All Chapters of คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ: Chapter 121 - Chapter 130

209 Chapters

บทที่ ๖๖ โรงเตี๊ยมข้ามวิญญาณ – ๑

สามราตรีผ่านพ้นไปราวกับกะพริบตา ม้าศึกฝีเท้าจัดห้าตัวควบทะยานฝ่าพายุทรายอันบ้าคลั่งมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าป้ายหินสลักคำว่าเฮยสุ่ย ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่สุดเขตชายแดนแคว้นเจิ้ง รอยต่อแห่งความตายที่กั้นขวางระหว่างโลกมนุษย์และดินแดนแห่งพิษร้ายของแคว้นเป่ยเยี่ยนบรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้ช่างวังเวงและหดหู่ ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝนตั้งเค้าตลอดทั้งปี กลิ่นไอความชื้นผสมกับกลิ่นเน่าเปื่อยของซากพืชซากสัตว์ลอยมาแตะจมูก หยางจิ้งอวี่กระตุกบังเหียนม้าคู่ใจให้หยุดลง นัยน์ตาภายใต้หมวกสานปีกกว้างที่มีผ้าแพรสีดำบดบังใบหน้า กวาดมองไปรอบกายด้วยความระแวดระวัง“ที่นี่หรือคือเมืองชายแดนเฮยสุ่ย?” สุรเสียงหวานทว่าแฝงความเย็นชาเอ่ยถาม “เงียบเชียบราวกับป่าช้า”เจิ้งเฟิงเยวี่ยในคราบคุณชายตระกูลผู้ดีตกอับควบม้ามาเทียบข้าง เขาขยับผ้าคลุมไหล่ขนจิ้งจอกสีเงินให้กระชับขึ้นเพื่อต้านลมหนาว “เฮยสุ่ยเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกคนคุก นักฆ่าไร้สังกัด และพ่อค้าตลาดมืด กฎหมายราชสำนักเอื้อมมือมาไม่ถึง ที่นี่มีกฎเพียงข้อเดียว ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด”“น่าสนุก” จิ้งอวี่กระตุกยิ้มมุมปากที่มองไม่เห็น ‘เป่าเปา สแกนพื้นที่โดยรอบ ค้นหาจุดพ
Read more

บทที่ ๖๖ โรงเตี๊ยมข้ามวิญญาณ – ๒

จิ้งอวี่ลุกขึ้นเดินไปหาชายหัวโล้นที่กำลังครวญคราง นางดึงตะเกียบออกจากไหล่เขาอย่างแรงจนเลือดสาดซ้ำ แล้วเช็ดเลือดกับเสื้อของมันอย่างรังเกียจ“บอกมา ทางเข้าหุบเขาหมื่นพิษที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน? และใครเป็นคนนำทางได้บ้าง?”ชายหัวโล้นตัวสั่นงันงก ความเจ็บปวดและความกลัวทำให้เขาสิ้นฤทธิ์เดช “ข้า... ข้าไม่รู้! ข้าเป็นแค่คนเฝ้าปากทาง!”“ไม่รู้?” จิ้งอวี่เลิกคิ้ว นางหยิบขวดพริกไทยป่นบนโต๊ะขึ้นมา “แผลสดๆ แบบนี้ ถ้าโรยพริกไทยลงไปคงจะรสชาติจัดจ้านน่าดู”“อย่า! อย่า! ข้าบอกแล้ว! บอกแล้ว!” มันรีบตะโกนลั่น “ไปหาเถ้าแก่โม่ที่หลังร้าน! เขาเป็นคนเดียวที่มียาถอนพิษหมอกม่วงและรู้ทางเข้าลับ!”“ขอบใจ” จิ้งอวี่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของคนทั้งร้าน นางหันไปยิ้มหวานให้สามี “เห็นไหมเจ้าคะสามี การเจรจาด้วยเหตุผลมักได้ผลเสมอ”เจิ้งเฟิงเยวี่ยส่ายหน้ายิ้มๆ คีบเนื้อไก่ตุ๋นยาจีนใส่ถ้วยให้นาง “เหตุผลของฮูหยิน ช่างคมกริบและเจ็บแสบยิ่งนัก”หลังจากจัดการมื้ออาหารและพักผ่อนเพียงชั่วครู่ คณะเดินทางก็บุกไปหลังร้านตามคำบอกเล่า พบชายชราหลังค่อมกำลังต้มสมุนไพรกลิ่นฉุนกึกอยู่ในหม้อใบใหญ่“พวกเจ้าต้องการไปตายรึ
Read more

บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๑

เสียงกัมปนาทกึกก้องฟาดผ่ากลางหุบเขา เมื่อปราณกระบี่สีทองอร่ามของเจิ้งเฟิงเยวี่ยปะทะเข้ากับขาหน้าอันแข็งแกร่งของแมงมุมแม่ม่ายสวรรค์ ประกายไฟแตกกระเซ็นราวดอกไม้ไฟ ทว่าอสูรร้ายกลับมิได้สะทกสะท้าน มันเพียงแค่ขยับก้ามขนาดมหึมา ผลักไสร่างมังกรหนุ่มให้กระเด็นถอยร่นไปหลายจั้ง แรงลมจากการปะทะซัดกระหน่ำจนต้นไม้พิษรอบด้านหักโค่นระเนระนาด“แข็งแกร่งยิ่งนัก!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยกัดฟันแน่น มือที่กำกระบี่อาญาสิทธิ์สั่นระริกด้วยแรงสะท้อนกลับ นัยน์ตามังกรฉายแววเคร่งเครียด “เกราะของมันหนาเกินกว่าที่ลมปราณทั่วไปจะเจาะทะลุได้!”หยางจิ้งอวี่ยืนหยัดต้านแรงลมอยู่เบื้องหลัง นางจ้องมองพี่ชายฝาแฝดห้อยตองแต่งอยู่บนหัวแมงมุมด้วยหัวใจอันบีบคั้น ร่างกายของหยางจิงหยุนเริ่มกระตุกเกร็ง เส้นเลือดปูดโปนเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ“ฝ่าบาท! ถ่วงเวลามันไว้!” จิ้งอวี่ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “จุดอ่อนของมันอยู่ที่ข้อต่อบริเวณโคนขา! แต่ต้องทำลายเกราะหุ้มเสียก่อน!”“พูดง่ายแต่ทำยากนะฮูหยิน!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะวิกฤตแต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งความอหังการ เขาดีดตัวพุ
Read more

บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๒

[โฮสต์! หนอนกู่ฝังอยู่ที่ไขสันหลัง! ท่านต้องใช้เข็มเงินสลายวิญญาณแทงสกัดจุดชีพจรใหญ่ 3 แห่งพร้อมกัน แล้วใช้พลังวัตรดึงมันออกมา! แต่ต้องทำในระยะประชิด!]‘เข้าใจแล้ว!’ จิ้งอวี่พยักหน้า นางหันไปสบตากับสามี “ฝ่าบาท หม่อมฉันต้องเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง ฝากระวังหลังให้ด้วย”“วางใจเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เจิ้นก็จะไม่ให้ใครมาแตะต้องเจ้าได้อีก แม้แต่เจ้าแมงมุมบ้านั่น!”เจิ้งเฟิงเยวี่ยหมุนกายหันไปเผชิญหน้ากับตู๋กูมั่วและแมงมุมยักษ์เริ่มทรงตัวได้อีกครั้ง แววตาของโอรสสวรรค์ลุกโชนไปด้วยโทสะ รังสีสังหารแผ่พุ่งจนบรรยากาศบิดเบี้ยว“ตู๋กูมั่ว! เจ้ากล้าใช้มนุษย์มาทำพิธีกรรมต่ำช้า วันนี้เจิ้นจะส่งเจ้าไปลงนรกขุมที่ลึกที่สุด!”“ปากดีนักเจ้าหนู!” ตู๋กูมั่วตวาดกลับ เขาโบกสะบัดธงทิวสีดำ ทันใดนั้น เงาตะคุ่มนับสิบก็โผล่ออกมาจากเงามืดรอบหุบเขา พวกมันคือมนุษย์พิษ ร่างกายเน่าเฟะที่ถูกปลุกชีพขึ้นมา ดวงตาสีเขียวเรืองแสงจ้องมองเหยื่ออย่างหิวกระหาย“ฆ่าพวกมันให้หมด!”สงครามตะลุมบอนเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เจิ้งเฟิงเยวี่ยร่ายรำเพลงกระบี่ปกป้องภรรยาจากฝูงมนุษ
Read more

บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๑

เสียงแหวกอากาศของลูกธนูเหล็กนับพันดอกที่พุ่งลงมาจากยอดหน้าผาสูงชัน ดังหวีดหวิวประหนึ่งเสียงกรีดร้องของมัจจุราช ท้องฟ้าเหนือหุบเขาหมื่นพิษที่เคยถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีม่วงมืดมิดลงถนัดตาด้วยห่าฝนเหล็กที่กองทัพม้าเกราะดำ หรือกองทัพแห่งตระกูลหยางระดมยิงลงมาปูพรมเพื่อเปิดทางฉึก! ฉึก! ฉึก!เสียงหัวลูกศรเจาะทะลุกะโหลกศีรษะและร่างกายเน่าเฟะของเหล่ามนุษย์พิษดังระงมไปทั่ว เลือดสีดำคล้ำสาดกระเซ็นย้อมผืนดินเฉอะแฉะให้กลายเป็นบึง กองทัพอมนุษย์ที่เคยถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ถูกสกัดกั้นจนแตกกระเจิง ล้มระเนระนาดดั่งใบไม้ร่วง“ดึง!”เสียงตะโกนทรงพลังของผู้เป็นแม่ทัพดังสะท้านก้อง เชือกเส้นหนาทำจากเอ็นสัตว์ผสมลวดเหล็กที่หย่อนลงมาถูกกระตุกขึ้นพร้อมกันด้วยแรงม้าศึก ร่างของเจิ้งเฟิงเยวี่ยที่แบกหยางจิงหยุนไว้บนบ่า และหยางจิ้งอวี่ที่เกาะเชือกเคียงข้าง ลอยลิ่วขึ้นสู่ยอดหน้าผาด้วยความเร็วปานเหาะเหิน“คิดจะหนีรึ! ฝันไปเถอะ!”ตู๋กูมั่วคำรามลั่นด้วยความคั่งแค้น เขาไม่อาจยอมปล่อยให้เหยื่อและภาชนะอันล้ำค่าหลุดมือไปได้ เจ้าหุบเขาพิษร่ายมนตร์ดำกระตุ้นแมงมุมแม่ม่า
Read more

บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๒

ขบวนทัพม้าเร็วเคลื่อนตัวออกจากชายแดนเฮยสุ่ย มุ่งหน้าสู่ค่ายทหารลับที่ตั้งอยู่ในหุบเขาฝั่งแคว้นเจิ้ง ภายในกระโจมใหญ่กลางค่ายที่ถูกกางขึ้นอย่างรวดเร็ว หยางจิ้งอวี่กำลังง่วนอยู่กับการรักษาอาการของน้องชาย โดยมีเจิ้งเฟิงเยวี่ยและหยางเจิ้นเฝ้าดูอยู่ไม่ห่างเข็มเงินนับสิบเล่มปักอยู่ตามจุดชีพจรสำคัญบนร่างกายของจิงหยุน ไอสีดำจางๆ ระเหยออกมาตามปลายเข็ม ส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึก นี่คือกระบวนการขับพิษที่ต้องใช้สมาธิขั้นสูง“อวี่เอ๋อร์ เจ้าไหวหรือไม่?” เจิ้งเฟิงเยวี่ยถามพลางซับเหงื่อบนหน้าผากให้นาง“ไหวเพคะ” จิ้งอวี่กัดฟันตอบ มือยังคงถ่ายเทพลังวัตรอย่างต่อเนื่อง “พิษส่วนใหญ่ถูกขับออกแล้ว แต่จิตวิญญาณของเขาบอบช้ำมากจากการถูกควบคุมด้วยหนอนกู่ ต้องใช้เวลาฟื้นฟู”ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดจิ้งอวี่ก็ถอนเข็มเล่มสุดท้ายออก นางทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ลมหายใจหอบถี่“ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ” นางยิ้มบางๆ ให้ท่านปู่ และสามี “เขาแค่ต้องการการพักผ่อน”หยางเจิ้นถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “ขอบใจเจ้ามากหลานรัก ถ้าไม่ได้เจ้า ปู่คงต้องเสียใจไปจนวันตาย”
Read more

บทที่ ๖๙ ยุทธการหักเขี้ยวพยัคฆ์ – ๑

เสียงกีบม้าศึกนับพันกระทบพื้นดินดังกึกก้องประหนึ่งเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำ ขบวนทัพม้าทมิฬของแม่ทัพเฒ่าหยางเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดตัดผ่านทุ่งหญ้าและป่าเขา มุ่งหน้ากลับสู่เมืองหลวงฉางอันโดยไม่หยุดพัก ฝุ่นตลบอบอวลเป็นทางยาวทิ้งไว้เบื้องหลังภายในรถม้าคันใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้มีความนิ่มนวลเป็นพิเศษด้วยโช้คอัพสปริง ร่างผอมบางของหยางจิงหยุนนอนหลับสนิทอยู่บนฟูกหนานุ่ม ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดเจือจางขึ้นบ้างแล้วหลังจากได้รับยาบัวหิมะพันปีหยางจิ้งอวี่นั่งเฝ้าดูน้องชายฝาแฝดด้วยสายตาอ่อนโยน มือเรียวคอยเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผมให้เขาอย่างเบามือ ในขณะที่เจิ้งเฟิงเยวี่ย หรือฮ่องเต้หนุ่ม นั่งหลับตาเดินลมปราณอยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อฟื้นฟูพลังวัตรที่สูญเสียไป“เขาแข็งแกร่งกว่าที่คิด” เจิ้งเฟิงเยวี่ยเอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมตา สุรเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวล “การถูกหนอนกู่กัดกินวิญญาณมานานปี แต่จิตใจยังไม่แตกสลาย นับว่ามีจิตวิญญาณแห่งตระกูลหยางอยู่อย่างเต็มเปี่ยม”จิ้งอวี่ยิ้มบางๆ นัยน์ตาทอประกายภาคภูมิใจ “เพคะ สายเลือดมังกรย่อมไม่กลัวไฟ น้องชายหม่อมฉันต้องกลับมาเป็นปกติได้แน่... ว่าแต่ฝ่าบาทเถอะ ร่างกายเป็นอย่
Read more

บทที่ ๖๙ ยุทธการหักเขี้ยวพยัคฆ์ – ๒

รุ่งเช้าวันใหม่ ณ ท้องพระโรงตำหนักไท่เหอบรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ขุนนางนับร้อยยืนเรียงรายแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งซ้ายคือขุนนางตงฉินที่ยังภักดีต่อราชวงศ์ ส่วนฝั่งขวาคือขุนนางกังฉินพรรคพวกของหลิวจงหยวน ซึ่งดูจะมีจำนวนมากกว่าและมีท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่องบนบัลลังก์มังกรทองคำนั้นว่างเปล่า แต่ที่บันไดขั้นล่างสุด มีเก้าอี้ไม้สักแกะสลักลวดลายพยัคฆ์ตั้งตระหง่านอยู่ และผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นคือหม่าซ่งเหยียน อัครเสนาบดีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเวลานี้ เขาอยู่ในชุดขุนนางสีม่วงเข้มปักลายกิเลน ใบหน้าเชิดสูงด้วยความลำพองใจ“เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้แล้ว” หม่าซ่งเหยียนเอ่ยขึ้นเสียงดัง ก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง “แผ่นดินจะว่างเว้นกษัตริย์มิได้ ในเมื่อฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนักจนไม่อาจว่าราชการ และยังไร้ซึ่งรัชทายาท ข้าในฐานะผู้สำเร็จราชการ จึงเห็นควรว่าเราต้องคัดเลือกผู้เหมาะสมขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ เพื่อความมั่นคงของต้าเจิ้ง!”“เหลวไหล!” ราชครูอาวุโสท่านหนึ่งก้าวออกมา ชี้หน้าด่ากราด “ฝ่าบาทเพียงแค่ประชวร มิใช่สวรรคต! ท่านกล้าดีอย่างไรจะมาแต่งตั้งฮ่องเต้ใหม่ นี่มันกบฏชัดๆ!”“หุบปากตาเฒ่า!” หม่าซ่งเหยียนตวาดลั่น “ทหา
Read more

บทที่ ๗๐ แสงสว่างแห่งยุคใหม่ – ๑

สายลมยามสายพัดหอบเอากลิ่นคาวเลือดจางหายไปพร้อมกับร่างของหม่าซ่งเหยียนที่ถูกลากออกไป ทว่าในความรู้สึกของหยางจิ้งอวี่ กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายยังคงตลบอบอวลอยู่ในอากาศ ไม่ใช่กลิ่นของเหล็กและเลือด แต่เป็นกลิ่นหอมเอียนเลี่ยนของดอกไม้ชนิดหนึ่ง ดอกม่านถัวหลัวที่มักใช้ปรุงยาหลอนประสาทในแถบชายแดนใต้หนานเจียงร่างระหงในชุดฮองเฮาสีชาดสะบัดชายแขนเสื้อ พุ่งตัวออกจากแท่นบัลลังก์ด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ ทิ้งให้เหล่าขุนนางที่กำลังก้มกราบกรานมองตามด้วยความตกตะลึง นางลัดเลาะผ่านระเบียงทางเดินคดเคี้ยว ไล่ตามเงาตะคุ่มที่เพิ่งแวบหายไปหลังเสาต้นใหญ่‘เป่าเปา! ล็อกเป้าหมาย! อย่าให้คลาดสายตา!’ จิ้งอวี่สั่งการจิตดุเดือด[รับทราบโฮสต์! นกกระจิบสอดแนมหมายเลขหนึ่ง กำลังไล่กวดติดๆ เป้าหมายเคลื่อนที่เร็วมาก ผิดวิสัยนางกำนัลทั่วไป ความเร็วระดับนี้... ยอดฝีมือขั้นแปด!]ภาพจากกล้องโดรนขนาดจิ๋วถูกส่งตรงเข้าสู่ประสาทตาของจิ้งอวี่ แสดงให้เห็นสตรีรูปร่างอรชรในชุดนางกำนัลสีเขียวอ่อน ใบหน้าถูกบดบังด้วยผ้าคลุมหน้าบางเบา นางกระโดดข้ามกำแพงวังชั้นในมุ่งหน้าสู่ตำหนักเย็นอันรกร้าง
Read more

บทที่ ๗๐ แสงสว่างแห่งยุคใหม่ – ๒

เมื่อลุงออกไป หยางจิงหยุนก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เขาหันมามองพี่สาวด้วยแววตาเทิดทูน “พี่หญิง ข้าได้ยินว่าพี่กับฝ่าบาทจะปฏิรูปบ้านเมืองหรือ?”“หูไวจริงนะเจ้าเด็กน้อย” จิ้งอวี่หยิกแก้มเขาเบาๆ ก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งลง “ถูกต้อง โลกภายนอกกำลังหมุนไปข้างหน้า ต้าเจิ้งจะย่ำอยู่กับที่ไม่ได้ พี่มีของจะให้ดู”นางเรียกหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาฉายภาพพิมพ์เขียว โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่เพิ่งได้รับรางวัลมา“นี่คือโรงงานผลิตอสุนีบาต” นางอธิบายโดยใช้คำเปรียบเปรย “เราจะสร้างกังหันยักษ์ที่แม่น้ำเว่ยเหอ ใช้แรงน้ำปั่นจักรกลเพื่อกักเก็บสายฟ้าลงในขวดแก้ว จากนั้นส่งสายฟ้าไปตามเส้นลวดทองแดง เพื่อให้แสงสว่างแก่เมืองหลวงยามค่ำคืน โดยไม่ต้องใช้น้ำมันตะเกียงแม้แต่หยดเดียว”หยางจิงหยุนตาโตเป็นไข่ห่าน “เก็บสายฟ้าใส่ขวด? เรื่องอัศจรรย์พันลึกเช่นนี้ เป็นไปได้จริงหรือพี่หญิง?”“ในพจนานุกรมของพี่ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้” จิ้งอวี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “และเจ้า... จิงหยุน เจ้ามีความทรงจำเกี่ยวกับการผสมพิษและสมุนไพรจากหุบเขานั้น พี่อยากให้เจ้าใช้ความรู้นั้นในทางที่ถูก ช่วยพี่ตั้งกรมวิจัยโ
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
21
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status