All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 41 - Chapter 50

100 Chapters

บทที่ 41

และนี่ก็นับเป็นสินเดิมที่ล้ำเลิศที่สุดในบรรดาตระกูลอ๋องและโหวแล้วเซวียหว่านอี้กล่าวขอบคุณด้วยแววตาอ่อนโยน นางนั่งสนทนากับฮูหยินเจียง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความชื่นมื่นนางมิได้เอ่ยถามถึงเซวียหมิงเฟยสินเดิมของสตรีผู้นั้น อย่างมากที่สุดก็คงมีเพียงหกสิบหกหาบ หากมากไปกว่านั้นย่อมถือว่าเกินฐานะและผิดธรรมเนียม“พี่สะใภ้คงจวนจะกลับถึงเมืองหลวงแล้วกระมังเจ้าคะ?”เซวียหว่านอี้เอ่ยถามขึ้นมาลอย ๆเซวียมู่เจาแต่งงานเมื่อสองปีก่อน ภรรยาคือบุตรีของเจ้าเมืองหนิงโจวหนิงโจว ก็คือบ้านเกิดของเซวียฉงเช่นกันบิดาทั้งสองต่างเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อรุ่นเดียวกัน ทว่าบิดาของฝ่ายหญิงนั้นสอบได้ลำดับทั่วไป จึงได้รับตำแหน่งขุนนางภายนอกเมืองหลวงวันเวลาผันผ่านหลายปี ไต่เต้าจนได้เป็นถึงเจ้าเมืองหนิงโจวหากเป็นไปตามครรลองของชาติก่อน ท่านเจ้าเมืองฉินผู้นี้ ตำแหน่งขุนนางก็นับว่ามาถึงทางตันแล้ว ไร้หนทางให้เลื่อนขั้นได้อีก“พวกเจ้าสองคนออกเรือนทั้งที พี่สะใภ้ของเจ้าย่อมต้องกลับมาอยู่แล้ว ทว่านางกลับไปปรนนิบัติบิดามารดาที่ล้มป่วยครานี้ เห็นทีท่านเจ้าเมืองฉินและฮูหยินคงมาร่วมงานมิได้แล้ว”ฮูหยินเจียงกวาดตามองรายการสิ
Read more

บทที่ 42

ณ จวนกว่างผิงโหวเซวียหว่านอี้ได้รับเทียบเชิญจากเจียงหมิ่น ให้มาเยือนจวนในวันนี้เมื่อเดินทางมาถึง นางเดินตามเด็กรับใช้ไปยังศาลารับรองแห่งหนึ่งในสวนบุปผาหลังจวน“แม่นาง คุณหนูรออยู่ด้านในขอรับ เชิญท่าน”“ขอบใจ” เซวียหว่านอี้พยักหน้าขอบคุณ พลางรวบชายกระโปรงก้าวขึ้นบันไดไปเมื่อก้าวเข้าไป ก็เห็นหญิงสาวโฉมงามหลายนางกำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานทว่าเมื่อเห็นนาง บรรยากาศพลันเงียบสงัดไปชั่วครู่มิใช่ด้วยความรังเกียจ แต่เป็นเพราะสายตาทุกคู่ต่างจับจ้องพิจารณาใบหน้าของเซวียหว่านอี้เรื่องที่บุตรสาวสองคนของตระกูลเซวียถูกอนุภรรยาสลับตัวนั้น มิใช่ความลับในเมืองหลวงอีกต่อไปยามนี้เมื่อได้ยลโฉมบุตรสาวอนุผู้ลึกลับผู้นี้ ทุกคนต่างประหลาดใจที่พบว่า ใบหน้าของญาติผู้น้องคู่นี้มีความคล้ายคลึงกันถึงสามสี่ส่วน“หว่านหว่านมาแล้ว รีบมานั่งเร็วเข้า” เจียงหมิ่นเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนมเซวียหว่านอี้คารวะทักทายเหล่าหญิงสาว ก่อนเอ่ยถามเสียงนุ่มนวล “เรื่องมงคลของพี่รอง สำเร็จเรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ?”เจียงหมิ่นยิ้มตอบ “จะสำเร็จหรือไม่ ด้านหน้ากำลังวุ่นวายกันอยู่ พวกเราคงต้องรอฟังข่าว”“ทว่าคุณหนูตระกูลฉี
Read more

บทที่ 43

หาใช่เรื่องจำเป็นที่จะต้องเอาทั้งชีวิตเข้าไปแลก เพียงเพื่อชื่อเสียงจอมปลอมเซวียหว่านอี้ยิ้มจนตาหยี ยิ้มกล่าวว่า “ขอบคุณพวกพี่หญิงเจ้าค่ะ แต่การแต่งงานกับแม่ทัพเย่ เป็นความสมัครใจของข้าเอง”ในชาติก่อน นางต้องเผชิญกับการทรยศหักหลังและการทารุณกรรมอย่างโหดร้ายจากสามี เผชิญกับบุตรชายที่เนรคุณ อีกทั้งแม่สามีที่นางเคยมีบุญคุณด้วยกลับแว้งกัด นางจึงสิ้นไร้ซึ่งความคาดหวังใด ๆ ในความรักระหว่างชายหญิง หรือการให้กำเนิดบุตรสืบสกุลอีกต่อไปเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ของนางในชาตินี้ มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น——คือการแก้แค้นเหล่าหญิงสาวมองดูนาง ท่าทางของนางมิได้ดูเหมือนคนที่หวังจะเกาะผู้มีอำนาจวาสนา จึงคิดไปว่านางคงมีใจปฏิพัทธ์ต่อแม่ทัพเย่ด้วยความจริงใจทว่าต่อให้รักเพียงใด แม่ทัพเย่ในยามนี้………เมื่องานแต่งของทั้งสองตระกูลเป็นที่แน่นอนแล้ว มื้อเที่ยงเหล่าหญิงสาวจึงรับประทานอาหารร่วมกัน จากนั้นต่างก็แยกย้ายกันกลับจวนเจียงหมิ่นพาเซวียหว่านอี้มายังเรือนถานเซียงในจวน“ท่านแม่ ข้าพาหว่านหว่านมาแล้วเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้เงยหน้าขึ้นมองสตรีที่นั่งสง่าอยู่บนเตียงหลัวฮั่นเบื้องหน้า นางมีบุคลิกสุขุมสง่
Read more

บทที่ 44

การแต่งของบุตรสาว ล้วนต้องเอื้อประโยชน์ต่อวงศ์ตระกูลหากไร้ซึ่งผลประโยชน์ มิหนำซ้ำยังต้องเอาตัวบุตรหลานเข้าไปเสี่ยง จิ้งจอกเฒ่าที่อยู่ในราชสำนักมาหลายปีเหล่านี้ ย่อมไม่มีทางกระทำเป็นแน่หากมิใช่เพราะราชโองการพระราชทานสมรส เซวียฉงก็คงไม่มีวันยอมให้เซวียหว่านอี้แต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วกงแม้นางจะเป็นเพียงบุตรีอนุที่เขาไม่เคยไยดีก็ตาม“แม่ทัพเย่เป็นขุนศึกหนุ่มผู้มีชื่อเสียง เคราะห์กรรมที่เขาเผชิญในยามนี้ ล้วนเพื่อความสงบสุขของราชวงศ์อวิ๋น”“ฝ่าบาทมีเมตตาและเข้าใจถ่องแท้ ไม่ปรารถนาให้แม่ทัพเย่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว จึงได้พระราชทานสมรสนี้ลงมา”“ส่วนตัวข้านั้น เพียงเคยได้พานพบแม่ทัพเย่เมื่อหลายปีก่อน ยามที่กองทัพคว้าชัยในแดนใต้และยกพลกลับราชสำนัก เขาในยามนั้นสวมชุดสีสด ควบม้าผยอง องอาจห้าวหาญเสียดฟ้า กล่าวได้ว่าเป็นบุรุษหนุ่มที่เจิดจรัสที่สุดในแคว้นอวิ๋น เพียงแต่ข้าในตอนนั้น ยังไม่ประสาเรื่องรักใคร่”“ข้าใช้ชีวิตอย่างถูกหมางเมินอยู่ในจวนมาสิบห้าปี บัดนี้ด้วยรูปโฉมและฐานะอันต่ำต้อย กลับได้แต่งให้แก่แม่ทัพเย่ ข้าจะไม่ยินดีได้อย่างไร”เมื่อได้ฟังนางกล่าวเช่นนี้ เจียงหมิ่นกลับรู้สึกว่า นางมิ
Read more

บทที่ 45

เย่จั๋วในยามนี้ไร้ซึ่งพิษสง ฝ่าบาทเองก็เต็มใจที่จะชุบเลี้ยงเขาไว้ ถึงขั้นตามใจเสียด้วยซ้ำ……ยามเช้าตรู่ ตระกูลเซวียเริ่มวุ่นวายโกลาหลวันนี้คือวันพิธีปักปิ่นของเซวียหมิงเฟยการที่เซวียหว่านอี้จะเข้าร่วมหรือไม่นั้นไม่สำคัญ นางมิใช่ตัวเอกของงานในวันนี้ เพียงออกไปปรากฏตัวสักครู่ก็เพียงพอแล้ว“คุณหนู ผู้ทำพิธีสวมปิ่นของทางฝั่งนั้น เชิญฮูหยินผู้เฒ่าจวนติ้งหย่วนโหวมาเจ้าค่ะ”เจินจูเดินเข้ามาจากด้านนอก พลางรายงานข่าวที่สืบมาได้ให้นางฟังเซวียหว่านอี้พยักหน้าเรียบเฉย ท่วงท่าการอ่านตำรามิได้แปรเปลี่ยน เพียงค่อย ๆ พลิกหน้ากระดาษ กวาดสายตาอ่านต่อไปนับตั้งแต่ได้พบเซวียหมิงเฟยที่หอจิ่นซิ่ววันนั้น ก็พอจะรู้แล้วว่าคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้างไม่มากก็น้อยทว่า ก็มิใช่ปัญหาแต่อย่างใดส่วนผู้ช่วยทำพิธีนั้นจะเป็นใครไปได้ ก็คงไม่พ้นว่าที่พระชายาซื่อจื่อแห่งจวนติ้งหย่วนโหว สวีหรูอี้บรรดาสหายหญิงคนสนิทกลุ่มเดิมของเซวียหมิงเฟย ระยะนี้ดูจะห่างเหินกับนางไปบ้าง เห็นทีคงถูกผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลกำชับมา“คารวะฮูหยินเจ้าค่ะ”ในขณะที่บรรยากาศกำลังเงียบสงบ ฮูหยินเจียงก็เดินเข้ามาจากด้านนอกเมื่อเห็นกา
Read more

บทที่ 46

เซวียหว่านอี้ยื่นกล่องไม้ในมือ ส่งมอบให้แก่เซวียหมิงเฟยวันนี้สีหน้าของเซวียหมิงเฟยดูเปล่งปลั่งอมชมพู ยิ่งขับเน้นความงดงามให้โดดเด่นรูปโฉมของนางนั้น นับได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวง“ขอบใจ”สาวใช้ข้างกายเซวียหมิงเฟยยื่นมือมารับกล่องไป “เจ้าจะไปร่วมงานพิธีปักปิ่นของข้าหรือไม่?”ในเมื่อเอ่ยถามเช่นนี้ เซวียหว่านอี้ย่อมฟังความนัยที่แฝงอยู่ได้ทันทีทว่าน่าเสียดาย ที่คงต้องทำให้นางผิดหวังเสียแล้ว“ข้าไม่ไป”คำตอบที่เด็ดขาดเช่นนี้ ทำให้เซวียหมิงเฟยประหลาดใจไม่น้อยคิดไม่ถึงว่า บุตรีอนุผู้ขลาดเขลา ก้มหน้าสงบเสงี่ยมเจียมตัวในชาติก่อน บัดนี้จะกล้ายืดหลังตรงสนทนากับนางเยี่ยงนี้ม้ในใจจะไม่พอใจ แต่นางก็ไม่ได้แสดงออกม“เช่นนั้นก็ไม่ต้องไป”ใครจะไปสนกันเล่านางก็แค่ต้องการให้เซวียหว่านอี้ได้ประจักษ์ ว่าสามีในชาตินี้ของนาง คือว่าที่มหาอำมาตย์ในภายภาคหน้าส่วนจวนเจิ้นกั๋วกงนั้นเล่า ก็มีดีเพียงแค่บรรดาศักดิ์กลวง ๆ ทว่าไร้อำนาจที่แท้จริงมิหนำซ้ำว่าที่สามียังเป็นเพียง “ขันที”’ คนหนึ่งเมื่อนึกถึงชาติก่อนที่ตนต้องอยู่ในจวนกั่วกงอย่างเดียวดายถึงเจ็ดแปดปี ความทรมานแสนสาหัสนั้น... นางมองเซวี
Read more

บทที่ 47

……เสียงดนตรีปี่กลองพลันดังกระหึ่มขึ้นเมื่อทอดสายตามองผ่านหน้าต่างที่เปิดกว้างออกไป เห็นเพียงเหล่าวิหคที่แตกตื่นบินโฉบหนีหายลับไปจนสุดขอบฟ้านางรู้ดีว่าพิธีปักปิ่นของเซวียหมิงเฟยได้เริ่มขึ้นแล้วนางก้มหน้าลงร้อยด้าย เย็บปักถักร้อยในมือต่อนางกำลังตัดเย็บเสื้อตัวในให้เย่จั๋วรอจนเซวียหมิงเฟยออกเรือนไป จวนเจิ้นกั๋วกงคงจะส่งสินสอดตามมา ส่วนจะมีจำนวนมากน้อยเท่าใดนั้น นางไม่อาจรู้ได้อันที่จริงของหมั้นนั้นไม่สำคัญเลยชีวิตในชาตินี้ นางมิได้คาดหวังว่าจะยืนยาวอันใดขอเพียงสังหารฉู่ยวนได้ ต่อให้ต้องตายตกไปเดี๋ยวนั้นนางก็ยินดียากนักหรือ?ยากยิ่งเซวียหว่านอี้จำต้องยอมรับว่า ในชาติก่อนเป็นเพราะนาง ตระกูลเซวียจึงเกื้อหนุนเขาน้อยนิดนักการที่เขาสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมหาอำมาตย์ได้ กล่าวได้ว่าล้วนอาศัยความสามารถของเขาเองทั้งสิ้นตัวนางอย่างมากก็เพียงช่วยดูแลจัดการเรื่องราวในเรือนหลัง ปรนนิบัติดูแลมารดา เพื่อให้เขาไร้ซึ่งความกังวลใจ ห่วงหน้าพะวงหลังนางรำพึงอยู่ในใจครู่หนึ่งเช่นนี้ ก็ถือว่าช่วยเขาได้มิใช่น้อยแล้วกระมัง?“คุณหนูเจ้าคะ”เจินจูพาเด็กสาวผู้หนึ่งรีบเดินเข้ามาด้านใน
Read more

บทที่ 48

ยามบ่ายคล้อย เมื่อบรรดาแขกเหรื่อรับสำรับเสร็จสิ้น ต่างก็ทยอยอำลากลับจวนสายฝนโปรยปรายลงมาปกคลุมทั่วเมืองหลวงอย่างกะทันหัน นำพาความหนาวเหน็บระคนชุ่มฉ่ำแห่งวสันตฤดูมาเยือนนางกระชับเสื้อคลุมตัวบางแนบกาย เดินตัดผ่านลานเรือน มุ่งหน้าไปยังเรือนทิงหลาน“คุณหนูเจ้าคะ”เจินจูที่เดินเคียงข้างเอ่ยเรียกแผ่วเบานางหันไปมอง ก่อนจะทอดสายตามองตามทิศทางที่เจินจูส่งสัญญาณให้ณ ศาลาพักผ่อนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ฉู่ยวนและเซวียหมิงเฟยกำลังยืนสนทนากันอยู่แววตาของฉู่ยวนเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน ส่วนเซวียหมิงเฟยนั้นใบหน้าแดงระเรื่อ ยิ้มแย้มเจรจา เพียงปรายตามองก็ทราบได้ทันทีว่าทั้งคู่คือหนุ่มสาวที่มีใจปฏิพัทธ์ต่อกันสาวใช้ของเซวียหมิงเฟยซึ่งอยู่ในศาลาเหลือบเห็นผู้มาเยือน จึงกระซิบรายงานคนทั้งสองสายตาของพวกเขาสบประสานกันท่ามกลางสายหมอกฝน“จะไปหาท่านแม่หรือ?” น้ำเสียงของเซวียหมิงเฟยลอยมาตามลมนางเพียงพยักหน้าเล็กน้อย เป็นการตอบรับก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนทิงหลานต่อไป ภายใต้สายตาของคนทั้งคู่ฉู่ยวนรอจนกระทั่งแผ่นหลังของนางลับหายไปในตัวเรือนที่ห่างออกไป จึงค่อยละสายตากลับมาเขาตระหนักได้ว่าท่าทีที
Read more

บทที่ 49

เรื่องเหล่านี้ นางคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใดอีกทั้ง นางเองก็มิได้คิดจะเก็บงำความสามารถต่อหน้าฮูหยินเจียงแต่อย่างใดเบื้องหน้ามีจวนเจิ้นกั๋วกง ยิ่งนางมีคุณค่ามากเท่าใด ตระกูลเซวียก็จะยิ่งให้ความสำคัญกับนางมากเท่านั้นเมื่อนางกอบโกยผลประโยชน์ได้มาก ย่อมส่งผลให้ส่วนแบ่งของเซวียหมิงเฟยลดน้อยถอยลงครึ่งชั่วยามต่อมา อารมณ์ของฮูหยินเจียงก็ยิ่งเบิกบานขึ้นเรื่อย ๆบุตรสาวของนางช่างฉลาดเฉลียวแตกฉาน สอนเพียงครั้งเดียวก็ทำได้แล้วเมื่อหวนนึกถึงยามที่ต้องพร่ำสอนเซวียหมิงเฟยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความขุ่นข้องหมองใจที่ซุกซ่อนอยู่ลึก ๆ ในใจก็คล้ายจะจางหายไปเช่นนี้ถึงจะเป็นบุตรสาวของนาง เจียงหนิงอัน ฉลาดเหมือนนางไม่มีผิด“สมแล้วที่เป็นลูกข้า”นางยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง “ตอนแม่เรียนรู้เรื่องพวกนี้จากท่านยายของเจ้า ก็เรียนรู้ได้รวดเร็วเช่นกัน”เซวียหว่านอี้มองนางด้วยแววตาเปี่ยมรักใคร่เทิดทูน “ลูกดีใจเจ้าค่ะ ที่ได้เหมือนท่านแม่”หลังจากส่งฉู่ยวนกลับไปแล้ว เซวียหมิงเฟยก็พาบ่าวรับใช้เดินเข้ามา และได้เห็นภาพความกลมเกลียวปรองดองถึงเพียงนี้นางกำมือแน่น จนเล็บจิกเนื้อเป็นรอยเจ็บ“ท่านแม่”นางยิ้มเดินตรงเข้
Read more

บทที่ 50

กว่าเฝ่ยชุ่ยและแม่นมเฉินจะกลับถึงจวน ก็ล่วงเข้าเกือบยามจื่อแล้วระหว่างทางกลับ บังเอิญพบกองตรวจการณ์ยามวิกาล เคราะห์ดีที่เป็นเวรของเซวียมู่เจา จึงช่วยลดทอนความยุ่งยากในการไต่สวนไปได้มาก“พี่หญิงเฉียนปลอดภัยดีหรือไม่?”ทันทีที่เห็นทั้งสองคน เซวียหว่านอี้ก็รีบเอ่ยถามด้วยความร้อนใจเฝ่ยชุ่ยพยักหน้า “คุณหนูวางใจเถิดเจ้าค่ะ คุณหนูเฉียนพ้นขีดอันตรายแล้ว...”ทว่าเมื่อเห็นน้ำเสียงที่เจือความลังเลของสาวใช้ เซวียหว่านอี้ก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้บ้างชาติก่อนนางเองก็เคยผ่านการตั้งครรภ์ กว่าจะยื้อชีวิตรอดมาได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ เกรงว่าร่างกายคงบอบช้ำจนมิอาจมีบุตรสืบสกุลได้อีก“ลูกของพี่หญิงเฉียน เป็นชายหรือหญิง?”หากได้บุตรชาย อย่างน้อยพี่หญิงเฉียนก็ยังมีบุตรไว้เป็นที่พึ่งพิงในบ้านสามี ตำแหน่งนายหญิงย่อมมั่นคง ไม่ถูกแม่สามีและเหล่าอนุภรรยากดขี่ข่มเหงเฝ่ยชุ่ยส่ายหน้า “ได้บุตรสาวเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปกล่าวกับบ่าวทั้งสอง “วุ่นวายมาจนป่านนี้คงเหนื่อยแย่ ในห้องเตรียมสำรับไว้ให้แล้ว พวกเจ้าไปทานรองท้องแล้วรีบพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นเช้านัก”สั่งความเสร็จ น
Read more
PREV
1
...
34567
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status