วาจานี้ของนางความจริงไม่จำเป็นต้องเอ่ย เป็นเหตุผลที่ใคร ๆ ก็รู้กันดี แต่นางกลับจงใจเอ่ยออกมา มิหนำซ้ำยังกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมถึงเพียงนี้ นี่มันแฝงนัยอันใดไว้กันแน่?หลิวหยวนอินเงยหน้ามองไปทางหลิวชิงซวี่ ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย น้ำเสียงที่เดิมทีอ่อนหวานหยดย้อยพลันแข็งกระด้างขึ้นมาส่วนหนึ่ง“อินเอ๋อร์คารวะอาสะใภ้เล็กเพคะ”“เด็กดี!” หลิวชิงซวี่เอามือป้องปาก ทำท่าทางประหนึ่งเขินอาย แต่คำพูดที่หลุดออกมากลับวางมาดผู้อาวุโสไว้อย่างเต็มเปี่ยม “หลานสะใภ้ไม่ต้องมากพิธี”ไทเฮาฉวีชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง นัยน์ตาแฝงรอยยิ้มจาง ๆนางส่งสายตาให้แม่นมอวิ๋นทันทีจากนั้นแม่นมอวิ๋นก็นำนางกำนัลสองคนเข้ามา ในมือต่างประคองถาดหยกไทเฮาฉวีเชิดคางไปทางนางกำนัลทั้งสอง “พระชายารองหลิว นี่คือของที่ข้ากับอาสะใภ้เล็กของเจ้าประทานให้”“...” หลิวชิงซวี่ถึงกับชะงักงันด้วยความตกตะลึง นางสัมผัสได้ถึงความลำเอียงที่ไทเฮาฉวีมีต่อนางอย่างลึกซึ้ง แต่คิดไม่ถึงว่านางจะไตร่ตรองเผื่อแผ่มาถึงเรื่องเหล่านี้ด้วยนางแอบชำเลืองมองฮองเฮาซู เป็นไปตามคาด รอยยิ้มอ่อนโยนสง่างามบนใบหน้าฮองเฮาซูแทบจะพังทลายลงมาอยู่รอมร่อเยี่ยนหรง
Read More