้นกั๋วกงใช่หรือไม่?”หวังหย่วนพยักหน้าแล้วส่ายหน้า “ใช่และไม่ใช่”ชายผู้เป็นผู้นำกล่าวว่า “จะใช่หรือไม่ก็ช่างเถิด ที่มาก็เพื่อสอบถามเจ้าเรื่องกองโจรที่ชานเมืองหลวง”อันที่จริงจะเป็นอันใดก็ไม่เป็นไรอย่างไรเสียเขาก็ต้องแต่งงานกับสาวใช้คนสนิทของฮูหยินเซวีย มิได้ต่างอันใดกับคนกันเองหวังหย่วนเชิญชวนให้ผู้มาเยือนนั่งลง “มิทราบว่าใต้เท้ามีนามว่ากระไรหรือ?”ชายผู้นั้นตอบ “ข้าสังกัดค่ายลาดตระเวน ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการ แซ่เผิง”“รองผู้บัญชาการเผิง” หวังหย่วนประสานมือคารวะด้วยท่าทีที่ดูอ่อนแรงเล็กน้อย “ข้าน้อยรู้สึกว่าคนเหล่านั้นมิใช่กองโจรธรรมดาแน่ขอรับ นี่คือชานเมืองหลวง ยามนั้นอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่ถึงยี่สิบลี้ด้วยซ้ำ พวกเขาต้องขวัญกล้าเทียมฟ้าเพียงไร จึงกล้าลงมือโหดเหี้ยมอำมหิตใต้ฝ่าเท้าของโอรสสวรรค์เช่นนี้”รองผู้บัญชาการเผิงย่อมหวังให้ไม่ใช่เช่นเดียวกันหากเป็นกองโจรปลอมตัวมา ความรับผิ
Read more

บทที่ 295

ทว่าหลังจากคุกเข่าลงแล้ว ก็มิได้รับอนุญาตให้ลุกขึ้นเสียทีโชคดีที่เขามักประจำการอยู่ชายแดนตลอดทั้งปีจนฝึกฝนร่างกายมาอย่างแข็งแกร่ง จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะคุกเข่าไม่ไหวเพียงแต่ไม่เข้าใจว่าตนไปล่วงเกินเสด็จพ่อได้อย่างไรและไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงไร ขันทีน้อยก็เข้ามากราบทูลว่าองค์รัชทายาทเสด็จมาแล้วโอรสสวรรค์รับสั่งให้คนเข้ามา จากนั้นก็ชี้นิ้วไปยังองค์ชายรองที่กำลังคุกเข่าอยู่แล้วกล่าวว่า “เล่าให้เขาฟัง”องค์รัชทายาท “???”เข้าใจแล้วเขาก้าวไปเบื้องหน้าก่อนจะย่อกายลงนั่งยอง ท่าทางช่างไร้ซึ่งกิริยามารยาทโดยสิ้นเชิงทว่าบรรดาองค์ชายต่างเคยชินเสียแล้ว พี่ใหญ่คือโอรสที่เสด็จพ่อทรงโปรดปรานมากที่สุด ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใด เสด็จพ่อล้วนพอพระทัยทั้งสิ้น“เจ้าส่งจดหมายมา บอกว่าสตรีที่ต้องใจอยู่ในหมู่หญิงงาม”องค์ชายรองพยักหน้า “เป็นเช่นนั้นไม่ผิด”“สตรีนางนั้น พื้นเพเดิมเป็นชาวหนิงโจว เป็นหลานสาวแท้ ๆ ของรองเสนาบดีกรมโยธาใต้เท้าเซวีย ด้วยหวังแสวงหาลาภยศสรรเสริญในเมืองหลวง จึงวางยาใส่ความคู่หมั้นและน้องสาวร่วมตระกูลของตนที่หนิงโจวว่าลักลอบคบชู้สู่ชาย จนถูกคนตระกูลเซวียจับได้คาห
Read more

บทที่ 296

เซี่ยฉงกล่าวว่า “ก็บอกเจ้าไปแล้วมิใช่หรือว่าเป็นการสวมรอยเข้ามา”เขากล่าวได้ชัดเจนถึงเพียงนั้น เหตุใดจึงฟังไม่เข้าใจกันเล่า?สีหน้าขององค์ชายรองเต็มไปด้วยการใช้ความคิดอย่างหนัก จากนั้นก็ขบคิดไปพลางส่ายหน้าไปพลาง“ไม่ถูกนะเสด็จพี่ นี่คือการคัดเลือกหญิงงามแห่งเยี่ยนโจวเชียวนะ วันนั้นอ๋องติ้งอู่ก็อยู่ด้วย หากเป็นการสวมรอย เขาและเหล่าขุนนางแห่งเยี่ยนโจวจะไม่รู้เชียวหรือ?”องค์ชายรองยอมรับว่าตนนั้นปราดเปรื่องมิสู้พี่น้องคนอื่น ๆ อย่างแท้จริง แต่มิได้โง่เขลาถึงเพียงนี้ทว่าในความเป็นจริงแล้ว การประเมินตนเองของเขาก็ยังคงคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง“ดังนั้น เหตุการณ์สวมรอยเป็นหญิงงามในครานี้ เบื้องหลังย่อมต้องเป็นอ๋องติ้งอู่ที่วางแผนไว้อย่างแน่นอน”องค์ชายรองส่ายหน้า “ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย จุดประสงค์คืออันใดเล่า? หรือว่าหมายตาอำนาจทางการทหารในมือของข้า? แต่ในมือข้าก็ไม่มีสิ่งนั้นเสียหน่อย หรือเพียงแค่ต้องการฐานะพระชายาองค์ชาย? แล้วอย่างไรต่อเล่า?”องค์รัชทายาทย่อกายลงนั่งยอง ๆ กับพื้น ทอดลำแขนพาดไว้บนหัวเข่า ปลายนิ้วคลึงกันเบา ๆ “เป็นไปได้หรือไม่ว่า ต้องการส่งสายลับเข้ามาในวัง?”“ความเป็นไปได
Read more

บทที่ 297

ยามนี้กลับถูกคุมขังในฐานะผู้มีเจตนาแอบแฝง ซ้ำยังเป็นโอรสสวรรค์ที่ทรงมีรับสั่งด้วยพระองค์เองในใจเขาอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก ทว่าก็มิกล้ากระทำการอันใดท้ายที่สุดจึงจำต้องขยิบตาให้องค์รัชทายาทอย่างแรง หวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นแก่ความผูกพันฉันพี่น้อง ช่วยพาแม่นางน้อยผู้นั้นออกมาให้เขาองค์รัชทายาท “...”โอรสสวรรค์เห็นดังนั้น มือก็คันขึ้นมาอีกแล้วทรงหยิบขนมขึ้นมาหนึ่งชิ้น ทว่ายังมิทันได้ขว้างออกไป องค์ชายรองก็วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปเสียแล้วพระองค์จึงเปลี่ยนมานำขนมชิ้นนั้นเข้าปากแทน“ท่านพ่อ” นี่คือคำเรียกขานยามอยู่เป็นการส่วนตัวขององค์รัชทายาท “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ มีขบวนคุ้มภัยกลุ่มหนึ่งพบเจอกองโจรที่ชานเมืองหลวง บาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง”โอรสสวรรค์เงยหน้าขึ้น “ชานเมืองหลวง? กองโจรรึ?”“พ่ะย่ะค่ะ ทว่าข้าสงสัยว่ามิใช่กองโจรทั่วไป แต่มีคนปลอมตัวมา ส่วนเหตุใดจึงมุ่งเป้าไปที่สำนักคุ้มภัยนั้น ยามนี้ข้ายังสืบไม่พบ ทว่าได้มอบหมายให้กองทหารรักษาการณ์จัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เซี่ยฉงหยิบขนมขึ้นมาหนึ่งชิ้น กัดลงไปหนึ่งคำจนเศษขนมร่วงหล่นลงมา“อาจเป็นการลอบสังหารที่พุ่งเป้ามาโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ”ฮ
Read more

บทที่ 298

ยามเห็นเซวียหมิงเฟยอยู่ในห้องตำราอีกครา ฉู่ยวนก็แย้มยิ้มก้าวเข้าไปหาและหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนางเขาก้มลงมองตำราในมือนาง พลางยิ้มกล่าวว่า “ชอบหรือ?”เซวียหมิงเฟยเอนกายพิงพนักเก้าอี้ “ตำราเล่มนี้เขียนได้ดียิ่งนัก ท่านพี่ไปหามาจากที่ใดหรือ คำวิจารณ์ด้านบนดูคล้ายมิได้มาจากผู้เดียว ผู้ที่เขียนคำวิจารณ์ล้วนเคยไปมาแล้วหรือ?”ฉู่ยวนยิ้มพลางส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่รู้ สหายขุนนางในศาลาว่าการให้ข้าหยิบยืมมา ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าจะต้องออกไปทำงานนอกจวน ประจวบเหมาะกับที่เขามี “บันทึกท่องเที่ยวชิงโจว” อยู่เล่มหนึ่ง จึงกะว่าจะอาศัยยามว่างไปเที่ยวชมสักหน่อย ทว่าบังเอิญได้รับการเลื่อนขั้นพอดี จึงต้องเปลี่ยนให้ผู้อื่นไปแทน”เซวียหมิงเฟยเปิดดูหน้าถัดไป พลางยิ้มกล่าว “เช่นนั้นวันหน้าหากมีเวลา ท่านพี่พาข้าไปเที่ยวชมที่ชิงโจวสักคราเถิด ยังมีซางโจวที่อยู่ด้านข้างด้วย ได้ยินมาว่าซางโจวตั้งชื่อตามป่าหม่อนที่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณนั้น”ดวงตาของนางจับจ้องภาพทิวทัศน์คร่าว ๆ บนหน้ากระดาษ “มิน่าเล่า ผ้าที่ผลิตในซางโจวจึงสามารถกลายเป็นของบรรณาการได้”ฉู่ยวนยิ้มและพยักหน้าสายตาของเขาทอดมองลงบนร่างของเซวียหมิงเฟย ค
Read more

บทที่ 299

“ฮูหยิน” ฉู่ยวนรั้งนางเอาไว้ “อย่าได้คิดมากไปเลย สามีมิได้คิดจะรับอนุ อย่างน้อยข้าก็ไม่ปรารถนาให้บุตรอนุเกิดก่อนบุตรสายตรง”“จริงหรือเจ้าคะ?” นางเลิกคิ้วขึ้น ปัดเป่าความผิดหวังเมื่อครู่ออกไปจนสิ้นฉู่ยวนอดมิได้ที่จะลอบยิ้มในใจ อย่างไรเสียก็ยังเป็นเพียงดรุณีน้อยคนหนึ่งหากมีเรื่องปิดบังเขาอยู่จริง ก็ต้องปิดบังให้มิดชิดถึงจะถูก“จริงสิ” ฉู่ยวนโอบกอดนางไว้ “บุตรชายคนโตของตระกูลฉู่ จะต้องเป็นบุตรสายตรงท่านั้น”ใบหน้าเล็กซุกซ่อนอยู่ในอ้อมอกของฉู่ยวน ประกายความเจ้าเล่ห์พาดผ่านแววตาของเซวียหมิงเฟยสองสามีภรรยา ดูเผิน ๆ ราวกับรักใคร่กลมเกลียว ทว่าแท้จริงแล้วต่างฝ่ายต่างก็มีความคิดเป็นของตนเอง ต่อให้กล่าวว่าเป็นเพียงคู่สามีภรรยาแต่เพียงในนามก็ไม่ถือว่าเกินจริงนักนางหยิกเบา ๆ ที่บั้นเอวของเขา เมื่อได้ยินเสียงของฉู่ยวนเปลี่ยนไป จึงผลักร่างของเขาออกนางแค่นยิ้มพลางเอ่ยว่า “เอาล่ะ ท่านพี่รีบไปอาบน้ำพักผ่อนเถิด ข้าจะอ่านตำราสักครู่ เดี๋ยวก็เข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ข้านัดกับอาหว่านเอาไว้ มื้อเที่ยงคงมิได้อยู่ทานที่เรือน”“เหตุใดจึงนัดพบกันอีกแล้วเล่า?” ฉู่ยวนเอ่ยถาม “ข้าจำได้ว่ายามที่ยังไม่ออกเร
Read more

บทที่ 300

เซวียหว่านอี้พยายามข่มกลั้นความรู้สึกอยากกลอกตาไว้ พลางกำหมัดแน่นเกรงว่าหากอดรนทนมิได้ขึ้นมา จะเผลอซัดสตรีผู้นี้ไปสักหมัด“เขามิใช่เพียงแค่ฉลาดหลักแหลมเท่านั้น”เซวียหว่านอี้เอ่ย “กล่าวว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าก็ไม่เกินไปนัก”อาจกล่าวได้ว่าเซวียฉงนั้นร้ายกาจ ทว่าเขามิได้โง่เขลาอย่างแน่นอน ในทางกลับกันเขายังรักถนอมชื่อเสียงของตนเองยิ่งนักแม้คิดจะวางแผนการอันใด ก็มักจะกันตนเองออกมาให้พ้นมลทินอย่างหมดจดหากไร้หนทางให้หลุดพ้นจริง ๆ ก็ต้องทำให้ตนเองอยู่ในจุดที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องที่สุดกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเซวียฉงเกลียดชัง “ความยุ่งยาก” ยิ่งนักความยุ่งยากทุกประการซึ่งรวมไปถึงบุตรสาวด้วยเขาสามารถทำเพื่อตระกูลเซวียและเซวียมู่เจาได้โดยไม่เสียดายชีวิตแต่กลับสามารถสังเวยบุตรสาวทั้งสองคนได้โดยที่ตาไม่กะพริบด้วยซ้ำแม้แต่เซวียหมิงเฟยที่เขารักใคร่เอ็นดูที่สุด ก็เป็นเพียงหมากตัวโปรดปรานตัวหนึ่งเท่านั้นเซวียหมิงเฟยแค่นหัวเราะ “มีผู้ใดเขากล่าวถึงบิดาตนเองเช่นนี้บ้าง”ทว่านางกลับลืมเลือนไปเสียสิ้นว่าเมื่อครู่ตนเพิ่งจะ “ใส่ความ” บิดาบังเกิดเกล้าไปเช่นไรเซวียหมิงเฟยเอนกายตะแคงข้างอยู่บนต
Read more
PREV
1
...
2829303132
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status