All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 301 - Chapter 310

391 Chapters

บทที่ 301

นางส่งคนไปจับตาดูเซวียหมิงเฟยแล้ว หากยังดึงดันต่อไปอีกสักเดือนสองเดือน ร่างกายของนางจะสูญเสียความสามารถในการให้กำเนิดทายาทไปโดยสิ้นเชิงอันที่จริงยามนี้ก็ถือว่าอันตรายมากแล้ว ทว่าหากได้ท่านหมอที่มากประสบการณ์ ก็ยังพอมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้อยู่น่าเสียดายนักเซวียหว่านอี้มิได้คิดจะเปิดโปงเรื่องนี้นางไม่อยากให้แม่หนูฝูหลิงต้องตาย“มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าอาจจะยังไม่รู้” เซวียหว่านอี้รินชาให้ตนเองอย่างเชื่องช้าเนิบนาบเซวียหมิงเฟยมองนาง คล้ายว่าอารมณ์ความรู้สึกถูกกระตุ้นขึ้นมา จึงหยัดกายลุกขึ้นนั่งช้าไปจังหวะหนึ่ง “เรื่องอันใดหรือ?”“ข้าเคยบอกเจ้าไปก่อนหน้านี้แล้ว ว่าที่จวนซือหม่าแห่งหนิงโจว มีเซวียหมิงเยว่อยู่ผู้หนึ่ง” ภายในแววตาของนางมีประกายแสงบางอย่างที่ไม่อาจล่วงรู้ได้วาบผ่านเห็นได้ชัดว่าเซวียหมิงเฟยจับจุดได้แล้ว“ความหมายของเจ้าก็คือ มีคนสามารถเอาตัวปลอมมาสวมรอยเป็นตัวจริงได้อย่างแนบเนียนกระนั้นหรือ?”แล้วอย่างไรต่อเล่า?เรื่องนี้สามารถบอกอันใดได้?“เจ้าเคยคิดหรือไม่ ว่าเซวียหมิงเยว่ตัวปลอมผู้นั้น ปิดบังบุรุษที่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับนางได้อย่างไร อีกทั้งยังตั้งครรภ์ขึ้นมาได
Read more

บทที่ 302

“เจ้าช้าก่อน”เซวียหมิงเฟยยกมือขึ้นห้ามปรามอีกฝ่าย “ข้าขอทบทวนดูสักหน่อย”นางจ้องมองเซวียหมิงเฟยที่อยู่ตรงข้าม แล้วเอ่ยว่า “ความหมายของเจ้าก็คือ อ๋องติ้งอู่อาจจะลอบติดต่อกับซือหม่าแห่งหนิงโจว จุดประสงค์คือ... อ๋องผู้ครองแคว้นติดต่อกับขุนนางท้องถิ่น หากมิใช่เพราะมีรสนิยมตรงกัน ซึ่งความเป็นไปได้นี้มีน้อยยิ่งนัก”“นั่นก็หมายความว่า มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เขาคิดจะซื้อตัวซือหม่าแห่งหนิงโจว เพื่อก้าวไปสู่การควบคุมหนิงโจว”เซวียหว่านอี้พยักหน้า “มีความเป็นไปได้สูงยิ่งนัก”“เช่นนั้นก็หมายความว่า ยามนี้เขาหมายตาองค์ชายรองแล้ว...”กล่าวจบ นางก็ส่ายหน้า “มิใช่ สิ่งที่เขาหมายตาคือกองทัพชายแดนในมือขององค์ชายรองต่างหาก เขาคิดจะใช้แผนหญิงงาม เพื่อดึงตัวองค์ชายรองมาอยู่ฝ่ายเดียวกับตน”“อืม!” เซวียหว่านอี้ยิ้ม “ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น”เซวียหมิงเฟยกล่าวต่อ “อ๋องติ้งอู่น่าจะรู้ว่าเซวียหมิงเยว่ตัวปลอมอาจจะทำลายแผนการของเขา แล้วก็บังเอิญมาพบกับเซวียหมิงเยว่ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับสตรีนางนั้นเข้าพอดีหรือ?”นางหลุดหัวเราะออกมา “อะไรกัน เซวียหมิงเยว่ต่างหากที่เป็นของปลอม”“…” เซวียหว่านอี้ชะงักไปเล็
Read more

บทที่ 303

ชาติก่อนเย่จั๋วน่าจะถูกผู้อื่นสับเปลี่ยนตัวไปเป็นแน่มิเช่นนั้นด้วยนิสัยและอุปนิสัยของเขา เพียงปีนกำแพงมาอารักขา แล้วปลิดชีพนางด้วยดาบเดียวก็พอแล้ว คงไม่ใช้วิธีการอันโหดเหี้ยมปานนั้นเป็นแน่แม้จะน่าอัปยศอดสู ทว่าคนอย่างเย่จั๋วย่อมไม่ยอมลดตัวลงมาทำเรื่องเช่นนั้นเมื่อคิดได้เช่นนี้ เพลิงโทสะขุมหนึ่งก็พลันปะทุขึ้นมาในใจ“ช่างดวงดีเสียจริง” นางกัดฟัน กล่าวพลางกลอกตาขึ้นฟ้าจื่อเพ่ยที่อยู่ข้างกายมีสีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน ทว่ากลับมิกล้าเอ่ยถามอันใด……“ปัง—”ตัวรถม้าเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาแผ่วเบาไม่รอให้เซวียหว่านอี้ได้เอ่ยปากถาม คนผู้หนึ่งก็กลิ้งเข้ามาในสภาพทุลักทุเล“เจ้าเบามือหน่อย หากทำให้นายน้อยบาดเจ็บ รู้หรือไม่ว่าจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร?”ผู้มาใหม่หันขวับไปถลึงตาใส่หวังเหลยอย่างดุดันหวังเหลยมีสีหน้าเย็นชา “การกระทำของซื่อจื่อเช่นนี้ หรือว่าไม่เห็นจวนเจิ้นกั๋วกงของพวกเราอยู่ในสายตาเลย?”สีหน้าของเซี่ยเฝ่ยแข็งค้างไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ารู้สึกอัดอั้นตันใจยิ่งนัก ทว่าก็ยังคงยอมลดทิฐิลง ประสานมือคารวะเอ่ยขอบคุณเซวียหว่านอี้ “รบกวนช่วยไปส่งข้าที่จวน ภายหน้าข้าย่อมตอบแทนอย่างงาม
Read more

บทที่ 304

“สายตาของเจ้าเช่นนี้คืออันใดกัน?”เซี่ยเฝ่ยรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง สายตาของเซวียหว่านอี้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น แฝงไว้ด้วยความหยอกเย้าเซวียหว่านอี้เอ่ยว่า “แม้ข้าพบหน้าเซี่ยไฉ่เวยเพียงไม่กี่ครา แต่ไม่คาดคิดเลยว่านางจะไม่สนใจสายตาของผู้คนในโลกหล้าถึงเพียงนี้ คิดดูแล้วคงเป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอเป็นแน่”“ไร้สาระ” หากต้องการรักษาหน้าตาจริง ๆ มีหรือจะตามต้อย ๆ อยู่เบื้องหลังผู้พี่เพื่อพลอดรักถึงขั้นคิดจะใช้กำลังบังคับขืนใจเสียด้วยซ้ำหากเซี่ยไฉ่เวยมิใช่คนของราชวงศ์ แส้ม้าของเขาคงหวดใส่นางไปนานแล้วไม่เช่นนั้นเล่า?จะให้ถูกอ๋องชิ่งนำเรื่องไปฟ้องร้องต่อหน้าฝ่าบาท แล้วเปิดโปงว่าตัวเขาถูกเซี่ยไฉ่เวยผู้เป็นผู้น้องหมายปองอยู่อย่างนั้นหรือ?แม้ชื่อเสียงของเซี่ยไฉ่เวยจะป่นปี้จนหมดสิ้น ตัวเขาเองก็มิได้มีจุดจบที่ดีเช่นกันดีไม่ดีอาจถูกผู้คนนินทาว่าร้าย ว่าเขาล่อลวงผู้น้องร่วมสายโลหิตก็เป็นได้แม้ชื่อเสียงของตนเองจะมิได้มีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ทว่าข้อหาความผิดบางอย่างก็ไม่อาจยอมให้มาสวมลงบนหัวของเขาได้เด็ดขาด“อารมณ์ของข้ามักจะ... ไม่ค่อยดีอยู่
Read more

บทที่ 305

“ที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นคำครหาในหมู่ชาวบ้าน”กล่าวมากไปก็เท่านั้น นางไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตของผู้อื่นแม้จะเป็นการเกี่ยวดองของตระกูลที่เหมาะสมกัน ก็มักจะมีเรื่องขมขื่นของแต่ละฝ่าย ทว่าอย่างน้อยก็ยังมีสินเดิมก้อนโตติดตัวรถม้าหยุดลงอย่างเชื่องช้า เซวียหว่านอี้กล่าวกับเซี่ยเฝ่ยที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดว่า “ตัวข้าเองก็ไม่สันทัดเรื่องความรักเช่นกัน”ด้านนอก หวังเหลยเลิกม่านรถม้าขึ้น “ฮูหยิน ถึงจวนอ๋องเยว่แล้วขอรับ”เซี่ยเฝ่ยที่ได้สติกลับคืนมา มิได้เอ่ยคำทักทายใด ๆ เพียงลงจากรถม้าไปตามลำพังเซวียหว่านอี้กล่าวกับหวังเหลยที่มีสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ว่า “กลับจวนเถิด”“ขอรับ!”……“คือนางหรือ?”หลายวันต่อมา เซี่ยเจินพาเซี่ยเจี้ยงมายังคุกหลวง ยืนซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด ทอดสายตามองเซวียหมิงเยว่ที่ถูกคุมขังอยู่ด้านในถูกคุมขังมาหลายวัน นางยังมิได้ถูกเบิกตัวไปไต่สวนดังนั้นช่วงหลายวันที่ผ่านมา เซวียหมิงเยว่จึงอกสั่นขวัญแขวนตลอดทั้งวัน ไม่รู้ว่าเหตุใดตัวตนของนางจึงถูกเปิดโปงได้เซี่ยเจี้ยงยืนอยู่ไม่ไกลนัก ขมวดคิ้วพิจารณาหญิงสาวที่นั่งกอดเข่าขดตัวอยู่ตรงมุมห้องอย่างละเอียดคิ้วเรียวงา
Read more

บทที่ 306

“บุตรีสายตรงของอัครมหาเสนาบดีขวาหย่าร้างแล้ว นางมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพี่รอง ก่อนหน้านี้ก็นับว่าเคยพบหน้ากันอยู่หลายครา มิใช่ว่าเหมาะสมกว่าแม่นางเหมียวผู้นั้นหรอกหรือ?” เซี่ยเจินเอ่ยเกลี้ยกล่อมด้วยความไม่เต็มใจยิ่งนักหากเป็นทายาทจวนอ๋องตระกูลอื่น เขาคงคร้านที่จะเอ่ยปากพูดให้มากความเช่นนี้เห็นได้ชัดว่า พี่รองกำลังหมายปองแม่นางเหมียวผู้นั้น ถึงขั้นคิดจะแต่งนางเข้าเรือนมาเป็นพระชายาเช่นนั้นนางก็คือพี่สะใภ้รองในวันหน้าทว่าในใจของเขายังคงรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจเซี่ยเจี้ยงอารมณ์ไม่สู้ดีนัก เอ่ยว่า “อย่าพูดถึงข้าเลย แล้วเจ้าเล่า? มีคนที่หมายตาจะให้เป็นพระชายาแล้วหรือยัง?”เซี่ยเจินตอบรับคำหนึ่ง “มีสิ รอให้ท่านแต่งงานแล้ว ก็ควรจะถึงคราวของข้าเสียที พี่รองก็อย่าได้ประวิงเวลาอีกเลย เบื้องล่างยังมีเจ้าสี่กับเจ้าห้ารออยู่อีกนะ งานมงคลของเจ้าสี่นั้นกำหนดแน่ชัดแล้ว”“ข้ารู้แล้ว” เซี่ยเจี้ยงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งนอกจากพี่ใหญ่แล้ว งานมงคลของน้อง ๆ เบื้องล่างล้วนมีเรื่องให้ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่บ้างเขาต้องประจำการปกป้องชายแดนอยู่ตลอดทั้งปี สถานที่พรรค์นั้น จะมีสตรีสักกี่คนที่เต็ม
Read more

บทที่ 307

มองไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ขุนนางระดับสูงแต่ละคนล้วนเป็นขุนนางใหญ่ผู้ครองดินแดนบุตรสาวของพวกเขา มีผู้ใดบ้างที่กล้าวิ่งมายังเมืองหลวง แล้วป่าวประกาศว่าจะเลือกสามีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับ ถือเป็นความใจกว้างของราชวงศ์อวิ๋นในฐานะแคว้นใหญ่มิใช่ต้นทุนให้แคว้นเล็กๆ อย่างเจ้าใช้มาโอ้อวดตนเององค์หญิงจากแคว้นเล็กๆ ต่างแดนผู้หนึ่ง กระทั่งคุณสมบัติที่จะเป็นนายหญิงของจวนต่าง ๆ ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ“ไม่แปลกใจเลย น่าจะเป็นคุณชายรองแห่งจวนหย่งอันป๋อ”เซวียหว่านอี้ครุ่นคิดถึงจวนหย่งอันป๋อ นั่นคือเรือนของหลินซุ่ยซุ่ยสหายรักของเจียงหมิ่นซื่อจื่อหลินป๋อเจาแต่งภรรยาและมีบุตรแล้ว หากเป็นบุตรชายคนรอง นางกลับไม่มีความทรงจำใดเลย“ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูใหญ่แห่งจวนอัครมหาเสนาบดีขวาผู้นั้นหย่าร้างแล้ว”เซวียหว่านอี้รู้จักหลี่ว์เจียวหรง คนผู้นี้คือสตรีที่ในชาติก่อนแต่งงานเป็นภรรยาเอกคนใหม่ของมู่ชินอ๋อง และยืนหยัดอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือเซี่ยเหิงนางมีเล่ห์เหลี่ยมจริงแท้ ทั้งสติปัญญาการวางแผนก็มิได้ด้อยไปกว่าผู้ใดภายหลังเพื่อรับประกันว่าสายเลือดของตนจะสามารถยืนหยัดในจวนมู่ชินอ๋องได้อย่างมั่นคง ถึงขั้นใช้ตน
Read more

บทที่ 308

กรมขุนนางเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยกองประเมินผลผู้หนึ่งบังเอิญเห็นแฟ้มบันทึกฉบับหนึ่ง บนนั้นมีนามหนึ่งสะดุดตาเป็นอย่างยิ่งยามรับประทานอาหารกลางวัน เขาจึงเอ่ยถึงเรื่องนี้กับรองหัวหน้ากรมอาญาในที่ทำการ“ศิษย์พี่ ข้าเห็นนามของฉู่ยวนในแฟ้มบันทึกการโยกย้ายขุนนางของปีหน้า คนผู้นี้มิใช่บุตรเขยของรองเสนาบดีกรมโยธาหรอกหรือ?”รองหัวหน้ากรมอาญาประเมินผลย่อมล่วงรู้เรื่องนี้เป็นธรรมดา ท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นคำสั่งที่เจ้ากรมเฉินกำชับด้วยตนเองเมื่อได้ฟังก็ยิ้มกล่าวว่า “การโยกย้ายขุนนางออกไปประจำการต่างถิ่นนั้นมีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือไปเพื่อฝึกฝนหาประสบการณ์ ส่วนประเภทที่สองคือไม่เป็นที่โปรดปรานอย่างแท้จริง ประเภทแรกนั้น อย่างมากเพียงหกปีก็สามารถกลับเมืองหลวงได้ หรืออาจถึงขั้นได้เข้าสู่สภาขุนนาง ส่วนประเภทหลังนั้น เจ้าก็ย่อมรู้ดี”ชาตินี้หมดหวังที่จะได้กลับเมืองหลวง อย่างมากที่สุดก็เป็นได้เพียงผู้ว่าการรัฐ หรือเป็นขุนนางใหญ่ครองหัวเมืองเท่านั้นเจ้าหน้าที่ผู้นั้นพยักหน้า “ฉู่ยวนไปเพื่อฝึกฝนหรือ?”“ย่อมเป็นเช่นนั้น” มิฉะนั้นกรมขุนนางจะโยกย้ายฉู่ยวนออกจากเมืองหลวงได้อย่างไรอย่างไรเสียก็เป็นถึ
Read more

บทที่ 309

หย่าร้างเพราะไร้บุตร ทว่ายังคิดจะแต่งให้กับหรงเจวี๋ยอีกหรือคิดจะทำให้ตระกูลหรงไร้ทายาทสืบสกุลหรืออย่างไร?คนภายนอกไม่รู้ว่าหลายปีมานี้หรงเจวี๋ยมิเคยแตะต้องภรรยาเก่า เพียงคิดว่าเป็นเพราะถานรั่วอวี่ไร้บุตรจึงได้หย่าร้างกันถานรั่วอวี่ได้รับทรัพย์สินก้อนหนึ่งที่เพียงพอให้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสุขสบาย และได้เดินทางออกจากเมืองหลวงไปแล้วสำหรับเรื่องนี้กลับมิได้ยินข่าวคราวอันใดมากนักต่อให้ได้ยินนางก็ไม่คิดจะแก้ต่างแต่งงานมาหลายปีแต่ไร้บุตร ย่อมดูมีหน้ามีตากว่าแต่งงานมาหลายปีแต่มิเคยร่วมหอกับสามีการจากเมืองหลวงไปแล้วเปลี่ยนชื่อแซ่เสียใหม่ ชีวิตที่เหลือย่อมสามารถอยู่ดีมีสุขได้อย่างแน่นอนอัครมหาเสนาบดีหลี่ว์ได้แต่เพียงขบคิด ทว่ายังมิได้บอกกล่าวแก่บุตรสาวยามเมื่อได้ฟังฮูหยินของตนกล่าวเช่นนี้ ความคิดในใจก็ค่อย ๆ มลายหายไป“ย่อมมิอาจปล่อยให้เจียวหรงอาศัยอยู่ที่บ้านไร่เช่นนี้ตลอดไปได้”ฮูหยินจูมีความคิดเห็นตรงกันกับเขา “ข้ามีผู้ที่เหมาะสมอยู่ในใจแล้วเจ้าค่ะ”แววตาของอัครมหาเสนาบดีหลี่ว์ทอประกายวาบขึ้นมาในทันที “ผู้ใดหรือ?”ฮูหยินจูกล่าวว่า “คุณชายห้าตระกูลเก๋อเจ้าค่ะ”“ตระกูลเก๋อ
Read more

บทที่ 310

ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตของหรงเจวี๋ยหลังจากการหย่าร้างก็มิได้ผ่านไปอย่างราบรื่นนักงานเลี้ยงในวังหลวงทั้งสองฝ่ายมาถึงเกือบจะพร้อมกันเซวียหว่านอี้ลงจากรถม้าเป็นคนแรก นางยืนอยู่ด้านข้างมองดูเย่อันและคนอื่น ๆ เข็นรถของเย่จั๋วออกมา“ยังสวมหน้ากากอยู่อีกหรือ?” เสียงของหรงเจวี๋ยดังขึ้นที่ด้านข้างเซวียหว่านอี้มองดูหรงเจวี๋ย แล้วจึงหันไปมองเย่จั๋วหรือว่า หน้ากากนี้สามารถถอดออกได้แล้ว?ใบหน้าของเขามิได้เสียโฉมหรอกหรือ?นางพึมพำในใจอยู่สองสามประโยค ทว่ามิได้แสดงสีหน้าอันใดออกมาแต่นั่นก็มิใช่เรื่องแปลก การสวมหน้ากากย่อมทำให้เป็นตัวของตัวเองได้ดีกว่าร่างกายพิการไปแล้ว การจะรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่งเป็นเรื่องยากยิ่ง ยากจะรับประกันว่าจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นมีหน้ากากช่วยบดบังไว้ ไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะสมเย่จั๋วปรายตามองเขาก่อนกล่าว “เจ้าช่างดูสบายใจเสียจริง”หรงเจวี๋ย “…”ใช่แล้ว เขาขี่ม้าล่วงหน้ามาก่อนผู้ใดจะกล้านั่งรถม้าคันเดียวกันกับมารดากันเล่า การเร่งรัดให้แต่งงานกำลังจะบีบคั้นเขาให้เป็นบ้าอยู่แล้ว“กำลังเตรียมตัวอยู่” เขาโยนบังเหียนให้ผู้ติดตามข้างกาย แล้วเอ่ยกับเซวี
Read more
PREV
1
...
2930313233
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status