All Chapters of กลรักร้ายเสด็จอาเล็ก: Chapter 261 - Chapter 270

290 Chapters

บทที่ 261

สีหน้าของหลิวจิ่งอู่ดูไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่เข้าใจว่านางจะอึกอักไปเพื่อสิ่งใด ขณะที่กำลังจะบันดาลโทสะ ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออกหลิวหยวนอินที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงสวมเสื้อคลุมตัวนอกไว้อย่างลวก ๆ รีบร้อนเดินออกมาอาจเป็นเพราะด้านนอกไม่ได้จุดโคมไฟ ตอนที่ก้าวข้ามธรณีประตูนางจึงเกือบจะสะดุดล้ม โชคดีที่คว้ากรอบประตูไว้ได้ทัน จึงทรงตัวเอาไว้ได้“ท่านพ่อ... ท่าน ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ?”นางไม่เพียงพูดจาอึกอัก ทว่าน้ำเสียงยังเจืออาการหอบหายใจอยู่จาง ๆหลิวจิ่งอู่เดินเข้าไปด้วยความโมโห ชี้หน้านางแล้วต่อว่าฉาดใหญ่ “เจ้าไม่อยู่ในวังดี ๆ กลับมาทำไม? ผู้ใดบอกเจ้าว่าท่านย่าล้มป่วย? เจ้าอยากจะทำให้ข้าโมโหจนตายหรืออย่างไร?”“ข้า... ข้า...” หลิวหยวนอินอึกอักหนักกว่าเดิม สายตากลอกไปมา ไม่กล้าสบตาเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าในตอนที่สายตาลุกลี้ลุกลนอยู่นั้น อาศัยแสงจันทร์ทำให้นางมองเห็นสามีภรรยาที่เดินเคียงคู่กันมา จึงยิ่งตกตะลึงหนักขึ้นไปอีก “พี่... พี่หญิงใหญ่... พวกท่าน... พวกท่านมาได้อย่างไร?”หลิวชิงซวี่ส่งสัญญาณให้เยี่ยนซื่อหยวนปล่อยมือนาง จากนั้นก็เดินไปหยุดอยู่ข้างกายหลิวจิ่งอู่ หรี่ตามองพินิจหลิวหยวนอ
Read more

บทที่ 262

แววตาของหลิวชิงซวี่ทอประกายแฝงความนัยลึกซึ้ง เมื่อมองดูท่าทีลุกลี้ลุกลนของหลิวหยวนอิน จู่ ๆ นางก็รู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาอย่างบอกไม่ถูก“ท่านพ่อ ลูกคิดไม่รอบคอบเอง น้องเล็กกล่าวได้ถูกต้อง ดึกดื่นป่านนี้แล้ว การเรียกญาติผู้พี่ออกมาพบตอนนี้ย่อมไม่เหมาะสมจริง ๆ เช่นนั้นคืนนี้ลูกกับท่านอ๋องจะค้างคืนที่จวน พรุ่งนี้พบหน้าญาติผู้พี่แล้วค่อยกลับจวนเจ้าค่ะ”หลิวจิ่งอู่มองดูความมืดมิดยามราตรีด้านนอก จากนั้นจึงหันไปสั่งการฝูหลิน “รีบให้คนไปเก็บกวาดทำความสะอาดเรือนของคุณหนูใหญ่เร็วเข้า”“ขอรับ” ฝูหลินรับคำสั่งแล้วรีบจากไปอย่างรวดเร็ว“ท่านพ่อ เช่นนั้นลูกกับท่านอ๋องไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ ท่านเองก็รีบพักผ่อนเถิด มีเรื่องอันใดพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” หลิวชิงซวี่กล่าวจบก็หันไปมองหลิวหยวนอิน “น้องเล็ก วันหน้าหากเจ้าคิดถึงบ้านก็กลับมาเถิด แม้จะบอกว่าพวกเราเป็นบุตรสาวที่แต่งงานออกเรือนไปแล้ว แต่พวกเราก็ยังเป็นคนของตระกูลหลิวอยู่ดี ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เลย อีกอย่าง การมาเยี่ยมเยียนผู้อาวุโสก็เป็นความรับผิดชอบและหน้าที่ที่ลูกหลานอย่างพวกเราพึงกระทำอยู่แล้ว มาเยือนอย่างสง่าผ่าเผยมิใช่เรื่องดีหร
Read more

บทที่ 263

คิดดูเถิด นางที่เป็นถึงคุณหนูสายตรงแห่งจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วผู้สูงเกียรติ ที่พำนักกลับมีหญ้าขึ้นรกร้าง ไม่เพียงไม่มีคนมาคอยดูแลปัดกวาดเรือน ซ้ำยังไม่มีแม้กระทั่งข้าวของเครื่องใช้ที่ดูเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักชิ้นได้ยินมาว่าจูเชินรู้สึกเวทนาความอัตคัดขัดสนแทนนาง ถึงขั้นแอบค่อนขอดหลิวจิ่งอู่ลับหลัง อีกทั้งเรื่องนี้ไม่รู้ว่าแพร่สะพัดไปในราชสำนักได้อย่างไร...“จูกงกงก็จริง ๆ เลย... ฮ่า ๆ...” หลิวชิงซวี่หัวเราะร่วนครั้งนี้เป็นการหัวเราะอย่างมีความสุขบางคนทนเห็นนางได้ดีไม่ได้ เคยทำให้นางคิดไปชั่วขณะหนึ่งว่าโลกต่างภพใบนี้ไม่มีที่ยืนให้นาง ดังนั้นนางจึงมักจะคิดหลบหนี ซ่อนตัว หรือแม้กระทั่งแตกหักตัดขาดทว่าเมื่อนางค่อย ๆ ยอมรับการจัดสรรของโชคชะตา จู่ ๆ ก็พบว่า ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่คอยทำดีกับนางอย่างเงียบ ๆ ทำให้นางรู้สึกว่าตนเองไม่ได้โดดเดี่ยว อย่างเช่นเจียงเสี่ยวชีที่ยอมแลกชีวิตเพื่อนาง แม่นมซิ่วที่คอยดูแลกิจวัตรประจำวันให้ จูเชินที่คอยช่วยระบายโทสะแทนนางลับหลัง และยังมีไทเฮา จิ่งเซิ่ง เจียงจิ่ว อวี๋ฮุย และคนอื่น ๆ...บางทีความดีที่พวกเขามีต่อนางอาจเป็นเพราะเห็นแก่ที่นางเป็นภรรยาของเยี่ยนซ
Read more

บทที่ 264

ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นใบหน้าดำทะมึนราวกับก้นหม้อของนายท่านซื่อเขาเป็นถึงพระปิตุลาองค์ปัจจุบันเชียวนะ กลับใช้ให้เขาไปแอบฟังข้างกำแพงชาวบ้านนี่น่ะหรือ?!ชายคาบดบังแสงจันทร์ หลิวชิงซวี่ย่อมมองไม่เห็นใบหน้าดำทะมึนของเขา ทว่าเมื่อเห็นเขาไม่มีอารมณ์ร่วม นางก็ไม่ฝืนใจขณะที่นางกำลังคิดจะหันไปแอบดูอีกครั้ง ทันใดนั้นสองเท้าก็ลอยพ้นพื้น ตามมาด้วยการถูกคนพาเหาะทะยานออกไปไกลเมื่อกลับถึงที่พัก นางรู้สึกขัดใจเล็กน้อย จึงใช้กำปั้นน้อย ๆ ทุบตีเขาด้วยความรู้สึกที่ยังดูไม่จุใจ“ทำอะไรของท่านเนี่ย คนเขากำลังดูเพลิน ๆ เลย อยู่ต่ออีกสักประเดี๋ยวไม่ได้หรือไร?”“บุรุษผู้นั้นหน้าตาเป็นเช่นไร?” เยี่ยนซื่อหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย“ไม่รู้สิ มีม่านกั้นอยู่ แถมยังมืดสนิท ได้ยินแต่เสียง มองอะไรไม่เห็นสักอย่าง” หลิวชิงซวี่ตามความหมายแฝงในคำถามของเขาไม่ทัน ทว่าก็ยังคงตอบไปตามความจริง“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านบนใบหน้าหล่อเหลาของเยี่ยนซื่อหยวนสลายไปกว่าครึ่ง“...” หลิวชิงซวี่กะพริบตาปริบ ๆ อยู่หลายครั้ง กว่าจะเข้าใจความหมายของเขา ก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “อย่าว่าแต่ข้าไม่เห็นอะไรเลย ต่อให้เ
Read more

บทที่ 265

ลองดูผิวพรรณที่ขาวสะอาด เครื่องหน้าที่หล่อเหลา รูปร่างที่สูงโปร่ง และบุคลิกที่ดูสง่างามนั่นสิ หากนำไปเทียบกับองค์รัชทายาทแล้ว ก็แทบจะไม่ต่างกันเลยสักนิดหากไม่ใช่เพราะเมื่อคืนแอบฟังอยู่ข้างกำแพง ความประทับใจที่หลิวชิงซวี่มีต่อเขา อย่างน้อยก็คงต้องให้คะแนนในระดับ ‘ดี’ ทว่าเมื่อคืนได้ยินหลิวหยวนอินร้องเรียก ‘ท่านพี่’ ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยหูตัวเอง ยามนี้นางจ้องมองโต้วจื่อไห่ จึงรู้สึกขยะแขยงจากก้นบึ้งของหัวใจจริง ๆหากองค์รัชทายาททรงทราบว่า เป็นบุรุษผู้นี้ที่สวมหมวกเขียวใบโตให้เขา ไม่รู้ว่าจะมีปฏิกิริยาเช่นไร!ขณะที่โต้วจื่อไห่เพิ่งจะทำความเคารพพวกเขาทั้งสอง และหลิวชิงซวี่กำลังเตรียมจะเชิญเขานั่งลง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงบ่าวรับใช้รายงานมาจากนอกประตู...“องค์รัชทายาทเสด็จ!”สองสามีภรรยาต่างชะงักงันด้วยความประหลาดใจ คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าองค์รัชทายาทจะเสด็จมาทว่าเมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว ความตกตะลึงและประหลาดใจของโต้วจื่อไห่ก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลยไม่นานนัก ร่างอันสูงศักดิ์และเย็นชาเย่อหยิ่งของเยี่ยนหรงซีก็ปรากฏขึ้นในห้องโถง“เสด็จอาเล็ก” เขาส่งเสียงเรียกเยี่ยนซื่อหยวนก่อน จากนั้นจ
Read more

บทที่ 266

นี่คือเรือนที่หลิวชิงซวี่พำนักอยู่ ในเมื่อนางกับเยี่ยนซื่อหยวนจากไปแล้ว เยี่ยนหรงซีย่อมไม่รั้งอยู่ต่อเขาเดินออกมาจากในเรือนมีโต้วจื่อไห่เดินตามอยู่เบื้องหลังเขาหลิวชิงซวี่ขยับเข้าไปเอนซบข้างกายเยี่ยนซื่อหยวนเยี่ยนซื่อหยวนดูเหมือนจะพอใจกับการกระทำของนางยิ่งนัก จึงปล่อยมือนางทันที แล้วเปลี่ยนมาโอบเอวนางไว้แทนและความปรารถนาที่จะครอบครองอย่างชัดเจนปานนี้ของเขา ขอเพียงตาไม่บอด ผู้ใดก็ย่อมมองออกเยี่ยนหรงซีหรี่ตาจ้องมองท่อนแขนที่โอบอยู่บนเอวของหลิวชิงซวี่ ทว่าสำหรับหลิวหยวนอินที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามองหลิวชิงซวี่เองก็นับถือสองสามีภรรยาคู่นี้ยิ่งนักคนหนึ่งสวมเขาให้สามีลับหลัง ส่วนอีกคนก็เอาใจไปจดจ่ออยู่กับสตรีอื่นต่อหน้าภรรยา...สมแล้วที่เป็นคนครอบครัวเดียวกัน เข้าประตูบ้านเดียวกัน! “องค์รัชทายาท เสด็จมาได้อย่างไรเพคะ?” หลิวหยวนอินเดินเข้าไปหาเยี่ยนหรงซีด้วยท่าทีอ่อนโยน ไม่รู้ว่าไม่ได้ตั้งใจหรือจงใจ นางบังเอิญบดบังทิศทางการมองเห็นของเยี่ยนหรงซีพอดิบพอดี“ข้าไปหาเจ้าที่จวนอ๋องเจิน ทว่าคนของจวนอ๋องเจินบอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าล้มป่วย ได้ยินว่าพวกเจ้าล้วน
Read more

บทที่ 267

เยี่ยนหรงซีปรายตามองแวบหนึ่ง นอกเหนือจากความเย็นชาก็มีเพียงความเย็นชาคนไร้ชาติตระกูลและฐานะเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจอยู่ในสายตาของเขาได้เยี่ยนซื่อหยวนและหลิวชิงซวี่มองโต้วจื่อไห่พร้อมกันแวบหนึ่ง ก่อนจะลอบสบตากันอย่างมีนัย มุมปากของทั้งคู่ลอบยกยิ้มขึ้นบางๆไม่นานนัก หลิวจิ่งอู่ก็นำทางพวกเขามุ่งหน้าไปยังเรือนใหญ่หลิวหยวนอินเดินตามหลังเยี่ยนหรงซี โต้วจื่อไห่เดินตามหลังหลิวหยวนอินทั้งสองคนเดินทิ้งระยะห่างกันสองก้าว ต่างก้มหน้าก้มตา ราวกับคนไม่รู้จักกัน คนอื่นจะคิดอย่างไรหลิวชิงซวี่ไม่แน่ใจ แต่นางนั้นลอบกลั้นขำมาตลอดทางหลัก ๆ เป็นเพราะเรื่องแอบฟังข้างกำแพงเมื่อคืนมันเร้าใจเกินไป ผู้ใดจะจินตนาการออกว่าคนสองคนที่ดูผิวเผินเหมือนคนแปลกหน้า ลับหลังจะมีความสัมพันธ์เร่าร้อนดั่งฟืนแห้งกับไฟราคะ?นางถึงกับอดไม่ได้ที่จะลอบสังเกตสภาพของหลิวหยวนอินอาจเป็นเพราะนอนไม่อิ่ม นางจึงดูอ่อนเพลีย ใต้ตายังมีรอยคล้ำจาง ๆ อีกทั้งเดินโซเซราวกับคนไร้เรี่ยวแรง ราวกับว่าโดนลมพัดก็อาจจะปลิวได้น่าเสียดายที่บุรุษที่ถูกสวมเขาจนมิดหัวอย่างองค์รัชทายาทกลับไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย...ขอเพียงเขาใส่ใจหลิ
Read more

บทที่ 268

“น้องหญิง... ข้า... ข้า...” ภายใต้สายตาเบิกโพลงของฝูงชนที่จับจ้องมา โต้วจื่อไห่รีบร้อนตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดแดงก่ำราวกับกุ้งต้ม ลิ้นพันกันจนพูดติดขัดทว่าในจังหวะที่เขาเพิ่งจะยันกายลุกขึ้น ทันใดนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะครางอู้อี้ในลำคอแล้วทรุดฮวบลงไปอีกครั้ง“อ๊า!”การล้มพับลงไปของเขาในครั้งนี้ ทำให้ทาบทับลงบนร่างของหลิวหยวนอินอีกครั้งและทำให้หลิวหยวนอินแผดเสียงกรีดร้องออกมาอีกครั้งเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับเสียงกรีดร้องของนางแล้ว โต้วจื่อไห่แทบจะร้องไห้ออกมา เขารีบพลิกตัวลงจากแผ่นหลังของนาง นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นพลางมองดูผู้คนเบื้องหน้าด้วยความเจ็บปวด“ข้า... ข้าไม่ระวังจนข้อเท้าพลิก...”เมื่อหลิวจิ่งอู่เห็นภาพนั้น ใบหน้าชราก็หมองคล้ำดำทะมึนลงทันทีโดยเฉพาะตอนที่โต้วจื่อไห่ล้มทับลงบนร่างบุตรสาวคนเล็กเป็นครั้งที่สอง เขาแทบจะพุ่งเข้าไปถีบคนอยู่แล้วเขาปรายตามองเยี่ยนหรงซีที่อยู่ด้านข้างเยี่ยนหรงซีไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองมากนัก ทว่าสีหน้านั้นมืดครึ้มยิ่งนักฝูหลินรีบเข้าไปพยุงคน “คุณหนูรอง ท่านหกล้มบาดเจ็บหรือไม่ขอรับ?”น้ำตาของหลิวหยวนอิน
Read more

บทที่ 269

หลังจากกลับถึงห้อง สาวใช้จะเข้ามาตรวจดูร่างกายให้นาง นางก็ปฏิเสธไปตรง ๆ และไล่สาวใช้ออกไปแม้นางจะมีรอยถลอกปอกเปิกบนร่างกายอยู่จริง ทว่าบนเรือนร่างของนางยังมีร่องรอยอื่นอยู่อีก นางจึงไม่กล้าให้ผู้ใดพบเห็นโดยเด็ดขาดจะโทษก็ต้องโทษที่เมื่อคืนนางปล่อยตัวปล่อยใจมากเกินไป หากรู้ล่วงหน้าว่าองค์รัชทายาทจะเสด็จมา เมื่อคืนหลังจากที่พวกหลิวชิงซวี่จากไป นางก็ควรจะไล่ญาติผู้พี่กลับไป ไม่ควรปล่อยให้เขาค้างคืนในห้องของนางท่านย่าก็เช่นกัน ให้ญาติผู้พี่กิน ‘ของดี’ พวกนั้นเข้าไป ทำให้ญาติผู้พี่ถูกไฟปรารถนาแผดเผาจนยากจะทานทน ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็หยุดไม่อยู่ ซ้ำยังทิ้งร่องรอยไว้บนตัวนางไม่น้อย เกือบจะเสียการใหญ่แล้วเชียวทันใดนั้น ร่างในชุดสีม่วงอ่อนก็เดินเข้ามาจากด้านนอกเมื่อมองดูสีหน้าเย็นชาของบุรุษผู้นั้น นางก็รีบลงจากเตียง โค้งกายต้อนรับพลางเอ่ย “องค์รัชทายาท เสด็จมาได้อย่างไรเพคะ?”“ข้าใจจืดใจดำกับเจ้านักหรือ?” เยี่ยนหรงซีไพล่มือไว้ด้านหลังยืนอยู่ตรงหน้านาง ในดวงตาที่เย็นเยียบนั้นนอกเหนือจากความเย็นชาก็คือความเย็นชายิ่งกว่า น้ำเสียงคาดคั้นนั้นทำให้หลิวหยวนอินรีบคุกเข่าลงตรงหน้าเขาทันที เอ่ยด
Read more

บทที่ 270

เพียงแต่ไม่รู้ว่าตรงนั้น...นางค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเยี่ยนหรงซีออกอย่างช้า ๆ...เป็นอย่างที่แม่นมจางกล่าวไว้ ในน้ำชานั้นผสมสิ่งอื่นลงไป แม้เยี่ยนหรงซีจะหมดสติไปแล้ว ทว่าร่างกายกลับร้อนผ่าว อีกทั้งยังตื่นตัวผิดปกตินางยังไม่ทันได้ตื่นตาตื่นใจกับกล้ามเนื้ออันตึงแน่นกระชับของเขา ก็ถูกจุดสำคัญบางแห่งดึงดูดสายตาไปจนหมดสิ้น ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีขนาดมหึมาเช่นนี้นางปรายตามองออกไปนอกประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะปล่อยม่านเตียงลงด้วยใบหน้าแดงก่ำ จากนั้นก็ขบริมฝีปากปีนขึ้นไปบนร่างของเขา.........เมื่อเยี่ยนหรงซีลืมตาขึ้น ใบหน้าก็พลันดำทะมึนลงในชั่วพริบตาเขาไม่เพียงแต่เปล่าเปลือยไร้อาภรณ์ บนร่างยังมีสตรีหมอบทับอยู่ ที่ทำให้เขารับไม่ได้ยิ่งกว่านั้นก็คือ ร่างกายของพวกเขายังคงเชื่อมต่อกันอย่างแนบสนิท“หลิวหยวนอิน!” เขาแผดเสียงตวาดลั่น และผลักสตรีที่เปลือยเปล่าบนร่างออกไปอย่างเกรี้ยวกราด“อ๊า!” หลิวหยวนอินกรีดร้องพลางกลิ้งตกลงไปด้านในเตียงถูกเขาผลักแรงถึงเพียงนั้น ไม่ต้องพูดถึงความเจ็บปวด ร่างกายของพวกเขาก็หลุดออกจากกันตามไปด้วยเยี่ยนหรงซีไม่เปิดโอกาสให้นางได้ตั้งสติ ตบฉ
Read more
PREV
1
...
242526272829
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status