บททั้งหมดของ กลรักร้ายเสด็จอาเล็ก: บทที่ 241 - บทที่ 250

290

บทที่ 241

เยี่ยนซื่อหยวนนั่งลงข้างกายของนาง ดึงนางเข้าไปกอด“คนที่พี่สะใภ้ต้องการเล่นงานคือข้า”“เหตุใดนางต้องเล่นงานท่านด้วย?” หลิวชิงซวี่มองเขาอย่างอารมณ์เสีย นางไม่เข้าใจจริงๆ “ท่านไม่ได้คิดจะชิงบัลลังก์เสียหน่อย ไปขัดหูขวางตานางตรงที่ใดอีก?”“ใจคนเราไม่รู้จักพอ” เยี่ยนซื่อหยวนมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาพึมพำเสียงเบา“ใจคนเราไม่รู้จักพออะไรกัน หม่อมฉันว่านางโรคจิตต่างหาก! แย่งชิงความโปรดปรานกันในวังหลังไม่พอ แม้แต่ท่านที่อยู่นอกวังนางก็ยังไม่เว้น หากไม่ยุแยงพวกเราสามีภรรยาให้แตกแยก ก็ใส่ร้ายป้ายสี ใช่เรื่องที่คนปกติเขาทำกันเสียเมื่อใด? พวกเราไม่เปิดโปงนาง นางจึงคิดว่าพวกเรารังแกง่ายจริงๆ งั้นหรือ! คราวนี้หากไม่ให้บทเรียนกับนางสักหน่อย คราวหน้าไม่รู้นางจะทำร้ายเราอย่างไรอีก!” หลิวชิงซวี่ไม่อาจข่มโทสะ แค่นี้นางก็รู้สึกอัดอั้นตั้นใจมากแล้ว หากยังยอมทนต่อไป นางรู้สึกว่าตนเองอาจคลุ้มคลั่งขึ้นมาจริงๆ!“ต้องให้บทเรียนแก่นางสักหน่อยแล้วจริงๆ!” นัยน์ตาเยือกเย็นของเยี่ยนซื่อหยวนไหวระริก เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟันอย่างชัดถ้อยชัดคำ……ตำหนักชีเสีย“ว่าอย่างไรนะ? เสิ่นจงหมิงถูกอ๋องเจินกุมตัวไว้ในจวน?” ครั้น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 242

หลิวหยวนอินลูบหน้าตนเองโดยสัญชาตญาณ นางแตกตื่นเล็กน้อย “ข้า… ข้าเพียงแต่รีบร้อนออกมา… ฉะนั้น… ฉะนั้นจึงได้รู้สึกร้อนอยู่บ้าง”นางไม่เพียงแตกตื่น ในดวงตายังสะท้อนแววอับอายด้วย แม้จะถูกนางซ่อนไว้ด้วยการหลุบตาต่ำ ทว่าท่าทางขัดเขินเช่นนั้นกลับถูกหลิวชิงซวี่สังเกตเห็นอย่างชัดเจนยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่นางเพิ่งมาถึง หลิวชิงซวี่ก็ยังไม่เห็นว่านางจะหน้าแดงหรือมีท่าทีกระหืดกระหอบแต่อย่างใดในฐานะผู้หญิงที่กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความรัก และมีประสบการณ์ในบางเรื่อง ยามเห็นปฏิกิริยาที่ผิดปกติเช่นนี้ของนาง หลิวชิงซวี่อดไม่ได้ที่จะสงสัยขึ้นมาหลิวหยวนอินทำท่ากระมิดกระเมี้ยนอันใดกัน? หรือคิดจะยั่วยวนอาซื่อของนางอีกแล้ว?แต่ถึงแม้หลิวหยวนอินยังคิดจะมีลูกให้อาซื่ออย่างไร้ยางอาย เช่นนั้นก็ไม่ถึงขั้นกับต้องหน้าแดงตอนนี้เลยกระมัง! หรือนางยังคิดว่าถูกโยนออกจากจวนครั้งก่อนยังไม่น่าอับอายมากพอ ยังอยากจะถูกซ้อมดูสักครั้งด้วย?“น้องสาว ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว เจ้ากลับวังไปอย่างวางใจเถิด ได้ยินว่าพระสนมรองเย่ว์แท้งบุตร คิดว่าข้างกายฮองเฮาคงขาดคนคอยปรนนิบัติ เจ้ามิสู้กลับไปปรนนิบัตินางเสียดีกว่า มาหาข้าท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 243

นางกำลังกล่าวเสียดสีที่หลิวหยวนอินทำให้นางรู้สึกสะอิดสะเอียน แต่เยี่ยนซื่อหยวนกลับดึงนางเข้าไปในอ้อมแขน ด้านหนึ่งใช้อุณหภูมิจากร่างกายอบอุ่นนาง อีกด้านหนึ่งก็ดึงมือนางขึ้นมาถูไปถูมาหลิวชิงซวี่หลุดหัวเราะออกมา “หม่อมฉันแค่เปรียบเทียบ ไม่ได้หนาวจริงๆ เพคะ!”เยี่ยนซื่อหยวนก้มหน้ามองนาง ดวงหน้าหล่อเหลาตึงเครียดเหมือนตอนที่ออกไป “เจียงจิ่วบอกว่าอาการของเจ้ายังไม่หายดี ร่างกายยังอยู่ในช่วงอ่อนแอ มิหนำซ้ำเจ้ายังเป็นระดูด้วย ยิ่งต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม ไม่เช่นนั้นอาจป่วยได้ง่ายๆ”“ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” หลิวชิงซวี่จ้องมองดวงหน้าเคร่งเครียดของเขา นางไม่โต้เถียงเขา “ก็ได้ หม่อมฉันกลับก็ได้ ท่านอ๋องอย่าหน้าบึ้งอย่างนี้สิเพคะ”นางหมายจะผลักเขาออก เยี่ยนซื่อหยวนกลับโค้งตัวลงไปอุ้มนางขึ้นมาพวงแก้มของนางร้อนผะผ่าว แขนโอบรอบคอของเขา เป็นฝ่ายซบอิงกายเขาก่อนเยี่ยนซื่อหยวนไม่ได้อุ้มนางวางลงบนเตียง แต่เขานั่งลงบนเตียง จากนั้นก็วางนางลงบนตักของเขาเขากอดนางไว้นางกอดเขาตอบกลิ่นของอีกฝ่ายลอยโชยมาแตะจมูก สัมผัสความอบอุ่นจากร่างกายของกันและกัน ฟังเสียงหัวใจเต้นของกันและกันอ้อมกอดที่เง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 244

แต่นางยังไม่ทันเปิดประตู ประตูก็ถูกผลักเข้ามาจากข้างนอกองครักษ์หลายคนกรูเข้ามา ล้อมรอบนางพร้อมกับดาบที่ถูกชักออกมาแต่แรกแล้วหลิวชิงซวี่ถูกเยี่ยนซื่อหยวนจูงมือเดินเข้ามาในห้องเจียงจิ่วทำหน้าที่จุดไฟ ในห้องพลันสว่างไสวขึ้นมาทันใด ส่องให้เห็นรูปร่างหน้าตาของเงาดำร่างนั้นอย่างชัดเจนคนผู้นี้ก็คือหนึ่งในนางกำนัลที่หลิวหยวนอินพามาในวันนี้คนที่ตามหลังเจียงจิ่วมาติดๆ ก็คือเสิ่นจงหมิงนางกำนัลที่ถูกองครักษ์ล้อมไว้เห็นเขาก็หน้าซีดเผือดทันที นางหันไปถลึงตามองหลิวชิงซวี่กับเยี่ยนซื่อหยวน สายตาเคียดแค้นราวกับจะพ่นพิษออกมาได้ แทบอยากฆ่าพวกเขาให้ตายเสียตรงนั้นพวกเขาสองสามีภรรยายังไม่ทันออกคำสั่ง จู่ๆ นางก็ยกมีดสั้นในมือขึ้นมาปาดคอตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็น พร้อมกับร่างของนางที่ล้มลงไปบนพื้นเหล่าองครักษ์ถอยกรูดด้วยความตกใจเยี่ยนซื่อหยวนกับหลิวชิงซวี่สีหน้าตึงเครียดทันที แน่นอนย่อมเป็นเพราะรู้สึกเจ็บใจอยู่แล้วเจียงจิ่วเดินถือโคมไฟก้าวเข้าไป หลังจากตรวจสอบดู ก็แจ้งว่า “ท่านอ๋อง พระชายา สิ้นลมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“นี่มัน…” เสิ่นจงหมิงคือคนที่ตกตะลึงมากที่สุด เขาตัวสั่นจนพู
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 245

เยี่ยนซื่อหยวนหลุบดวงตาเย็นชาลง “รอเจ้าหายดีเมื่อใด พวกเราค่อยเข้าวัง!”หลิวชิงซวี่เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับฮองเฮาซูตรงๆ นานแล้ว เห็นเขาพูดเช่นนี้ ก็รู้ว่าเขามีแผนการของตนเอง จึงไม่ได้เอ่ยคัดค้านประการใดส่วนเสิ่นจงหมิง พวกเขาจะยังไม่ทำอะไรเขาเป็นการชั่วคราว เพราะอย่างไรเขาก็เป็นพยานปากเอกแม้นางจะโกรธมาก แต่นางก็รู้ว่าเสิ่นจงหมิงเป็นเพียงเพชฌฆาตที่ถูกหลอกใช้ คนที่นางควรโกรธแค้นอย่างแท้จริงคือฮองเฮาซูที่เป็นพี่สะใภ้ของนางต่างหาก!……วันต่อมาหลิวหยวนอินพบว่านางกำนัลข้างกายหายไปหนึ่งคน จึงสั่งให้นางกำนัลอีกคนรีบไปตามหาทว่านางกำนัลอีกคนกลับใบหน้าเย็นชา ไม่สนใจนางเลยแม้แต่น้อย“ข้าบอกให้เจ้าไปตามหานาง เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร?” เห็นนางมีท่าทีผิดปกติ หลิวหยวนอินจึงด่านาง“พระชายารองหลิว ฮองเฮามีรับสั่งเพียงแค่ให้พวกหม่อมฉันติดตามพระชายามาที่จวนอ๋องเจิน มิได้รับสั่งให้หม่อมฉันทำตามคำสั่งของพระชายา” นางกำนัลเอ่ยวาจาดูแคลนยังไม่พอ แววตาที่มองนางก็เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม“เจ้า…” หลิวหยวนอินได้ยินนางเอ่ยเช่นนี้ก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธ ชี้หน้าด่านางทันที “นางบ่าวชั้นต่ำ กล้าพูดเช่นนี้กั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 246

หลิวชิงซวี่จ้องมองแผ่นหลังของหลิวหยวนอินที่จากไปอย่างเริงร่า มุมปากของนางกระตุก ในสมองมีแต่เครื่องหมายคำถามกลับบ้านมารดาก็กลับบ้านมารดาสิ เหตุใดต้องรายงานนางด้วย?อีกอย่าง หลิวหยวนอินเป็นคนกตัญญูขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน? หรือแม้นางอยากกลับไปเยี่ยมนางเว่ยที่ป่วยอยู่ ก็ควรมีท่าทีกังวลและเป็นห่วงไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงยิ้มระรื่นด้วยแววตาเปี่ยมรักถึงเพียงนั้น?“แม่นมซิ่ว”“พระชายามีเรื่องอะไรรับสั่งหรือเพคะ?” แม่นมซิ่วเดินเข้ามาจากด้านนอกฉากกั้นลม“เจ้าส่งคนสะกดรอยตามหลิวหยวนอิน ดูว่าหลังออกจากจวนอ๋องเจินนางไปที่ใด” นางรู้สึกว่าควรรอบคอบไว้ก่อนดีกว่า อย่างไรเสียหลิวหยวนอินก็ออกจากจวนอ๋องเจินไป หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นข้างนอก จวนอ๋องเจินก็ควรมีคำอธิบายที่เหมาะสม“เพคะ บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” แม่นมซิ่วรับคำแล้วถอยออกไปหลิวชิงซวี่เอนกายลงบนเตียง มุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม หมายจะนอนต่อเพราะเรื่องที่นางหายตัวไป ทำให้เยี่ยนซื่อหยวนไม่สนใจงานในสำนักตรวจการ ตอนนี้นางกลับมาแล้ว ทางสำนักตรวจการก็โล่งใจ วันนี้จึงขนเอกสารราชการที่กองเท่าภูเขามาที่จวน ตอนนี้เขากำลังทำงานอยู่ที่เรือนติงอวี่ นางเองก็ไม่อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 247

นางอาจใช้เรื่องการตายของนางกำนัลถวายฎีกาฟ้องร้องอ๋องเจินได้แต่นางกำนัลไม่ได้ตายที่ตำหนักชีเสีย ทว่าตายที่จวนอ๋องเจิน แล้วนางจะกล้าทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้อย่างไรเล่า?มิหนำซ้ำ อ๋องเจินกล้าส่งศพมาที่ตำหนักชีเสียอย่างอุกอาจเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าอ๋องเจินรู้เรื่องราวบางอย่างแล้ว!ตอนนี้เสิ่นจงหมิงยังอยู่ที่จวนอ๋องเจิน หากทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต ผลที่ตามมาอาจจะ…นางไม่อยากคิด และไม่กล้าคิดด้วย!“บ่าวสมควรตาย… ฮองเฮาโปรดระงับโทสะ…” ขันทีเห็นนางโกรธเกรี้ยว จึงรีบคุกเข่าโขกหัว“ลากออกไป!” ฮองเฮาซูหันไปออกคำสั่งข้าหลวงที่ยืนอยู่ข้างๆไม่นาน ศพที่ถูกจวนอ๋องเจินส่งมาก็ถูกข้าหลวงหามออกไปขันทีน้อยคนนั้นก็ถูกข้าหลวงลากออกไปเช่นกัน“พระชายารองหลิวเล่า? เหตุใดยังไม่เห็นพระชายารองหลิวอีก?” ฮองเฮาซูถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง“ทูลฮองเฮา พระชายารองหลิวและนางกำนัลเย่ว์จือยังอยู่ที่จวนอ๋องเจินเพคะ” ขันทีอีกคนตอบเสียงสั่น“พวกนางยังอยู่ที่จวนอ๋องเจิน? หรืออ๋องเจินกุมตัวพวกนางไว้?” ดวงตาหงส์ของฮองเฮาซูเต็มไปด้วยแววเย็นชา“ทูลฮองเฮา เรื่องในจวนอ๋องเจินไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ทว่าวันนี้มีคนเห็นพระชายารอง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 248

คนที่ตกใจยิ่งกว่านางกำนัลทั้งสองที่วิ่งตามหลังมา เมื่อเห็นฮองเฮาซูในชุดคลุมลายหงส์อันทรงเกียรติ ก็รีบคุกเข่าลงบนพื้น และกล่าวประสานเสียงกัน “ถวายบังคมฮองเฮา!”เด็กชายตัวน้อยราวกับตั้งสติได้ รีบคุกเข่าทำความเคารพ “จางเอ๋อร์ถวายบังคมฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”ดวงตางดงามของฮองเฮาซูมีประกายชิงชังพาดผ่านนี่องค์ชายสิบ ลูกชายของหลวี่ผินที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งเป็นกุ้ยเฟยมิใช่หรือ?“พวกเจ้าช่างกำเริบเสิบสาน กล้ามาปั่นป่วนถึงตำหนักชีเสียเชียวหรือ!” แม่นมเฉินชี้หน้าตำหนินางกำนัลสองคนนั้น“ฮองเฮาโปรดไว้ชีวิตด้วย… โปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ…” นางกำนัลสองคนนั้นตกใจ รีบโขกหัวร้องขอชีวิตแม่นางเฉินยังคิดจะตำหนิพวกนางต่อ จู่ๆ ฮองเฮาซูก็ส่งสายตาให้นางแม่นมเฉินได้รับสัญญาณ ก็ถอยหลังออกไปดวงตาหงส์ไหวระริกเล็กน้อย จากนั้นก็ถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนหันไปกล่าวกับนางกำนัลสองคนนั้นว่า “องค์ชายสิบยังเด็ก พวกเจ้าเล่นกับเขาก็เป็นเรื่องสมควร แต่ต้องระมัดระวังหน่อย อย่าปล่อยให้องค์ชายสิบหกล้มเด็ดขาด”“ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงชี้แนะ พวกบ่าวจะดูแลองค์ชายสิบเป็นอย่างดีเพคะ” นางกำนัลทั้งสองเห็นว่านางไม่โกรธ จึงโขกหัวและ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 249

“ขาของเจ้าเป็นอะไรไปหรือ?” นางต้องการถามให้ชัดเจน ไม่ใช่เพราะเป็นห่วง แต่กลัวว่าหากหลิวหยวนอินเป็นอะไรไปแล้วจะมาโทษนางทีหลัง“ข้า…” หลิวหยวนอินหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นโดยจิตใต้สำนึก “เปล่า… ไม่ได้เป็นอะไร ข้าเพียงแต่ดูแลท่านย่าจนไม่ได้พักผ่อน ฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีแรงเดินเท่านั้น”“งั้นหรือ?” หลิวชิงซวี่ขมวดคิ้วมุ่น นางเว่ยไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น แล้วนางต้องดูแลอะไรกัน?“พี่ใหญ่ นี่ก็สายมากแล้ว ข้าจะรีบกลับวังก่อนฟ้ามืด” หลิวหยวนอินเอ่ยจบก็รีบผละออกจากครรลองสายตาของนางไปอย่างรวดเร็วเมื่อนางไป หลิวชิงซวี่ก็รีบถามแม่นมซิ่วทันที “คนที่ส่งไปมั่นใจหรือว่านางไม่ได้มีอะไรจริงๆ?”แม่นมซิ่วตอบอย่างมั่นใจว่า “พระชายา คนที่เราส่งไปจับตาดูอยู่นอกจวนแม่ทัพตลอดเวลา หลายวันมานี้ไม่เห็นพระชายารองหลิวออกจากจวนแม่ทัพเลยเพคะ” หลิวชิงซวี่ยังคงไม่หายแคลงใจไม่ใช่เพราะนางรู้สึกไปเอง แต่เป็นเพราะท่าทางของหลิวหยวนอินแปลกจริงๆจู่ๆ แม่นมซิ่วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ใช่แล้ว พระชายา สายสืบของเราบอกว่า สองวันก่อนญาติผู้พี่ของพระชายามาเยี่ยมเยือนที่จวนแม่ทัพ ตอนนี้ยังอยู่ที่จวนแม่ทัพอยู่เลยเพคะ”“ญาติผู้พี่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 250

เยี่ยนซื่อหยวนเคยเล่าเรื่องหลวี่กุ้ยเฟยให้นางฟัง นางเองก็รู้ว่าหลวี่กุ้ยเฟยฐานะสูงส่งขึ้นเพราะบุตร นางมีองค์ชายน้อยองค์หนึ่งให้ฝ่าบาท เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าคนที่ถูกพิษจะเป็นเขาเห็นสภาพของเด็กน้อยอายุห้าหกขวบร่างกายเต็มไปด้วยรอยช้ำดำม่วง น้ำลายฟูมปากเช่นนั้น หัวใจของหลิวชิงซวี่บีบรัดอย่างแรงเจียงจิ่วกำลังย่อตัวนั่งฝังเข็มเพื่อทำการกู้ชีพให้เขาอยู่ข้างๆ ด้วยเหตุนั้นจึงสามารถควบคุมเส้นชีพจรหัวใจของเขา และยื้อชีวิตของเขาไว้ได้เยี่ยนซื่อหยวนมาถึงก็ยื่นมือไปทางอวี๋ฮุย กล่าวเสียงเย็นว่า “เอามา!”อวี๋ฮุยรีบดึงมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ประคองส่งให้เขาด้วยสองมือ จากนั้นก็หันไปงัดปากของเด็กน้อยให้เปิดออกทันทีเยี่ยนซื่อหยวนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขากรีดข้อมือของตัวเอง ปล่อยให้เลือดไหลเข้าไปในปากของเด็กน้อยเด็กน้อยกระอักฟองน้ำลายเต็มปาก เริ่มแรกยังไม่สามารถกลืนเลือดได้ อวี๋ฮุยทำได้เพียงใช้สองมือบีบแก้มของเขา บังคับให้เขาอ้าปากเพื่อรองรับเลือดไว้เหมือนภาชนะ พยายามไม่ให้หกออกข้างนอกผ่านไปครู่หนึ่ง ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดเด็กน้อยไม่อาเจียนอีกอวี๋ฮุยรีบโยกหัวของเขา บีบแก้มของเขาเพื่อบั
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
2324252627
...
29
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status